หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ >อ.เมืองกาฬสินธุ์ >ต.กาฬสินธุ์ > วงเวียนโปงลาง
TL;DR: วงเวียนโปงลาง อยู่ที่บริเวณสี่แยกจุดตัดระหว่างถนนกาฬสินธุ์และถนนชัยสุนทร ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดทุกวัน เวลา 24 ชั่วโมง.
วงเวียนโปงลาง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 24 ชั่วโมง
วงเวียนโปงลาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแลนด์มาร์กสำคัญกลางเมืองกาฬสินธุ์ที่สื่อถึงรากเหง้าทางดนตรีพื้นบ้านอีสานอย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด วงเวียนแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกจุดตัดระหว่างถนนกาฬสินธุ์และถนนชัยสุนทร ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เป็นจุดที่ผู้เดินทางผ่านตัวเมืองมองเห็นได้ง่าย และเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่อง “เมืองกำเนิดโปงลาง” ผ่านรูปทรงของเครื่องดนตรีพื้นบ้านขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางวงเวียน
วงเวียนโปงลางไม่ได้เป็นเพียงจุดสังเกตทางจราจร แต่เป็นอนุสรณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความภาคภูมิใจของชาวกาฬสินธุ์ต่อเครื่องดนตรีประจำจังหวัด “โปงลาง” เครื่องตีพื้นบ้านอีสานที่มีเสียงกังวาน สนุกสนาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โปงลางเกิดจากการพัฒนาภูมิปัญญาดั้งเดิมของเครื่องตีพื้นบ้าน เช่น เกราะ กะลอ หรือเกราะลอ ซึ่งเคยใช้ในชุมชนโบราณ ก่อนถูกพัฒนาจนกลายเป็นเครื่องดนตรีที่มีระบบเสียงและรูปแบบการบรรเลงชัดเจน โดยมีครูเปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้โปงลางกลายเป็นเครื่องดนตรีที่รู้จักแพร่หลายทั้งในระดับจังหวัด ระดับประเทศ และในหมู่ชุมชนคนไทยในต่างแดน
หัวใจของวงเวียนแห่งนี้คือการยกเครื่องดนตรีพื้นบ้านขึ้นมาเป็นประติมากรรมเมือง โปงลางที่ปรากฏในรูปแบบแลนด์มาร์กกลางวงเวียนสื่อถึงไม้เสียงที่เรียงร้อยลดหลั่นกันตามระดับเสียง เสมือนเครื่องดนตรีที่พร้อมส่งเสียงแห่งความรื่นเริงของชาวอีสานออกไปทั่วเมือง รูปลักษณ์ที่เห็นเด่นชัดนี้ทำให้ผู้มาเยือนจดจำกาฬสินธุ์ได้ทันทีว่าเป็นเมืองแห่งโปงลาง เมืองแห่งวัฒนธรรมพื้นบ้าน เมืองที่มีดนตรีเป็นภาษาของชุมชน และเมืองที่รักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ในพื้นที่สาธารณะอย่างสง่างาม
โปงลางเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะหรือเครื่องตี มีลักษณะคล้ายระนาดแต่แขวนในแนวดิ่ง นิยมทำจากไม้มะหาดหรือไม้หมากเหลื่อม เพราะเป็นไม้ที่มีความอยู่ตัว ให้เสียงแน่น และเหมาะกับการถากเหลาเพื่อปรับระดับเสียง ไม้แต่ละท่อนจะถูกเหลาให้มีขนาดลดหลั่นกันตามเสียงที่ต้องการ แล้วร้อยรวมกันด้วยเชือกเป็นผืน เวลาบรรเลงจะนำปลายเชือกด้านหนึ่งไปผูกแขวนไว้กับเสาหรือคาน ส่วนปลายด้านล่างผูกกับหลักหรือเกี่ยวไว้กับเอวของผู้ตี ทำให้ผู้บรรเลงสามารถควบคุมแนวของเครื่องดนตรีและตีได้อย่างคล่องตัว
ในอดีตโปงลางมีระบบเสียงหลัก 5 เสียง ได้แก่ โด เร มี ซอล ลา ต่อมาครูเปลื้อง ฉายรัศมี ได้พัฒนาให้โปงลางมีมาตรฐานมากขึ้น โดยใช้ไม้ 13 ลูกหรือ 13 ท่อน และเพิ่มระบบเสียงให้เหมาะกับการบรรเลงร่วมกับวงดนตรีพื้นบ้านอีสานในรูปแบบที่แพร่หลายปัจจุบัน เสียงของโปงลางจึงมีทั้งความสนุกสนาน ความพลิ้วไหว และความหนักแน่นในจังหวะเดียวกัน เมื่อบรรเลงร่วมกับแคน พิณ โหวด กลอง หมากกั๊บแก๊บ ฉิ่ง ฉาบ และการขับร้องหมอลำ โปงลางจะกลายเป็นแกนเสียงสำคัญที่ช่วยขับจังหวะให้การแสดงมีชีวิตชีวา
วงเวียนโปงลางสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงดนตรีโปงลาง ณ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 โดยทรงบรรเลงเพลงลายเต้ยโขงและลายลมพัดพร้าว เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความปลื้มปีติแก่ชาวกาฬสินธุ์อย่างยิ่ง เพราะโปงลางซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านของท้องถิ่นได้รับการยกย่องในระดับสูง และกลายเป็นภาพจำทางวัฒนธรรมที่ผู้คนในจังหวัดภาคภูมิใจสืบต่อกันมา
การนำเหตุการณ์นี้มาสร้างเป็นอนุสรณ์ในรูปของวงเวียนกลางเมืองจึงมีความหมายลึกซึ้งกว่าการสร้างสิ่งตกแต่งเมืองทั่วไป เพราะวงเวียนโปงลางทำหน้าที่บันทึกความทรงจำร่วมของชุมชนไว้ในพื้นที่สาธารณะ ทุกครั้งที่ผู้คนขับรถผ่าน เดินทางเข้าออกเมือง หรือแวะถ่ายภาพบริเวณใกล้เคียง ย่อมได้พบกับสัญลักษณ์ที่ย้ำให้เห็นว่ากาฬสินธุ์ไม่ได้มีดีเพียงแหล่งโบราณคดี เมืองฟ้าแดดสงยาง ผ้าไหมแพรวา หรือแหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่มีดนตรีพื้นบ้านเป็นหัวใจของอัตลักษณ์จังหวัด
ครูเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นบุคคลสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากเรื่องราวของวงเวียนโปงลางได้ ท่านเป็นชาวกาฬสินธุ์ผู้พัฒนาเครื่องดนตรีโปงลางจากภูมิปัญญาพื้นบ้านให้เป็นเครื่องดนตรีที่มีรูปแบบชัดเจน ใช้บรรเลงได้จริงในวงดนตรีพื้นบ้าน และสามารถถ่ายทอดให้เยาวชนรุ่นต่อรุ่นเรียนรู้ต่อไปได้ ความสำคัญของท่านไม่ได้อยู่เฉพาะการประดิษฐ์หรือพัฒนาเครื่องดนตรี แต่ยังอยู่ที่การทำให้โปงลางกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นกาฬสินธุ์อย่างเต็มภาคภูมิ
การที่โปงลางแพร่หลายออกไปทั่วประเทศและไปไกลถึงต่างประเทศเกิดจากทั้งพลังของการศึกษา ศิลปะการแสดง และชุมชนคนไทยที่นำเครื่องดนตรีพื้นบ้านติดตัวไปเผยแพร่ในงานวัฒนธรรม งานโรงเรียน งานเทศกาลไทย และการแสดงพื้นบ้านตามโอกาสต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ วงโปงลางของสถานศึกษาในจังหวัดกาฬสินธุ์ยังเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดศิลปะนี้ เพราะมีการฝึกฝนการบรรเลง การฟ้อน การขับร้อง และการเรียบเรียงการแสดงให้เข้ากับยุคสมัยโดยยังรักษารากเดิมของดนตรีพื้นบ้านไว้
เมื่อมองวงเวียนโปงลางในฐานะแลนด์มาร์กเมือง จะเห็นว่าที่นี่ทำหน้าที่หลายระดับพร้อมกัน ระดับแรกคือเป็นจุดหมายทางกายภาพของเมือง ผู้มาเยือนสามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงในการเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองกาฬสินธุ์ ระดับที่สองคือเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ยืนยันความเป็นเมืองโปงลาง และระดับที่สามคือเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่าดนตรีพื้นบ้านไม่ได้อยู่เฉพาะบนเวทีหรือในพิพิธภัณฑ์ แต่สามารถปรากฏอยู่กลางชีวิตประจำวันของเมืองได้
บริเวณวงเวียนเป็นพื้นที่สาธารณะริมถนน ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์หรือสถานที่เก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวจึงสามารถผ่านชมได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการแวะชมคือช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือช่วงค่ำที่แสงไฟเมืองช่วยให้บรรยากาศดูน่าสนใจขึ้น การถ่ายภาพควรเลือกถ่ายจากมุมที่ปลอดภัยบนทางเท้าหรือพื้นที่ริมถนน ไม่ควรหยุดรถกลางทางหรือเดินเข้าไปในเกาะกลางวงเวียน เพราะพื้นที่หลักของวงเวียนยังคงเป็นทางจราจรที่มีรถสัญจรตลอดวัน
นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพเมืองสามารถใช้วงเวียนโปงลางเป็นภาพเปิดทริปกาฬสินธุ์ได้ดี เพราะเป็นภาพที่สื่อความหมายของจังหวัดได้ชัดเจน ถ้าต้องการภาพที่มีบรรยากาศของเมือง ควรเลือกช่วงเย็นที่แสงธรรมชาตินุ่มลงและมีรถสัญจรพอเหมาะ ถ้าต้องการภาพนิ่งของประติมากรรม ควรเลือกช่วงเช้าซึ่งถนนยังไม่พลุกพล่านมาก ส่วนช่วงเทศกาลหรือช่วงที่มีการประดับตกแต่งไฟในเมือง วงเวียนโปงลางมักให้บรรยากาศที่คึกคักและเหมาะกับการบันทึกภาพความเคลื่อนไหวของเมืองกาฬสินธุ์
วงเวียนโปงลางยังสัมพันธ์กับเทศกาลและกิจกรรมทางวัฒนธรรมของจังหวัด โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น การประกวดวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง การแสดงฟ้อนรำ การแต่งกายผ้าไหมแพรวา และการนำเสนอของดีเมืองน้ำดำ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยขยายความหมายของวงเวียนแห่งนี้ให้ไกลกว่าการเป็นอนุสรณ์ เพราะทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าดนตรีโปงลางยังมีชีวิตอยู่ในระบบการศึกษา งานประเพณี และพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัด
ในมุมของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วงเวียนโปงลางเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำความเข้าใจเมืองกาฬสินธุ์ก่อนเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่นในเมือง เช่น อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทรหรือท้าวโสมพะมิตร ผู้ก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์ พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์หรือหอศิลป์กาฬสินธุ์ ซึ่งบอกเล่าเรื่องผ้าแพรวา วิถีผู้ไทย บุคคลสำคัญ และประวัติเมือง วัดกลางพระอารามหลวงซึ่งประดิษฐานพระพุทธสัมฤทธิ์นิรโรคันตรายหรือหลวงพ่อองค์ดำ วัดใต้โพธิ์ค้ำซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ใจกลางเมือง และสวนสาธารณะกุดน้ำกินซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนของชาวเมือง
หากจัดเส้นทางแบบครึ่งวันในตัวเมือง สามารถเริ่มจากวงเวียนโปงลางในช่วงเช้าเพื่อถ่ายภาพและทำความรู้จักสัญลักษณ์เมือง จากนั้นเดินทางต่อไปยังอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทรเพื่อเรียนรู้เรื่องผู้ก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์ ต่อด้วยพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์เพื่อดูภาพรวมวัฒนธรรมจังหวัด แล้วปิดท้ายที่วัดกลางหรือวัดใต้โพธิ์ค้ำสำหรับการไหว้พระในตัวเมือง เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการเข้าใจตัวตนของกาฬสินธุ์ในมิติประวัติศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ และศรัทธา
หากมีเวลา 1 วันเต็ม วงเวียนโปงลางสามารถเป็นจุดเริ่มก่อนออกไปเที่ยวเส้นทางรอบจังหวัด เช่น พิพิธภัณฑ์สิรินธรและแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวในอำเภอสหัสขันธ์ พระธาตุยาคูในเขตเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง อำเภอกมลาไสย หรือเขื่อนลำปาวในอำเภอยางตลาด การเริ่มต้นจากวงเวียนโปงลางจะทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพกาฬสินธุ์แบบครบขึ้น คือมีทั้งเมืองดนตรีพื้นบ้าน เมืองประวัติศาสตร์โบราณ เมืองผ้าไหมแพรวา และเมืองไดโนเสาร์ล้านปี
