หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.เมืองมหาสารคาม >ต.เขวา > วัดโพธิ์ศรี
TL;DR: วัดโพธิ์ศรี อยู่ที่ถนนแจ้งสนิท หมู่ 3 บ้านเชียงเหียน ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. หากต้องการเข้าชมภายในสิมหรือขอข้อมูลเชิงลึก.
วัดโพธิ์ศรี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น. หากต้องการเข้าชมภายในสิมหรือขอข้อมูลเชิงลึก ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเดินทาง
วัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห บ้านเชียงเหียน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่บ้านเชียงเหียน ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม ริมเส้นทางมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด หรือถนนแจ้งสนิท วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของชุมชนเมืองโบราณบ้านเชียงเหียน และเป็นพื้นที่ที่รวมเรื่องราวหลายชั้นของท้องถิ่นไว้ในจุดเดียว ทั้งสิมเก่าวัดโพธิ์ศรีที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2467 พิพิธภัณฑ์ปู่ไหที่เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 ซุ้มประตูวัดรูปฆ้อง 3 ดุม ความเชื่อเรื่องปู่ไห โบราณวัตถุที่พบในพื้นที่ ตำนานเมืองเชียงเหียน และหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่สืบต่อกันมายาวนานในแผ่นดินอีสานตอนกลาง
ความสำคัญของวัดโพธิ์ศรีไม่ได้อยู่เฉพาะในฐานะวัดประจำชุมชนเท่านั้น แต่ยังอยู่ในฐานะพื้นที่กลางที่ทำให้คนรุ่นหลังมองเห็นประวัติศาสตร์ของบ้านเชียงเหียนผ่านวัตถุ สถาปัตยกรรม ตำนาน และภูมิทัศน์จริง วัดตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองโบราณบ้านเชียงเหียน ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีลักษณะเป็นเนินสูงรูปไข่ สูงตรงกลาง และมีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ลักษณะดังกล่าวสัมพันธ์กับรูปแบบของเมืองโบราณในอีสานที่มักเลือกตั้งถิ่นฐานบนพื้นที่ดอน มีระบบคูน้ำช่วยระบายน้ำ กักเก็บน้ำ และกำหนดขอบเขตชุมชน เมื่อฝนตก น้ำจะไหลจากพื้นที่สูงกลางเมืองลงสู่คูน้ำและหนองน้ำรอบหมู่บ้าน ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยปลอดภัยและมีน้ำใช้ในฤดูกาลต่าง ๆ
บ้านเชียงเหียนในปัจจุบัน หรือเมืองเชียงเหียนในอดีต ยังไม่มีหลักฐานเอกสารที่ยืนยันได้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในปีใด แต่หลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมากทำให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้มีมนุษย์อาศัยอยู่ต่อเนื่องมานาน ชุมชนรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ มีการขุดคูน้ำ สร้างคันดินล้อมรอบบริเวณที่อยู่อาศัย และเลือกพื้นที่ตั้งชุมชนที่สัมพันธ์กับน้ำ ดิน และเส้นทางสัญจร การวางผังเมืองแบบมีคูน้ำคันดินเช่นนี้ทำให้บ้านเชียงเหียนมีความสำคัญในฐานะหลักฐานหนึ่งของการตั้งถิ่นฐานโบราณในแอ่งโคราชและภาคอีสานตอนกลาง
ลักษณะเมืองโบราณบ้านเชียงเหียนสอดคล้องกับเมืองในสมัยทวารวดีและชุมชนโบราณในภาคอีสานหลายแห่งที่มักมีคูน้ำคันดินล้อมรอบเมือง ภายในและรอบพื้นที่บ้านเชียงเหียนมีร่องรอยหนองน้ำสำคัญ เช่น บึงหว้า สระแก้ว หนองขอนพาด บึงบอน บึงสิม และบึงบ้าน หนองน้ำเหล่านี้มีความหมายทั้งในทางภูมิศาสตร์ การป้องกันพื้นที่เมือง การกักเก็บน้ำ และความทรงจำของชุมชน เมื่อมองจากภูมิประเทศ บ้านเชียงเหียนจึงไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านธรรมดา แต่เป็นภูมิทัศน์โบราณที่ยังคงอ่านร่องรอยอดีตได้ผ่านระดับดิน แนวคูเมือง หนองน้ำ และตำแหน่งวัดกลางชุมชน
