หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ >อ.คอนสวรรค์ >ต.ศรีสำราญ > วัดสว่างนามน
TL;DR: วัดสว่างนามน อยู่ที่บ้านนามน หมู่ 3 ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดชุมชนที่ใช้ประกอบศาสนกิจ งานบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม งานประเพณีอีสาน และกิจกรรมส่วนรวมของหมู่บ้าน.

ชัยภูมิ

วัดสว่างนามน

วัดสว่างนามน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดสว่างนามน ตั้งอยู่เลขที่ 141 บ้านนามน หมู่ 3 ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อพระภิกษุสงฆ์ พุทธศาสนิกชนในหมู่บ้าน และประชาชนทั่วไป วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2466 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2529 มีที่ดิน 6 ไร่ โฉนดที่ดินเลขที่ 8197 และเป็นศาสนสถานที่ชาวบ้านใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ปฏิบัติธรรม สืบสานประเพณีและวัฒนธรรม รวมถึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านนามนและตำบลศรีสำราญมาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเป็นวัดชุมชนเก่าแก่ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพระสงฆ์ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง โรงครัว ศาลาบำเพ็ญกุศล และประวัติการเป็นโรงเรียนแห่งแรกของตำบลศรีสำราญ ซึ่งทำให้วัดสว่างนามนมีคุณค่าทั้งด้านศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม และความทรงจำท้องถิ่น
 
วัดสว่างนามนตั้งอยู่ที่บ้านนามน หมู่ 3 ตำบลศรีสำราญ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนของอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ลักษณะของวัดเป็นวัดประจำหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนอีสาน มีความสัมพันธ์กับบ้านเรือน เส้นทางสัญจร พื้นที่เกษตรกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในตำบลศรีสำราญอย่างใกล้ชิด วัดจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นที่ตั้งของอาคารทางศาสนา แต่เป็นพื้นที่กลางของหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ทั้งการทำบุญ ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร ร่วมงานกฐิน ผ้าป่า งานบวช งานศพ งานบุญประจำปี และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
 
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 6 ไร่ อาณาเขตโดยรอบจดถนนสาธารณะทั้ง 4 ทิศ ทำให้วัดเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้าถึงได้สะดวกและมีความเชื่อมโยงกับระบบทางเดินทางของชุมชนโดยตรง ลักษณะพื้นที่เช่นนี้สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางของบ้านนามน เพราะเมื่อมีงานบุญหรือกิจกรรมทางศาสนา ชาวบ้านสามารถเดินทางมารวมตัวได้ง่าย วัดจึงเป็นทั้งพื้นที่ศรัทธา พื้นที่พบปะ และพื้นที่ทำกิจกรรมส่วนรวมของชุมชนอย่างแท้จริง
 
ประวัติการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2466 แสดงให้เห็นว่าวัดสว่างนามนมีรากฐานยาวนานในพื้นที่ตำบลศรีสำราญ วัดแห่งนี้ตั้งชื่อตามชื่อหมู่บ้าน โดยมีพระสงฆ์ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านพร้อมใจกันสร้างขึ้น การก่อตั้งวัดในลักษณะนี้เป็นภาพสะท้อนของวัดชุมชนอีสานที่เกิดจากแรงศรัทธาร่วมของผู้คน ไม่ใช่เกิดจากการก่อสร้างอาคารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความต้องการของชาวบ้านที่จะมีสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา มีที่พึ่งทางจิตใจ และมีพื้นที่สำหรับรวมตัวกันในยามสำคัญของชีวิต
 
ชื่อ “สว่างนามน” มีความหมายที่เชื่อมโยงกับทั้งศรัทธาและภูมินามของชุมชน คำว่า “สว่าง” สื่อถึงแสงสว่าง ปัญญา ความกระจ่างทางจิตใจ และธรรมะที่ช่วยนำทางชีวิต ส่วนคำว่า “นามน” เป็นชื่อหมู่บ้านที่ผูกพันกับพื้นที่และผู้คนในตำบลศรีสำราญ เมื่อรวมกันเป็นชื่อวัด จึงให้ความหมายถึงศาสนสถานที่เป็นแสงสว่างทางใจของบ้านนามน เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้เป็นหลักทางศรัทธาและเป็นเครื่องหมายของความร่วมมือในชุมชน
 