การเดินทาง ไปยังวงเวียนโปงลางทำได้ง่ายที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในตัวเมืองกาฬสินธุ์ จากศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์หรือย่านศูนย์ราชการสามารถเข้าสู่ถนนสายหลักของเมืองแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดตัดระหว่างถนนกาฬสินธุ์และถนนชัยสุนทร หากเดินทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาฬสินธุ์สามารถใช้รถรับจ้างท้องถิ่นหรือเรียกรถบริการในพื้นที่มายังวงเวียนได้ไม่ไกล ส่วนผู้ที่พักในเขตตัวเมืองสามารถจัดวงเวียนโปงลางเป็นจุดผ่านทางระหว่างโรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองได้สะดวก
พื้นที่โดยรอบวงเวียนมีลักษณะเป็นย่านเมืองที่มีร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก หน่วยงานราชการ และเส้นทางเชื่อมต่อหลายสาย จึงเหมาะกับการแวะชมแบบสั้น ๆ มากกว่าการใช้เวลานานเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวแบบสวนหรือพิพิธภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม คุณค่าของที่นี่อยู่ที่ความหมาย ไม่ใช่ขนาดของพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่อ่านเรื่องราวมาก่อนจะมองเห็นรายละเอียดมากขึ้น ทั้งรูปทรงของโปงลาง ความเกี่ยวพันกับครูเปลื้อง ฉายรัศมี เหตุการณ์เสด็จทรงดนตรีในปี พ.ศ. 2533 และบทบาทของโปงลางในฐานะเครื่องดนตรีประจำจังหวัด
ความงามของวงเวียนโปงลางอยู่ที่การทำให้เครื่องดนตรีพื้นบ้านซึ่งเดิมเกี่ยวข้องกับเสียง การแสดง และชุมชน กลายเป็นรูปทรงที่มองเห็นได้กลางเมือง คนที่ไม่เคยฟังเสียงโปงลางมาก่อนอาจเริ่มตั้งคำถามว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้คืออะไร เหตุใดจึงสำคัญกับกาฬสินธุ์ และทำไมจึงถูกสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ขนาดใหญ่ คำถามเหล่านี้นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องดนตรีอีสาน ระบบเสียงพื้นบ้าน การฟ้อนโปงลาง การแต่งกายผ้าแพรวา และงานวัฒนธรรมของจังหวัด ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจพื้นที่มากกว่าการแวะถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว
สำหรับชาวกาฬสินธุ์ วงเวียนโปงลางเป็นเหมือนเครื่องหมายต้อนรับกลับบ้านและเป็นหลักฐานของความทรงจำร่วมของเมือง ผู้คนที่เติบโตในพื้นที่ย่อมคุ้นเคยกับภาพประติมากรรมโปงลางกลางถนน เห็นการประดับตกแต่งในช่วงเทศกาล เห็นขบวนกิจกรรมวัฒนธรรม และเห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองรอบวงเวียนตลอดเวลา สัญลักษณ์นี้จึงเป็นทั้งภาพจำทางภูมิศาสตร์และภาพจำทางความรู้สึก เป็นจุดที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเมืองเข้าไว้ด้วยกัน
ในด้านการเรียนรู้ วงเวียนโปงลางสามารถใช้เป็นจุดตั้งต้นของการสอนเรื่องมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมได้อย่างดี เพราะผู้เรียนสามารถเริ่มจากสิ่งที่มองเห็นจริง คือประติมากรรมโปงลาง แล้วขยายไปสู่เรื่องประวัติเครื่องดนตรี วัสดุไม้ การเทียบเสียง การรวมวงดนตรีพื้นบ้าน บทบาทของครูเพลง การแสดงพื้นบ้านอีสาน และความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับชุมชน เมื่อพื้นที่สาธารณะทำหน้าที่เป็นห้องเรียนกลางเมืองได้ วงเวียนโปงลางจึงมีคุณค่าในเชิงการศึกษาไม่น้อยไปกว่าคุณค่าในเชิงท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่เดินทางมากาฬสินธุ์ครั้งแรกมักจดจำวงเวียนโปงลางได้ง่าย เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่แตกต่างจากวงเวียนทั่วไป ประติมากรรมไม่ได้เป็นรูปบุคคลหรือสถาปัตยกรรมแบบราชการ แต่เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่มีลักษณะเฉพาะ ทำให้ภาพจำของเมืองกาฬสินธุ์มีความอบอุ่นและเป็นกันเอง ในขณะเดียวกันก็มีความภูมิฐานในฐานะเมืองที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของตนเอง
สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือนคือใช้เวลาสั้น ๆ สังเกตรูปทรงของโปงลาง อ่านเรื่องราวของครูเปลื้อง ฉายรัศมี ทำความเข้าใจเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 แล้วเชื่อมโยงการชมวงเวียนกับสถานที่อื่นในเมือง การเดินทางแบบนี้จะทำให้วงเวียนโปงลางไม่ใช่เพียงจุดผ่าน แต่เป็นบทนำของการเที่ยวกาฬสินธุ์อย่างมีความหมาย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจดนตรีพื้นบ้าน อัตลักษณ์อีสาน ผ้าแพรวา ประวัติเมือง และวัฒนธรรมชุมชน
วงเวียนโปงลางยังเหมาะสำหรับการใส่ไว้ในแผนเที่ยวแบบ “จุดเช็กอินสั้น แต่ความหมายลึก” เพราะใช้เวลาแวะไม่นาน ไม่มีค่าเข้าชม เดินทางง่าย และอยู่ใกล้ร้านอาหารกับที่พักในตัวเมือง เหมาะกับการแวะก่อนเข้าที่พัก แวะก่อนออกเดินทางไปอำเภออื่น หรือแวะถ่ายภาพช่วงเย็นหลังเที่ยวพิพิธภัณฑ์และวัดในเมืองครบแล้ว นักท่องเที่ยวที่ต้องการภาพเล่าเรื่องจังหวัดกาฬสินธุ์ควรมีภาพวงเวียนโปงลางไว้ในชุดภาพการเดินทาง เพราะภาพนี้อธิบายความเป็นเมืองได้ชัดเจนในเฟรมเดียว
เมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอื่น วงเวียนโปงลางมีข้อเด่นตรงที่เป็นพื้นที่เปิดและผูกพันกับชีวิตประจำวันจริง ผู้คนไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อดูสิ่งของที่ถูกเก็บรักษาแยกจากสังคม แต่เห็นวัฒนธรรมแทรกอยู่ในโครงสร้างเมือง เห็นเครื่องดนตรีกลายเป็นประติมากรรม เห็นอนุสรณ์กลายเป็นทางผ่าน และเห็นทางผ่านกลายเป็นจุดจดจำ นี่คือเสน่ห์ของแลนด์มาร์กท้องถิ่นที่ดี เพราะสามารถทำให้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่ใกล้ผู้คนโดยไม่ต้องอธิบายยืดยาว
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางพร้อมครอบครัว สามารถใช้วงเวียนโปงลางเป็นจุดเริ่มบทสนทนากับเด็ก ๆ ได้ เช่น โปงลางทำจากไม้ชนิดใด ทำไมไม้แต่ละท่อนจึงมีขนาดไม่เท่ากัน เสียงสูงเสียงต่ำเกิดจากอะไร ทำไมเครื่องดนตรีพื้นบ้านจึงกลายเป็นสัญลักษณ์จังหวัด และใครคือครูเปลื้อง ฉายรัศมี คำถามเหล่านี้ทำให้การเที่ยวเมืองธรรมดากลายเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและเชื่อมโยงกับความรู้ด้านดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ถ้ามองในภาพกว้าง วงเวียนโปงลางคือจุดรวมของ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ภูมิปัญญาเครื่องดนตรีพื้นบ้าน บุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม และความทรงจำระดับจังหวัด ภูมิปัญญาปรากฏผ่านรูปแบบของโปงลางที่พัฒนาจากเครื่องตีโบราณ บุคคลสำคัญปรากฏผ่านชื่อครูเปลื้อง ฉายรัศมี และความทรงจำระดับจังหวัดปรากฏผ่านเหตุการณ์เสด็จทรงดนตรีในปี พ.ศ. 2533 ทั้ง 3 เรื่องนี้ทำให้วงเวียนเล็ก ๆ กลางเมืองมีน้ำหนักทางความหมายมากกว่าขนาดทางกายภาพของพื้นที่
ผู้ที่สนใจดนตรีอีสานควรใช้วงเวียนโปงลางเป็นประตูสู่การค้นหาเสียงจริงของโปงลางต่อไป การฟังเสียงโปงลางหลังจากได้เห็นสัญลักษณ์เมืองจะทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าเหตุใดชาวกาฬสินธุ์จึงให้ความสำคัญกับเครื่องดนตรีชนิดนี้ เสียงไม้ที่กระทบกันเป็นจังหวะเร็ว สนุก และคมชัด ถ่ายทอดอารมณ์รื่นเริงของวิถีอีสานได้ดี การฟ้อนที่ประกอบวงโปงลางยังสะท้อนความงามของท่ารำ เครื่องแต่งกาย ผ้าไหมแพรวา และความพร้อมเพรียงของชุมชน
