หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.ภูเวียง >ต.ในเมือง > พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง
TL;DR: พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดทุกวันจันทร์ เวลา 09.30 – 16.30 น.
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง

วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดทุกวันจันทร์
เวลาเปิดทำการ: 09.30 – 16.30 น.
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง หรือชื่อทางการว่า ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพราะพื้นที่ภูเวียงเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ชิ้นแรกของไทย และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการศึกษาบรรพชีวินวิทยาไดโนเสาร์ในประเทศ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่จัดแสดงหุ่นจำลองไดโนเสาร์สำหรับเด็ก แต่เป็นศูนย์ความรู้ที่เชื่อมโยงประวัติการกำเนิดโลก วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต หิน แร่ ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยาเทือกเขาภูเวียง งานสำรวจวิจัย และเรื่องราวของไดโนเสาร์ไทยไว้อย่างเป็นระบบ
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาวิจัยซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น และกรมทรัพยากรธรณี เพื่อเป็นทั้งแหล่งศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการ แหล่งอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ แหล่งเผยแพร่ความรู้ด้านทรัพยากรธรณี และแหล่งท่องเที่ยวเชิงการศึกษาของจังหวัดขอนแก่น อาคารพิพิธภัณฑ์แบ่งหน้าที่หลักออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนบริการ ส่วนวิชาการ และส่วนนิทรรศการ ทำให้สถานที่แห่งนี้รองรับได้ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ครู นักวิจัย และผู้สนใจเรื่องไดโนเสาร์อย่างจริงจัง
สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงมีความสำคัญเหนือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ทั่วไป คือความสัมพันธ์โดยตรงกับแหล่งค้นพบจริงในเทือกเขาภูเวียง พื้นที่ภูเวียงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของนิทรรศการ แต่เป็นพื้นที่ทางธรณีวิทยาที่มีหลักฐานสำคัญของชีวิตในมหายุคมีโซโซอิก การค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ครั้งแรกของไทยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยนายสุธรรม แย้มนิยม นักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ขณะสำรวจแร่ยูเรเนียมบริเวณห้วยประตูตีหมาในอุทยานแห่งชาติภูเวียง กระดูกที่พบในครั้งนั้นเป็นส่วนปลายล่างของกระดูกต้นขาไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ในกลุ่มซอโรพอด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจไดโนเสาร์ไทยอย่างจริงจัง
หลังการค้นพบครั้งแรก การสำรวจในพื้นที่ภูเวียงเริ่มขยายตัวอย่างเป็นระบบในปี พ.ศ. 2524 โดยนักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณีร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญไทยและฝรั่งเศส การสำรวจดังกล่าวพบซากดึกดำบรรพ์จำนวนมาก ทั้งกระดูกไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ฟันไดโนเสาร์กินเนื้อ ฟันจระเข้ กระดองเต่า ฟันและเกล็ดปลาโบราณ รวมถึงหลักฐานสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์หลายชนิด การค้นพบเหล่านี้ทำให้ภูเวียงกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของงานบรรพชีวินวิทยาไทย และเป็นเหตุผลที่ควรมีพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับรวบรวม ศึกษา อนุรักษ์ และเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชน
ไดโนเสาร์ที่พบในแหล่งภูเวียงมีความสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพราะมีทั้งชนิดที่พบเป็นครั้งแรกของไทยและชนิดที่ได้รับการตั้งชื่อใหม่ทางวิทยาศาสตร์ หนึ่งในชื่อที่คนไทยคุ้นเคยมากคือ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาวขนาดใหญ่ในกลุ่มซอโรพอด และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของภูเวียง นอกจากนี้ยังมีไดโนเสาร์กินเนื้ออย่าง สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส ที่พบจากหลุมขุดค้นในอุทยานแห่งชาติภูเวียง และถือเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อสกุลและชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทย ชื่อเหล่านี้ทำให้ภูเวียงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่มีบทบาทจริงต่อวงการวิทยาศาสตร์โลก
ภายในพิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าชมจะค่อย ๆ เดินผ่านเรื่องราวจากภาพใหญ่ของจักรวาลเข้าสู่รายละเอียดเฉพาะของภูเวียง การจัดลำดับแบบนี้ช่วยให้เข้าใจว่าซากไดโนเสาร์ไม่ได้ปรากฏขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการธรรมชาติที่ยาวนาน ตั้งแต่กำเนิดจักรวาล กำเนิดโลก การเกิดหินและแร่ การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก การเกิดสิ่งมีชีวิต การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ และการกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ภายในชั้นหิน ผู้ชมจึงได้เรียนรู้ไดโนเสาร์ในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก ไม่ใช่เพียงสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่น่าตื่นเต้นในจินตนาการ
นิทรรศการของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก โซนที่ 1 นำเสนอเรื่องกำเนิดจักรวาล วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต และเรื่องราวของไดโนเสาร์ทั่วโลก เนื้อหาส่วนนี้ช่วยปูพื้นฐานให้ผู้เข้าชมเข้าใจการเกิดและสลายของหิน วัฏจักรธรณีวิทยา สิ่งมีชีวิตในมหายุคพาลีโอโซอิก และการเข้าสู่ยุคของไดโนเสาร์ ผู้ชมจะได้เห็นว่าก่อนจะมีไดโนเสาร์ โลกเคยมีสิ่งมีชีวิตในทะเล สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ปลา และกลุ่มสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ จำนวนมาก เมื่อเวลาผ่านไป โลกเปลี่ยนแปลงทั้งด้านภูมิอากาศ พื้นทวีป และระบบนิเวศ จนเกิดยุคที่สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ครองโลก
โซนที่ 1 ยังกล่าวถึงการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เด็กและผู้ใหญ่สนใจมากที่สุด เนื้อหาช่วยอธิบายสมมติฐานเกี่ยวกับการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่บริเวณประเทศเม็กซิโกในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโลกอย่างรุนแรง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากสูญพันธุ์และเป็นจุดสิ้นสุดของยุคไดโนเสาร์ การเรียนรู้เรื่องการสูญพันธุ์ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าโลกเป็นระบบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง
โซนที่ 2 คือหัวใจสำคัญของพิพิธภัณฑ์ เพราะนำเสนอเรื่องไดโนเสาร์ในแหล่งเทือกเขาภูเวียงโดยตรง โซนนี้จัดแสดงเรื่องราวการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศไทย ประวัติการสำรวจทางธรณีวิทยา แผนผังหลุมขุดค้นทั้ง 9 หลุม และตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ที่พบในพื้นที่ ผู้เข้าชมจะเห็นความเชื่อมโยงระหว่างแผนที่ภูเวียง ชั้นหิน แหล่งขุดค้น และไดโนเสาร์ชนิดต่าง ๆ ที่พบในบริเวณเดียวกัน ทำให้เข้าใจว่าการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ต้องอาศัยทั้งการสำรวจภาคสนาม การทำแผนที่ การอ่านชั้นหิน และการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์