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2529 เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดสว่างนามน เพราะวิสุงคามสีมาคือเขตที่กำหนดขึ้นสำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญของพระภิกษุสงฆ์ เช่น การอุปสมบทและกิจกรรมทางคณะสงฆ์ที่ต้องกระทำในเขตสีมา เขตวิสุงคามสีมาของวัดมีขนาดกว้าง 30 เมตร ยาว 20 เมตร ทำให้วัดมีความพร้อมในฐานะศาสนสถานที่รองรับพิธีกรรมตามพระธรรมวินัยได้อย่างสมบูรณ์ ความสำคัญของวัดจึงไม่ได้อยู่เฉพาะการเป็นวัดประจำหมู่บ้าน แต่ยังอยู่ที่บทบาทในฐานะวัดที่มีเขตสังฆกรรมสำคัญของชุมชนด้วย
 
อุโบสถของวัดสว่างนามนกว้าง 6 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2522 เป็นอาคารคอนกรีตหลังคากระเบื้อง อุโบสถเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด ใช้ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมสำคัญของพระภิกษุสงฆ์ ผู้ที่เดินทางมาเยือนจึงควรให้ความเคารพต่อพื้นที่อุโบสถเป็นพิเศษ ทั้งการแต่งกายสุภาพ การใช้เสียงเบา การถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในบริเวณศักดิ์สิทธิ์ เพราะพื้นที่อุโบสถเป็นหัวใจทางพระธรรมวินัยของวัด
 
ศาลาการเปรียญของวัดสว่างนามนกว้าง 15 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2514 เป็นอาคารไม้ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่หลักของญาติโยม ศาลาการเปรียญในวัดชุมชนอีสานมีความสำคัญมาก เพราะใช้สำหรับฟังธรรม ทำบุญวันพระ จัดงานกฐิน ผ้าป่า งานเทศน์มหาชาติ งานสงกรานต์ งานบุญข้าวจี่ และกิจกรรมที่ต้องรวมชาวบ้านจำนวนมาก ศาลาหลังนี้จึงไม่ใช่เพียงอาคารสำหรับนั่งฟังเทศน์ แต่เป็นพื้นที่ที่รักษาความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้านผ่านการทำบุญร่วมกัน
 
ภายในวัดยังมีกุฏิสงฆ์ 3 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 หลัง พร้อมศาลาบำเพ็ญกุศล 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง และศาลาสำหรับคนพักแรม 2 หลัง อาคารเหล่านี้สะท้อนความเป็นวัดชุมชนที่มีองค์ประกอบครบสำหรับรองรับศาสนกิจและกิจกรรมของชาวบ้าน กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่จำพรรษาและปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศลรองรับพิธีกรรมของครอบครัว โรงครัวใช้ในการจัดอาหารงานบุญ หอระฆังทำหน้าที่เป็นสัญญาณของกิจวัตรวัด ส่วนศาลาพักแรมแสดงถึงความพร้อมของวัดในการรองรับผู้เดินทางหรือผู้มาร่วมกิจกรรมในโอกาสต่าง ๆ
 
วัดสว่างนามนยังมีความสำคัญด้านการศึกษา เพราะเคยเป็นโรงเรียนแห่งแรกของตำบลศรีสำราญ และมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมเปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2495 บทบาทด้านการศึกษานี้ทำให้วัดมีคุณค่าเกินกว่าการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม เพราะวัดได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน เป็นสถานที่ที่พระภิกษุ สามเณร เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้หลักธรรม มารยาท วินัย และความรู้ที่ช่วยพัฒนาชีวิต วัดจึงเป็นรากฐานหนึ่งของการศึกษาและศีลธรรมในตำบลศรีสำราญ
 
รายนามเจ้าอาวาสของวัดสว่างนามนสะท้อนการดูแลวัดอย่างต่อเนื่องผ่านหลายยุคสมัย ตั้งแต่พระชูหลู พระบุญ เตชธมฺโม พระสมศรี พระสิงห์ ฐิตธมฺโม พระดิ่ง พระบัวศรี ปสนุโน พระพิลา สปุปญฺโญ พระทองเปลว สปุปญฺโญ พระครูสิริปทุมานุรักษ์ และพระบุญล้อม สปุปญฺโญ ลำดับรายนามเหล่านี้เป็นหลักฐานของการสืบทอดศาสนกิจและการบริหารวัดที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน แต่ละรูปมีส่วนในการรักษาวัด พัฒนาพื้นที่ศาสนา และนำชาวบ้านให้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
 
