หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.เมืองมหาสารคาม >ต.เขวา > หมู่บ้านปั้นหม้อ
TL;DR: หมู่บ้านปั้นหม้อ อยู่ที่บ้านหม้อ หมู่ที่ 11 ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
หมู่บ้านปั้นหม้อ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
หมู่บ้านปั้นหม้อ บ้านหม้อ ตำบลเขวา จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งหัตถกรรมพื้นบ้านสำคัญของอำเภอเมืองมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่บ้านหม้อ หมู่ที่ 11 ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงจากภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิม ซึ่งชาวบ้านสืบทอดกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น เดิมเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่ผู้คนรู้จักกันในฐานะแหล่งผลิตหม้อดิน หม้อน้ำ หม้อแกง และภาชนะดินเผาที่ใช้จริงในครัวเรือนอีสาน ปัจจุบันบ้านหม้อยังคงรักษาเอกลักษณ์ของงานปั้นดินเผาไว้ พร้อมพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น ทั้งของใช้ ของตกแต่ง ของฝาก และงานสาธิตเพื่อการเรียนรู้ของผู้มาเยือน
เสน่ห์ของหมู่บ้านปั้นหม้อไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการทำงานซึ่งยังสะท้อนวิถีช่างพื้นบ้านอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างดิน น้ำ มือคน เตาเผา และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน เครื่องปั้นดินเผาแต่ละใบไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรอุตสาหกรรม แต่เกิดจากการเลือกดินเหนียว การนวดดิน การขึ้นรูป การแต่งปากหม้อ การขูดผิว การตาก การเผา และการตรวจคุณภาพด้วยสายตาและมือของช่าง ชิ้นงานจึงมีชีวิต มีร่องรอย และมีบุคลิกเฉพาะตัว
บ้านหม้อเป็นชุมชนเก่าแก่ที่เติบโตจากความชำนาญด้านเครื่องปั้นดินเผา ชื่อ “บ้านหม้อ” สื่อถึงอาชีพหลักของคนในหมู่บ้านอย่างตรงไปตรงมา เพราะผู้คนในพื้นที่รู้จักกันในฐานะช่างปั้นหม้อมาแต่เดิม บริเวณนี้มีดินเหนียวที่เหมาะต่อการทำภาชนะดินเผา โดยเฉพาะดินเหนียวสีดำซึ่งชาวบ้านถือเป็นทุนสำคัญของชุมชน ดินชนิดนี้เมื่อนำมานวด ขึ้นรูป และเผาอย่างเหมาะสม จะได้ภาชนะที่แข็งแรง ใช้งานได้จริง และมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากงานปั้นในพื้นที่อื่น
เรื่องเล่าของชุมชนบ้านหม้อเชื่อมโยงกับการอพยพของชาวไทโคราชจากพื้นที่นครราชสีมา บรรพชนของชุมชนมีความชำนาญด้านการปั้นหม้อและงานดินเผา เมื่อเดินทางมาพบพื้นที่ที่มีหนองน้ำและดินเหนียวเหมาะสำหรับการผลิตเครื่องปั้นดินเผา จึงตั้งถิ่นฐานและสร้างครอบครัวขึ้นในบริเวณนี้ จากกลุ่มครอบครัวไม่มากในระยะแรก ชุมชนค่อย ๆ ขยายตัวและยึดอาชีพปั้นหม้อเป็นแกนกลางของชีวิต บ้านหม้อจึงเป็นตัวอย่างของชุมชนที่ชื่อหมู่บ้าน อาชีพ วัตถุดิบ และตัวตนของผู้คนหลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกัน
ในอดีตเครื่องปั้นดินเผาบ้านหม้อมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของชาวอีสาน หม้อน้ำดินเผาช่วยเก็บน้ำให้เย็นตามธรรมชาติ หม้อแกงใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน ครกดิน ถ้วยดิน และภาชนะชนิดต่าง ๆ เป็นของใช้ที่พบได้ทั่วไปในบ้านชนบทก่อนวัสดุพลาสติก อะลูมิเนียม และสเตนเลสจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เครื่องปั้นดินเผาจึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินอยู่ของผู้คนในภาคอีสาน
