หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.โกสุมพิสัย >ต.เหล่า > สะดืออีสาน
TL;DR: สะดืออีสาน อยู่ที่บริเวณบึงกุย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เปิดทุกวัน เวลา เปิด 24 ชั่วโมง. จุดเด่นคือ บึงน้ำธรรมชาติขนาดประมาณ 2,700–2,750 ไร่ มีพื้นที่พักผ่อนริมบึง บรรยากาศเงียบสงบ และมีสัญลักษณ์สะดืออีสานเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญ.
สะดืออีสาน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
สะดืออีสาน หรือบึงกุย จังหวัดมหาสารคาม เป็นแลนด์มาร์กทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในอำเภอโกสุมพิสัย บริเวณบึงกุย แถบบ้านเขวาและตำบลหัวขวาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คนท้องถิ่นและนักเดินทางรู้จักในฐานะจุดกึ่งกลางหรือ “สะดือ” ของภาคอีสาน สถานที่แห่งนี้มีความหมายมากกว่าจุดถ่ายภาพ เพราะเป็นทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ พื้นที่พักผ่อนของชุมชน สวนสาธารณะริมบึง จุดชมวิว และสัญลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของมหาสารคามในฐานะดินแดนศูนย์กลางภาคอีสาน
สะดืออีสานเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวมหาสารคามแบบสงบ เรียบง่าย และได้เห็นภูมิทัศน์ของอีสานตอนกลางอย่างแท้จริง จุดเด่นของที่นี่คือบึงกุย บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่หลายพันไร่ มีทัศนียภาพโล่งกว้าง ลมพัดเย็น บรรยากาศเงียบสงบ และมีสัญลักษณ์สะดืออีสานตั้งอยู่เป็นจุดหมายตา นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายภาพ พักผ่อน เดินชมวิว รับลมริมบึง และสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นที่ไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งท่องเที่ยวเมืองใหญ่
คำว่า “สะดือ” ในความหมายเชิงสัญลักษณ์หมายถึงจุดกลาง จุดกำเนิด หรือจุดรวมพลังของพื้นที่ เมื่อใช้กับคำว่า “อีสาน” จึงสื่อถึงบริเวณที่เปรียบเหมือนจุดศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะดืออีสานจึงไม่ใช่เพียงคำเรียกเชิงภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นถ้อยคำที่สะท้อนความรู้สึกผูกพันของผู้คนกับแผ่นดินอีสาน ทั้งในแง่ถิ่นฐาน เกษตรกรรม วัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิต
พื้นที่บึงกุยมีความสำคัญต่อชุมชนมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่น บึงน้ำขนาดใหญ่แห่งนี้ช่วยหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ เป็นพื้นที่พักผ่อน และเป็นภูมิทัศน์สำคัญของอำเภอโกสุมพิสัย เมื่อมีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะและจุดท่องเที่ยว สะดืออีสานจึงกลายเป็นสถานที่ที่เชื่อมระหว่างธรรมชาติ ชุมชน และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ความน่าสนใจของสะดืออีสานอยู่ที่ความเรียบง่ายของพื้นที่ นักท่องเที่ยวไม่ได้มาที่นี่เพื่อชมสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่หรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์หนาแน่น แต่มาเพื่อยืนอยู่ในจุดที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ของภาคอีสาน มองออกไปเห็นผืนน้ำกว้างของบึงกุย รับลมธรรมชาติ และบันทึกภาพกับสถาปัตยกรรมหรือป้ายสัญลักษณ์ของสะดืออีสาน ความรู้สึกของการได้มายืนอยู่ ณ จุดกึ่งกลางภาคอีสานคือเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
