หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.สหัสขันธ์ >ต.โนนบุรี > แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
TL;DR: แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อยู่ที่เชิงเขาภูกุ้มข้าว บริเวณวัดสักกะวัน ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.30 - 16.30 น.

กาฬสินธุ์

แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

วันเปิดทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลาเปิดทำการ: 09.30 - 16.30 น.
 
แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว หรือพื้นที่เรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์ภูกุ้มข้าวในบริเวณวัดสักกะวันและพิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในแหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการพบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชจำนวนมากในชั้นหินเสาขัว อายุประมาณ 130 ล้านปี พร้อมการจัดแสดงหลุมขุดค้นจริง นิทรรศการไดโนเสาร์ไทย และเรื่องราววิวัฒนาการของโลกตั้งแต่กำเนิดจักรวาลจนถึงมนุษย์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ต้องการเข้าใจว่าแผ่นดินอีสานเคยเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์อย่างไร
 
แหล่งขุดค้นแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว ในพื้นที่วัดสักกะวัน ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ สามารถเดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์โดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ ทางหลวงหมายเลข 227 ระยะทางประมาณ 25-28 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าสู่พื้นที่ภูกุ้มข้าวและพิพิธภัณฑ์สิรินธร เส้นทางค่อนข้างสะดวก เหมาะกับการขับรถส่วนตัว รถเช่า หรือจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ร่วมกับวัดสักกะวัน พุทธสถานภูสิงห์ สะพานเทพสุดา และแหล่งท่องเที่ยวรอบเขื่อนลำปาว
 
ความสำคัญของภูกุ้มข้าวไม่ได้อยู่เพียงการเป็นจุดถ่ายภาพกับหุ่นไดโนเสาร์หรืออาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงเรื่องราวของธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา ศาสนสถาน และชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จะได้เห็นทั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในรูปของกระดูกฟอสซิล ได้เรียนรู้วิธีการขุดค้นและอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ และยังสามารถสักการะหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล หรือหลวงพ่อบ้านด่าน พระพุทธรูปสำคัญภายในวัดสักกะวัน ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถือในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชน
 
เรื่องราวของการค้นพบเริ่มต้นจากปี พ.ศ. 2513 เมื่อพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวันในเวลานั้น พบกระดูกชิ้นใหญ่บริเวณพื้นที่วัด แต่ในช่วงแรกยังไม่ทราบว่าเป็นฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ จึงนำชิ้นกระดูกที่พบเก็บรักษาไว้ที่วัด ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 นักธรณีวิทยาและคณะจากกรมทรัพยากรธรณีเดินทางมาสำรวจธรณีวิทยาในบริเวณนี้และได้ตรวจสอบกระดูกดังกล่าว จึงระบุว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์กระดูกไดโนเสาร์ การระบุชนิดของหลักฐานชิ้นนี้ทำให้ภูกุ้มข้าวเริ่มเข้าสู่ความสนใจของนักวิชาการด้านธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยา
 
ในปี พ.ศ. 2523 คณะสำรวจธรณีวิทยาไทย-ฝรั่งเศสได้นำกระดูกจำนวน 3 ท่อนไปศึกษาต่อและพบว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกขาหน้าของไดโนเสาร์ซอโรพอด หรือไดโนเสาร์คอยาวกินพืชขนาดใหญ่ ซอโรพอดเป็นกลุ่มไดโนเสาร์ที่มีลำตัวใหญ่ คอยาว หางยาว และกินพืชเป็นอาหาร การพบหลักฐานของไดโนเสาร์กลุ่มนี้ในพื้นที่ภูกุ้มข้าวช่วยเปิดภาพใหม่ของแอ่งโคราชและภาคอีสานในอดีตว่าเคยมีระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่
 
การขุดค้นและอนุรักษ์อย่างเป็นระบบเริ่มชัดเจนในปี พ.ศ. 2537 เมื่อกรมทรัพยากรธรณีดำเนินการสำรวจและขุดแต่งซากดึกดำบรรพ์ในบริเวณภูกุ้มข้าวอย่างจริงจัง ผลการศึกษาพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมากในชั้นหินเสาขัว ยุคครีเทเชียสตอนต้น อายุประมาณ 130 ล้านปี โดยพบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชมากกว่า 700 ชิ้น และสันนิษฐานว่าเป็นชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ประมาณ 7 ตัว ความสมบูรณ์และจำนวนชิ้นกระดูกที่พบทำให้แหล่งขุดค้นภูกุ้มข้าวได้รับการกล่าวถึงในฐานะแหล่งซากไดโนเสาร์กินพืชที่สำคัญและสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย
 