กรรมวิธีการทำหม้อดินของบ้านหม้อยังคงรักษาแบบแผนโบราณไว้ในหลายขั้นตอน เริ่มจากการนำดินเหนียวมาคัดและเตรียมให้เหมาะกับการปั้น ดินต้องไม่แห้งหรือเปียกเกินไป ต้องนวดจนเนื้อดินละเอียดและเข้ากันดี จากนั้นช่างจะขึ้นรูปด้วยมือและอุปกรณ์พื้นบ้าน การขึ้นรูปหม้อหนึ่งใบต้องอาศัยจังหวะมือที่แม่นยำ เพราะปากหม้อ ลำตัวหม้อ ความหนา และความสมดุลของภาชนะล้วนมีผลต่อการใช้งาน หากผนังบางเกินไป หม้ออาจแตกง่าย หากหนาเกินไป น้ำหนักจะมากและเผาไม่สม่ำเสมอ
เมื่อขึ้นรูปเสร็จ ช่างจะใช้เครื่องมือแต่งผิว ตัดขอบ ขูดรอย และเก็บรายละเอียดให้หม้อมีทรงที่เหมาะสม งานบางชิ้นอาจต้องทิ้งไว้ให้ดินหมาดก่อนจึงแต่งต่อได้ การรอจังหวะของดินเป็นความรู้เชิงช่างที่อธิบายด้วยตัวเลขได้ยาก แต่ช่างบ้านหม้อเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เมื่อดินแห้งได้ที่ จึงนำไปตากและเตรียมเข้าเตาเผา ขั้นตอนการเผาเป็นอีกช่วงสำคัญ เพราะความร้อน ระยะเวลา และการวางชิ้นงานในเตาส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของภาชนะดินเผา
หม้อดินเผาแบบดั้งเดิมมีคุณสมบัติที่ทำให้คนอีสานนิยมใช้มายาวนาน ภาชนะดินช่วยรักษาอุณหภูมิอาหารและน้ำได้ดี ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ และเหมาะกับอาหารพื้นบ้านหลายประเภท โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการความหอมจากไฟและภาชนะดิน เช่น แกงพื้นบ้าน ต้มปลา หรือน้ำดื่มเย็นในโอ่งและหม้อน้ำ แม้สังคมปัจจุบันจะมีภาชนะสมัยใหม่มากขึ้น แต่คนจำนวนไม่น้อยยังเห็นคุณค่าของหม้อดินในแง่รสชาติ ความทรงจำ และบรรยากาศของครัวพื้นบ้าน
บ้านหม้อไม่ได้หยุดอยู่กับการผลิตหม้อรูปแบบเดิมเท่านั้น ปัจจุบันชุมชนมีการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาให้หลากหลายขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการใหม่ของตลาด เช่น กระถางต้นไม้ขนาดต่าง ๆ ภาชนะตกแต่งบ้าน ของที่ระลึก งานประดับสวน ชิ้นงานขนาดเล็กสำหรับนักท่องเที่ยว และงานดินเผาที่ปรับรูปทรงให้ร่วมสมัยมากขึ้น การพัฒนานี้ทำให้ภูมิปัญญาเดิมยังคงมีบทบาทในเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งรากเหง้าของชุมชน
การมาเที่ยวหมู่บ้านปั้นหม้อจึงเหมาะกับผู้ที่สนใจงานหัตถกรรม วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้ ผู้มาเยือนไม่ควรมองสถานที่แห่งนี้เหมือนร้านขายของฝากทั่วไป แต่ควรมองเป็นหมู่บ้านช่างที่มีชีวิตจริง มีบ้านเรือน มีลานทำงาน มีครอบครัวช่าง และมีการผลิตที่ยังดำเนินอยู่ในชีวิตประจำวัน การเดินชมอย่างตั้งใจจะทำให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้อยู่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่อยู่ในมือของช่างและพื้นที่ทำงานของชุมชน
ในบางช่วงเวลา นักท่องเที่ยวหรือคณะศึกษาดูงานสามารถติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อสอบถามการชมสาธิตหรือทดลองปั้นหม้อได้ การทดลองปั้นช่วยให้เข้าใจความยากของงานดินมากขึ้น เพราะดินดูเหมือนวัสดุเรียบง่าย แต่การควบคุมให้เป็นรูปทรงสวยและใช้งานได้จริงต้องใช้สมาธิและความละเอียดสูง ผู้ที่เคยดูช่างปั้นอาจรู้สึกว่างานดูง่าย แต่เมื่อลงมือเองจะเห็นทันทีว่าความชำนาญของช่างบ้านหม้อเกิดจากการฝึกฝนซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
บ้านหม้อมีความสำคัญในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจชุมชนด้วย เพราะอาชีพปั้นหม้อทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากทรัพยากรท้องถิ่น โดยใช้ดินเหนียวในพื้นที่เป็นวัตถุดิบหลัก แล้วแปรรูปเป็นสินค้าที่จำหน่ายได้ทั้งในชุมชน พื้นที่ใกล้เคียง และต่างจังหวัด อาชีพนี้ช่วยให้คนในหมู่บ้านมีงานทำใกล้บ้าน สืบทอดทักษะครอบครัว และสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง
ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยส่งผลต่อบ้านหม้ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อภาชนะพลาสติก สเตนเลส เซรามิก และสินค้าโรงงานมีราคาถูกลงและใช้งานสะดวกขึ้น ความต้องการหม้อดินแบบดั้งเดิมจึงลดลงในบางกลุ่ม แต่ชุมชนบ้านหม้อยังคงปรับตัวด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มรูปแบบการใช้งาน และเปิดพื้นที่ให้คนภายนอกเข้ามาเรียนรู้ ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาจึงไม่กลายเป็นอดีตที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่ยังเคลื่อนไหวไปพร้อมกับเศรษฐกิจและรสนิยมของสังคมปัจจุบัน
หมู่บ้านปั้นหม้อยังมีคุณค่าด้านวัฒนธรรม เพราะเป็นหลักฐานว่าจังหวัดมหาสารคามไม่ได้มีเพียงแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและโบราณสถานเท่านั้น แต่ยังมีชุมชนหัตถกรรมที่แสดงภูมิปัญญาของคนธรรมดาในชีวิตประจำวัน เครื่องปั้นดินเผาบ้านหม้อสะท้อนโลกของครัวเรือน ชาวนา ช่างฝีมือ การค้าขายพื้นบ้าน และการใช้ทรัพยากรใกล้ตัวอย่างรู้คุณค่า การเที่ยวบ้านหม้อจึงช่วยเติมเต็มภาพของมหาสารคามให้ครบทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และงานฝีมือ
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น บ้านหม้อสามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียงในตำบลเขวาได้อย่างน่าสนใจ เช่น กู่มหาธาตุหรือปรางค์กู่บ้านเขวา ซึ่งเป็นโบราณสถานศิลาแลงสำคัญในพื้นที่ และพิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนโบราณและวัฒนธรรมท้องถิ่น เส้นทางนี้ทำให้เห็นว่าตำบลเขวาไม่ได้มีเพียงงานปั้นหม้อ แต่เป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนหัตถกรรม วัด โบราณสถาน และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ร่วมกัน
วัดปรมัยยิกาวาสซึ่งตั้งอยู่ในบ้านหม้อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านและเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน การมีวัดอยู่ร่วมกับหมู่บ้านช่างสะท้อนโครงสร้างชีวิตของชุมชนอีสานอย่างชัดเจน คือบ้าน วัด อาชีพ และเครือญาติยังเชื่อมโยงกันในชีวิตประจำวัน ผู้ที่มาเยือนหมู่บ้านสามารถสังเกตได้ว่าหัตถกรรมไม่ได้แยกจากศาสนาและสังคม แต่ดำรงอยู่ในระบบชุมชนเดียวกัน
การเดินชมบ้านหม้อควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หากต้องการเพียงชมบรรยากาศ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และถ่ายภาพ แต่หากต้องการดูสาธิตหรือทดลองปั้น ควรเผื่อเวลา 2 – 3 ชั่วโมง และควรติดต่อวิสาหกิจชุมชนล่วงหน้า การติดต่อก่อนเดินทางช่วยให้ชุมชนจัดคนอธิบาย จัดอุปกรณ์ และกำหนดรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะกับจำนวนผู้มาเยือนได้ โดยเฉพาะคณะนักเรียน นักศึกษา คณะศึกษาดูงาน หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตัวอย่างสุภาพ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนและบ้านเรือนของชาวบ้าน ไม่ควรเดินเข้าบ้านหรือพื้นที่ทำงานส่วนตัวโดยไม่ขออนุญาต ไม่ควรจับชิ้นงานที่ยังไม่แห้งหรือกำลังรอเผา เพราะอาจเสียรูป แตก หรือเกิดความเสียหายได้ หากต้องการถ่ายภาพช่างขณะทำงาน ควรถามเจ้าของบ้านหรือผู้ดูแลก่อนเสมอ การเคารพพื้นที่ทำงานของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
การเลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผาจากบ้านหม้อเป็นวิธีสนับสนุนชุมชนโดยตรง ผู้ซื้อควรเข้าใจว่างานแต่ละชิ้นมีต้นทุนจากแรงงาน เวลา วัตถุดิบ และความชำนาญ ไม่ควรมองเพียงราคาเปรียบเทียบกับสินค้าจากโรงงาน เพราะเครื่องปั้นดินเผาชุมชนมีคุณค่าจากเรื่องราวและการทำด้วยมือ หากซื้อสินค้ากลับไปเป็นของใช้หรือของฝาก ควรสอบถามวิธีดูแล เช่น การใช้กับน้ำ การตั้งในที่ร่ม การระวังแรงกระแทก และการทำความสะอาด เพื่อให้ชิ้นงานใช้งานได้นาน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะกับการเดินชมหมู่บ้าน หากต้องการถ่ายภาพขั้นตอนการทำงาน ควรมาช่วงที่ช่างยังทำงานอยู่ในเวลากลางวัน แต่กิจกรรมจริงอาจเปลี่ยนไปตามฤดูกาล สภาพอากาศ และงานของแต่ละครัวเรือน ช่วงฝนตกหรือความชื้นสูงอาจมีผลต่อการตากชิ้นงาน ส่วนช่วงแดดดีจะเห็นกระบวนการตากและจัดเตรียมงานเผาได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับชาวต่างชาติ หมู่บ้านปั้นหม้อควรอธิบายว่าเป็น traditional pottery village หรือ Ban Mo Pottery Village ในจังหวัดมหาสารคาม จุดเด่นคือการทำเครื่องปั้นดินเผาด้วยภูมิปัญญาชุมชน ไม่ใช่โรงงานเซรามิกขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนต่างชาติจะได้เห็น rural craft heritage, handmade earthenware, traditional clay pottery และ community-based craftsmanship ในบริบทจริงของหมู่บ้านอีสาน การแปลและอธิบายควรเน้นว่าที่นี่เป็นชุมชนมีชีวิต ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์จำลอง
การเที่ยวบ้านหม้อสามารถจัดร่วมกับเส้นทางในอำเภอเมืองมหาสารคามได้ง่าย เพราะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ใช้เส้นทางมหาสารคาม – ร้อยเอ็ด ทางหลวงหมายเลข 208 ประมาณ 4 กม. แล้วแยกซ้ายเข้าไปอีกราว 2 กม. ผู้ที่มีเวลาครึ่งวันสามารถเที่ยวบ้านหม้อ กู่มหาธาตุบ้านเขวา พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน และแก่งเลิงจานได้ ส่วนผู้ที่มีเวลาหนึ่งวันสามารถต่อเส้นทางไปวัดมหาชัย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมหาสารคาม วัดป่าวังน้ำเย็น หรือพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้
การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคามไปหมู่บ้านปั้นหม้อ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 208 สายมหาสารคาม – ร้อยเอ็ด ประมาณ 4 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางชุมชนอีกประมาณ 2 กม. ก็จะถึงบ้านหม้อ ตำบลเขวา ระยะทางไม่ไกลจากตัวเมือง เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือการจัดทริปแบบครึ่งวัน หากใช้แผนที่ออนไลน์ให้ค้นหาคำว่า “บ้านหม้อ ตำบลเขวา มหาสารคาม” หรือ “หมู่บ้านปั้นหม้อ มหาสารคาม”
สิ่งที่ควรเตรียมสำหรับการมาเยือน ได้แก่ รองเท้าที่เดินสบาย น้ำดื่ม หมวกหรือร่มในช่วงอากาศร้อน กล้องถ่ายภาพ และเงินสดสำหรับซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชน หากต้องการซื้อของหลายชิ้นควรเตรียมกล่องหรือวัสดุกันกระแทก เพราะเครื่องปั้นดินเผาต้องขนส่งอย่างระมัดระวัง การซื้อสินค้าจากช่างโดยตรงยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยและเรียนรู้เรื่องราวของชิ้นงานจากผู้ผลิต
หมู่บ้านปั้นหม้อ บ้านหม้อ ตำบลเขวา จังหวัดมหาสารคาม จึงเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด เพราะเป็นชุมชนที่ทำให้เห็นพลังของภูมิปัญญาช่างพื้นบ้านอย่างชัดเจน ที่นี่บอกเล่าเรื่องราวของชาวไทโคราชที่มาตั้งถิ่นฐาน ดินเหนียวสีดำที่กลายเป็นทุนของหมู่บ้าน หม้อดินที่เคยอยู่ในครัวเรือนอีสาน และการปรับตัวของชุมชนหัตถกรรมในยุคสมัยใหม่ ผู้ที่ต้องการรู้จักมหาสารคามในมุมลึกกว่าการเที่ยววัดหรือถ่ายภาพแลนด์มาร์ก ควรมาเยือนบ้านหม้ออย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อสัมผัสด้วยตาว่างานดินเผาหนึ่งใบสามารถเก็บทั้งประวัติชุมชน ฝีมือคน และความทรงจำของครัวอีสานไว้ได้อย่างงดงามเพียงใด
