หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.นาด้วง >ต.นาดอกคำ > ถ้ำประกายเพชร
TL;DR: ถ้ำประกายเพชร อยู่ที่หมู่ 3 บ้านโพนสว่าง ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ มีหลายคูหา หินงอกหินย้อยสวยงาม พระพุทธรูปภายในถ้ำ พื้นที่บางช่วงต้องเดินอย่างระมัดระวัง และมีจุดหินย้อยที่ยังมีหยดน้ำตามธรรมชาติ.
ถ้ำประกายเพชร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ถ้ำช่วยรัตนตรัยประกายเพชร หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ถ้ำประกายเพชร ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านโพนสว่าง ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย เป็นถ้ำหินปูนภายในวัดถ้ำประกายเพชรที่โดดเด่นด้วยหินงอกหินย้อยหลายคูหา ผนังถ้ำและหินย้อยมีเม็ดแร่เล็ก ๆ คล้ายเกล็ดเพชร เมื่อแสงไฟส่องกระทบจะเกิดประกายระยิบระยับสวยงาม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ้ำธรรมชาติ ศาสนสถาน บรรยากาศสงบ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย
ถ้ำช่วยรัตนตรัยประกายเพชร เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศาสนสถานที่มีเอกลักษณ์ของจังหวัดเลย ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านโพนสว่าง ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง ภายในบริเวณวัดถ้ำประกายเพชร จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือสภาพภูมิประเทศแบบภูเขาหินปูนที่เกิดเป็นโพรงถ้ำหลายคูหา ภายในมีหินงอก หินย้อย ผนังหิน และพื้นผิวแร่ที่สะท้อนแสงเป็นประกายคล้ายเพชร เมื่อใช้ไฟฉายหรือแสงส่องกระทบจะเห็นประกายเล็ก ๆ ระยิบระยับทั่วบริเวณ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ประกายเพชร” ซึ่งสะท้อนลักษณะเฉพาะของถ้ำได้อย่างชัดเจน
ถ้ำแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงถ้ำธรรมชาติธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิประเทศแบบหินปูน ความงดงามของแร่ธรรมชาติ และบรรยากาศของวัดในชุมชนชนบท ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานหลายจุด นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเดินทางมาเพื่อกราบพระ ชมถ้ำ และสัมผัสความสงบของพื้นที่ไปพร้อมกัน เสน่ห์ของถ้ำประกายเพชรอยู่ที่ความแตกต่างของแต่ละคูหา บางส่วนมีหินย้อยคล้ายม่าน บางส่วนมีหินงอกลักษณะประหลาด บางส่วนมีเพดานต่ำที่ต้องก้มเดินอย่างระมัดระวัง และบางส่วนมีผนังถ้ำที่ส่องแสงประกายเหมือนมีเกล็ดอัญมณีฝังอยู่ในเนื้อหิน
ลักษณะภูเขาหินปูนของบ้านโพนสว่างและตำบลนาดอกคำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดถ้ำลักษณะนี้ หินปูนเกิดจากกระบวนการสะสมตัวของตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตในอดีต เมื่อเวลาผ่านไป น้ำฝนและน้ำใต้ดินที่มีความเป็นกรดอ่อน ๆ จะค่อย ๆ ละลายเนื้อหิน เกิดเป็นโพรง ช่องทางน้ำ และห้องถ้ำตามธรรมชาติ จากนั้นหยดน้ำที่ไหลผ่านเพดานและผนังถ้ำจะค่อย ๆ ทิ้งตะกอนแร่ไว้จนเกิดเป็นหินงอกหินย้อย กระบวนการนี้ใช้เวลานานมาก ทำให้หินแต่ละชิ้นภายในถ้ำมีคุณค่าทางธรรมชาติและควรได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง
ความพิเศษของถ้ำประกายเพชรอยู่ที่ผิวหินบางส่วนมีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเกล็ดเพชร เมื่อแสงกระทบจะสะท้อนเป็นจุดสว่างระยิบระยับ ภาพที่เห็นในถ้ำจึงแตกต่างจากถ้ำหินปูนทั่วไปที่เน้นเพียงรูปทรงหินงอกหินย้อย ที่นี่มีทั้งรูปทรงและประกายแสงเป็นจุดเด่นร่วมกัน นักท่องเที่ยวที่ถือไฟฉายเดินชมจะเห็นรายละเอียดเปลี่ยนไปตามมุมแสง ผนังบางด้านดูเรียบในตอนแรก แต่เมื่อหันไฟไปอีกมุมจะเห็นประกายเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นเต็มพื้นผิว เป็นประสบการณ์ที่ต้องเห็นด้วยตาจึงจะเข้าใจว่าทำไมถ้ำแห่งนี้จึงได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ชอบถ้ำ
ภายในถ้ำประกายเพชรประกอบด้วยหลายคูหา แต่ละคูหามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางคูหาให้ความรู้สึกเหมือนห้องโถงธรรมชาติ มีผนังหินกว้างและอากาศเย็น บางคูหามีทางเดินแคบและเพดานต่ำ ทำให้ผู้เข้าชมต้องเดินอย่างมีสติ บางส่วนมีหินย้อยที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ตามปลายหิน สะท้อนให้เห็นว่าถ้ำยังมีการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ส่วนบางบริเวณมีรูปร่างหินงอกที่คล้ายปะการัง ฟันสัตว์ เสาหิน หรือม่านน้ำตกหินปูน ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้การเดินชมถ้ำมีความน่าสนใจตลอดเส้นทาง ไม่ใช่เพียงเดินเข้าไปดูจุดเดียวแล้วจบ
บริเวณถ้ำยังมีองค์ประกอบทางศรัทธาที่ทำให้สถานที่มีความสำคัญต่อชุมชน วัดถ้ำประกายเพชรเป็นวัดราษฎร์ในตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ภายในมีพระพุทธรูปและพื้นที่สำหรับกราบไหว้ก่อนเข้าชมถ้ำ การเดินทางมายังถ้ำจึงเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและผู้ที่ต้องการแวะทำบุญในสถานที่สงบ ภาพของพระพุทธรูปภายในถ้ำ หินงอกหินย้อย และผนังหินที่มีประกายแสง ทำให้บรรยากาศภายในมีความขลัง สงบ และงดงามในแบบที่แตกต่างจากวัดทั่วไป
การเข้าชมถ้ำควรให้ความสำคัญกับมารยาทและความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้ำเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่บอบบาง หินงอกหินย้อยใช้เวลานานมากในการก่อตัว การสัมผัสหินโดยตรงอาจทำให้คราบน้ำมันจากมือมนุษย์ไปรบกวนการสะสมของแร่และหยุดการเจริญเติบโตของหินในบางจุด นักท่องเที่ยวจึงควรชมด้วยสายตา ใช้ไฟฉายส่องอย่างเหมาะสม ไม่ขีดเขียน ไม่แกะ ไม่เคาะหิน และไม่นำชิ้นส่วนหินออกจากพื้นที่ การรักษาถ้ำให้คงสภาพเดิมคือหัวใจสำคัญของการเที่ยวถ้ำประกายเพชร
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรเข้าใจคือถ้ำประกายเพชรตั้งอยู่ในพื้นที่วัด การแต่งกายและพฤติกรรมจึงควรเหมาะสมกับศาสนสถาน นักท่องเที่ยวควรสวมเสื้อผ้าสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่หยอกล้อในบริเวณพระพุทธรูป และควรถอดรองเท้าตามข้อปฏิบัติของทางวัดเมื่อเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด การเข้าชมถ้ำควรเป็นการเดินช้า ๆ สังเกตรายละเอียด และเคารพทั้งธรรมชาติและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไปพร้อมกัน