พระครูโอภาสธีรานุวัตร (บุญล้อม) เป็นเจ้าอาวาสวัดสว่างนามนที่ปรากฏในข้อมูลพระสังฆาธิการปัจจุบัน และยังมีบทบาทในงานคณะสงฆ์ระดับพื้นที่ การมีพระเถระผู้ดูแลวัดอย่างต่อเนื่องทำให้วัดสว่างนามนยังคงเป็นศูนย์กลางศาสนกิจของชุมชน พระสงฆ์ในวัดทำหน้าที่ทั้งประกอบพิธีกรรม รับบิณฑบาต แสดงธรรม ให้คำแนะนำแก่ญาติโยม และเป็นที่พึ่งทางใจในโอกาสต่าง ๆ ทั้งงานมงคล งานอวมงคล งานบวช งานศพ และงานบุญประจำปี
 
บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดชุมชนมีความสำคัญมาก เพราะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการปกครองพระภิกษุสงฆ์ภายในวัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลอาคารเสนาสนะ การประสานงานกับชาวบ้าน การรักษาประเพณี การจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และการทำให้วัดเป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้ วัดสว่างนามนจึงยังคงเป็นวัดที่มีชีวิต เพราะมีพระสงฆ์ ชาวบ้าน และเครือข่ายชุมชนร่วมกันดูแลศาสนสถานแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง
 
วัดสว่างนามนเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาของพระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในหมู่บ้าน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัดมีทั้งการทำบุญวันพระ ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม รับศีล ปฏิบัติธรรม งานเข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สงกรานต์ บุญข้าวจี่ บุญพระเวส และงานบุญตามวิถีอีสาน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้วัดมีชีวิตตลอดปี และทำให้พระพุทธศาสนาไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวบ้านนามน
 
ช่วงเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่วัดสว่างนามนมีความสำคัญมาก ชาวบ้านมักร่วมกันถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน ภัตตาหาร และเครื่องใช้จำเป็นแด่พระภิกษุสงฆ์ พร้อมทั้งตั้งใจรักษาศีล ฟังธรรม และทำบุญมากขึ้น เมื่อถึงออกพรรษาและฤดูกฐิน วัดจะกลับมาเป็นพื้นที่รวมพลังของชุมชนอีกครั้งผ่านการทอดกฐิน การจัดโรงทาน การถวายปัจจัย และการช่วยกันดูแลความเรียบร้อยของวัด ประเพณีเหล่านี้ช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับญาติโยมให้แน่นแฟ้นตลอดปี
 
บุญพระเวสหรือเทศน์มหาชาติเป็นประเพณีสำคัญในวิถีอีสานที่วัดชุมชนมักมีส่วนเกี่ยวข้อง การฟังเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดกช่วยปลูกฝังเรื่องทานบารมี ความเสียสละ ความอดทน และความเมตตา เมื่อมีการจัดงานในวัด ชาวบ้านจะร่วมกันเตรียมสถานที่ อาหาร เครื่องไทยธรรม และการต้อนรับผู้มาร่วมงาน วัดสว่างนามนจึงเป็นพื้นที่ที่หลักธรรมถูกถ่ายทอดผ่านทั้งคำสอนและการร่วมแรงร่วมใจของผู้คนในหมู่บ้าน
 
บุญข้าวจี่เป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เชื่อมโยงวัดกับวิถีชีวิตของคนอีสานอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านนำข้าวเหนียวมาปั้น ทาไข่ ย่างไฟ แล้วถวายพระเพื่อความเป็นสิริมงคล ประเพณีนี้สะท้อนความเรียบง่ายของอาหารพื้นบ้าน ความกตัญญูต่อพระสงฆ์ และวัฒนธรรมการแบ่งปันในชุมชน วัดสว่างนามนจึงเป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรมอาหาร ศรัทธา และความสัมพันธ์ของชาวบ้านถูกร้อยเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
 
งานสงกรานต์ในวัดชุมชนเป็นช่วงเวลาที่คนหลายรุ่นกลับมาพบกัน ชาวบ้านมักทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ และร่วมกิจกรรมตามประเพณี วัดสว่างนามนจึงเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน งานสงกรานต์ที่จัดในบริบทของวัดไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแห่งความสนุกสนาน แต่เป็นช่วงเวลาของความกตัญญู การขอขมา และการเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยจิตใจที่สงบและเป็นมงคล
 