| ชื่อสถานที่ | หมู่บ้านปั้นหม้อ / บ้านหม้อ |
| ที่ตั้ง | บ้านหม้อ หมู่ที่ 11 ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 11 บ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 |
| พิกัด | 16.17452335, 103.3430484 |
| ไฮไลต์ | ชุมชนเครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่ของตำบลเขวา มีภูมิปัญญาการปั้นหม้อดิน หม้อน้ำ หม้อแกง และผลิตภัณฑ์ดินเผาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมายาวนาน |
| ประวัติ / ความเป็นมา | เป็นชุมชนที่สืบเชื้อสายจากกลุ่มชาวไทโคราชซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ที่มีดินเหนียวเหมาะแก่การทำเครื่องปั้นดินเผา และยึดอาชีพปั้นหม้อเป็นอาชีพหลักตั้งแต่เริ่มตั้งชุมชน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบ้านหม้อมาจากอาชีพและฝีมือของชาวบ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผา โดยเฉพาะหม้อดินซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน |
| ลักษณะเด่น | ใช้ดินเหนียวสีดำในพื้นที่เป็นวัตถุดิบหลัก มีกรรมวิธีทำแบบดั้งเดิม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น เช่น หม้อดิน ภาชนะดินเผา กระถาง ของตกแต่ง และของที่ระลึก |
| กิจกรรมที่น่าสนใจ | ชมวิถีชุมชน ชมงานปั้นหม้อ เลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผา เรียนรู้กระบวนการเตรียมดิน ขึ้นรูป ตาก และเผาชิ้นงาน รวมถึงติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อสอบถามการสาธิตหรือกิจกรรมทดลองปั้น |
| คุณค่าทางวัฒนธรรม | เป็นแหล่งอนุรักษ์ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมของชุมชนอีสาน สะท้อนวิถีครัวเรือน การใช้ทรัพยากรท้องถิ่น และอัตลักษณ์ช่างพื้นบ้านของมหาสารคาม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองมหาสารคามใช้ทางหลวงหมายเลข 208 สายมหาสารคาม – ร้อยเอ็ด ประมาณ 4 กม. แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ถนนชุมชนอีกประมาณ 2 กม. ถึงบ้านหม้อ ตำบลเขวา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นชุมชนหัตถกรรมและแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาของจังหวัดมหาสารคาม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเดินชมชุมชนและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ หากต้องการกิจกรรมสาธิตหรือทดลองปั้นเป็นคณะ ควรติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนล่วงหน้า |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ชุมชน ลานปั้นหม้อ จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ บ้านช่างปั้น วัดประจำชุมชน ถนนเข้าหมู่บ้าน และที่จอดรถตามพื้นที่ชุมชนที่จัดไว้ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผา พื้นที่เตรียมดิน พื้นที่ขึ้นรูปหม้อ ลานตากชิ้นงาน เตาเผา จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ วัดปรมัยยิกาวาส และพื้นที่ชุมชนบ้านหม้อโดยรอบ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | วิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาบ้านหม้อ ชุมชนบ้านหม้อ และองค์การบริหารส่วนตำบลเขวา |