สภาพภายในถ้ำมีทั้งส่วนที่เดินสะดวกและส่วนที่ต้องก้มตัวหรือเดินอย่างระวัง พื้นบางช่วงอาจชื้นหรือลื่นจากความเย็นและหยดน้ำในถ้ำ ผู้มาเยือนควรเตรียมไฟฉาย รองเท้าเดินที่เกาะพื้นดีสำหรับช่วงก่อนเข้าพื้นที่ถอดรองเท้า และควรมีผู้ดูแลพื้นที่หรือคนท้องถิ่นนำทางในจุดที่เส้นทางซับซ้อน การเดินคนเดียวเข้าไปในถ้ำลึกไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพถ้ำธรรมชาติ
จุดที่ได้รับความสนใจมากภายในถ้ำคือผนังหินและหินย้อยที่มีประกายเหมือนเพชร จุดเหล่านี้ควรชมด้วยไฟฉายหรือแสงจากอุปกรณ์ที่มีความสว่างพอเหมาะ ไม่ควรใช้แสงจ้าเกินจำเป็นต่อเนื่องนานเกินไป และไม่ควรส่องรบกวนค้างคาวหรือสัตว์เล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ถ้ำเป็นระบบนิเวศปิดที่มีความละเอียดอ่อน อากาศภายใน ความชื้น หยดน้ำ แร่ธาตุ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กล้วนสัมพันธ์กัน การเที่ยวถ้ำที่ดีจึงต้องไม่รบกวนธรรมชาติมากเกินไป
ถ้ำประกายเพชรยังมีส่วนที่นักท่องเที่ยวบางคนเรียกตามรูปทรงธรรมชาติ เช่น ช่องหิน ลักษณะคล้ายรูพญานาค หินงอกที่คล้ายปะการัง หินย้อยที่มีหยดน้ำ และบริเวณที่ดูคล้ายน้ำตกหินปูน ความเชื่อและการตีความรูปทรงหินเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเที่ยวถ้ำในท้องถิ่น แต่ในแง่ของการเดินทางและการเขียนข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ควรมองว่าสิ่งเหล่านี้คือรูปทรงธรรมชาติที่เกิดจากการสะสมของแร่และการกัดเซาะของน้ำในถ้ำ ความงามของถ้ำจึงอยู่ทั้งในมิติของธรรมชาติและมิติทางวัฒนธรรมความเชื่อของชุมชน
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ ถ้ำประกายเพชรเป็นสถานที่ที่ให้ภาพแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้ง การถ่ายภาพภายในถ้ำควรใช้แสงอย่างระมัดระวัง เพราะแสงไฟจะเป็นตัวกำหนดว่าประกายของผนังหินปรากฏชัดมากน้อยเพียงใด มุมที่สวยคือมุมผนังหินประกายเพชร หินย้อยที่มีหยดน้ำ มุมพระพุทธรูปภายในคูหา และทางเดินเข้าสู่ถ้ำ การใช้ขาตั้งกล้องขนาดเล็กหรือการปรับค่ากล้องให้เหมาะกับแสงน้อยจะช่วยให้ได้ภาพคมชัดขึ้น แต่ต้องไม่วางอุปกรณ์กีดขวางทางเดินหรือสัมผัสหินงอกหินย้อย
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าชมคือช่วงกลางวันภายในเวลาเปิดทำการ เพราะมีแสงภายนอกเพียงพอสำหรับการเดินทางไปถึงวัดและตรวจสภาพพื้นที่ก่อนเข้าถ้ำ เวลา 08.00 – 17.00 น. เป็นช่วงที่เหมาะกับการวางแผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หากต้องการชมถ้ำอย่างละเอียดควรเดินทางช่วงเช้าหรือก่อนบ่าย เพื่อมีเวลาพอสำหรับการกราบพระ พูดคุยกับผู้ดูแลพื้นที่ เดินชมคูหาต่าง ๆ และเดินทางออกจากพื้นที่ก่อนค่ำ การเที่ยวถ้ำไม่ควรเร่งรีบ เพราะรายละเอียดสำคัญอยู่ตามผนังหิน เพดานถ้ำ และคูหาย่อยที่ต้องใช้เวลาในการมอง
พื้นที่วัดถ้ำประกายเพชรอยู่ในอำเภอนาด้วง ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนเหนือของจังหวัดเลย เส้นทางจากตัวเมืองเลยใช้ถนนสายเลย – นาด้วง ระยะทางประมาณ 28 กม. เมื่อถึงบริเวณตำบลท่าสะอาดให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางบ้านโพนสว่าง หมู่ 3 ตำบลนาดอกคำ อีกประมาณ 8 กม. จากนั้นจะถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดถ้ำประกายเพชร เส้นทางนี้เป็นเส้นทางชนบทที่มีภูเขา พื้นที่เกษตร และชุมชนท้องถิ่นแทรกตัวอยู่ตลอดทาง จึงควรขับด้วยความเร็วเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงทางแยก ทางโค้ง และบริเวณที่ถนนแคบ
การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถตั้งต้นจากตัวเมืองเลย ใช้เส้นทางไปอำเภอนาด้วง ผ่านตำบลท่าสะอาด แล้วเลี้ยวเข้าสู่บ้านโพนสว่างตามป้ายเส้นทางวัดถ้ำประกายเพชร หากใช้แผนที่นำทางควรค้นหาชื่อ “วัดถ้ำประกายเพชร นาดอกคำ นาด้วง เลย” หรือ “ถ้ำประกายเพชร นาด้วง” เพื่อหลีกเลี่ยงการสับสนกับถ้ำชื่อคล้ายกันในจังหวัดอื่น ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารไปอำเภอนาด้วงแล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าบ้านโพนสว่าง โดยควรตกลงจุดรับกลับและเวลาให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง
การจัดทริปเที่ยวถ้ำประกายเพชรสามารถทำได้ทั้งแบบครึ่งวันและเต็มวัน หากเริ่มจากตัวเมืองเลยในช่วงเช้า สามารถเข้าชมถ้ำ ทำบุญ และเดินชมพื้นที่วัดได้ก่อนเที่ยง จากนั้นเดินทางต่อไปยังถ้ำผายาหรือถ้ำค้างคาว วัดถ้ำผาขาม อ่างเก็บน้ำห้วยปลาดุก หรือกลับเข้าอำเภอนาด้วงเพื่อรับประทานอาหารและพักผ่อน เส้นทางนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบสงบ ไม่ต้องเดินทางไกลถึงแหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงคานหรือภูกระดึง แต่ยังได้สัมผัสภูเขาหินปูน ถ้ำ วัด และชุมชนท้องถิ่นของจังหวัดเลยอย่างครบถ้วน
ถ้ำผายาหรือถ้ำค้างคาวเป็นหนึ่งในสถานที่ใกล้เคียงที่เหมาะจะจัดรวมกับถ้ำประกายเพชร เพราะอยู่ในพื้นที่ตำบลนาดอกคำเช่นกัน จุดเด่นของถ้ำผายาคือการชมฝูงค้างคาวจำนวนมากออกหากินในช่วงเย็น เป็นภาพธรรมชาติที่แตกต่างจากการชมถ้ำประกายเพชรในช่วงกลางวัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนดีสามารถชมถ้ำประกายเพชรช่วงเช้า แล้วต่อด้วยถ้ำผายาช่วงเย็นได้ แต่ควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและเลือกจุดชมที่ปลอดภัย
วัดถ้ำผาขามเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานในพื้นที่บ้านโพนสว่าง – วังเย็น ตำบลนาดอกคำ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดถ้ำและพื้นที่ปฏิบัติธรรม บริเวณโดยรอบมีภูเขาและบรรยากาศชนบทคล้ายกันกับวัดถ้ำประกายเพชร การเดินทางเชื่อมกันภายในตำบลทำให้สามารถเที่ยววัดถ้ำหลายแห่งได้ในวันเดียว โดยเฉพาะผู้ที่สนใจภูมิประเทศหินปูนและการใช้ถ้ำเป็นพื้นที่ทางศาสนาในชุมชนอีสานตอนบน
ในมุมของนักเดินทางต่างถิ่น ถ้ำประกายเพชรเหมาะกับคนที่ต้องการประสบการณ์เงียบ ลึก และละเอียดมากกว่าการเที่ยวจุดเช็กอินขนาดใหญ่ ความงามของถ้ำไม่ได้อยู่ที่ความกว้างใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การค่อย ๆ สังเกตประกายของหิน ผิวผนังที่มีเม็ดแร่ รูปทรงของหินงอกหินย้อย และบรรยากาศสงบของถ้ำที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ การเดินทางมาที่นี่จึงเป็นการเที่ยวแบบใช้สายตาและสมาธิ ไม่ใช่การเดินเร็วเพื่อถ่ายภาพแล้วออกไปทันที
นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวก่อนเดินทางอย่างเหมาะสม ควรนำไฟฉายส่วนตัวหรือไฟฉายคาดศีรษะ น้ำดื่ม ผ้าเช็ดมือ ถุงผ้าเล็กสำหรับเก็บของ และเสื้อผ้าที่สุภาพคล่องตัว ไม่ควรนำกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปในถ้ำ เพราะอาจชนหินหรือกีดขวางทางเดิน ควรหลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าหรือเสื้อผ้าที่เลอะดินมากเกินไปก่อนเข้าสู่พื้นที่ภายในถ้ำ และควรเตรียมเงินสดสำหรับทำบุญหรือซื้ออาหารเครื่องดื่มในชุมชนรอบอำเภอนาด้วง
การเที่ยวถ้ำกับเด็กและผู้สูงอายุสามารถทำได้ในบริเวณที่เข้าถึงง่าย แต่ควรประเมินสภาพร่างกายก่อนเข้าถ้ำ เนื่องจากทางเดินบางช่วงแคบ พื้นมีความชื้น และมีจุดที่ต้องก้มตัว เด็กควรอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ตลอดเวลา ไม่ควรวิ่งหรือแตะต้องหิน ผู้สูงอายุควรเลือกชมเฉพาะคูหาที่เดินสะดวกและมีจุดพักเหมาะสม การใช้ไฟฉายช่วยนำทางจะทำให้การเดินภายในปลอดภัยขึ้น
ถ้ำประกายเพชรยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในระดับชุมชน เพราะสถานที่ตั้งอยู่ในวัดและชุมชนที่ไม่ได้มีระบบท่องเที่ยวขนาดใหญ่ การรักษาความสะอาด ความสงบ และความสมบูรณ์ของถ้ำจึงขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวโดยตรง ไม่ควรทิ้งขยะในวัดหรือถ้ำ ไม่ควรนำอาหารเข้าไปในถ้ำ ไม่ควรใช้เสียงดัง และไม่ควรแตะต้องผนังถ้ำเพื่อทดสอบประกายของหิน ทุกคนสามารถเห็นความสวยงามของประกายเพชรได้ด้วยการใช้แสงไฟส่องอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องสัมผัสหินเลย
จุดเด่นอีกด้านของการมาเที่ยวถ้ำประกายเพชรคือการได้เห็นวิถีของตำบลนาดอกคำและอำเภอนาด้วง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขา ถ้ำ ชุมชนเกษตร และวัดป่าหลายแห่ง บรรยากาศโดยรวมแตกต่างจากตัวเมืองเลยอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความเรียบง่ายของหมู่บ้าน ถนนชนบท และพื้นที่ธรรมชาติที่ยังไม่แออัด เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่เคยเที่ยวเชียงคาน ภูเรือ หรือภูกระดึงแล้ว และต้องการมองหามุมใหม่ของจังหวัดเลยที่สงบกว่าเดิม
หากมีเวลามากพอ ควรจัดทริปถ้ำประกายเพชรร่วมกับการท่องเที่ยวอำเภอนาด้วงและตัวเมืองเลย เช่น เช้าเที่ยววัดถ้ำประกายเพชรและวัดถ้ำผาขาม บ่ายพักในอำเภอนาด้วงหรือแวะคาเฟ่ท้องถิ่น เย็นชมค้างคาวที่ถ้ำผายา แล้วกลับเข้าตัวเมืองเลยเพื่อพักค้างคืน รูปแบบนี้จะทำให้ได้สัมผัสทั้งถ้ำธรรมชาติ วัด พื้นที่ชุมชน และบรรยากาศยามเย็นของภูเขาในวันเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจถ้ำในเชิงธรรมชาติ ถ้ำประกายเพชรเป็นสถานที่ที่ควรใช้เวลาอย่างช้า ๆ ทุกพื้นผิวภายในถ้ำมีเรื่องราวของเวลา หยดน้ำ แร่ธาตุ และการเปลี่ยนแปลงของโลกธรรมชาติ หินย้อยที่เห็นในวันนี้เกิดจากหยดน้ำจำนวนมหาศาลที่ค่อย ๆ สร้างตะกอนทีละน้อย หินงอกที่โผล่ขึ้นจากพื้นถ้ำคือหลักฐานของการสะสมแร่มายาวนาน ผนังที่มีประกายคล้ายเพชรคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างละเอียดประณีต การเดินชมถ้ำจึงควรเป็นการมองด้วยความเคารพ ไม่ใช่เพียงมองเพื่อความสวยงามชั่วครู่