ในโซนไดโนเสาร์ภูเวียง ผู้ชมจะได้เรียนรู้ว่าซากดึกดำบรรพ์ไม่ได้เป็นเพียงกระดูกเก่า แต่เป็นหลักฐานที่บอกเล่าอายุของชั้นหิน สภาพแวดล้อมในอดีต ชนิดของสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ พฤติกรรมการกิน และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศโบราณ การพบไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ไดโนเสาร์กินเนื้อ จระเข้ เต่า ปลา และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในพื้นที่เดียวกัน สะท้อนว่าภูเวียงในอดีตเคยเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ไม่ใช่พื้นที่ภูเขาแห้งแล้งอย่างที่บางคนเห็นในปัจจุบัน
โซนที่ 3 นำเสนอห้องปฏิบัติการด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดขอนแก่น จุดเด่นคือผู้ชมสามารถเห็นบรรยากาศการทำงานของนักธรณีวิทยาและนักวิชาการผ่านกระจกใส ทำให้เข้าใจว่างานศึกษาฟอสซิลไม่ได้จบลงหลังจากขุดพบกระดูกในภาคสนาม แต่ต้องผ่านขั้นตอนการทำความสะอาด การอนุรักษ์ การเปรียบเทียบ การบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ตำแหน่งและลักษณะของกระดูก รวมถึงการจัดเก็บในคลังตัวอย่างอย่างถูกต้อง โซนนี้ช่วยทำให้วิทยาศาสตร์ดูเป็นงานจริงที่ต้องใช้ความละเอียดและความรับผิดชอบสูง
โซนห้องปฏิบัติการยังเหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนที่สนใจอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เพราะช่วยให้เห็นว่าการเป็นนักบรรพชีวินวิทยา นักธรณีวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านซากดึกดำบรรพ์ต้องทำงานทั้งภาคสนามและห้องทดลอง การเรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์จึงไม่ใช่เพียงการจำชื่อสัตว์ดึกดำบรรพ์ แต่เกี่ยวข้องกับทักษะการสังเกต การตั้งคำถาม การใช้หลักฐาน การเปรียบเทียบโครงสร้าง และการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์หลายสาขา
โซนที่ 4 คือสวนไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าชมจำนวนมาก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก โซนนี้ตกแต่งเป็นบรรยากาศสวนป่ายุคดึกดำบรรพ์ มีหุ่นไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริง พร้อมองค์ประกอบแสง สี เสียง และสภาพแวดล้อมจำลองที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนเดินเข้าสู่โลกยุคไดโนเสาร์ การจัดแสดงแบบนี้ช่วยให้เด็กจดจำได้ง่ายและเกิดความสนใจต่อการเรียนรู้ต่อไป เพราะจากความตื่นเต้นเมื่อเห็นหุ่นจำลองขนาดใหญ่ เด็กสามารถต่อยอดไปสู่คำถามเรื่องชนิดของไดโนเสาร์ อาหาร แหล่งอาศัย และสาเหตุการสูญพันธุ์ได้
สวนไดโนเสาร์ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความสนุกกับความรู้ เพราะหุ่นจำลองทำให้สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่เคยอยู่เฉพาะในหนังสือกลายเป็นภาพที่เด็กเห็นได้ชัดเจน ผู้ปกครองสามารถใช้พื้นที่นี้อธิบายให้เด็กเข้าใจความแตกต่างระหว่างไดโนเสาร์กินพืชและกินเนื้อ ความหมายของขนาดลำตัว รูปร่างฟัน ความยาวคอ รูปทรงหาง และการปรับตัวของสัตว์แต่ละชนิด การเรียนรู้ผ่านภาพและประสบการณ์ตรงช่วยให้เด็กสนุกกับวิทยาศาสตร์โดยไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนบทเรียนยาก
โซนที่ 5 นำเสนอเรื่องยุคเทอร์เชียรี การใช้ประโยชน์จากหินและแร่ อุปกรณ์สำรวจทางธรณีวิทยา ปิโตรเลียม ธรณีพิบัติภัย และห้องเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โซนนี้ช่วยขยายความเข้าใจจากเรื่องไดโนเสาร์ไปสู่ทรัพยากรธรณีในชีวิตจริง ผู้ชมจะได้เรียนรู้ว่าหิน แร่ ปิโตรเลียม และความรู้ด้านธรณีวิทยามีบทบาทต่อการดำรงชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจ การก่อสร้าง พลังงาน และการเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ห้องเทิดพระเกียรติในโซนที่ 5 ช่วยเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับพระราชกรณียกิจด้านวิชาการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยสะท้อนพระราชปณิธานด้านการศึกษา การเรียนรู้ และการส่งเสริมองค์ความรู้สู่สังคม พื้นที่ส่วนนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เรียนเรื่องโลกดึกดำบรรพ์ แต่ยังสื่อให้เห็นความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาคน พัฒนาความรู้ และสร้างสังคมที่เห็นคุณค่าของการศึกษา
