หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย >อ.ท่าลี่ >ต.อาฮี > ภูชมลาว
TL;DR: ภูชมลาว อยู่ที่บ้านนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ภูเขาสูงประมาณ 440 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีแนวเขาสลับซับซ้อน ใกล้แม่น้ำเหือง และเหมาะกับการชมทะเลหมอกยามเช้า.
ภูชมลาว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05.00 – 17.00 น.
ภูชมลาว ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เป็นจุดชมทะเลหมอกสองแผ่นดินไทย–ลาวที่โดดเด่นด้วยวิวภูเขาแบบ 360 องศา เดิมชาวบ้านเรียกว่า “ภูฮวก” ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 440 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จุดเด่นคือสามารถมองเห็นเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบูลี สปป.ลาว บ้านนากระเซ็ง พระธาตุสัจจะ และแนวภูเขาสลับซับซ้อนของอำเภอท่าลี่ได้อย่างชัดเจน เหมาะที่สุดสำหรับการขึ้นชมแสงเช้าและทะเลหมอกในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนธันวาคมถึงมกราคม
ภูชมลาว เป็นหนึ่งในจุดชมวิวธรรมชาติของอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ที่มีเสน่ห์แตกต่างจากจุดชมทะเลหมอกยอดนิยมหลายแห่ง เพราะไม่ได้มีเพียงหมอกขาวยามเช้าเท่านั้น แต่ยังมีภูมิประเทศชายแดนไทย–ลาวที่เปิดมุมมองกว้างไกล เห็นทั้งเทือกเขา แม่น้ำเหือง ชุมชนชายแดน และฝั่งเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบูลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภูแห่งนี้เดิมมีชื่อเรียกในหมู่ชาวบ้านว่า “ภูฮวก” ก่อนจะได้รับการพัฒนาและใช้ชื่อว่า “ภูชมลาว” เพื่อสะท้อนจุดเด่นของการมองเห็นทิวทัศน์ฝั่งลาวจากยอดภูอย่างชัดเจน
ภูชมลาวตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ใกล้กับด่านพรมแดนนากระเซ็งและแม่น้ำเหือง ซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ลักษณะพื้นที่เป็นเทือกเขาและเนินภูที่มีความสลับซับซ้อน ความสูงของยอดภูประมาณ 440 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้มีระดับความสูงพอเหมาะต่อการรับลมเย็นในช่วงเช้าและชมหมอกที่ลอยปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง
ภาพจำสำคัญของภูชมลาวคือทะเลหมอกสีขาวนวลที่แผ่คลุมพื้นที่หุบเขาในช่วงเช้าตรู่ โดยเฉพาะฤดูหนาวราวเดือนธันวาคม ซึ่งมักเป็นช่วงที่หมอกแน่นและอากาศเย็นสบาย เมื่อแสงแรกของวันค่อย ๆ ส่องผ่านแนวภูเขา นักท่องเที่ยวจะเห็นชั้นหมอกที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวอยู่เหนือผืนป่าและชุมชนชายแดน ภาพดังกล่าวทำให้ภูชมลาวกลายเป็นจุดชมทะเลหมอกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่าน และยังคงสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นที่ชายแดนได้อย่างชัดเจน
จุดชมวิวบนภูชมลาวมีมุมเด่น 2 ฝั่ง คือมุมที่มองออกไปทางเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบูลี สปป.ลาว และมุมที่มองกลับมายังฝั่งไทยบริเวณบ้านนากระเซ็ง พระธาตุสัจจะ และตัวอำเภอท่าลี่ ความน่าสนใจของภูชมลาวจึงไม่ได้อยู่ที่ทะเลหมอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความรู้สึกของการยืนอยู่บนจุดชมวิวที่เชื่อมโยงสองแผ่นดินไว้ด้วยสายตา เห็นทั้งภูเขาไทย ภูเขาลาว แนวลุ่มน้ำเหือง และเส้นทางชีวิตของชุมชนชายแดนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน
ความสวยงามของภูชมลาวมีลักษณะเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ จุดชมวิวไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่ยังคงบรรยากาศของภูเขาชุมชนที่ชาวบ้านช่วยกันดูแล นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปจะได้สัมผัสทางเดินธรรมชาติ บันไดหรือทางขึ้นช่วงสุดท้ายที่ต้องเดินด้วยตนเอง และลานชมวิวที่เปิดให้มองเห็นทิวทัศน์กว้างรอบตัว บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ภูชมลาวเหมาะกับผู้ที่ชอบแหล่งท่องเที่ยวแบบ slow travel ต้องการใช้เวลาอยู่กับแสงเช้า หมอก ลมหนาว และเสียงธรรมชาติ มากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ
ภูชมลาวเป็นผลลัพธ์ของการร่วมแรงของคนในพื้นที่ อำเภอท่าลี่มีชุมชนที่เห็นศักยภาพของภูเขาแห่งนี้และรวมตัวกันในรูปแบบเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนลุ่มน้ำเหือง หรือกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนโฮมเหือง เพื่อดูแลเส้นทาง จุดจอดรถ การให้บริการรถรับส่ง และการรองรับนักท่องเที่ยว การจัดการเช่นนี้ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายกลับสู่ชุมชน ทั้งคนขับรถอีแต๊ก กลุ่มแม่บ้าน ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และที่พักในพื้นที่ใกล้เคียง
การขึ้นภูชมลาวมีรูปแบบเฉพาะตัว นักท่องเที่ยวขับรถส่วนตัวมาจอดบริเวณใกล้ด่านพรมแดนนากระเซ็ง จากนั้นใช้บริการรถของชาวบ้านหรือรถอีแต๊กเข้าสู่เส้นทางภูเขา ระยะทางช่วงรถประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อขึ้นสู่จุดชมวิวอีกระยะสั้น ๆ ประมาณ 100 เมตร เส้นทางช่วงท้ายนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสพรรณไม้และบรรยากาศภูเขาอย่างใกล้ชิด แม้จะไม่ใช่เส้นทางเดินป่าหนัก แต่ควรสวมรองเท้าที่กระชับและพื้นไม่ลื่น เพราะช่วงเช้ามืดพื้นอาจมีความชื้นจากน้ำค้างและหมอก
การเดินทาง หากเริ่มจากตัวเมืองเลย สามารถใช้เส้นทางไปอำเภอท่าลี่ จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่ตำบลอาฮีและบ้านนากระเซ็ง จุดขึ้นภูอยู่ใกล้ด่านพรมแดนนากระเซ็ง การใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอท่าลี่กระจายตัวตามชุมชน ริมน้ำ และภูเขา หากต้องการชมทะเลหมอก ควรออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดเพื่อให้ถึงจุดจอดรถก่อนช่วงแสงแรกของวัน และเผื่อเวลาในการต่อรถชาวบ้านขึ้นสู่เส้นทางภูชมลาว
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภูชมลาวคือปลายฝนต้นหนาวจนถึงฤดูหนาว โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ส่วนเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ทะเลหมอกมักหนาแน่นและมีบรรยากาศหนาวเย็นชัดเจน นักท่องเที่ยวที่ต้องการภาพหมอกขาวเต็มหุบเขาควรขึ้นไปถึงยอดภูในช่วง 05.30 – 06.30 น. เพราะเป็นช่วงที่แสงยังนุ่ม หมอกยังไม่ถูกแดดสลาย และทิวเขายังปรากฏเป็นชั้นเงาสวยงามหลังทะเลหมอก
แม้ภูชมลาวจะงดงามในช่วงเช้า แต่ช่วงเย็นก็มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง เพราะยอดภูสามารถใช้เป็นจุดชมแสงเย็นและพระอาทิตย์ตกได้เช่นกัน แสงสีทองที่ส่องผ่านแนวภูเขาและทิวไม้ทำให้มุมมองของภูชมลาวแตกต่างจากช่วงเช้า โดยช่วงเช้าให้ความรู้สึกสดชื่น เย็น และนุ่มนวล ส่วนช่วงเย็นให้บรรยากาศอบอุ่น เงียบ และเหมาะกับการถ่ายภาพวิวกว้าง อย่างไรก็ตาม การเดินทางช่วงเย็นควรวางแผนเวลาลงจากภูให้เรียบร้อยก่อนค่ำ เพื่อความปลอดภัยบนเส้นทางชุมชนและเส้นทางเขา