ชั้นหินเสาขัวที่พบซากไดโนเสาร์เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหินโคราช ซึ่งสะท้อนสภาพแวดล้อมโบราณของพื้นที่อีสานในยุคที่ยังมีแม่น้ำ ลำธาร พื้นที่ชุ่มน้ำ และตะกอนสะสมตัวอย่างต่อเนื่อง กระดูกไดโนเสาร์ที่ถูกฝังอยู่ในชั้นตะกอนเหล่านี้ค่อย ๆ ผ่านกระบวนการกลายเป็นหินตามกาลเวลา จนกลายเป็นฟอสซิลที่นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ศึกษารูปร่าง อายุ ชนิดของไดโนเสาร์ และสภาพแวดล้อมในอดีตได้ การได้เห็นหลุมขุดค้นจริงจึงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าฟอสซิลไม่ได้เป็นเพียงวัตถุจัดแสดง แต่เป็นหลักฐานธรรมชาติที่บันทึกประวัติศาสตร์ของโลกไว้อย่างละเอียด
 
ภายในพื้นที่แหล่งขุดค้น นักท่องเที่ยวจะพบอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อคลุมและปกป้องหลุมขุดค้นกระดูกไดโนเสาร์ ภายในยังคงจัดแสดงกระดูกที่ฝังอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับบริบทเดิม ทำให้มองเห็นลักษณะการกระจายตัวของชิ้นกระดูกในชั้นดินและชั้นหินได้ชัดเจน จุดนี้เป็นหัวใจของการเรียนรู้ เพราะช่วยให้เข้าใจขั้นตอนก่อนที่ฟอสซิลจะกลายเป็นชิ้นงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่การพบเบาะแส การขุดแต่ง การบันทึกตำแหน่ง การป้องกันความเสียหาย ไปจนถึงการนำข้อมูลไปตีความทางวิทยาศาสตร์
 
ภูกุ้มข้าวยังเชื่อมโยงกับพิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์และศูนย์เรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของไทย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้พัฒนาต่อจากศูนย์ศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว และได้รับพระราชทานนามว่า “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ด้านธรณีวิทยา ไดโนเสาร์ และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตแก่ประชาชน ภายในอาคารจัดแสดงมีนิทรรศการถาวรที่ออกแบบให้เดินชมเป็นลำดับเรื่อง ตั้งแต่จักรวาล โลก สิ่งมีชีวิตยุคแรก มหายุคพาลีโอโซอิก มหายุคมีโซโซอิก วิถีชีวิตไดโนเสาร์ การคืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ มหายุคซีโนโซอิก และเรื่องของมนุษย์
 
โซนที่ 1 จักรวาลและโลก ช่วยปูพื้นฐานให้ผู้เข้าชมเข้าใจการกำเนิดจักรวาล ระบบสุริยะ และโลกซึ่งเป็นเวทีของการเกิดสิ่งมีชีวิต โซนที่ 2 เมื่อสิ่งมีชีวิตแรกปรากฏ อธิบายสภาพโลกยุคแรกและการเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก โซนที่ 3 มหายุคพาลีโอโซอิก เล่าการพัฒนาของสิ่งมีชีวิตก่อนยุคไดโนเสาร์ โซนที่ 4 มหายุคมีโซโซอิก พาเข้าสู่ยุคที่ไดโนเสาร์ครองโลก โซนที่ 5 วิถีชีวิตของไดโนเสาร์ ช่วยให้เห็นพฤติกรรม การกิน การเคลื่อนที่ และการปรับตัวของไดโนเสาร์ โซนที่ 6 คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ แสดงแนวคิดการจำลองรูปร่างจากหลักฐานฟอสซิล โซนที่ 7 มหายุคซีโนโซอิก เล่าช่วงเวลาหลังการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ และโซนที่ 8 เรื่องของมนุษย์ เชื่อมโยงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตสู่มนุษย์ยุคปัจจุบัน
 