วัดโพธิ์ศรีเชียงเหียนเป็นวัดสำคัญของบ้านเชียงเหียนและตำบลเขวา ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดบ้านเชียงเหียน วัดแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 และมีสิมหรือโบสถ์เก่าที่เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2467 สิมหลังนี้เป็นโบราณสถานสำคัญของวัดและเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวควรชมอย่างละเอียด เพราะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนที่ได้รับอิทธิพลงานช่างญวนในอีสาน ชาวบ้านได้ว่าจ้างช่างชาวญวนชื่อทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าแกวทอง มาจากจังหวัดอุบลราชธานีให้เป็นผู้ก่อสร้าง งานก่อสร้างใช้เวลาประมาณ 10 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2476 สาเหตุที่ใช้เวลายาวนานเพราะดำเนินงานตามกำลังศรัทธาและทุนทรัพย์ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคเป็นระยะ ๆ
สิมวัดโพธิ์ศรีเชียงเหียนมีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ชุมชน ลักษณะอาคารสะท้อนฝีมือช่างพื้นถิ่นผสมอิทธิพลช่างญวน ซึ่งพบได้ในบางพื้นที่ของอีสานในช่วงปลายสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงรัตนโกสินทร์สมัยใหม่ งานปูนปั้นบนอาคารมีลวดลายหลากหลาย เช่น ลายพันธุ์พฤกษา ลายพญานาค ลายรูปพระอาทิตย์ ลวดลายเรขาคณิต และลายประดับที่บอกถึงความละเอียดของช่างในอดีต สิมหลังนี้ยังคงมีสภาพแข็งแรง ได้รับการดูแลรักษา และยังใช้งานในพื้นที่วัด สะท้อนความต่อเนื่องของวัดในฐานะศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนบ้านเชียงเหียน
พิพิธภัณฑ์ปู่ไหเป็นพื้นที่จัดเก็บและบอกเล่าโบราณวัตถุที่ชาวบ้านพบในพื้นที่บ้านเชียงเหียน โดยเฉพาะไหโบราณที่พบระหว่างการขยายถนนแจ้งสนิทช่วงมหาสารคาม-ร้อยเอ็ดในช่วงปี พ.ศ. 2548 – 2550 ชาวบ้านเรียกไหเหล่านี้ด้วยความเคารพว่า “ปู่ไห” และยกย่องในฐานะบรรพบุรุษหรือผู้ปกปักรักษาชุมชน การสร้างพิพิธภัณฑ์ปู่ไหขึ้นภายในวัดจึงไม่ได้เป็นเพียงการเก็บรักษาโบราณวัตถุ แต่เป็นการสร้างพื้นที่ทางความทรงจำที่เชื่อมโยงวัตถุโบราณกับความเชื่อของชาวบ้าน ปู่ไหจึงมีสถานะทั้งในฐานะหลักฐานทางโบราณคดีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจิตใจของชุมชน
การทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ปู่ไหเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 มีความหมายสำคัญต่อบ้านเชียงเหียน เพราะเป็นการประกาศให้เห็นว่าชุมชนต้องการรักษาวัตถุและเรื่องราวของตนเองไว้ในพื้นที่ท้องถิ่น ไม่ปล่อยให้โบราณวัตถุกระจัดกระจาย สูญหาย หรือกลายเป็นเพียงของสะสมของคนภายนอก พิพิธภัณฑ์ปู่ไหจึงเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนในความหมายแท้จริง คือเกิดจากวัด ชาวบ้าน ความเชื่อท้องถิ่น และการรับรู้คุณค่าของมรดกโบราณร่วมกัน ผู้ที่เข้าชมจะได้เห็นว่าโบราณวัตถุแต่ละชิ้นไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่มีเรื่องเล่า มีคนจดจำ และมีชุมชนที่ยังให้ความเคารพ
ซุ้มประตูวัดโพธิ์ศรีรูปฆ้อง 3 ดุมเป็นอีกสัญลักษณ์สำคัญของวัดและบ้านเชียงเหียน รูปฆ้องที่อยู่บนซุ้มประตูเป็นงานจำลองจากฆ้อง 3 ดุมในตำนานของชุมชน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าฆ้องจริงยังอยู่ในสระแก้ว ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ อาจารย์บุญหมั่น คำสะอาด พร้อมชาวบ้านเห็นควรให้จำลองฆ้องใบนี้ขึ้นเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นเป็นอนุสรณ์ จึงให้ช่างเสงี่ยม อุปชิต ประดิษฐ์รูปฆ้องไว้ที่ซุ้มประตูวัดโพธิ์ศรี บ้านเชียงเหียน เพื่อสื่อว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นบ้านโบราณและเคยเป็นเมืองเชียงเหียนมาก่อน