นอกเหนือจากโซนนิทรรศการหลัก พิพิธภัณฑ์ยังมีพื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้และบริการผู้เข้าชม เช่น ห้องประชุมขนาด 140 ที่นั่ง โรงอาหาร ร้านค้าสวัสดิการ ร้านขายของที่ระลึก ส่วนสำรวจและวิจัย ส่วนอนุรักษ์ และคลังตัวอย่าง พื้นที่เหล่านี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ทำงานได้ครบวงจร ทั้งรับผู้ชม จัดกิจกรรมทางการศึกษา สนับสนุนงานวิจัย อนุรักษ์ตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ และเผยแพร่ความรู้แก่สถาบันการศึกษาและประชาชนทั่วไป
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นสถานที่ที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ได้ดีมาก เพราะเด็กได้เห็นหุ่นจำลองไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ ฟอสซิล ตัวอย่างชั้นหิน แผนผังหลุมขุดค้น และนิทรรศการที่จัดลำดับเรื่องราวจากจักรวาลไปสู่ภูเวียง ผู้ปกครองสามารถชวนเด็กตั้งคำถามระหว่างชม เช่น ไดโนเสาร์กินอะไร ทำไมกระดูกกลายเป็นหิน ทำไมบางชนิดคอยาว ทำไมไดโนเสาร์สูญพันธุ์ และนักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่าไดโนเสาร์เคยอยู่ที่นี่ คำถามเหล่านี้ช่วยปลูกฝังทักษะการคิดแบบวิทยาศาสตร์
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ภาคสนามที่เชื่อมโยงหลายวิชาเข้าด้วยกัน ทั้งวิทยาศาสตร์ โลกและอวกาศ ชีววิทยา ธรณีวิทยา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นักเรียนจะได้เห็นว่าความรู้ในตำราเชื่อมโยงกับพื้นที่จริงอย่างไร เช่น ชั้นหินบอกอายุได้อย่างไร ฟอสซิลเกิดขึ้นได้อย่างไร การสำรวจภาคสนามต้องทำอะไรบ้าง และเหตุใดการอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์จึงมีความสำคัญต่อประเทศ
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การมาเยือนพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงช่วยเพิ่มมิติให้กับการเที่ยวขอนแก่น เพราะจังหวัดขอนแก่นไม่ได้มีเพียงวัด ตลาด ร้านอาหาร หรือแหล่งช้อปปิ้งในตัวเมือง แต่ยังมีแหล่งธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยาที่มีความสำคัญระดับประเทศ เส้นทางภูเวียงและเวียงเก่าจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบมีเรื่องราว โดยสามารถเชื่อมพิพิธภัณฑ์กับอุทยานแห่งชาติภูเวียง หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ วัดถ้ำผาเกิ้ง ผาชมตะวัน น้ำตกตาดฟ้า และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอำเภอเวียงเก่าได้ในทริปเดียว
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงยังมีความสำคัญต่อภาพจำของจังหวัดขอนแก่น เพราะไดโนเสาร์ภูเวียงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่คนจำนวนมากนึกถึงเมื่อพูดถึงขอนแก่น โดยเฉพาะภาพไดโนเสาร์กินพืชคอยาว หุ่นจำลองขนาดใหญ่ และเรื่องราวของซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบในพื้นที่จริง ความโดดเด่นนี้ทำให้จังหวัดสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์กับการท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมได้อย่างมีเอกลักษณ์
การวางแผนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ควรเผื่อเวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเดินชมทุกโซนได้อย่างไม่เร่งรีบ หากเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็ก อาจใช้เวลามากขึ้นในโซนสวนไดโนเสาร์และหุ่นจำลอง หากเป็นนักเรียนหรือผู้สนใจด้านวิทยาศาสตร์ ควรใช้เวลาอ่านป้ายคำอธิบาย แผนผังหลุมขุดค้น และข้อมูลเกี่ยวกับชนิดไดโนเสาร์ไทยอย่างละเอียด เพราะจุดแข็งของพิพิธภัณฑ์ไม่ได้อยู่ที่ความสนุกเท่านั้น แต่อยู่ที่ข้อมูลทางวิชาการที่ถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย
มารยาทในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องสำคัญ ผู้เข้าชมควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสวัตถุจัดแสดงหรือซากดึกดำบรรพ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนป่ายหุ่นจำลอง ไม่ใช้แฟลชในจุดที่มีข้อห้าม และไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้เข้าชมคนอื่น หากมาเป็นหมู่คณะควรติดต่อพิพิธภัณฑ์ล่วงหน้าเพื่อประสานการเข้าชมและการนำชม เพราะเจ้าหน้าที่สามารถช่วยอธิบายเนื้อหาให้เหมาะกับช่วงวัยและระดับความรู้ของผู้เข้าชมได้ดีกว่าการเดินชมเองโดยไม่มีพื้นฐาน
การเดินทาง จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายขอนแก่น – ชุมแพ ระยะทางประมาณ 48 กม. ถึงทางแยกเข้าอำเภอภูเวียง จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2038 มุ่งหน้าอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่า ระยะทางประมาณ 25 กม. พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียงประมาณ 3 กม. การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียง หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ จุดชมวิว ร้านอาหาร และที่พักใกล้เคียงได้ตามแผน
หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นไปยังอำเภอภูเวียงหรืออำเภอเวียงเก่า แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างไปยังพิพิธภัณฑ์ การเดินทางรูปแบบนี้ควรวางแผนรอบรถและเวลาเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะขากลับ เพราะรอบรถในพื้นที่อำเภออาจไม่ถี่เท่าตัวเมืองขอนแก่น สำหรับครอบครัวหรือหมู่คณะ การเหมารถหรือใช้รถส่วนตัวจะสะดวกกว่าและช่วยจัดเวลาเที่ยวหลายจุดได้คุ้มค่ามากขึ้น
เส้นทางเที่ยวแบบครึ่งวันที่เหมาะสมคือเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงในช่วงเช้า ใช้เวลาเรียนรู้เรื่องกำเนิดโลก ไดโนเสาร์ภูเวียง หลุมขุดค้น และสวนไดโนเสาร์ จากนั้นรับประทานอาหารในอำเภอเวียงเก่าหรือภูเวียง แล้วต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูเวียงหรือวัดถ้ำผาเกิ้ง หากมีเวลามากขึ้นสามารถเพิ่มจุดชมวิวผาชมตะวัน น้ำตกตาดฟ้า หรือไร่แทนคุณแผ่นดิน เพื่อให้ได้ทั้งความรู้ ธรรมชาติ และบรรยากาศชุมชนในทริปเดียว
หากมีเวลา 1 วันเต็ม พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาของขอนแก่นได้อย่างดี ช่วงเช้าเข้าชมพิพิธภัณฑ์เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของไดโนเสาร์และชั้นหินภูเวียง จากนั้นต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูเวียงและหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ เพื่อเห็นพื้นที่จริงที่สัมพันธ์กับนิทรรศการ ช่วงบ่ายแวะชมวัดถ้ำผาเกิ้งหรือผาชมตะวัน และปิดท้ายด้วยร้านอาหารหรือคาเฟ่ในอำเภอเวียงเก่า เส้นทางนี้เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน และผู้ที่ต้องการเที่ยวขอนแก่นแบบมีเนื้อหาและจดจำได้จริง
สำหรับชาวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นสถานที่ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อประเทศไทย เพราะหลายคนอาจรู้จักไทยจากวัด ทะเล อาหาร หรือวัฒนธรรมเมือง แต่ที่ภูเวียงจะได้เห็นว่าประเทศไทยมีหลักฐานทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญเช่นกัน นิทรรศการช่วยอธิบายว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอดีตมีระบบนิเวศที่ซับซ้อน และพื้นที่ขอนแก่นเคยเป็นถิ่นอาศัยของไดโนเสาร์หลายชนิด การมาเยือนที่นี่จึงเหมาะกับ foreign travelers ที่สนใจธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ ครอบครัว และการเรียนรู้นอกเส้นทางท่องเที่ยวกระแสหลัก
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงจึงเป็นมากกว่าสถานที่ถ่ายรูปกับไดโนเสาร์ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าซากดึกดำบรรพ์หนึ่งชิ้นสามารถบอกเล่าเรื่องราวของโลกได้ยาวนานเพียงใด ตั้งแต่การก่อตัวของชั้นหิน การดำรงชีวิตของสัตว์ดึกดำบรรพ์ การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน หากต้องการเที่ยวขอนแก่นให้ลึกขึ้น เห็นทั้งความสนุกและสาระในเวลาเดียวกัน พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงคือหนึ่งในสถานที่ที่ควรวางไว้ในแผนการเดินทางอย่างยิ่ง