สิ่งที่ทำให้การชมพิพิธภัณฑ์สิรินธรแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือการผสมผสานระหว่างโครงกระดูกจริง แบบจำลองไดโนเสาร์ สื่อการเรียนรู้ ภาพประกอบ แผนผัง และพื้นที่จัดแสดงที่เดินชมได้ตามลำดับเวลา ผู้เข้าชมจึงไม่ได้เพียงเห็นซากกระดูก แต่ได้เรียนรู้ว่ากระดูกแต่ละชิ้นนำไปสู่การตีความเรื่องชีวิตในอดีตอย่างไร เช่น ชิ้นส่วนขาหน้าอาจบอกขนาดของสัตว์ กระดูกสันหลังบอกลักษณะลำตัว ฟันบอกชนิดอาหาร และตำแหน่งการพบฟอสซิลช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมโบราณของพื้นที่
 
นอกจากซากไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าวและพิพิธภัณฑ์สิรินธรยังมีเรื่องราวของซากปลาโบราณภูน้ำจั้น ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดโบราณในสกุลเลปิโดเทส มีความยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร และเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยขยายภาพระบบนิเวศโบราณของพื้นที่กาฬสินธุ์ให้ชัดขึ้น ซากปลาโบราณเหล่านี้สะท้อนว่าพื้นที่ในอดีตเคยมีแหล่งน้ำหรือบึงที่เหมาะต่อการดำรงชีวิตของปลาและสัตว์น้ำ เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ซากสิ่งมีชีวิตถูกตะกอนทับถมและค่อย ๆ กลายเป็นฟอสซิล เหลือเป็นหลักฐานให้คนรุ่นหลังศึกษาในปัจจุบัน
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ธรรมชาติ จุดเด่นของภูกุ้มข้าวคือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้คำว่า “ไดโนเสาร์ไทย” มีตัวตนชัดเจนขึ้น เพราะผู้เข้าชมสามารถเห็นทั้งสถานที่ขุดค้นจริง ฟอสซิลจริง และนิทรรศการที่อธิบายภูมิหลังทางวิทยาศาสตร์ในบริบทเดียวกัน การเรียนรู้แบบนี้ช่วยให้เด็กและเยาวชนเข้าใจว่าการศึกษาฟอสซิลไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับภูมิประเทศ ชั้นหิน น้ำ ตะกอน เวลา และความเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดหลายสิบล้านปี
 
พื้นที่วัดสักกะวันยังมีความสำคัญเชิงศรัทธาและวัฒนธรรม โดยมีหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล หรือหลวงพ่อบ้านด่าน ประดิษฐานอยู่ภายในวัด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ชาวบ้านให้ความเคารพอย่างสูง ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงมักจัดเส้นทางให้ได้ทั้งชมแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์และสักการะพระพุทธรูปสำคัญภายในวัด การมีทั้งมิติทางวิทยาศาสตร์และศาสนสถานอยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้ภูกุ้มข้าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกาฬสินธุ์
 
หลวงปู่หา สุภโร หรือพระเทพมงคลวชิรมุนี วิ. ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามหลวงปู่ไดโนเสาร์ มีบทบาทสำคัญต่อความทรงจำของชุมชนวัดสักกะวันและภูกุ้มข้าว ท่านเป็นพระเถราจารย์ที่ชาวกาฬสินธุ์เคารพนับถือ และชื่อของท่านผูกพันกับเรื่องราวการค้นพบซากไดโนเสาร์ในพื้นที่วัดสักกะวัน แม้ปัจจุบันท่านละสังขารแล้ว แต่ชื่อของหลวงปู่ไดโนเสาร์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ภูกุ้มข้าว และช่วยให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติธรรมดา
 
การท่องเที่ยวที่ภูกุ้มข้าวเหมาะกับการใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หากต้องการชมทั้งพิพิธภัณฑ์สิรินธร หลุมขุดค้น และพื้นที่วัดสักกะวันอย่างไม่เร่งรีบ ควรเริ่มจากอาคารนิทรรศการเพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของโลกและไดโนเสาร์ไทย จากนั้นจึงไปชมหลุมขุดค้นเพื่อเห็นหลักฐานในพื้นที่จริง แล้วปิดท้ายด้วยการสักการะหลวงพ่อบันดาลฤทธิผลภายในวัด เส้นทางแบบนี้ช่วยให้การเดินทางมีลำดับและเข้าใจเรื่องราวได้ครบถ้วน
 
ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนได้ดี เพราะเด็ก ๆ จะได้เห็นแบบจำลองไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ โครงกระดูก ซากดึกดำบรรพ์ และสื่ออธิบายที่ช่วยให้เรื่องวิทยาศาสตร์กลายเป็นประสบการณ์จริง สำหรับนักเรียนและนักศึกษา พิพิธภัณฑ์สิรินธรยังเหมาะกับการศึกษาด้านธรณีวิทยา วิวัฒนาการ ชีววิทยา และประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ส่วนผู้ใหญ่ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงความรู้จะได้มุมมองใหม่เกี่ยวกับภาคอีสานในอดีตที่แตกต่างจากภาพจำทั่วไป
 
บรรยากาศโดยรอบของภูกุ้มข้าวมีลักษณะเป็นพื้นที่เชิงเขา ใกล้ชุมชน และอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลัก จึงเดินทางง่ายและสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอสหัสขันธ์ได้สะดวก โดยเฉพาะพุทธสถานภูสิงห์ สะพานเทพสุดา วัดพุทธนิมิตภูค่าว ถนนไดโนโรด และพื้นที่รอบเขื่อนลำปาว หากวางแผนแบบเต็มวัน สามารถเริ่มจากพิพิธภัณฑ์สิรินธรในช่วงเช้า พักรับประทานอาหารในสหัสขันธ์ แล้วเดินทางต่อไปชมวิวสะพานเทพสุดาหรือเขื่อนลำปาวในช่วงบ่าย
 
การเดินทาง จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 มุ่งหน้าอำเภอสหัสขันธ์ ระยะทางประมาณ 25-28 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนลาดยาง เดินทางสะดวก เมื่อใกล้อำเภอสหัสขันธ์ให้สังเกตป้ายพิพิธภัณฑ์สิรินธรหรือภูกุ้มข้าว แล้วเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่พิพิธภัณฑ์และวัดสักกะวัน ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้บริการรถโดยสารหรือรถรับจ้างในพื้นที่จากตัวเมืองกาฬสินธุ์หรืออำเภอสหัสขันธ์ แต่การเดินทางด้วยรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุดสำหรับการแวะหลายจุดในวันเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางคือช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะมีเวลาชมนิทรรศการภายในอาคารได้เต็มที่และยังสามารถต่อเส้นทางไปเที่ยวจุดอื่นรอบสหัสขันธ์ได้ หากเดินทางในช่วงวันหยุดหรือช่วงที่มีคณะนักเรียนเข้าชมจำนวนมาก ควรเผื่อเวลาเข้าชมและตรวจสอบการจองล่วงหน้าสำหรับคณะใหญ่ พื้นที่ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารจัดแสดงที่เหมาะกับการเดินชม แต่ควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเตรียมน้ำดื่มไว้ โดยเฉพาะหากต้องเดินต่อไปยังพื้นที่วัดหรือจุดกลางแจ้ง
 
ค่าเข้าชมของพิพิธภัณฑ์สิรินธรมีการกำหนดอัตราสำหรับผู้เข้าชมทั่วไป โดยคนไทยผู้ใหญ่ 50 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 150 บาท และเด็กชาวต่างชาติ 70 บาท ส่วนกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นเข้าชมฟรีตามประกาศของพิพิธภัณฑ์ ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทหารผ่านศึก ผู้พิการ ผู้ถือบัตร อสทล. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช และผู้มีหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ผู้เข้าชมควรเตรียมบัตรหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องสำหรับสิทธิ์ยกเว้นค่าเข้าชม
 
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่ประกอบด้วยลานจอดรถ จุดบริการข้อมูล อาคารนิทรรศการ ห้องน้ำ พื้นที่รองรับคณะเข้าชม และระบบจองบริการพิพิธภัณฑ์สำหรับการเข้าชมเป็นหมู่คณะ รวมถึงบริการด้านห้องประชุมและพื้นที่จัดกิจกรรมตามระบบของกรมทรัพยากรธรณี ผู้ที่เดินทางเป็นคณะนักเรียนหรือองค์กรควรติดต่อพิพิธภัณฑ์ล่วงหน้าเพื่อให้การเข้าชมเป็นไปอย่างเป็นระบบและได้รับประโยชน์จากการบรรยายหรือกิจกรรมประกอบการเรียนรู้มากที่สุด
 