ในเชิงวัฒนธรรม สะดืออีสานมีความเกี่ยวข้องกับความคิดเรื่อง “บือบ้าน” หรือสะดือบ้านในวัฒนธรรมอีสาน ซึ่งหมายถึงหลักหรือศูนย์กลางของชุมชนที่ผู้คนให้ความเคารพ การมี “สะดือ” เป็นศูนย์กลางไม่ใช่เพียงเรื่องตำแหน่ง แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ความเป็นปึกแผ่น และความรู้สึกว่าชุมชนมีจุดร่วมเดียวกัน เมื่อแนวคิดนี้ถูกขยายมาสู่ระดับภาค สะดืออีสานจึงกลายเป็นภาพแทนของผืนแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงผู้คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากรุ่นสู่รุ่น
มหาสารคามเป็นจังหวัดที่มักถูกเรียกว่าเมืองตักสิลาแห่งอีสาน เพราะมีบทบาทด้านการศึกษาและเป็นเมืองกลางของภูมิภาค สะดืออีสานช่วยเสริมภาพลักษณ์นี้ให้ชัดเจนขึ้น เพราะสะท้อนทั้งตำแหน่งเชิงภูมิศาสตร์และบทบาทเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด แม้มหาสารคามจะไม่ใช่เมืองภูเขาสูงหรือเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีความโดดเด่นด้านวิถีชุมชน วัดวาอาราม แหล่งน้ำ ประเพณี และพื้นที่ที่เล่าเรื่องอีสานในมุมลึกได้อย่างน่าสนใจ
บริเวณโดยรอบสะดืออีสานได้รับการจัดแต่งให้เป็นพื้นที่พักผ่อน มีสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว จุดชมวิวบึงกุย และมุมถ่ายภาพสำหรับนักเดินทาง พื้นที่กว้างและบรรยากาศเปิดโล่งเหมาะกับการมาเที่ยวแบบครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่ต้องการแวะพักระหว่างเส้นทางมหาสารคาม-โกสุมพิสัย ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพมากที่สุด เพราะแสงแดดไม่แรง อากาศสบาย และผืนน้ำสะท้อนแสงได้งดงาม
หนึ่งในช่วงเวลาที่ทำให้สะดืออีสานได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษคือฤดูกาลทุ่งทานตะวันบริเวณบึงกุย ในบางปีพื้นที่ริมบึงได้รับการจัดทำเป็นทุ่งดอกทานตะวันและสวนดอกไม้ ทำให้บริเวณสะดืออีสานกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมในช่วงปลายปีถึงต้นปี นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมดอกไม้ ถ่ายภาพกับทุ่งสีเหลืองสดใส และใช้เวลาพักผ่อนในบรรยากาศชนบทอีสานที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม ความสวยงามของทุ่งดอกไม้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและการจัดกิจกรรมของหน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละปี
บึงกุยยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนอีสานกับแหล่งน้ำอย่างชัดเจน ในวิถีอีสาน แหล่งน้ำไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อน แต่เกี่ยวข้องกับการทำกิน การประมงพื้นบ้าน การเกษตร ความมั่นคงของชุมชน และความทรงจำของผู้คน บรรยากาศริมบึงจึงเต็มไปด้วยความหมายทางชีวิต ผู้ที่เดินทางมาสะดืออีสานจะได้เห็นอีสานในมุมที่สงบ ละเอียด และเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากกว่าภาพจำของความแห้งแล้ง
การเที่ยวสะดืออีสานเหมาะกับการจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือแวะร่วมกับสถานที่อื่นในอำเภอโกสุมพิสัย จุดที่นิยมเที่ยวต่อคือวนอุทยานโกสัมพี ซึ่งอยู่ไม่ไกลและมีชื่อเสียงเรื่องธรรมชาติริมลำน้ำชี ป่าร่มรื่น และลิงแสมสีทอง นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวต่อไปยังวัดสำคัญ แหล่งวัฒนธรรม และแหล่งพักผ่อนของอำเภอโกสุมพิสัยได้ ทำให้สะดืออีสานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำความรู้จักมหาสารคามในมุมท้องถิ่น