ตำนานฆ้อง 3 ดุมเล่าว่า ฆ้องใบนี้เป็นของเก่าแก่ตั้งแต่สมัยขอมปกครอง เชื่อมโยงกับพระยาเชียงเหียน ผู้เป็นเจ้าผู้ครองเมืองเชียงเหียนในอดีต เมื่อเกิดศึกสงครามและเห็นว่าคงจะต่อสู้ไม่ไหว พระยาเชียงเหียนจึงนำของมีค่าหลายอย่างไปทิ้งลงสระน้ำที่หนองสระแก้ว รวมถึงฆ้อง 3 ดุมใบนี้ด้วย เรื่องเล่านี้สะท้อนคติของเมืองโบราณที่มักมีเรื่องการซ่อนทรัพย์สินศักดิ์สิทธิ์หรือวัตถุสำคัญในแหล่งน้ำยามเกิดภัยสงคราม สระแก้วจึงไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำที่เชื่อมประวัติศาสตร์ ตำนาน และความศักดิ์สิทธิ์เข้าด้วยกัน
เรื่องเล่าต่อมาระบุว่า ในสมัยปู่ย่าตายาย มีพ่อใหญ่อ่อนและพ่อสังข์ รัตนพลแสน ไปหาปลาที่หนองสระแก้วในหน้าแล้ง ขณะนั้นน้ำในสระตื้นเพียงครึ่งแข้ง พ่อใหญ่อ่อนได้ใช้แหลมแทงปลาไหลแล้วไปกระทบฆ้อง เมื่อเห็นว่าฆ้องใบนี้แปลกเพราะมีถึง 3 ดุม จึงนำข่าวไปบอกผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านให้รับรู้กัน จากนั้นตำนานฆ้อง 3 ดุมก็ถูกเล่าต่อมาในชุมชน แม้ตัวฆ้องจริงจะยังอยู่ในสระแก้วตามความเชื่อ แต่การจำลองไว้ที่ซุ้มประตูวัดทำให้ลูกหลานและผู้มาเยือนได้เห็นสัญลักษณ์สำคัญของบ้านเชียงเหียนอย่างชัดเจน
ความเชื่อเรื่องฆ้อง 3 ดุมทำให้เข้าใจวิธีที่ชุมชนบ้านเชียงเหียนมองอดีตของตนเอง ชาวบ้านไม่ได้มองประวัติศาสตร์ผ่านเอกสารและการขุดค้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองผ่านตำนาน สัญลักษณ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สืบต่อกันมา การมีฆ้องจำลองอยู่ที่ซุ้มประตูวัดจึงทำหน้าที่เหมือนเครื่องหมายบอกตัวตนของชุมชน ผู้ที่ผ่านเข้าวัดจะเห็นก่อนว่าที่นี่ไม่ใช่วัดทั่วไป แต่เป็นวัดของชุมชนโบราณที่มีเรื่องเล่า มีเมืองเก่า มีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีปู่ไห และมีความทรงจำร่วมของคนหลายชั่วอายุ
หลักฐานทางโบราณคดีของบ้านเชียงเหียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อีสาน เคยมีการขุดค้นอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกในช่วงปี พ.ศ. 2517 – 2518 โดย Chester Gorman และพิสิฐ เจริญวงศ์ ผลการขุดค้นครั้งนั้นกำหนดอายุการอยู่อาศัยเริ่มแรกไว้ราว 3500 ปีก่อนคริสกาล หรือประมาณ 5500 ปีมาแล้ว แม้ผลอายุดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงวิชาการ แต่การขุดค้นครั้งนั้นทำให้พบหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายประเภท เช่น โครงกระดูกมนุษย์ที่มีเครื่องสำริดฝังร่วมอยู่หลายโครง และพบร่องรอยการอยู่อาศัยต่อเนื่องเข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์
การขุดค้นครั้งที่ 2 ดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยนักโบราณคดีจากกองโบราณคดี กรมศิลปากร นำโดยอำพัน กิจงาม ผลการขุดค้นพบว่าแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเหียนมีชั้นดินลึกประมาณ 6 เมตร แบ่งชั้นดินธรรมชาติได้หลายชั้น ชั้นดินล่างสุดแสดงการอยู่อาศัยในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย มีอายุราว 3300 – 2000 ปีมาแล้ว พบโบราณวัตถุหลายประเภท เช่น เครื่องมือสำริด เครื่องมือเหล็ก เครื่องมือกระดูก ลูกปัดแก้ว ลูกปัดเปลือกหอย และหลุมศพ 6 หลุม ส่วนชั้นดินตอนกลางจัดอยู่ในสมัยประวัติศาสตร์ อายุราว 2000 – 1500 ปีมาแล้ว พบภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ ภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง และหลักฐานที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมเขมรโบราณ
หลักฐานดังกล่าวทำให้บ้านเชียงเหียนเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางโบราณคดีอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นการอยู่อาศัยต่อเนื่องจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ และต่อเนื่องมาจนถึงชุมชนปัจจุบัน การพบหลุมฝังศพ เครื่องมือโลหะ ลูกปัด ภาชนะดินเผา และไหโบราณ ช่วยให้เห็นภาพของสังคมที่มีระบบความเชื่อ การจัดพิธีศพ การผลิตเครื่องมือ การใช้โลหะ การติดต่อแลกเปลี่ยน และพัฒนาการของชุมชนในพื้นที่อีสานตอนกลาง การชมพิพิธภัณฑ์ปู่ไหและสิมวัดโพธิ์ศรีจึงควรเชื่อมโยงกับภาพรวมของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเหียนด้วย
คำว่า “ปู่ไห” มีความหมายมากกว่าการเรียกไหโบราณ ชาวบ้านใช้คำว่าปู่เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งที่เก่าแก่และมีสถานะเชิงบรรพชน ไหจึงไม่ได้เป็นเพียงภาชนะดินเผา แต่กลายเป็นตัวแทนของผู้มาก่อน ตัวแทนของเมืองโบราณ และตัวแทนของความทรงจำที่ฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อนำไหโบราณมาเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ภายในวัด จึงเป็นการย้ายวัตถุจากพื้นที่ขุดพบเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่เรียนรู้ ชุมชนสามารถเคารพ เรียนรู้ และบอกเล่าเรื่องราวของตนเองผ่านปู่ไหได้พร้อมกัน
โซนสำคัญภายในวัดโพธิ์ศรีและพิพิธภัณฑ์ปู่ไหจึงควรเริ่มจากซุ้มประตูฆ้อง 3 ดุม ซึ่งทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ต้อนรับและเล่าเรื่องเมืองเชียงเหียน จากนั้นเข้าสู่พื้นที่สิมเก่าวัดโพธิ์ศรี เพื่อชมงานสถาปัตยกรรมอีสานอิทธิพลญวนที่สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ต่อด้วยพิพิธภัณฑ์ปู่ไห เพื่อชมไหโบราณ โบราณวัตถุ และรูปปั้นปู่ไห แล้วจึงเดินชมพื้นที่วัดโดยรอบซึ่งอยู่ในบริบทของเมืองโบราณบ้านเชียงเหียน หากมีเวลา ควรเชื่อมเส้นทางไปยังสระแก้ว หนองน้ำรอบชุมชน และพิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของชุมชนโบราณให้ชัดขึ้น
การท่องเที่ยววัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โบราณคดี ศิลปกรรมวัดอีสาน ตำนานพื้นบ้าน และการเรียนรู้ชุมชน นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจใช้เวลาชมประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง หากชมเฉพาะวัด สิม และพิพิธภัณฑ์ แต่หากต้องการเดินดูเมืองโบราณบ้านเชียงเหียนและเชื่อมกับพิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน ควรวางแผนเป็นทริปครึ่งวัน เนื่องจากเรื่องราวของพื้นที่นี้มีรายละเอียดมาก ทั้งด้านโบราณวัตถุ สภาพภูมิประเทศ งานช่าง สถาปัตยกรรม และความเชื่อของชาวบ้าน
สิ่งที่ผู้มาเยือนควรสังเกตเป็นพิเศษคือความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับเมืองโบราณ วัดโพธิ์ศรีตั้งอยู่กลางชุมชน ไม่ได้ตั้งแยกออกจากชีวิตของคนในหมู่บ้าน สิมเก่า พิพิธภัณฑ์ปู่ไห ซุ้มประตูฆ้อง 3 ดุม และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในวัด ล้วนอยู่ใกล้บ้านเรือนของชาวบ้าน ความใกล้ชิดนี้ทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ได้ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แบบแยกขาดจากชีวิตประจำวัน แต่ยังอยู่ในพื้นที่ที่คนใช้ทำบุญ สักการะ พบปะ และบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนอยู่เสมอ