การปฏิบัติธรรมที่วัดสว่างนามนมีความหมายในเชิงชีวิตประจำวันของชาวบ้าน การปฏิบัติธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการนั่งสมาธิหรือสวดมนต์เท่านั้น แต่รวมถึงการรักษาศีล การฟังธรรม การช่วยงานวัด การฝึกความอดทน การลดความเห็นแก่ตัว และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยเมตตา วัดจึงเป็นพื้นที่ฝึกใจที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้สำหรับคนทุกวัย ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
 
สำหรับเด็กและเยาวชนในชุมชน วัดสว่างนามนเป็นพื้นที่เรียนรู้มารยาทและคุณธรรม เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การไหว้พระ การเคารพพระสงฆ์ การช่วยผู้ใหญ่ในงานบุญ การฟังคำสอน และการรู้จักรับผิดชอบต่อส่วนรวม ผู้สูงอายุมีพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม และพบปะกับคนในชุมชน ส่วนคนวัยทำงานสามารถกลับมาช่วยงานวัดในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญ วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนหลายวัยไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น
 
ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดสว่างนามนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัดชุมชนอีสานที่มีประวัติยาวนานและมีบทบาทจริงในท้องถิ่น วัดแห่งนี้ไม่ได้เน้นความอลังการแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีเสน่ห์จากความสงบ ความเรียบง่าย ความเก่าแก่ และการเป็นพื้นที่ศรัทธาที่ชาวบ้านยังใช้งานจริง ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระ ทำบุญ นั่งพักใจ และเรียนรู้บทบาทของวัดในสังคมชนบทได้อย่างเป็นธรรมชาติ
 
ตำบลศรีสำราญมีเครือข่ายวัดและชุมชนหลายแห่งที่สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดสว่างนามนได้ เช่น วัดหนองปลาปึ่ง วัดหนองเบ็นมังคลาราม วัดหนองบัวบานเย็น วัดสว่างนาฮี วัดภูมิสวรรค์ วัดโพธิ์ศรี และวัดป่านาฮีสามัคคีธรรม เส้นทางเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของตำบลศรีสำราญในฐานะพื้นที่ที่มีพระพุทธศาสนาเป็นแกนกลางของชุมชน แต่ละวัดมีบทบาทต่อหมู่บ้านของตนเอง ทั้งการทำบุญ งานประเพณี การปฏิบัติธรรม และการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน
 
วัดสว่างนาฮีเป็นหนึ่งในวัดใกล้เคียงของตำบลศรีสำราญที่สามารถแวะร่วมในเส้นทางเดียวกันได้ วัดในกลุ่มตำบลเดียวกันเหล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ของชุมชนย่อยในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ การเดินทางจากวัดสว่างนามนไปยังวัดสว่างนาฮี วัดหนองปลาปึ่ง หรือวัดหนองเบ็นมังคลาราม จะช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าวัดชุมชนในอีสานไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทางศรัทธาและวัฒนธรรมของตำบล
 
นอกจากวัดในตำบลศรีสำราญแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถเดินทางต่อไปยังบึงแวงหรือหนองแวง วัดคอนสวรรค์ และพระใหญ่สมัยทวารวดี วัดคอนสวรรค์ ซึ่งเป็นแหล่งศรัทธาและแหล่งธรรมชาติสำคัญของอำเภอคอนสวรรค์ บึงแวงเป็นบึงน้ำธรรมชาติที่มีชื่อเสียงด้านนกน้ำและบรรยากาศพักผ่อน ส่วนวัดคอนสวรรค์และพระใหญ่ทวารวดีสะท้อนรากฐานพระพุทธศาสนาเก่าแก่ของพื้นที่ เส้นทางนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวทั้งวัดชุมชน ธรรมชาติ และแหล่งพุทธศิลป์ในวันเดียว
 
บึงแวงหรือหนองแวงเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่ช่วยเติมมิติธรรมชาติให้กับเส้นทางท่องเที่ยววัดสว่างนามน พื้นที่บึงเหมาะกับการพักผ่อน ดูนก ถ่ายภาพ และชมบรรยากาศยามเย็น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีนกน้ำเข้ามาอาศัยจำนวนมาก การจัดเส้นทางวัดสว่างนามนร่วมกับบึงแวงทำให้การเดินทางมีทั้งความสงบของวัด ความร่มเย็นของชุมชน และภาพธรรมชาติของอำเภอคอนสวรรค์
 