| เบอร์ติดต่อ | วิสาหกิจชุมชน โทร. 098-670-1104 กลุ่มพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา บ.หม้อ โทร. 082-891-8225 องค์การบริหารส่วนตำบลเขวา โทร. 043-029-501 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | วิกิชุมชน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, องค์การบริหารส่วนตำบลเขวา และกลุ่มพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา บ.หม้อ จ.มหาสารคาม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดปรมัยยิกาวาส บ้านหม้อ ประมาณ 1 กม. 2. พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน ประมาณ 4 กม. 3. กู่มหาธาตุ หรือปรางค์กู่บ้านเขวา ประมาณ 7 กม. 4. แก่งเลิงจาน ประมาณ 7 กม. 5. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมหาสารคาม ประมาณ 8 กม. 6. วัดมหาชัยและพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดมหาชัย ประมาณ 8 กม. 7. วัดป่าวังน้ำเย็น ประมาณ 11 กม. 8. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประมาณ 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ชานมไข่มุก บ้านหม้อ ประมาณ 1 กม. โทร. 063-939-6397, 085-046-6547 2. ครัวกะเพราทองแดง ประมาณ 1 กม. โทร. 095-175-4666 3. ร้านตามสั่งหน้าปั๊ม พีที ประมาณ 2 กม. โทร. 098-612-7431 4. Bee Buddy ริมคลอง มหาสารคาม ประมาณ 2 กม. โทร. 062-365-5547 5. ร้านกาแฟหมอลำซิ่ง ประมาณ 2 กม. โทร. 082-122-2035 6. มีแอนด์มอร์ คาเฟ่ มหาสารคาม ประมาณ 8 กม. โทร. 091-054-7799 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ไปรยนันท์ เพลส ประมาณ 5 กม. โทร. 043-777-339, 097-223-9923 2. โรงแรมยัวร์เพลส มหาสารคาม ประมาณ 7 กม. โทร. 043-710-888 3. Top Inn Hotel มหาสารคาม ประมาณ 7 กม. โทร. 043-711-979 4. Hop Inn Mahasarakham ประมาณ 8 กม. โทร. 065-950-4683, 02-080-2222 5. บ้านชาญชล รีสอร์ท มหาสารคาม ประมาณ 9 กม. โทร. 094-929-6201 6. The Orchid Resort & Relax ประมาณ 13 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านปั้นหม้ออยู่ที่ไหน?
ตอบ: หมู่บ้านปั้นหม้อหรือบ้านหม้อ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 11 ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
ถาม: หมู่บ้านปั้นหม้อมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นชุมชนหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาดั้งเดิมของจังหวัดมหาสารคาม มีภูมิปัญญาการปั้นหม้อดิน หม้อน้ำ หม้อแกง และภาชนะดินเผาที่สืบทอดกันมายาวนาน
ถาม: หมู่บ้านปั้นหม้อเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหมู่บ้านปั้นหม้อหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเดินชมชุมชนและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ หากต้องการชมสาธิตหรือทดลองปั้นเป็นคณะ ควรติดต่อวิสาหกิจชุมชนล่วงหน้า
ถาม: หมู่บ้านปั้นหม้อมีผลิตภัณฑ์อะไรเด่น?
ตอบ: ผลิตภัณฑ์เด่นคือหม้อดิน หม้อน้ำ หม้อแกง ภาชนะดินเผา กระถาง ของตกแต่ง และของที่ระลึกจากดินเผาพื้นบ้าน
ถาม: การเดินทางไปหมู่บ้านปั้นหม้อไปอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองมหาสารคามใช้ทางหลวงหมายเลข 208 สายมหาสารคาม – ร้อยเอ็ด ประมาณ 4 กม. แล้วแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. ถึงบ้านหม้อ ตำบลเขวา
ถาม: หมู่บ้านปั้นหม้อเหมาะกับชาวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่สนใจงานหัตถกรรมท้องถิ่น วิถีชุมชนอีสาน งานปั้นดินเผาทำมือ และการเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านในชุมชนจริง
ถาม: เที่ยวหมู่บ้านปั้นหม้อแล้วควรไปต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดปรมัยยิกาวาส พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน กู่มหาธาตุบ้านเขวา แก่งเลิงจาน วัดมหาชัย และวัดป่าวังน้ำเย็นได้
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