บ้านเชียงเหียนยังมีความสัมพันธ์กับวรรณกรรมพื้นบ้านและตำนานสร้างบ้านแปงเมืองของอีสาน เช่น ตำนานผาแดง-นางไอ่ หนองหาน ฟ้าแดดสูงยาง และเมืองโบราณต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่องเล่า การกล่าวถึงเชียงเหียนในบริบทของตำนานทำให้ชุมชนแห่งนี้มีมิติมากกว่าหลักฐานทางโบราณคดี เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้จินตนาการ ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และภูมิประเทศมาประกอบกันเป็นเรื่องเล่า ในอีสาน ตำนานไม่ได้ทำหน้าที่แทนประวัติศาสตร์ทั้งหมด แต่ทำหน้าที่เก็บความทรงจำและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เมือง น้ำ ภูมิประเทศ และอำนาจเหนือธรรมชาติ
การตีความบ้านเชียงเหียนจึงควรมองแบบหลายมิติ ไม่ควรแยกโบราณคดีออกจากตำนานโดยสิ้นเชิง และไม่ควรมองตำนานแทนหลักฐานทั้งหมด วัดโพธิ์ศรีและพิพิธภัณฑ์ปู่ไหช่วยให้ผู้ชมเห็นว่าทั้งสองส่วนอยู่ร่วมกันได้อย่างน่าสนใจ หลักฐานขุดค้นบอกเรื่องอายุ ชั้นดิน หลุมฝังศพ และวัตถุโบราณ ส่วนตำนานฆ้อง 3 ดุม ปู่ไห และพระยาเชียงเหียนบอกเรื่องความทรงจำ อัตลักษณ์ และศรัทธาของชุมชน เมื่อนำมาประกอบกัน ผู้ชมจะเข้าใจบ้านเชียงเหียนได้ลึกกว่าการมองเป็นเพียงแหล่งโบราณคดีหรือวัดเก่าแห่งหนึ่ง
การเดินทาง ไปวัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห บ้านเชียงเหียน สะดวกมากจากตัวเมืองมหาสารคาม โดยเริ่มจากบริเวณวงเวียนหอนาฬิกา ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 23 หรือถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าไปทางจังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางประมาณ 8.4 กม. จะพบวัดโพธิ์ศรีเชียงเหียนอยู่ทางซ้ายมือ พื้นที่ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักและอยู่กลางชุมชนบ้านเชียงเหียน หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางมาถึงตัวเมืองมหาสารคามหรือสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมหาสารคาม แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นไปยังบ้านเชียงเหียนได้
นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวในลักษณะเดียวกับการเข้าชมวัดและแหล่งโบราณคดี ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ไม่สัมผัสโบราณวัตถุ ไหโบราณ หรือชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนป่ายคูเมือง คันดิน หรือบริเวณสิมเก่า และหากต้องการเข้าชมภายในสิมควรโทรติดต่อล่วงหน้าตามหมายเลขที่วัดแจ้งไว้ การชมอย่างเคารพจะช่วยรักษาทั้งวัตถุโบราณและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินทางคือช่วงเช้าถึงบ่ายแก่ ๆ เพราะวัดเปิดให้ชมถึงเวลา 16.30 น. การไปช่วงเช้าจะทำให้มีเวลาเดินชมสิม พิพิธภัณฑ์ปู่ไห และพื้นที่รอบวัดได้อย่างไม่เร่งรีบ หากต้องการถ่ายภาพซุ้มประตูฆ้อง 3 ดุม สิมเก่า และบรรยากาศวัด ควรเลือกเวลาที่แสงไม่แรงเกินไป ส่วนผู้ที่ต้องการเรียนรู้ข้อมูลเชิงลึกควรประสานกับทางวัดหรือผู้รู้ในชุมชนล่วงหน้า เพื่อให้ได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับปู่ไห ฆ้อง 3 ดุม และเมืองโบราณบ้านเชียงเหียนอย่างครบถ้วน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรจัดรวมในเส้นทางเดียวกัน ได้แก่ เมืองโบราณบ้านเชียงเหียนซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกับวัด พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียนที่รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้และเรื่องราวชุมชน วัดป่าวังน้ำเย็นซึ่งเป็นวัดสำคัญและได้รับความนิยมของมหาสารคาม พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัยในตัวเมือง ศาลหลักเมืองมหาสารคาม ตลาดโต้รุ่งมหาสารคาม และหอนาฬิกาเมืองมหาสารคาม เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจมหาสารคามทั้งระดับเมืองโบราณ ชุมชน วัด และตัวเมืองปัจจุบัน