วัดคอนสวรรค์และพระใหญ่สมัยทวารวดีเป็นอีกจุดที่เหมาะสำหรับเดินทางต่อจากวัดสว่างนามน พระใหญ่สมัยทวารวดีเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ช่วยสะท้อนความเก่าแก่ของพระพุทธศาสนาในพื้นที่ การเดินทางจากวัดสว่างนามนไปยังวัดคอนสวรรค์จึงทำให้ผู้มาเยือนเห็นความต่อเนื่องของศรัทธา ตั้งแต่วัดชุมชนระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงแหล่งพุทธศิลป์ที่มีความหมายในระดับอำเภอ
 
บรรยากาศของวัดสว่างนามนเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบสงบ ไม่เร่งรีบ และต้องการเข้าใจวิถีวัดอีสานในระดับชุมชน ผู้มาเยือนควรให้เวลากับการสังเกตอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง โรงครัว ศาลาบำเพ็ญกุศล และบรรยากาศโดยรอบ เพราะคุณค่าของวัดไม่ได้อยู่เฉพาะประวัติการก่อตั้งและอาคารเสนาสนะ แต่ยังอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับผู้คนในหมู่บ้านที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
 
การเข้าชมวัดสว่างนามนควรให้ความสำคัญกับมารยาทในการเข้าวัด ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่อาคารหรือพื้นที่ที่กำหนด ไม่รบกวนพระภิกษุสงฆ์หรือชาวบ้านที่กำลังประกอบศาสนกิจ และควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือพิธีกรรม หากมีงานบุญ งานสวดมนต์ หรือกิจกรรมของชุมชน ควรให้พื้นที่แก่คนในพื้นที่เป็นหลัก เพราะวัดยังเป็นพื้นที่ใช้งานจริงของชาวบ้าน
 
สำหรับชาวต่างชาติหรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับวัดชุมชนไทย วัดสว่างนามนเป็นตัวอย่างที่ดีของการเรียนรู้ว่าพระพุทธศาสนาดำรงอยู่ในระดับหมู่บ้านอย่างไร วัดลักษณะนี้เป็นพื้นที่ที่เด็กเรียนรู้มารยาท ผู้ใหญ่ร่วมทำบุญ ผู้สูงอายุพบปะและฟังธรรม ส่วนพระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตใจของชุมชน การเข้าใจวัดสว่างนามนจึงช่วยเปิดมุมมองต่อวัฒนธรรมไทยในระดับรากฐาน โดยเฉพาะวิถีอีสานที่เชื่อมโยงวัด ครอบครัว ชุมชน และประเพณีเข้าด้วยกัน
 
วัดสว่างนามนยังเป็นพื้นที่ความทรงจำของคนในชุมชน ชาวบ้านหลายรุ่นเติบโตมากับงานบุญ เสียงระฆัง เสียงสวดมนต์ การฟังเทศน์ การถวายภัตตาหาร การช่วยงานวัด และการกลับมารวมตัวกันในวันสำคัญ วัดจึงเป็นมากกว่าสถานที่ตั้งของอาคาร แต่เป็นพื้นที่ที่เก็บความทรงจำร่วมผ่านพิธีกรรม พื้นที่ใช้สอย และความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้าน ความหมายของวัดจึงลึกกว่าคำว่าแหล่งท่องเที่ยว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชุมชน
 
เมื่อพิจารณาทั้งประวัติการตั้งวัด วิสุงคามสีมา อุโบสถ ศาลาการเปรียญ โรงเรียนพระปริยัติธรรม รายชื่อเจ้าอาวาส และบทบาทในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน วัดสว่างนามนจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของตำบลศรีสำราญ ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่เฉพาะความเก่าแก่ แต่ยังอยู่ที่การทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่พระสงฆ์และญาติโยมยังใช้ร่วมกันเพื่อรักษาศรัทธาและความสามัคคีของชุมชน
 