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อต้องการขึ้นภูชมลาว ได้แก่ เสื้อกันลมหรือเสื้อกันหนาว รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่พื้นยึดเกาะดี ไฟฉายหรือไฟจากโทรศัพท์สำหรับช่วงเช้ามืด น้ำดื่มส่วนตัว และกล้องถ่ายภาพ หากไปช่วงฤดูหนาวควรเตรียมผ้าพันคอหรือหมวกกันลม เพราะบนยอดภูมักมีลมเย็นมากกว่าด้านล่าง ส่วนผู้ที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุร่วมเดินทางควรให้เวลาขึ้นลงมากขึ้น และควรเดินช้า ๆ ในช่วงทางเดินสุดท้าย
ภูชมลาวยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการท่องเที่ยวชุมชนชายแดน เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางมาเพียงชมวิวแล้วกลับ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อประสบการณ์กับวิถีชีวิตของอำเภอท่าลี่ได้หลายรูปแบบ เช่น แวะดื่มกาแฟท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้าน เที่ยวแก่งริมแม่น้ำเหือง ไหว้พระธาตุสัจจะ และเยี่ยมชมด่านพรมแดนนากระเซ็ง เส้นทางเหล่านี้ทำให้การเที่ยวภูชมลาวมีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพทะเลหมอก เพราะเป็นการทำความรู้จักพื้นที่ชายแดนไทย–ลาวผ่านธรรมชาติ ศรัทธา อาหาร และผู้คน
บริเวณท่าลี่เป็นเมืองเล็กที่มีบรรยากาศสงบ ชีวิตผู้คนดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เสน่ห์ของพื้นที่ไม่ได้อยู่ที่ความคึกคักแบบเมืองท่องเที่ยวใหญ่ แต่อยู่ที่ความเป็นกันเองของคนท้องถิ่น ถนนที่วิ่งผ่านแนวภูเขา ร้านอาหารและคาเฟ่ขนาดเล็กริมทาง พื้นที่เกษตร และวัดสำคัญของชุมชน การมาเที่ยวภูชมลาวจึงเหมาะกับการจัดเป็นทริป 1 วันหรือ 2 วัน 1 คืน เพื่อให้มีเวลาสัมผัสท่าลี่อย่างเต็มที่
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ ภูชมลาวมีองค์ประกอบภาพที่หลากหลาย ทั้งหมอกที่ลอยคลุมหุบเขา แสงเช้าบนยอดไม้ แนวสันเขา เส้นแบ่งสายตาระหว่างไทยกับลาว และภาพชีวิตชุมชนระหว่างทาง หากต้องการได้ภาพหมอกแน่น ควรเลือกวันที่อากาศเย็นหลังฝนหรือช่วงความชื้นสูง แต่ท้องฟ้าเปิดในตอนเช้า หากมีลมแรงมาก หมอกอาจเคลื่อนตัวเร็วและอยู่ไม่นาน การเผื่อเวลาอยู่บนยอดภูจึงช่วยเพิ่มโอกาสได้ภาพสวยหลายช่วงแสง
จุดสำคัญอีกประการหนึ่งคือภูชมลาวยังคงเป็นสถานที่ที่ชุมชนดูแลร่วมกัน นักท่องเที่ยวควรเคารพกติกาพื้นที่ ใช้บริการรถของชาวบ้านตามระบบที่จัดไว้ ไม่ขับรถขึ้นเองในเส้นทางที่ไม่อนุญาต ไม่ทิ้งขยะบนภู ไม่ส่งเสียงดังรบกวนธรรมชาติ และควรสนับสนุนบริการของชุมชนอย่างเหมาะสม เช่น อาหารว่าง เครื่องดื่ม หรือของฝากท้องถิ่น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจะช่วยรักษาความงามของภูชมลาวให้คงอยู่ และช่วยให้รายได้หมุนเวียนในชุมชนชายแดนแห่งนี้อย่างยั่งยืน
เมื่อเชื่อมเส้นทางภูชมลาวกับสถานที่ใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นด้วยการขึ้นชมทะเลหมอกยามเช้า จากนั้นลงมาแวะด่านพรมแดนนากระเซ็งหรือสะพานมิตรภาพน้ำเหือง เพื่อชมบรรยากาศพรมแดนไทย–ลาว แล้วต่อด้วยพระธาตุสัจจะซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของท่าลี่ ช่วงบ่ายสามารถแวะพักที่แก่งโตนริมแม่น้ำเหือง หรือไปตลาดท่าลี่เพื่อหาอาหารท้องถิ่น ก่อนปิดทริปด้วยคาเฟ่หรือที่พักในอำเภอท่าลี่ เส้นทางนี้ทำให้การเที่ยวภูชมลาวครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ศรัทธา และวิถีชุมชน
ภูชมลาวจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา “ที่เที่ยวเลย” แบบไม่ซ้ำเดิม โดยเฉพาะผู้ที่ชอบทะเลหมอก จุดชมวิวชายแดน และการท่องเที่ยวชุมชน แม้จะไม่ใช่สถานที่ใหญ่โต แต่มีความครบถ้วนในเชิงประสบการณ์ เพราะนักท่องเที่ยวได้ทั้งการนั่งรถชุมชนขึ้นภู เดินขึ้นจุดชมวิวด้วยตนเอง เห็นทะเลหมอกสองแผ่นดิน ชมวิวเมืองแก่นท้าว ฝั่งลาว และมองกลับมายังบ้านนากระเซ็งกับอำเภอท่าลี่ฝั่งไทยในเวลาเดียวกัน
หากต้องการเที่ยวให้ได้ประสบการณ์ดีที่สุด ควรนัดหมายหรือสอบถามกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือวันหยุดยาว เพื่อให้ทราบสภาพเส้นทาง จุดจอดรถ การจัดคิวรถขึ้นภู และสภาพอากาศในวันเดินทาง การเตรียมตัวล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้ทริปภูชมลาวราบรื่นขึ้น และทำให้มีเวลาเต็มที่กับช่วงเวลาสำคัญที่สุดของภูแห่งนี้ คือช่วงที่แสงแรกค่อย ๆ แตะยอดเขา แล้วทะเลหมอกสองแผ่นดินเผยตัวอย่างงดงามเบื้องหน้า
| ชื่อสถานที่ | ภูชมลาว |
| ที่ตั้ง | บ้านนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย |
| ที่อยู่ | จุดขึ้นภูอยู่บริเวณใกล้ด่านพรมแดนนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย 42140 |
| ไฮไลต์ | จุดชมทะเลหมอกสองแผ่นดินไทย–ลาว ชมวิวเมืองแก่นท้าว สปป.ลาว บ้านนากระเซ็ง พระธาตุสัจจะ และแนวภูเขาอำเภอท่าลี่แบบ 360 องศา |
| ประวัติ / ที่มาของชื่อ | เดิมชาวบ้านเรียกว่า “ภูฮวก” ต่อมาใช้ชื่อ “ภูชมลาว” เพื่อสะท้อนจุดเด่นของการชมวิวฝั่งลาวจากยอดภู |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาสูงประมาณ 440 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีแนวเขาสลับซับซ้อน ใกล้แม่น้ำเหือง และเหมาะกับการชมทะเลหมอกยามเช้า |
| การเดินทาง | ขับรถไปจอดบริเวณใกล้ด่านพรมแดนนากระเซ็ง จากนั้นใช้บริการรถชาวบ้านหรือรถอีแต๊กขึ้นเขาประมาณ 3 กม. แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 100 เมตรถึงจุดชมวิว |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นจุดท่องเที่ยวชุมชนและจุดชมวิวทะเลหมอกของอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 05.00 – 17.00 น. ช่วงชมทะเลหมอกที่เหมาะสมคือ 05.30 – 06.30 น. |
| ค่าบริการ | ค่ารถชาวบ้านหรือรถอีแต๊กไป–กลับประมาณ 60 บาทต่อคน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดจอดรถบริเวณตีนภู รถชุมชนรับส่งขึ้นภู ห้องน้ำพื้นฐานบริเวณจุดลงรถ ทางเดินขึ้นจุดชมวิว และร้านอาหารว่างหรือเครื่องดื่มของชุมชนในช่วงท่องเที่ยว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. จุดจอดรถใกล้ด่านพรมแดนนากระเซ็ง 2. เส้นทางรถชาวบ้านขึ้นภู 3. ทางเดินเท้าช่วงสุดท้ายก่อนถึงยอดภู 4. จุดชมวิวทะเลหมอกฝั่งเมืองแก่นท้าว สปป.ลาว 5. จุดชมวิวฝั่งบ้านนากระเซ็ง พระธาตุสัจจะ และอำเภอท่าลี่ |