ร้านอาหารใกล้บ้านเชียงเหียนมีทั้งร้านท้องถิ่นและร้านในตัวเมืองมหาสารคาม ร้านใกล้พื้นที่ที่สุดที่สามารถใช้เป็นจุดแวะรับประทานอาหารคือร้านไก่อบโอ่ง บ้านเชียงเหียน ส่วนร้านในตัวเมืองมหาสารคามมีตัวเลือกหลากหลาย เช่น ร้านอินมหาสารคาม ออกแสง Food Food Station by มุมอร่อย ร้านเยาวราช และสวนอาหารฟาร์มสุขคาเฟ่ การเลือกร้านควรพิจารณาตามเส้นทางเดินทาง หากต้องการประหยัดเวลาให้รับประทานอาหารใกล้บ้านเชียงเหียนหรือระหว่างทางกลับเข้าเมือง หากต้องการตัวเลือกมากขึ้นให้กลับเข้าเขตเมืองมหาสารคาม
ที่พักใกล้วัดโพธิ์ศรีและพิพิธภัณฑ์ปู่ไหส่วนใหญ่จะอยู่ในตัวเมืองมหาสารคาม เพราะบ้านเชียงเหียนอยู่ห่างจากเมืองเพียงประมาณ 8 กม. นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักในตัวเมืองแล้วขับรถหรือเรียกรถไปเที่ยวบ้านเชียงเหียนแบบครึ่งวันได้สะดวก ที่พักที่อยู่ในระยะเหมาะสม เช่น Top Inn Hotel Mahasarakham โรงแรมตักสิลา วิชยา เพลส เกษรา โฮเทล และโรงแรมฮ็อป อินน์ มหาสารคาม การพักในเมืองยังช่วยให้เที่ยวต่อได้ง่าย ทั้งพิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม ตลาดโต้รุ่ง และย่านอาหารกลางเมือง
เมื่อมองในภาพรวม วัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห บ้านเชียงเหียน เป็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของมหาสารคามได้ลึกมาก เพราะเป็นจุดที่ประวัติศาสตร์หลายชั้นมาซ้อนกัน ตั้งแต่เมืองโบราณก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น อิทธิพลทวารวดี วัฒนธรรมเขมรโบราณ ตำนานพระยาเชียงเหียน ความเชื่อเรื่องฆ้อง 3 ดุม การพบปู่ไหในสมัยปัจจุบัน และการตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนเพื่อรักษามรดกเหล่านี้ไว้ ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นว่าอดีตไม่ได้อยู่ไกลจากปัจจุบัน แต่ยังอยู่ในวัด ซุ้มประตู หนองน้ำ ไหโบราณ และคำบอกเล่าของชาวบ้าน
สรุปแล้ว วัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและโบราณคดีที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง ภายในพื้นที่เดียวกันมีทั้งสิมเก่าพ.ศ. 2467 พิพิธภัณฑ์ปู่ไห ซุ้มประตูฆ้อง 3 ดุม รูปปั้นปู่ไห ตำนานพระยาเชียงเหียน สระแก้ว และร่องรอยเมืองโบราณบ้านเชียงเหียนที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ สถานที่นี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ผู้สนใจศิลปกรรมอีสาน ผู้สนใจโบราณคดี และผู้ที่ต้องการเข้าใจรากวัฒนธรรมของบ้านเชียงเหียนจากพื้นที่จริงที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในชุมชนปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห บ้านเชียงเหียน |
| ชื่อเรียกอื่น | วัดโพธิ์ศรีเชียงเหียน, วัดบ้านเชียงเหียน, พิพิธภัณฑ์ปู่ไห |
| ที่ตั้ง | ถนนแจ้งสนิท หมู่ 3 บ้านเชียงเหียน ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม |
| ที่อยู่ | วัดโพธิ์ศรีเชียงเหียน บ้านเชียงเหียน ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 |
| พิกัด | 16.155609, 103.372447 |
| ระยะทางจากตัวเมืองมหาสารคาม | ประมาณ 8.4 กม. จากวงเวียนหอนาฬิกาเมืองมหาสารคาม ตามทางหลวงหมายเลข 23 หรือถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าไปทางจังหวัดร้อยเอ็ด |