การเดินทาง ไปวัดสว่างนามนเหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นหลัก โดยสามารถตั้งปลายทางไปยังวัดสว่างนามน บ้านนามน หมู่ 3 ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ หรือใช้พิกัด 15.996264, 102.336529 ในระบบนำทาง หากเริ่มจากตัวเมืองชัยภูมิ สามารถใช้เส้นทางไปยังอำเภอคอนสวรรค์ แล้วต่อเข้าสู่ตำบลศรีสำราญตามระบบนำทาง เส้นทางเหมาะกับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ และสามารถจัดโปรแกรมร่วมกับวัดสว่างนาฮี วัดหนองเบ็นมังคลาราม บึงแวง วัดคอนสวรรค์ และร้านอาหารในอำเภอคอนสวรรค์ได้
 
ผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะควรเดินทางมายังตัวเมืองชัยภูมิหรือตัวอำเภอคอนสวรรค์ก่อน จากนั้นต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าไปยังบ้านนามน ตำบลศรีสำราญ เพราะเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านอาจไม่มีรถโดยสารประจำทางให้บริการถี่ตลอดวัน การเดินทางช่วงกลางวันจะสะดวกที่สุด ทั้งด้านการสอบถามเส้นทาง การใช้ระบบนำทาง และการเยี่ยมชมภายในวัด หากต้องการแวะบึงแวงหรือสถานที่ธรรมชาติใกล้เคียงควรตรวจสภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทาง
 
สรุปแล้ว วัดสว่างนามนเป็นวัดชุมชนเก่าแก่ของตำบลศรีสำราญที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม และประเพณี วัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2466 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2529 มีพื้นที่ 6 ไร่ มีศาลาการเปรียญขนาด 15 เมตร x 21 เมตร มีอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงครัว หอระฆัง และเคยเป็นโรงเรียนแห่งแรกของตำบลศรีสำราญ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสวัดที่สงบ เรียบง่าย มีรากทางประวัติศาสตร์ของชุมชน และยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับการทำบุญ ไหว้พระ ปฏิบัติธรรม เรียนรู้วิถีวัดอีสาน และใช้เป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงศาสนาในจังหวัดชัยภูมิ
 