ภูกุ้มข้าวจึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับดูไดโนเสาร์ แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องโลกโบราณผ่านหลักฐานจริงในประเทศไทย เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์กับชุมชน และเป็นหมุดหมายสำคัญของกาฬสินธุ์ที่ช่วยยืนยันว่าแผ่นดินอีสานเคยมีความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิประเทศอันน่าทึ่งในอดีต การมาเยือนที่นี่ทำให้ผู้เข้าชมได้เห็นทั้งร่องรอยชีวิตเมื่อ 130 ล้านปีก่อน ความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ในการอนุรักษ์ฟอสซิล และความศรัทธาของชุมชนวัดสักกะวันที่อยู่คู่พื้นที่แห่งนี้มานาน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการวางแผนเที่ยวกาฬสินธุ์แบบมีเนื้อหาและคุณค่า แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวและพิพิธภัณฑ์สิรินธรควรถูกจัดอยู่ในเส้นทางหลัก เพราะที่นี่ให้คำตอบครบทั้งเรื่อง “ไดโนเสาร์ไทยอยู่ที่ไหน” “ทำไมกาฬสินธุ์จึงสำคัญต่อการศึกษาฟอสซิล” และ “จะพาครอบครัวไปเที่ยวที่ใดให้ได้ทั้งความรู้และประสบการณ์จริง” ทุกองค์ประกอบของสถานที่นี้ทำให้ภูกุ้มข้าวเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่โดดเด่นที่สุดของภาคอีสาน และเป็นสถานที่ที่ควรไปเยือนอย่างน้อยสักครั้งเมื่อเดินทางมากาฬสินธุ์
 
ชื่อสถานที่แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว / พิพิธภัณฑ์สิรินธร
ที่ตั้งเชิงเขาภูกุ้มข้าว บริเวณวัดสักกะวัน ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่อยู่เลขที่ 200 หมู่ที่ 11 ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46140
พิกัดละติจูด 16.6933422, ลองจิจูด 103.5219333
ไฮไลต์หลุมขุดค้นกระดูกไดโนเสาร์จริง ฟอสซิลไดโนเสาร์กินพืชมากกว่า 700 ชิ้น นิทรรศการไดโนเสาร์ไทย และแหล่งเรียนรู้วิวัฒนาการของโลก
ประวัติ / สมัย / ยุคพบกระดูกชิ้นใหญ่ในพื้นที่วัดสักกะวันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ต่อมามีการตรวจสอบโดยกรมทรัพยากรธรณีและคณะสำรวจไทย-ฝรั่งเศส ก่อนเริ่มขุดค้นอย่างเป็นระบบในปี พ.ศ. 2537 ซากไดโนเสาร์อยู่ในชั้นหินเสาขัว ยุคครีเทเชียสตอนต้น อายุประมาณ 130 ล้านปี
ที่มาของชื่อชื่อภูกุ้มข้าวมาจากพื้นที่ภูเขาในชุมชนโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ ส่วนชื่อพิพิธภัณฑ์สิรินธรเป็นชื่อพระราชทานสำหรับศูนย์เรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
ลักษณะเด่นเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเชื่อมโยงกับวัดสักกะวันซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชน
การเดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ ระยะทางประมาณ 25-28 กม. ก่อนถึงตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 2 กม. ให้แยกเข้าสู่พื้นที่ภูกุ้มข้าวและพิพิธภัณฑ์สิรินธร
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมในฐานะแหล่งเรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์สำคัญของกรมทรัพยากรธรณี
วันเปิดทำการวันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ09.30 - 16.30 น.
ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่ 50 บาท, ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 150 บาท, เด็กชาวต่างชาติ 70 บาท; กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นเข้าชมฟรี ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทหารผ่านศึก ผู้พิการ ผู้ถือบัตร อสทล. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช และผู้มีหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ ห้องน้ำ จุดบริการข้อมูล อาคารนิทรรศการ พื้นที่รองรับคณะเข้าชม ระบบจองบัตรเข้าชมหมู่คณะ ห้องประชุม และพื้นที่จัดกิจกรรม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนที่ 1 จักรวาลและโลก
โซนที่ 2 เมื่อสิ่งมีชีวิตแรกปรากฏ
โซนที่ 3 มหายุคพาลีโอโซอิก
โซนที่ 4 มหายุคมีโซโซอิก
โซนที่ 5 วิถีชีวิตของไดโนเสาร์
โซนที่ 6 คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์
โซนที่ 7 มหายุคซีโนโซอิก
โซนที่ 8 เรื่องของมนุษย์
อาคารหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
พื้นที่วัดสักกะวันและหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล
ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สิรินธร กรมทรัพยากรธรณี และพื้นที่วัดสักกะวันในส่วนศาสนสถาน
บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องพระครูวิจิตรสหัสคุณ ผู้พบกระดูกชิ้นใหญ่ในพื้นที่วัดสักกะวัน และพระเทพมงคลวชิรมุนี วิ. หรือหลวงปู่หา สุภโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามหลวงปู่ไดโนเสาร์
เบอร์ติดต่อหลัก043-871014, 043-871393-4, 043-871612-6, 081-8462371
เว็บไซต์ / เพจทางการเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์สิรินธร กรมทรัพยากรธรณี และเพจ พิพิธภัณฑ์สิรินธร-Dinosaur museum
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดสักกะวัน ประมาณ 0.3 กม.
2. ถนนไดโนโรด ประมาณ 2 กม.
3. พุทธสถานภูสิงห์ ประมาณ 3 กม.
4. วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) พระไสยาสน์ ประมาณ 6 กม.
5. สะพานเทพสุดา ประมาณ 7 กม.
6. เขื่อนลำปาว / หาดดอกเกด ประมาณ 10 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ซดเตี๋ยวไก่มะระสหัสขันธ์ ประมาณ 1 กม.
2. แม่กอง ประมาณ 1 กม.
3. สวนอาหารบ้านเชิงเขา (พอเพียง) ประมาณ 2 กม. โทร. 080-7348715
4. With Love Cafe สหัสขันธ์ ประมาณ 2 กม.
5. เฮือนพาข้าว ประมาณ 3 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Miss Love Poolvilla สหัสขันธ์ กาฬสินธุ์ ประมาณ 1 กม. โทร. 086-0416065
2. บ้านสวนความฮักรีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 082-1179083
3. สู่ขวัญ บูทิคโฮม รีสอร์ท ประมาณ 2 กม.
4. ไอยรารีสอร์ท กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม.
5. รีช ลำปาว รีสอร์ท ประมาณ 9 กม. โทร. 091-5754507
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวอยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ใกล้กับพิพิธภัณฑ์สิรินธร
 