โดยรวมแล้ว ถ้ำช่วยรัตนตรัยประกายเพชร หรือถ้ำประกายเพชร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานความงามของถ้ำหินปูน ศาสนสถาน และเส้นทางชุมชนของจังหวัดเลยได้อย่างลงตัว จุดเด่นของสถานที่คือหินงอกหินย้อยหลายคูหา ผนังหินประกายคล้ายเกล็ดเพชร พระพุทธรูปภายในถ้ำ บรรยากาศสงบ และเส้นทางเดินทางที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเลยมากเกินไป หากเตรียมตัวให้พร้อม ใช้ไฟฉายอย่างเหมาะสม เคารพกฎของวัด และรักษาธรรมชาติภายในถ้ำ ถ้ำประกายเพชรจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์เที่ยวเลยที่ทั้งสงบ สวยงาม และน่าจดจำสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำช่วยรัตนตรัยประกายเพชร / ถ้ำประกายเพชร / วัดถ้ำประกายเพชร |
| ที่ตั้ง | หมู่ 3 บ้านโพนสว่าง ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย |
| ที่อยู่ | บ้านโพนสว่าง ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย 42210 |
| พิกัด | 17.546319, 101.913659 / GWW7+GGC ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย |
| ไฮไลต์ | ถ้ำหินปูนที่มีหินงอกหินย้อยหลายคูหา ผนังถ้ำและหินย้อยมีลักษณะเป็นเม็ดแร่คล้ายเกล็ดเพชร เมื่อส่องไฟจะเห็นประกายระยิบระยับ |
| ประวัติ / ลักษณะพื้นที่ | เป็นถ้ำธรรมชาติในภูเขาหินปูนภายในเขตวัดถ้ำประกายเพชร ใช้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและพื้นที่ทางศาสนาของชุมชนบ้านโพนสว่าง |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “ประกายเพชร” มาจากลักษณะหินและผนังถ้ำที่มีประกายระยิบระยับคล้ายเพชรเมื่อแสงไฟส่องกระทบ |
| ลักษณะเด่น | มีหลายคูหา หินงอกหินย้อยสวยงาม พระพุทธรูปภายในถ้ำ พื้นที่บางช่วงต้องเดินอย่างระมัดระวัง และมีจุดหินย้อยที่ยังมีหยดน้ำตามธรรมชาติ |
| การเดินทาง | ใช้เส้นทางเลย – นาด้วง ประมาณ 28 กม. ถึงตำบลท่าสะอาด เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านโพนสว่าง หมู่ 3 ตำบลนาดอกคำ ประมาณ 8 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดถ้ำประกายเพชร |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและศาสนสถานในพื้นที่วัดถ้ำประกายเพชร อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัด ลานปฏิบัติธรรม ทางลงถ้ำ จุดกราบพระภายในถ้ำ และพื้นที่จอดรถบริเวณวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พื้นที่วัดถ้ำประกายเพชรและลานปฏิบัติธรรม 2. ทางเข้าถ้ำและทางลงถ้ำ 3. คูหาพระพุทธรูปภายในถ้ำ 4. โซนหินงอกหินย้อยประกายเพชร 5. โซนผนังหินและหินย้อยที่มีหยดน้ำ 6. ทางเดินคูหาแคบและจุดเพดานต่ำ 7. จุดรูปทรงหินธรรมชาติที่ชาวบ้านเชื่อมโยงกับคติพญานาค 8. โซนหินลักษณะคล้ายน้ำตกประกายเพชร |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระสุทธินันท์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำประกายเพชร |
| ข้อควรปฏิบัติ | แต่งกายสุภาพ ใช้ไฟฉายในการเข้าชม ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่ส่งเสียงดัง และปฏิบัติตามข้อแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดถ้ำผาขาม ประมาณ 3 กม. 2. ถ้ำผายา หรือถ้ำค้างคาว ประมาณ 5 กม. 3. อ่างเก็บน้ำห้วยปลาดุก ประมาณ 12 กม. 4. วัดป่าห้วยปลาดุก ประมาณ 13 กม. 5. ตัวอำเภอนาด้วง ประมาณ 16 กม. 6. วัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง อำเภอเมืองเลย ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Meejai Cupfee Bakery And Food ประมาณ 16 กม. โทร. 089-941-5686, 088-319-1244 2. นาด้วง คาเฟ่ ประมาณ 16 กม. โทร. 080-373-4048 3. ริมคลองหมูกะทะสาขานาด้วง ประมาณ 16 กม. โทร. 082-850-4328 4. เตี๋ยววัดดงมูลเหล็ก & ตามสั่ง / ส้มตำ ต้มแซ่บ ลาบ ประมาณ 16 กม. 5. ร้านลาบอุไร ซอยโลตัส อำเภอนาด้วง ประมาณ 17 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านฉัน ห้องพักรายวัน นาด้วง ประมาณ 16 กม. โทร. 098-985-4266 2. มีใจ รีสอร์ท ประมาณ 17 กม. โทร. 088-319-1244 3. The Dreaming Park สวนน้ำนาด้วง ประมาณ 18 กม. โทร. 082-970-7782, 080-326-7739 4. ชมดาว รีสอร์ท นาด้วง ประมาณ 17 กม. 5. บ้านสวนเพชรน้ำหนึ่ง รีสอร์ท ประมาณ 28 กม. โทร. 087-229-1877, 093-856-1774 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำช่วยรัตนตรัยประกายเพชรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำช่วยรัตนตรัยประกายเพชร หรือถ้ำประกายเพชร ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านโพนสว่าง ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ภายในพื้นที่วัดถ้ำประกายเพชร
ถาม: ถ้ำประกายเพชรมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหินงอกหินย้อยและผนังถ้ำที่มีเม็ดแร่คล้ายเกล็ดเพชร เมื่อส่องไฟจะเกิดประกายระยิบระยับทั่วบริเวณ
ถาม: ถ้ำประกายเพชรเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: การเดินทางไปถ้ำประกายเพชรไปอย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางเลย – นาด้วง ประมาณ 28 กม. ถึงตำบลท่าสะอาด แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านโพนสว่าง ตำบลนาดอกคำ ประมาณ 8 กม. ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดถ้ำประกายเพชร
ถาม: ภายในถ้ำประกายเพชรมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ภายในมีหลายคูหา มีพระพุทธรูป หินงอกหินย้อยประกายเพชร ผนังหินสวยงาม ทางเดินบางช่วงเพดานต่ำ และรูปทรงหินธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์
ถาม: เที่ยวถ้ำประกายเพชรต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมไฟฉาย เสื้อผ้าสุภาพ รองเท้าเดินที่เหมาะกับพื้นที่ชื้น น้ำดื่ม เงินสดสำหรับทำบุญหรือใช้จ่ายในชุมชน และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่
ถาม: ถ้ำประกายเพชรเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุไหม?
ตอบ: เหมาะกับการเข้าชมในส่วนที่เดินสะดวก แต่เด็กและผู้สูงอายุควรมีผู้ดูแลใกล้ชิด เพราะบางช่วงในถ้ำมีพื้นชื้น ทางแคบ และเพดานต่ำ
ถาม: เที่ยวถ้ำประกายเพชรใกล้กับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดถ้ำผาขาม ถ้ำผายาหรือถ้ำค้างคาว อ่างเก็บน้ำห้วยปลาดุก วัดป่าห้วยปลาดุก และตัวอำเภอนาด้วงได้ในเส้นทางเดียวกัน
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