ในปัจจุบัน วงเวียนโปงลางยังคงเป็นหนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวควรแวะเมื่อมาถึงตัวเมืองกาฬสินธุ์ เพราะเป็นจุดที่เดินทางง่าย เปิดให้ชมตลอดเวลา ไม่มีค่าเข้าชม และเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งสายวัฒนธรรม สายประวัติศาสตร์เมือง สายถ่ายภาพ และสายครอบครัว หากต้องการเที่ยวกาฬสินธุ์ให้เข้าใจมากขึ้น การเริ่มต้นจากวงเวียนโปงลางคือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม เพราะที่นี่สรุปตัวตนของเมืองไว้ครบทั้งเสียงไม้ เสียงเพลง ความทรงจำ และความภูมิใจของคนเมืองน้ำดำ
| ชื่อสถานที่ | วงเวียนโปงลาง จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| ที่ตั้ง | บริเวณสี่แยกจุดตัดระหว่างถนนกาฬสินธุ์และถนนชัยสุนทร ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| ที่อยู่ | ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 |
| ไฮไลต์ | แลนด์มาร์กกลางเมืองกาฬสินธุ์ รูปทรงโปงลางขนาดใหญ่ สัญลักษณ์เมืองกำเนิดโปงลางและเครื่องดนตรีประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ |
| ประวัติ / ความเป็นมา | สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกเมื่อครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงดนตรีโปงลาง เพลงลายเต้ยโขงและลายลมพัดพร้าว ณ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 |
| บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง | ครูเปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน ผู้พัฒนาเกราะลอและเครื่องตีพื้นบ้านจนกลายเป็นเครื่องดนตรีโปงลางที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตาม “โปงลาง” เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานที่ถือเป็นเครื่องดนตรีประจำจังหวัดกาฬสินธุ์และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง |
| ลักษณะเด่น | ประติมากรรมโปงลางขนาดใหญ่กลางวงเวียน สื่อถึงไม้เสียงที่เรียงร้อยเป็นเครื่องตีพื้นบ้าน ทำจากแนวคิดของโปงลางไม้ 13 ท่อนซึ่งพัฒนาจากเกราะหรือกะลอในอดีต |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถบริการในตัวเมืองกาฬสินธุ์ ใช้เป็นจุดอ้างอิงสำคัญบนเส้นทางถนนกาฬสินธุ์และถนนชัยสุนทร |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแลนด์มาร์กสาธารณะกลางเมืองกาฬสินธุ์ เปิดให้ผ่านชมและถ่ายภาพได้ตลอดวัน โดยควรชมจากพื้นที่ริมถนนหรือจุดที่ปลอดภัย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 24 ชั่วโมง |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อยู่ในย่านตัวเมือง ใกล้ร้านอาหาร ร้านค้า ที่พัก ถนนสายหลัก และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ประติมากรรมโปงลางกลางวงเวียน พื้นที่ถนนโดยรอบวงเวียน จุดชมและถ่ายภาพจากริมถนนในมุมที่ปลอดภัย เส้นทางเชื่อมต่อถนนกาฬสินธุ์และถนนชัยสุนทร พื้นที่ประดับตกแต่งเมืองในช่วงเทศกาลสำคัญ |