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ สะดืออีสานมีมุมที่น่าสนใจหลายแบบ ทั้งมุมป้ายหรือสัญลักษณ์สะดืออีสาน มุมมองผืนน้ำกว้างของบึงกุย มุมสวนสาธารณะริมบึง มุมดอกไม้ตามฤดูกาล และมุมแสงเย็นที่สะท้อนบนผืนน้ำ หากต้องการภาพที่มีบรรยากาศนุ่มนวล ควรมาในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ส่วนผู้ที่ต้องการถ่ายภาพกับทุ่งทานตะวันควรตรวจสอบฤดูกาลล่วงหน้า เพราะดอกไม้มีช่วงเวลาบานจำกัด
ในด้านการพักผ่อน สะดืออีสานเหมาะกับการเดินเล่น รับลม นั่งชมวิว และใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เน้นกิจกรรมผาดโผน แต่เหมาะกับการมองภูมิทัศน์กว้าง ๆ ของอีสานตอนกลาง พาเด็ก ๆ มาเดินเล่น พาผู้สูงอายุมานั่งพัก หรือใช้เป็นจุดแวะระหว่างเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคามไปยังโกสุมพิสัยและขอนแก่น ความเรียบง่ายเช่นนี้คือคุณค่าของสถานที่ เพราะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสพื้นที่จริงของชุมชนมากกว่าการเที่ยวแบบฉาบฉวย
การเดินทาง ไปสะดืออีสานสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยจากตัวเมืองมหาสารคามใช้เส้นทางสายมหาสารคาม-โกสุมพิสัย ระยะทางประมาณ 27 กม. เส้นทางเป็นถนนสายหลัก เดินทางไม่ซับซ้อน และเหมาะกับการแวะเที่ยวต่อในอำเภอโกสุมพิสัย หากเดินทางจากจังหวัดขอนแก่นสามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอบ้านไผ่หรือเส้นทางเชื่อมเข้าสู่โกสุมพิสัย แล้วต่อไปยังพื้นที่บึงกุย ส่วนผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนใช้รถโดยสารเข้าสู่ตัวอำเภอโกสุมพิสัยก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถไปยังสะดืออีสาน
ข้อควรเตรียมตัวก่อนเดินทางคือควรพกน้ำดื่ม หมวก หรือร่มในช่วงกลางวัน เพราะพื้นที่ริมบึงค่อนข้างเปิดโล่ง หากต้องการเดินเล่นและถ่ายภาพควรเลือกช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแดดแรง ช่วงฤดูฝนอาจมีพื้นเปียกหรือทางเดินบางจุดลื่น จึงควรเลือกรองเท้าที่เดินสะดวก ส่วนช่วงที่มีการจัดทุ่งดอกไม้หรืองานท้องถิ่น ควรเผื่อเวลาเดินทางและที่จอดรถ เพราะอาจมีนักท่องเที่ยวมากกว่าปกติ
สิ่งที่ควรเคารพเมื่อมาเที่ยวสะดืออีสานคือการรักษาความสะอาดของพื้นที่ ไม่ทิ้งขยะลงบึงหรือบริเวณสวน ไม่เหยียบย่ำแปลงดอกไม้ในช่วงที่มีการจัดสวน ไม่ส่งเสียงดังรบกวนชุมชน และไม่ทำลายป้ายหรือสัญลักษณ์ของสถานที่ เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่สาธารณะของคนท้องถิ่น การเที่ยวอย่างสุภาพช่วยให้สะดืออีสานยังคงเป็นสถานที่พักผ่อนที่น่าไปสำหรับทุกคน
ความงามของสะดืออีสานไม่ได้อยู่ที่ความหรูหรา แต่อยู่ที่ความหมายของพื้นที่ บึงกุยคือแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชน สวนสาธารณะคือพื้นที่พักใจของผู้คน สัญลักษณ์สะดืออีสานคือเครื่องหมายของความเป็นศูนย์กลาง และภูมิทัศน์โดยรอบคือภาพแทนของอีสานที่สงบ กว้าง และอบอุ่น เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้รวมกัน สะดืออีสานจึงกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจมหาสารคามอย่างลึกขึ้น
การผลักดันสะดืออีสานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอโกสุมพิสัยมีความหมายต่อท้องถิ่นอย่างมาก เพราะช่วยกระจายการท่องเที่ยวออกจากตัวเมืองมหาสารคาม เพิ่มโอกาสให้ชุมชน ร้านอาหาร ที่พัก และผู้ประกอบการรายย่อยได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังทำให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของพื้นที่บ้านเกิดมากขึ้น การพัฒนาอย่างเหมาะสมควรรักษาสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับธรรมชาติของบึงกุย เพื่อให้พื้นที่ยังคงความสงบและไม่สูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิม
สะดืออีสานจึงเป็นมากกว่าจุดเช็กอินระหว่างทาง แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องภาคอีสานผ่านภูมิประเทศ แหล่งน้ำ และความทรงจำของชุมชนได้อย่างชัดเจน ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นว่าความสำคัญของสถานที่ไม่ได้วัดจากขนาดของสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังวัดจากความหมายที่ผู้คนมอบให้กับพื้นที่นั้น ๆ การได้มายืนอยู่ริมบึงกุย ถ่ายภาพกับสัญลักษณ์สะดืออีสาน และมองออกไปยังผืนน้ำกว้าง จึงเป็นประสบการณ์เรียบง่ายที่ช่วยให้เข้าใจหัวใจของมหาสารคามได้ดี
สำหรับนักเดินทางที่สนใจวัฒนธรรมอีสาน สะดืออีสานเป็นจุดหมายที่ควรบันทึกไว้ในแผนเที่ยว เพราะสถานที่แห่งนี้เชื่อมโยงคำว่า “ศูนย์กลาง” เข้ากับความเป็นชุมชนอย่างมีเสน่ห์ การเดินทางมาที่นี่ช่วยให้เห็นว่าอีสานไม่ได้มีเพียงงานประเพณี วัด หรืออาหารพื้นบ้านเท่านั้น แต่ยังมีภูมิทัศน์ที่บอกเล่าความเป็นถิ่นฐานและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแผ่นดิน หากจัดทริปให้ดี นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากสะดืออีสาน แล้วต่อด้วยวนอุทยานโกสัมพี หาดวังโก วัดสำคัญ และร้านอาหารท้องถิ่น เพื่อสัมผัสโกสุมพิสัยได้อย่างครบถ้วนในวันเดียว
สรุปแล้ว สะดืออีสาน จังหวัดมหาสารคาม คือแลนด์มาร์กที่เหมาะทั้งสำหรับการพักผ่อน การถ่ายภาพ การเรียนรู้ภูมิศาสตร์วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงชุมชน จุดเด่นของสถานที่อยู่ที่บึงกุยอันกว้างใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น สวนสาธารณะริมบึง สัญลักษณ์จุดกึ่งกลางภาคอีสาน และโอกาสในการต่อยอดเส้นทางท่องเที่ยวในอำเภอโกสุมพิสัย ผู้ที่กำลังมองหาที่เที่ยวมหาสารคามแบบไม่วุ่นวาย แต่มีเรื่องราวและความหมาย ควรแวะมาสัมผัสสะดืออีสานสักครั้ง
| ชื่อสถานที่ | สะดืออีสาน หรือบึงกุย |
| ที่ตั้ง | บริเวณบึงกุย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม |
| ที่อยู่ | หมู่ 13 ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 44140 |
| พิกัด | ละติจูด 16.22801, ลองจิจูด 103.07463 |
| ไฮไลต์ | แลนด์มาร์กจุดกึ่งกลางภาคอีสาน บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ สวนสาธารณะริมบึง จุดชมวิว และมุมถ่ายภาพสัญลักษณ์สะดืออีสาน |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นพื้นที่สัญลักษณ์ที่เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติสำคัญของอำเภอโกสุมพิสัย |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “สะดือ” หมายถึงจุดกลางหรือจุดรวมศูนย์ เมื่อนำมาใช้กับภาคอีสานจึงหมายถึงพื้นที่ที่เปรียบเหมือนจุดกึ่งกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| ลักษณะเด่น | บึงน้ำธรรมชาติขนาดประมาณ 2,700–2,750 ไร่ มีพื้นที่พักผ่อนริมบึง บรรยากาศเงียบสงบ และมีสัญลักษณ์สะดืออีสานเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองมหาสารคามใช้เส้นทางมหาสารคาม-โกสุมพิสัย ระยะทางประมาณ 27 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือเหมารถท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนสาธารณะของอำเภอโกสุมพิสัย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิด 24 ชั่วโมง |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สวนสาธารณะ จุดชมวิว จุดถ่ายภาพ พื้นที่พักผ่อนริมบึง และพื้นที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | จุดสัญลักษณ์สะดืออีสาน, โซนชมวิวบึงกุย, สวนสาธารณะริมบึง, พื้นที่พักผ่อนครอบครัว, โซนทุ่งทานตะวันและสวนดอกไม้ตามฤดูกาล, จุดถ่ายภาพริมถนนมหาสารคาม-โกสุมพิสัย |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | เทศบาลตำบลโกสุมพิสัย และหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอโกสุมพิสัย |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลตำบลโกสุมพิสัย โทร. 0-4376-1010 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เทศบาลตำบลโกสุมพิสัย, ททท. สำนักงานขอนแก่น, แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วนอุทยานโกสัมพี ประมาณ 3 กม. 2. หลวงพ่อมิ่งเมือง โกสุมพิสัย ประมาณ 4 กม. 3. สิมวัดป่าหนองซอน ประมาณ 12 กม. 4. หาดวังโก ประมาณ 15 กม. 5. เจดีย์พุทธเมตตา วัดวังปลาโด ประมาณ 24 กม. 6. ตัวเมืองมหาสารคาม ประมาณ 27 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. แจ่วฮ้อนสะดืออีสาน ประมาณ 3 กม. 2. ครัวนัดพบ โกสุมพิสัย ประมาณ 4 กม. 3. ข้าวแกงแสงตะวัน ประมาณ 4 กม. 4. บ้านแพงรสเด็ด ประมาณ 13 กม. 5. Hugchee Grand Coffee & Resort ประมาณ 5 กม. โทร. 094-262-9939 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Hugchee Grand Coffee & Resort ประมาณ 5 กม. โทร. 094-262-9939 2. Morocco Blue Cafe by Chilong River Farm Resort ประมาณ 7 กม. 3. K.C. Garden View Guest House ประมาณ 13 กม. 4. Faikham Resort ประมาณ 14 กม. 5. Khansuk Resort ประมาณ 25 กม. โทร. 062-984-8654 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สะดืออีสานอยู่จังหวัดอะไร?
ตอบ: สะดืออีสานอยู่ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม บริเวณบึงกุย ไม่ได้อยู่จังหวัดเลย
ถาม: สะดืออีสานคืออะไร?
ตอบ: สะดืออีสานคือแลนด์มาร์กที่เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ริมบึงกุย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ของอำเภอโกสุมพิสัย
ถาม: สะดืออีสานเปิดให้เที่ยวเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง แต่ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และชมวิวมากที่สุด
ถาม: สะดืออีสานเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักผ่อนและถ่ายภาพได้โดยไม่มีค่าบัตรผ่านประตู
ถาม: ไปสะดืออีสานควรเที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี โดยช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการชมวิว ส่วนช่วงปลายปีถึงต้นปีเป็นช่วงที่บางปีมีทุ่งทานตะวันและสวนดอกไม้บริเวณบึงกุย
ถาม: เดินทางไปสะดืออีสานอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองมหาสารคามใช้เส้นทางมหาสารคาม-โกสุมพิสัย ระยะทางประมาณ 27 กม. การเดินทางสะดวกที่สุดคือรถยนต์ส่วนตัวหรือเหมารถท้องถิ่น
ถาม: สะดืออีสานเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเดินทางสายวัฒนธรรม ผู้ที่ชอบถ่ายภาพ ผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมบึง และผู้ที่สนใจแลนด์มาร์กทางภูมิศาสตร์ของภาคอีสาน
ถาม: เที่ยวสะดืออีสานแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วนอุทยานโกสัมพี หลวงพ่อมิ่งเมือง สิมวัดป่าหนองซอน หาดวังโก และตัวเมืองมหาสารคามได้ในเส้นทางเดียวกัน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