| ไฮไลต์ | พิพิธภัณฑ์ปู่ไห, สิมเก่าวัดโพธิ์ศรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2467, ซุ้มประตูฆ้อง 3 ดุม, รูปปั้นปู่ไห, เมืองโบราณบ้านเชียงเหียน, ตำนานพระยาเชียงเหียน, สระแก้ว และโบราณวัตถุจากพื้นที่ชุมชน |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นวัดสำคัญของบ้านเชียงเหียน ตั้งอยู่กลางเมืองโบราณบ้านเชียงเหียนซึ่งมีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีหลักฐานโบราณคดีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องถึงสมัยประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ปู่ไหซึ่งทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 |
| ที่มาของชื่อ | “ปู่ไห” เป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกไหโบราณที่พบในพื้นที่ด้วยความเคารพ ยกย่องเป็นเสมือนบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาวัตถุโบราณและชุมชน |
| ประวัติวัด | วัดโพธิ์ศรีเชียงเหียนตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2457 และชาวบ้านเรียกกันว่าวัดบ้านเชียงเหียน |
| สิมเก่าวัดโพธิ์ศรี | เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2467 โดยช่างชาวญวนชื่อทอง หรือแกวทอง ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2476 มีงานปูนปั้นและลวดลายที่สะท้อนอิทธิพลช่างญวนในอีสาน |
| ฆ้อง 3 ดุม | เป็นสัญลักษณ์สำคัญของบ้านเชียงเหียน เชื่อมโยงกับตำนานพระยาเชียงเหียนและสระแก้ว รูปฆ้องบนซุ้มประตูวัดเป็นงานจำลองเพื่อให้ลูกหลานเห็นความสำคัญของบ้านโบราณและเมืองเชียงเหียนในอดีต |
| หลักฐานโบราณคดี | พบชั้นดินลึกประมาณ 6 เมตร หลุมศพ 6 หลุม เครื่องมือสำริด เครื่องมือเหล็ก เครื่องมือกระดูก ลูกปัดแก้ว ลูกปัดเปลือกหอย ภาชนะดินเผา และหลักฐานการอยู่อาศัยต่อเนื่องจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัยประวัติศาสตร์ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองมหาสารคาม บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 หรือถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าไปทางจังหวัดร้อยเอ็ดประมาณ 8.4 กม. จะพบวัดโพธิ์ศรีเชียงเหียนทางซ้ายมือ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดสำคัญของชุมชน แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และพื้นที่เรียนรู้เรื่องสิมเก่า พิพิธภัณฑ์ปู่ไห และเมืองโบราณบ้านเชียงเหียน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.30 น. หากต้องการเข้าชมภายในสิมควรติดต่อล่วงหน้า |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัด ลานจอดรถบริเวณวัด ห้องสุขา พื้นที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิมเก่า พิพิธภัณฑ์ปู่ไห ซุ้มประตูฆ้อง 3 ดุม และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนซุ้มประตูฆ้อง 3 ดุม, โซนสิมเก่าวัดโพธิ์ศรี, โซนพิพิธภัณฑ์ปู่ไห, โซนรูปปั้นปู่ไห, โซนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด, โซนเมืองโบราณบ้านเชียงเหียน, โซนสระแก้วและหนองน้ำรอบชุมชน, โซนชุมชนบ้านเชียงเหียน |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | วัดโพธิ์ศรีเชียงเหียน ชุมชนบ้านเชียงเหียน องค์การบริหารส่วนตำบลเขวา และหน่วยงานด้านวัฒนธรรม/โบราณคดีที่เกี่ยวข้อง |
| เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีเชียงเหียน | พระครูโพธิธรรมานุศาสก์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วัดโพธิ์ศรีเชียงเหียน โทร. 098-117-1722 วิสาหกิจชุมชนบ้านเชียงเหียน โทร. 065-957-1648 องค์การบริหารส่วนตำบลเขวา โทร. 043-029-501 |