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง / ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จังหวัดขอนแก่น |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Phu Wiang Dinosaur Museum / The Dinosaur Research Centre and Museum |
| ที่ตั้ง | ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น |
| ที่อยู่ | ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น 40150 |
| พิกัด | 16.679074, 102.267133 |
| ไฮไลต์ | พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย แหล่งเรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา หุ่นจำลองไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริง และเรื่องราวแหล่งค้นพบไดโนเสาร์ภูเวียง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ชิ้นแรกของไทยค้นพบที่ภูเวียงในปี พ.ศ. 2519 เริ่มสำรวจอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2524 และศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2544 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อพิพิธภัณฑ์มาจากพื้นที่ภูเวียง ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์สำคัญของประเทศไทย และเป็นพื้นที่ต้นทางของการศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ไทย |
| ลักษณะเด่น | อาคารพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนบริการ ส่วนวิชาการ และส่วนนิทรรศการ พร้อมพื้นที่สำรวจวิจัย อนุรักษ์ คลังตัวอย่าง ห้องประชุม โรงอาหาร ร้านค้าสวัสดิการ และร้านขายของที่ระลึก |
| หลักฐานสำคัญ | ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ภูเวียง แผนผังหลุมขุดค้นทั้ง 9 หลุม ตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์จากจังหวัดขอนแก่น หุ่นจำลองไดโนเสาร์ และข้อมูลไดโนเสาร์ไทย เช่น ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน และสยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนกำเนิดจักรวาล วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต และเรื่องราวของไดโนเสาร์ทั่วโลก 2. โซนไดโนเสาร์ในแหล่งเทือกเขาภูเวียง 3. โซนห้องปฏิบัติการด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดขอนแก่น 4. โซนสวนไดโนเสาร์ 5. โซนยุคเทอร์เชียรี การใช้ประโยชน์หินแร่ ธรณีพิบัติภัย และห้องเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายขอนแก่น – ชุมแพ ประมาณ 48 กม. ถึงทางแยกเข้าอำเภอภูเวียง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2038 ไปอีกประมาณ 25 กม. พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียงประมาณ 3 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการ |
| วันเปิดทำการ | วันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดทุกวันจันทร์ |
| เวลาเปิดทำการ | 09.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท / ชาวต่างชาติ เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 60 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ส่วนนิทรรศการ ห้องประชุม 140 ที่นั่ง โรงอาหาร ร้านค้าสวัสดิการ ร้านขายของที่ระลึก พื้นที่วิชาการ ส่วนอนุรักษ์ คลังตัวอย่าง และบริการนำชมตามการประสานงาน |
| ผู้ดูแล | กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |
| ผู้อำนวยการ | ดร.ประดิษฐ์ นูเล |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-846-2760 ฝ่ายสำนักงาน, 081-845-8628 ฝ่ายกิจกรรม/นำชม, 043-438-204 |