| ผู้ดูแล | เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โทร. 043-811671; ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 043-227714 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และ Amazing Thailand การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร) ประมาณ 1 กม. 2. พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ / หอศิลป์กาฬสินธุ์ ประมาณ 1 กม. 3. วัดกลาง พระอารามหลวง ประมาณ 1 กม. 4. วัดใต้โพธิ์ค้ำ ประมาณ 2 กม. 5. สวนสาธารณะกุดน้ำกิน ประมาณ 2 กม. 6. วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ ประมาณ 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. น้องโมยอน Coffee&MilkTea ถนนชัยสุนทร ประมาณ 1 กม. โทร. 064-6643244 2. โปงลางลาบ&ก้อย กาฬสินธุ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 063-9187688 3. ร้านกินเส้น กาฬสินธุ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 061-4242295 4. ตำกระเทย กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม. โทร. 081-7295116 5. บ้านเป็ด กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม. โทร. 098-3425545, 086-1300716 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Dino Studio Kalasin Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-822295 2. โรงแรมสุภัค ประมาณ 1 กม. โทร. 043-811051 3. The Moon Kalasin ประมาณ 2 กม. โทร. 099-4624655 4. โรงแรมคิวบิส กาฬสินธุ์ QBiZ Hotel Kalasin ประมาณ 2 กม. โทร. 080-4545929 5. บุหงานครวิลเลจ ประมาณ 3 กม. โทร. 043-815929 6. ชดาวิว กาฬสินธุ์ ประมาณ 3 กม. โทร. 082-3449777 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วงเวียนโปงลางอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วงเวียนโปงลางตั้งอยู่บริเวณสี่แยกจุดตัดระหว่างถนนกาฬสินธุ์และถนนชัยสุนทร ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ถาม: วงเวียนโปงลางสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วงเวียนโปงลางเป็นสัญลักษณ์เมืองกำเนิดโปงลาง เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานที่ถือเป็นเครื่องดนตรีประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ และสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงโปงลาง ณ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533
ถาม: วงเวียนโปงลางเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วงเวียนโปงลางเป็นแลนด์มาร์กสาธารณะริมถนน สามารถผ่านชมได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ถาม: วงเวียนโปงลางมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถผ่านชมและถ่ายภาพจากจุดที่ปลอดภัยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ถาม: ใครเป็นผู้พัฒนาเครื่องดนตรีโปงลางให้แพร่หลาย?
ตอบ: ครูเปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน เป็นผู้พัฒนาเกราะลอและเครื่องตีพื้นบ้านจนกลายเป็นโปงลางที่ใช้แพร่หลายในปัจจุบัน
ถาม: ควรถ่ายภาพวงเวียนโปงลางช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้า ช่วงเย็น และช่วงค่ำเหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุด เพราะแสงไม่แรงเกินไปและเห็นบรรยากาศเมืองได้ชัด ควรถ่ายจากริมถนนหรือทางเท้าที่ปลอดภัยเท่านั้น
ถาม: สามารถเที่ยววงเวียนโปงลางร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ วัดกลางพระอารามหลวง วัดใต้โพธิ์ค้ำ สวนสาธารณะกุดน้ำกิน และวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ได้สะดวกในตัวเมือง
ถาม: วงเวียนโปงลางเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะเป็นจุดเช็กอินที่ใช้เวลาไม่นาน เดินทางง่าย อยู่ใจกลางเมือง และช่วยให้เข้าใจอัตลักษณ์ของกาฬสินธุ์ในฐานะเมืองแห่งดนตรีโปงลางได้ชัดเจน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