| ช่องทางข้อมูล | ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, วิกิชุมชนบ้านเชียงเหียน, ข้อมูลชุมชนและวัดโพธิ์ศรีเชียงเหียน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. เมืองโบราณบ้านเชียงเหียน ประมาณ 0.1 กม. 2. พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน ประมาณ 1 กม. 3. หมู่บ้านปั้นหม้อ / พื้นที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านเชียงเหียน ประมาณ 1 กม. 4. วัดป่าวังน้ำเย็น ประมาณ 8 กม. 5. พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย ประมาณ 8 กม. 6. ศาลหลักเมืองมหาสารคาม ประมาณ 9 กม. 7. ตลาดโต้รุ่งมหาสารคาม ประมาณ 9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ไก่อบโอ่ง บ้านเชียงเหียน ประมาณ 1 กม. โทร. 081-120-4248 2. อินมหาสารคาม ประมาณ 8 กม. โทร. 083-265-6646, 095-624-6649 3. ออกแสง Food Food Station by มุมอร่อย ประมาณ 8 กม. โทร. 082-596-6544 4. ร้านเยาวราช ประมาณ 9 กม. โทร. 089-571-6969 5. สวนอาหารฟาร์มสุขคาเฟ่ มหาสารคาม ประมาณ 10 กม. โทร. 064-996-6414 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Top Inn Hotel Mahasarakham ประมาณ 8 กม. โทร. 062-545-5622, 043-711-979 2. โรงแรมตักสิลา มหาสารคาม ประมาณ 8 กม. โทร. 043-719-999 3. วิชยา เพลส ประมาณ 8 กม. โทร. 043-712-355, 093-425-0808 4. เกษรา โฮเทล ประมาณ 9 กม. โทร. 095-236-2395 5. โรงแรมฮ็อป อินน์ มหาสารคาม ประมาณ 11 กม. โทร. 065-950-4683, 02-080-2222 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห ตั้งอยู่ที่ถนนแจ้งสนิท หมู่ 3 บ้านเชียงเหียน ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามประมาณ 8.4 กม.
ถาม: วัดโพธิ์ศรีและพิพิธภัณฑ์ปู่ไหเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. หากต้องการเข้าชมภายในสิมหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมควรติดต่อล่วงหน้า
ถาม: วัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถชมสิม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมพิพิธภัณฑ์ปู่ไหได้ตามเวลาที่เปิดให้บริการ
ถาม: พิพิธภัณฑ์ปู่ไหมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์ปู่ไหเป็นพื้นที่เก็บรักษาไหโบราณและวัตถุที่พบในบ้านเชียงเหียน ชาวบ้านเรียกไหเหล่านี้ว่า “ปู่ไห” ด้วยความเคารพ และยกย่องเป็นเสมือนบรรพบุรุษของชุมชน
ถาม: สิมเก่าวัดโพธิ์ศรีสร้างเมื่อใด?
ตอบ: สิมเก่าวัดโพธิ์ศรีเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2467 โดยช่างชาวญวนชื่อทอง หรือแกวทอง ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2476
ถาม: ฆ้อง 3 ดุมเกี่ยวข้องกับบ้านเชียงเหียนอย่างไร?
ตอบ: ฆ้อง 3 ดุมเป็นสัญลักษณ์สำคัญของบ้านเชียงเหียน เชื่อมโยงกับตำนานพระยาเชียงเหียนและสระแก้ว รูปฆ้องบนซุ้มประตูวัดเป็นงานจำลองเพื่อให้ลูกหลานได้เห็นและจดจำความสำคัญของเมืองเชียงเหียนในอดีต
ถาม: บ้านเชียงเหียนมีความสำคัญทางโบราณคดีอย่างไร?
ตอบ: บ้านเชียงเหียนเป็นเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ พบหลักฐานการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องถึงสมัยประวัติศาสตร์ เช่น หลุมศพ เครื่องมือสำริด เครื่องมือเหล็ก ลูกปัด และภาชนะดินเผา
ถาม: เที่ยววัดโพธิ์ศรี พิพิธภัณฑ์ปู่ไห แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่เมืองโบราณบ้านเชียงเหียน พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน หมู่บ้านปั้นหม้อ วัดป่าวังน้ำเย็น พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย ศาลหลักเมืองมหาสารคาม และตลาดโต้รุ่งมหาสารคามได้ในเส้นทางเดียวกัน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