| อีเมล | pw_dino@hotmail.com |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์กรมทรัพยากรธรณี: dmr.go.th ระบบบริการพิพิธภัณฑ์: e-service.dmr.go.th/rcmk Facebook: พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง กรมทรัพยากรธรณี - PWDM |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 3 กม. 2. ไร่แทนคุณแผ่นดิน ประมาณ 3 กม. 3. วัดถ้ำผาเกิ้ง ประมาณ 6 กม. 4. อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 8 กม. 5. หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียง ประมาณ 9 กม. 6. ผาชมตะวัน อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 12 กม. 7. น้ำตกตาดฟ้า อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 16 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. DinoFe' กาแฟไดโนเสาร์ ประมาณ 1 กม. โทร. 080-230-9268 2. เคียงนา คาเฟ่ เวียงเก่า ประมาณ 2 กม. โทร. 089-621-6294 3. ข้าวแกงปักษ์ใต้ ในภู ประมาณ 7 กม. โทร. 089-572-9353 4. ครัวบุญมา ภูเวียง ประมาณ 14 กม. โทร. 092-495-4525 5. Ma De' Phu Wiang - มาเด้อ ภูเวียง ประมาณ 15 กม. โทร. 092-659-8598 6. Flowbrew Coffee | Vibes ประมาณ 16 กม. โทร. 096-268-3232, 094-369-9455 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ภูอ้อมวิลล์ / PhuaomVille ประมาณ 1 กม. โทร. 098-585-7446, 089-943-6603 2. ไร่แทนคุณแผ่นดิน ประมาณ 3 กม. โทร. 089-939-7122 3. Pitchaya Ville Resort พิชญะวิลล์ รีสอร์ท ประมาณ 14 กม. โทร. 080-831-7399 4. Phuwiang Grand Hotel ประมาณ 17 กม. โทร. 093-989-7180 5. The Pool Resort Phu Wiang ประมาณ 18 กม. โทร. 098-280-7106, 098-280-7100 6. Pruksa Gardenhouse Hotel ประมาณ 19 กม. โทร. 043-291-639 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น อยู่ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียงประมาณ 3 กม. และอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 80 – 90 กม. ตามเส้นทางถนนขอนแก่น – ชุมแพ และทางหลวงหมายเลข 2038
ถาม: พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 16.30 น. และปิดทุกวันจันทร์
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 60 บาท
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีนิทรรศการกำเนิดจักรวาล วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต ไดโนเสาร์ทั่วโลก ไดโนเสาร์ภูเวียง แผนผังหลุมขุดค้นทั้ง 9 หลุม ห้องปฏิบัติการด้านซากดึกดำบรรพ์ สวนไดโนเสาร์ หุ่นจำลองไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริง และข้อมูลการใช้ประโยชน์หินแร่
ถาม: พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเหมาะกับเด็กหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะมีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ สวนไดโนเสาร์ นิทรรศการที่เข้าใจง่าย และเนื้อหาที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องโลกดึกดำบรรพ์ ฟอสซิล ธรณีวิทยา และวิทยาศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริง
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อเดินชมโซนนิทรรศการหลัก สวนไดโนเสาร์ ห้องปฏิบัติการ และอ่านข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งค้นพบไดโนเสาร์ภูเวียงได้ครบถ้วน
ถาม: เดินทางไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ไปทางอำเภอชุมแพประมาณ 48 กม. แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2038 ไปทางอำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่าประมาณ 25 กม. พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียงประมาณ 3 กม.
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงแล้วไปไหนต่อดี?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ วัดถ้ำผาเกิ้ง อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงเฉลิมพระเกียรติ ผาชมตะวัน น้ำตกตาดฟ้า และไร่แทนคุณแผ่นดิน
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