ชื่อสถานที่วัดสว่างนามน
ที่ตั้งบ้านนามน หมู่ 3 ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ
ที่อยู่เลขที่ 141 บ้านนามน หมู่ 3 ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ 36140
พิกัด15.996264, 102.336529
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
เนื้อที่6 ไร่ โฉนดที่ดินเลขที่ 8197
ไฮไลต์วัดชุมชนเก่าแก่ของบ้านนามน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2466 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2529 เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา ปฏิบัติธรรม ประเพณี วัฒนธรรม และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน
ประวัติ / สมัย / ยุคตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2466 โดยพระสงฆ์ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้น ตั้งชื่อวัดตามชื่อบ้านนามน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2529
ที่มาของชื่อชื่อสว่างนามนสื่อถึงแสงสว่างทางธรรมและภูมินามของบ้านนามน ซึ่งเป็นชุมชนที่วัดตั้งอยู่
ลักษณะเด่นเป็นวัดชุมชนที่ใช้ประกอบศาสนกิจ งานบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม งานประเพณีอีสาน และกิจกรรมส่วนรวมของหมู่บ้าน
อาคารเสนาสนะอุโบสถกว้าง 6 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2522, ศาลาการเปรียญกว้าง 15 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2514, กุฏิสงฆ์ 3 หลัง, ศาลาบำเพ็ญกุศล 1 หลัง, โรงครัว 1 หลัง, หอระฆัง 1 หลัง และศาลาสำหรับคนพักแรม 2 หลัง
บทบาทด้านการศึกษาเคยเป็นโรงเรียนแห่งแรกของตำบลศรีสำราญ และมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมเปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2495
การเดินทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า ตั้งปลายทางไปยังวัดสว่างนามน บ้านนามน ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ หรือใช้พิกัด 15.996264, 102.336529 หากใช้ขนส่งสาธารณะควรต่อรถจากตัวอำเภอคอนสวรรค์หรือตัวเมืองชัยภูมิ
สถานะปัจจุบันเป็นวัดราษฎร์ที่ยังใช้จัดกิจกรรมทางศาสนา ปฏิบัติธรรม ประเพณี วัฒนธรรม และกิจกรรมชุมชน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงครัว หอระฆัง ศาลาพักแรม พื้นที่ประกอบศาสนกิจ พื้นที่ปฏิบัติธรรม พื้นที่กิจกรรมชุมชน และพื้นที่สงบรอบวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูโอภาสธีรานุวัตร (บุญล้อม)
เขตวิสุงคามสีมากว้าง 30 เมตร ยาว 20 เมตร
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดสว่างนาฮี ตำบลศรีสำราญ ประมาณ 4 กม.
2. วัดหนองปลาปึ่ง ตำบลศรีสำราญ ประมาณ 5 กม.
3. วัดหนองเบ็นมังคลาราม ตำบลศรีสำราญ ประมาณ 6 กม.
4. วัดหนองบัวบานเย็น ตำบลศรีสำราญ ประมาณ 8 กม.
5. วัดภูมิสวรรค์ บ้านนาโจด ตำบลศรีสำราญ ประมาณ 9 กม.
6. วัดโพธิ์ศรี ตำบลศรีสำราญ ประมาณ 10 กม.
7. บึงแวง / หนองแวง ประมาณ 14 กม.
8. วัดคอนสวรรค์ และพระใหญ่สมัยทวารวดี ประมาณ 14 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Jungle Cafe สาขาคอนสวรรค์ ชัยภูมิ ประมาณ 14 กม. โทร. 095-660-9498
2. 13 คาเฟ่ ประมาณ 14 กม. โทร. 062-662-9563
3. ร้านริมบึงหมูย่างเกาหลี ประมาณ 15 กม. โทร. 084-826-3438
4. สวนอาหารคูณเงิน ประมาณ 20 กม. โทร. 091-017-2256
5. โบว์วี่หมูกะทะ ประมาณ 21 กม. โทร. 098-935-9618
6. ร้านอาหารอิ่มอร่อย by เจ๊ไก่ ประมาณ 27 กม. โทร. 093-327-6866
ที่พักใกล้เคียง1. วาสนาดี รีสอร์ท อ.คอนสวรรค์ ประมาณ 14 กม. โทร. 064-454-3945, 080-423-7719
2. โรงแรมนอนนา รีสอร์ท ประมาณ 15 กม. โทร. 062-905-0145
3. บ้านปูนิ่ม รีสอร์ท อ.คอนสวรรค์ ประมาณ 16 กม. โทร. 089-932-7390
4. โรงแรมพฤกษกานต์ รีสอร์ท ประมาณ 21 กม. โทร. 096-469-8645, 044-100-096, 099-359-3597
5. โรงแรมนิธินาถ รีสอร์ท ประมาณ 27 กม. โทร. 081-790-5186
6. หงส์สวรรค์ รีสอร์ท ประมาณ 29 กม. โทร. 098-157-6599
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสว่างนามนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสว่างนามนตั้งอยู่เลขที่ 141 บ้านนามน หมู่ 3 ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ 36140
 
ถาม: วัดสว่างนามนเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดสว่างนามนเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับการทำบุญ ไหว้พระ ปฏิบัติธรรม และเยี่ยมชมในช่วงกลางวัน
 
ถาม: วัดสว่างนามนมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดสว่างนามนตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2466 โดยพระสงฆ์ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้น และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2529
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสว่างนามนคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสว่างนามนคือพระครูโอภาสธีรานุวัตร (บุญล้อม)
 
ถาม: วัดสว่างนามนมีอาคารสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: วัดมีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงครัว หอระฆัง และศาลาสำหรับคนพักแรม
 
ถาม: วัดสว่างนามนมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างไร?
ตอบ: วัดสว่างนามนเคยเป็นโรงเรียนแห่งแรกของตำบลศรีสำราญ และมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมเปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2495
 
ถาม: เดินทางไปวัดสว่างนามนอย่างไรสะดวกที่สุด?
ตอบ: การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด โดยตั้งปลายทางไปยังวัดสว่างนามน บ้านนามน ตำบลศรีสำราญ อำเภอคอนสวรรค์ หรือใช้พิกัด 15.996264, 102.336529 ในระบบนำทาง
 
ถาม: เที่ยววัดสว่างนามนแล้วสามารถไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดสว่างนาฮี วัดหนองปลาปึ่ง วัดหนองเบ็นมังคลาราม วัดหนองบัวบานเย็น บึงแวง วัดคอนสวรรค์ และพระใหญ่สมัยทวารวดีได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดสว่างนามน

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(141)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(7)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(10)
น้ำตก น้ำตก(15)
ถ้ำ ถ้ำ(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)