ถาม: ภูกุ้มข้าวมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งพบซากกระดูกไดโนเสาร์กินพืชจำนวนมากกว่า 700 ชิ้น ในชั้นหินเสาขัว อายุประมาณ 130 ล้านปี ถือเป็นหนึ่งในแหล่งซากไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์มากของประเทศไทย
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์สิรินธรเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.30 - 16.30 น. และหยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์สิรินธรเท่าไร?
ตอบ: คนไทยผู้ใหญ่ 50 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 150 บาท และเด็กชาวต่างชาติ 70 บาท โดยมีกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นค่าเข้าชม เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช ผู้พิการ และกลุ่มสิทธิ์อื่นตามประกาศของพิพิธภัณฑ์
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวภูกุ้มข้าวและพิพิธภัณฑ์สิรินธรนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อชมอาคารนิทรรศการ หลุมขุดค้น และพื้นที่วัดสักกะวันได้อย่างครบถ้วน
 
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์มีโซนอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในพิพิธภัณฑ์มี 8 โซน ได้แก่ จักรวาลและโลก เมื่อสิ่งมีชีวิตแรกปรากฏ มหายุคพาลีโอโซอิก มหายุคมีโซโซอิก วิถีชีวิตของไดโนเสาร์ คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ มหายุคซีโนโซอิก และเรื่องของมนุษย์
 
ถาม: สามารถเที่ยวแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดสักกะวัน พุทธสถานภูสิงห์ วัดพุทธนิมิตภูค่าว สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว และหาดดอกเกดได้ในวันเดียวกัน
 
ถาม: ภูกุ้มข้าวเหมาะกับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะมีนิทรรศการไดโนเสาร์ โครงกระดูก ฟอสซิลจริง แบบจำลอง และเรื่องราววิวัฒนาการของโลกที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริง

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(21)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)