| ผู้ดูแล | กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนโฮมเหือง / เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนลุ่มน้ำเหือง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-721-3668, 084-785-7853 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ด่านพรมแดนนากระเซ็ง ประมาณ 3 กม. 2. สะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย–ลาว ประมาณ 4 กม. 3. บ้านนากระเซ็ง ประมาณ 4 กม. 4. พระธาตุสัจจะ วัดลาดปู่ทรงธรรม ประมาณ 18 กม. 5. แก่งโตน ประมาณ 20 กม. 6. ตลาดท่าลี่ ประมาณ 18 กม. 7. วัดโพนทอง ประมาณ 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารและเครื่องดื่มชุมชนบริเวณภูชมลาว ประมาณ 0 กม. 2. กาแฟเห็นอ้ม Loei บ้านนากระเซ็ง ประมาณ 4 กม. 3. กาแฟพอดี เบเกอรี่พอใจ ประมาณ 18 กม. โทร. 090-985-7022 4. Le Bar Tarry อำเภอท่าลี่ ประมาณ 22 กม. 5. ลาว ลาว คาเฟ่ ตลาดท่าลี่ ประมาณ 18 กม. 6. Naya Coffee Cottage อำเภอท่าลี่ ประมาณ 20 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านสวนริมธาร อำเภอท่าลี่ ประมาณ 6 กม. โทร. 089-570-1963 2. กาแฟพอดี เบเกอรี่พอใจ ประมาณ 18 กม. โทร. 090-985-7022 3. โรงแรมประสิทธิ์ท่าลี่รีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 083-328-6559 4. Le Bar Tarry Hotel ประมาณ 22 กม. 5. โรงแรมอัศวินรีสอร์ท ประมาณ 25 กม. โทร. 042-889602 6. โรงแรมสีขัดรีสอร์ท ประมาณ 22 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ภูชมลาวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ภูชมลาวตั้งอยู่บริเวณบ้านนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ใกล้ด่านพรมแดนนากระเซ็งและแม่น้ำเหือง ซึ่งเป็นแนวพรมแดนไทย–ลาว
ถาม: ภูชมลาวเหมาะไปเที่ยวช่วงเดือนไหน?
ตอบ: ช่วงที่เหมาะที่สุดคือปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนธันวาคมถึงมกราคม เพราะมีโอกาสเห็นทะเลหมอกหนาแน่นและอากาศเย็นสบาย
ถาม: ต้องขึ้นภูชมลาวกี่โมงถึงจะเห็นทะเลหมอก?
ตอบ: ควรขึ้นถึงจุดชมวิวช่วงประมาณ 05.30 – 06.30 น. เพราะเป็นช่วงที่หมอกยังแน่น แสงเช้ายังนุ่ม และเหมาะกับการชมวิวหรือถ่ายภาพ
ถาม: รถส่วนตัวขึ้นถึงยอดภูชมลาวได้หรือไม่?
ตอบ: นักท่องเที่ยวควรจอดรถบริเวณใกล้ด่านพรมแดนนากระเซ็ง แล้วใช้บริการรถชาวบ้านหรือรถอีแต๊กขึ้นไปตามเส้นทางที่ชุมชนจัดไว้ จากนั้นเดินเท้าต่อระยะสั้น ๆ ถึงจุดชมวิว
ถาม: ภูชมลาวมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ค่าบริการที่มีข้อมูลชัดเจนคือค่ารถชาวบ้านหรือรถอีแต๊กไป–กลับประมาณ 60 บาทต่อคน สำหรับการขึ้นไปยังจุดชมวิว
ถาม: บนภูชมลาวมองเห็นอะไรบ้าง?
ตอบ: บนยอดภูสามารถมองเห็นทะเลหมอก แนวภูเขาเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบูลี สปป.ลาว บ้านนากระเซ็ง พระธาตุสัจจะ ตัวอำเภอท่าลี่ และภูเขาสลับซับซ้อนรอบพื้นที่แบบ 360 องศา
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปภูชมลาว?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือเสื้อกันลม รองเท้าที่เดินสะดวก ไฟฉายสำหรับช่วงเช้ามืด น้ำดื่ม กล้องถ่ายภาพ และควรสอบถามชุมชนเรื่องสภาพอากาศหรือคิวรถขึ้นภูก่อนเดินทาง
ถาม: เที่ยวภูชมลาวแล้วควรแวะที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถแวะด่านพรมแดนนากระเซ็ง สะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย–ลาว พระธาตุสัจจะ แก่งโตน ตลาดท่าลี่ และร้านกาแฟหรือที่พักในอำเภอท่าลี่ได้ในเส้นทางเดียวกัน
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ดอย และภูเขา
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว




