หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.เมืองบุรีรัมย์ >ต.เสม็ด > วนอุทยานเขากระโดง
TL;DR: วนอุทยานเขากระโดง อยู่ที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นภูเขาไฟโบราณใกล้ตัวเมืองบุรีรัมย์ มีปากปล่องเป็นแอ่งน้ำ มีป่าเต็งรัง พรรณไม้พื้นเมือง และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ.
วนอุทยานเขากระโดง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
วนอุทยานเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ที่รวมธรรมชาติ ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียว จุดเด่นของที่นี่คือปากปล่องภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทแล้ว พระสุภัทรบพิตรพระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์ ปราสาทหินเขากระโดง พระพุทธบาทจำลอง เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง และประเพณีขึ้นเขากระโดงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะทั้งสำหรับการพักผ่อน ไหว้พระ ชมวิวเมืองบุรีรัมย์ และเรียนรู้ร่องรอยภูเขาไฟโบราณที่ยังเห็นได้ชัดเจน
วนอุทยานเขากระโดงตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาบุรีรัมย์จึงสามารถจัดให้เป็นจุดหมายแรกหรือจุดหมายท้ายของทริปได้สะดวก เพราะใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเพียงไม่นาน และยังอยู่ในเส้นทางเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่ของจังหวัด เช่น ช้างอารีนา บุรีรัมย์คาสเซิล และช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ความน่าสนใจของเขากระโดงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นจุดชมวิว แต่เป็นภูมิประเทศที่มีประวัติทางธรณีวิทยาชัดเจน เป็นภูเขาไฟโบราณที่ยังเหลือรูปร่างของปากปล่องให้ศึกษาได้จริงในพื้นที่ธรรมชาติ
ชื่อเขากระโดงมีรากจากชื่อเดิมว่า “พนมกระดอง” คำว่า “พนม” ในวัฒนธรรมเขมรหมายถึงภูเขา ส่วนคำว่า “กระดอง” สื่อถึงรูปร่างของภูเขาที่มองคล้ายกระดองเต่า เมื่อเวลาผ่านไปชื่อจึงเพี้ยนมาเป็น “เขากระโดง” ตามที่ใช้เรียกกันในปัจจุบัน ชื่อนี้สะท้อนทั้งภูมิประเทศและบริบททางวัฒนธรรมของบุรีรัมย์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเขมรโบราณอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปราสาทหิน โบราณสถาน ศิลปกรรม หรือชื่อบ้านนามเมืองหลายแห่งในจังหวัด
พื้นที่เขากระโดงเป็นภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทแล้ว ยอดสูงสุดอยู่ประมาณ 265 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะเด่นคือปากปล่องภูเขาไฟที่ยังมองเห็นแนวแอ่งได้ชัดเจน ภายในปากปล่องมีลักษณะเป็นแอ่งลึกและมีน้ำขังตลอดปี จึงกลายเป็นภูมิทัศน์เฉพาะตัวของสถานที่แห่งนี้ เมื่อเดินเข้าไปใกล้บริเวณปากปล่อง นักท่องเที่ยวจะเห็นความแตกต่างของพื้นที่จากภูเขาทั่วไป เพราะไม่ใช่เพียงยอดเขาสำหรับชมวิว แต่เป็นร่องรอยการปะทุของภูเขาไฟในอดีตที่ยังคงปรากฏในรูปแบบของแอ่งปล่อง ธารลาวา หินภูเขาไฟ และลักษณะพื้นที่เนินเขาที่เชื่อมโยงกับกระบวนการทางธรณีวิทยาโดยตรง
จุดที่ทำให้เขากระโดงโดดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปคือการเดินขึ้นสู่ยอดเขา โดยสามารถเลือกได้ 2 วิธี วิธีแรกคือเดินขึ้นบันไดนาคราชจำนวน 297 ขั้น ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและออกแรงเล็กน้อยระหว่างทาง บันไดทอดผ่านแนวป่าและพื้นที่ร่มรื่น มีจุดพักเป็นระยะ พร้อมพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เรียงรายให้สักการะและถ่ายภาพ วิธีที่สองคือขับรถขึ้นไปถึงบริเวณยอดเขา เหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีเวลาจำกัด เส้นทางรถช่วยให้การเดินทางสะดวกมากขึ้นโดยยังสามารถเข้าถึงจุดสำคัญด้านบนได้ครบถ้วน
บนยอดเขากระโดงเป็นที่ประดิษฐานพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์ที่ประชาชนในจังหวัดให้ความเคารพนับถือ พระพุทธรูปองค์นี้สร้างโดยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายสรวุฒิ บุญญานุศาสน์ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบุรีรัมย์และเป็นสถานที่สักการะของพุทธศาสนิกชนที่เดินทางขึ้นมาบนเขา จากลานบริเวณองค์พระสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองบุรีรัมย์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใสจะเห็นแนวเมือง สนามกีฬา และพื้นที่สีเขียวรอบเมืองได้อย่างชัดเจน จุดนี้จึงเป็นทั้งจุดไหว้พระและจุดชมวิวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของวนอุทยาน
พระสุภัทรบพิตรไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางศาสนา แต่ยังเป็นภาพจำของเขากระโดงในสายตานักท่องเที่ยว เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว ภาพพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่เหนือผืนป่าทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศสงบและศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนนิยมกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงเดินต่อไปยังจุดชมวิว ปากปล่องภูเขาไฟ สะพานแขวนลาวา และมณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง การเดินชมจึงมีจังหวะที่หลากหลาย ทั้งการสักการะ การพักผ่อน และการเรียนรู้ธรรมชาติ
อีกหนึ่งจุดสำคัญภายในวนอุทยานคือปราสาทหินเขากระโดง หรือปราสาทเขากระโดง ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ภูเขาไฟ เดิมเป็นปราสาทหินทรายก่ออยู่บนฐานศิลาแลงสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 4 x 4 เมตร ตัวปราสาทเสื่อมสภาพและปรักหักพังไปตามกาลเวลา ต่อมามีการบูรณะและสร้างมณฑปครอบไว้ ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญทั้งในฐานะโบราณสถานและสถานที่ประกอบศรัทธาทางพระพุทธศาสนา
ปราสาทหินเขากระโดงช่วยให้เห็นชั้นความหมายของพื้นที่แห่งนี้ได้ชัดเจน เพราะเขากระโดงไม่ได้เป็นเพียงภูเขาไฟโบราณ แต่ยังเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนใช้ประโยชน์และให้ความเคารพมาต่อเนื่องหลายยุคสมัย การมีโบราณสถานบนปากปล่องภูเขาไฟสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ศาสนา และชุมชนในอดีต ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสามารถใช้จุดนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องศิลปกรรมเขมร โบราณสถานในภาคอีสานตอนใต้ และพัฒนาการของความเชื่อที่เปลี่ยนผ่านมาสู่พระพุทธศาสนาในปัจจุบัน
ปากปล่องภูเขาไฟเป็นหัวใจของการมาเยือนเขากระโดง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบริเวณแอ่งปล่อง ศึกษาหินภูเขาไฟ และถ่ายภาพกับสะพานแขวนลาวาที่ทอดผ่านพื้นที่สำคัญของภูมิประเทศ จุดนี้ช่วยให้มองเห็นลักษณะปากปล่องได้ชัดเจนกว่าการยืนดูจากพื้นราบทั่วไป โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาวที่ต้นไม้รอบปล่องเขียวสด บรรยากาศจะร่มรื่นและเหมาะแก่การเดินชมมากเป็นพิเศษ ส่วนช่วงฤดูร้อนควรมาในช่วงเช้าหรือเย็น เพราะพื้นที่บางส่วนค่อนข้างเปิดโล่งและแดดบุรีรัมย์แรง
บริเวณปากปล่องยังมีบรรยากาศที่แตกต่างจากจุดไหว้พระด้านบน เพราะเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติและธรณีวิทยามากกว่า นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทั้งแอ่งน้ำ พรรณไม้ หินภูเขาไฟ และสะพานเดินชมวิวในมุมสูง การเดินอย่างช้า ๆ ทำให้เห็นรายละเอียดของพื้นที่ได้มากขึ้น เช่น แนวต้นไม้ที่ขึ้นตามขอบปล่อง ลักษณะพื้นดินที่ต่างจากพื้นที่รอบเมือง และความสงบของแหล่งน้ำในปากปล่อง การเที่ยวเขากระโดงจึงเหมาะกับผู้ที่ชอบสถานที่ที่มีเรื่องเล่า ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายรูปสั้น ๆ
เขากระโดงยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรังซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ป่ามีลักษณะเป็นป่าโปร่ง มีไม้พื้นเมืองหลายชนิด เช่น เต็ง รัง มะกอกเลื่อม ตะคร้อ สมอพิเภก งิ้วป่า ติ้วขาว ติ้วแดง และพืชพื้นล่างจำพวกหญ้า พรรณไม้เหล่านี้ช่วยทำให้เขากระโดงเป็นแหล่งเรียนรู้ชีววิทยาและพฤกษศาสตร์ท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติสามารถใช้เวลาเดินชมพืชพรรณ และสังเกตความแตกต่างของป่าเต็งรังกับป่าประเภทอื่นได้อย่างเพลิดเพลิน
หนึ่งในพรรณไม้ที่ได้รับความสนใจภายในพื้นที่คือโยนีปีศาจ ซึ่งมักถูกกล่าวถึงในบริบทของพืชที่พบในบริเวณภูเขาไฟ ลักษณะพรรณไม้พื้นเมืองเหล่านี้ทำให้วนอุทยานเขากระโดงมีคุณค่ามากกว่าการเป็นสถานที่พักผ่อน เพราะเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติในเมืองที่เข้าถึงง่าย นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศของป่าเต็งรังควบคู่กับภูมิประเทศภูเขาไฟได้ในทริปเดียว
บรรยากาศของวนอุทยานเขากระโดงเหมาะกับการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ ด้านล่างมีพื้นที่จอดรถ ร้านค้า ห้องน้ำ และบริการพื้นฐานสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนด้านบนมีพื้นที่โล่งให้เดินชมวิว ไหว้พระ และชมจุดสำคัญต่าง ๆ คนที่มาเที่ยวแบบครอบครัวสามารถเลือกขับรถขึ้นไปด้านบนเพื่อประหยัดแรง แล้วค่อยเดินเก็บจุดถ่ายรูปสำคัญ ส่วนคนที่ชอบออกกำลังหรืออยากสัมผัสบรรยากาศการขึ้นเขา สามารถเลือกเดินบันไดนาคราชเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่เต็มกว่า
การเที่ยวเขากระโดงใช้เวลาได้ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงจนถึงครึ่งวัน ขึ้นอยู่กับจังหวะการเดินและความสนใจของผู้มาเยือน หากต้องการเพียงไหว้พระ ชมวิว และถ่ายรูปบริเวณยอดเขา อาจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่หากต้องการเดินชมปากปล่องภูเขาไฟ สะพานแขวนลาวา ปราสาทเขากระโดง พระพุทธบาทจำลอง และเส้นทางธรรมชาติ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้การเดินชมเร่งเกินไป และควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม โดยเฉพาะช่วงกลางวัน
ทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 จะมีงานประเพณีขึ้นเขากระโดง ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของพื้นที่ พุทธศาสนิกชนจะร่วมกันขึ้นเขาเพื่อแสดงความศรัทธาและประกอบกิจกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับพระสุภัทรบพิตร ประเพณีนี้ทำให้เขากระโดงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตและผูกพันกับชุมชนชาวบุรีรัมย์อย่างต่อเนื่อง หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาตรงช่วงงานประเพณี จะได้เห็นบรรยากาศของความศรัทธา การรวมตัวของชุมชน และสีสันของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แตกต่างจากวันปกติ
สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ประเพณีขึ้นเขากระโดงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับภูเขา ศาสนา และเมืองบุรีรัมย์อย่างชัดเจน การขึ้นเขาในวันสำคัญทางจันทรคติไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางไปยังจุดสูงสุดของภูมิประเทศ แต่เป็นการเดินทางเชิงศรัทธาที่เชื่อมผู้คนเข้ากับพระพุทธรูปคู่เมืองและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา การนำผ้าอังสะขึ้นไปเปลี่ยนให้องค์พระสุภัทรบพิตรเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความเคารพและการสืบต่อประเพณีที่ชุมชนให้ความสำคัญ
ในเชิงการท่องเที่ยว วนอุทยานเขากระโดงมีข้อดีคือเดินทางง่ายและเชื่อมกับแลนด์มาร์กอื่นของบุรีรัมย์ได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นที่เขากระโดงในช่วงเช้าเพื่อไหว้พระและชมปากปล่องภูเขาไฟ จากนั้นเดินทางต่อไปยังช้างอารีนา บุรีรัมย์คาสเซิล หรือช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตในช่วงสายหรือบ่าย หากต้องการเส้นทางที่เน้นธรรมชาติและความสงบ อาจจัดคู่กับอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากหรือวัดป่าเขาน้อย ซึ่งอยู่ในระยะเดินทางไม่ไกลมากจากตัวเมือง
การเดินทาง จากตัวเมืองบุรีรัมย์ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 เส้นทางบุรีรัมย์–ประโคนชัย ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่วนอุทยานตามป้ายบอกทาง เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า มอเตอร์ไซค์ และการเหมารถจากตัวเมือง หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะควรเลือกลงในตัวเมืองบุรีรัมย์ก่อน แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นไปยังเขากระโดง ผู้ที่เดินทางจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์สามารถใช้บริการรถรับจ้างในเมืองได้สะดวกกว่า เพราะสามารถกำหนดเวลาแวะจุดใกล้เคียงได้ตามแผนเที่ยว
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวเขากระโดงคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัด แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และเดินขึ้นบันไดได้สบายกว่า ช่วงเช้าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบและมีเวลาชมธรรมชาติ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมวิวเมืองบุรีรัมย์จากมุมสูง หากไปช่วงฤดูฝน พื้นที่รอบปากปล่องและสะพานไม้บางจุดอาจลื่น จึงควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก ส่วนช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวควรเผื่อเวลาเรื่องที่จอดรถและจำนวนผู้เข้าชมที่มากกว่าวันธรรมดา
การแต่งกายควรเลือกเสื้อผ้าที่สุภาพและเหมาะกับการเดิน เพราะที่นี่มีทั้งพื้นที่ศาสนสถานและเส้นทางธรรมชาติ ผู้ที่ตั้งใจเดินบันไดขึ้นเขาควรสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่กระชับเท้า หลีกเลี่ยงรองเท้าพื้นลื่น พกน้ำดื่ม และใช้หมวกหรือร่มในวันที่แดดแรง เมื่อต้องเข้าสักการะพระสุภัทรบพิตรหรือพระพุทธบาทจำลอง ควรรักษากิริยาให้เรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดัง และเคารพผู้ที่มาปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่
วนอุทยานเขากระโดงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม คนรักธรรมชาติจะได้ชมป่าเต็งรังและปากปล่องภูเขาไฟ คนรักประวัติศาสตร์จะได้เห็นปราสาทหินและร่องรอยวัฒนธรรมโบราณ สายบุญจะได้ขึ้นไปกราบพระสุภัทรบพิตรและพระพุทธบาทจำลอง ครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันในสถานที่กว้างและเดินทางไม่ยาก ส่วนผู้ที่ต้องการถ่ายภาพจะได้มุมหลากหลาย ตั้งแต่บันไดนาคราช องค์พระใหญ่ ลานชมวิว สะพานแขวนลาวา ไปจนถึงภาพธรรมชาติรอบปากปล่องภูเขาไฟ
เสน่ห์ของเขากระโดงอยู่ที่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าใจง่ายแต่มีรายละเอียดลึก หากมองเพียงผิวเผิน ที่นี่คือภูเขาใกล้เมืองที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่และจุดชมวิว แต่เมื่อเดินชมอย่างตั้งใจ จะพบว่าพื้นที่นี้มีเรื่องเล่าซ้อนกันหลายชั้น ตั้งแต่ภูเขาไฟโบราณที่ก่อรูปภูมิประเทศ ป่าเต็งรังที่สะท้อนระบบนิเวศอีสานใต้ โบราณสถานที่บอกเล่าอดีตทางศิลปกรรม พระพุทธรูปคู่เมืองที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา และประเพณีขึ้นเขาที่เชื่อมผู้คนเข้ากับสถานที่มาจนถึงปัจจุบัน
หากต้องการทำความเข้าใจบุรีรัมย์ในมิติที่มากกว่าสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ หรือปราสาทหินพนมรุ้ง วนอุทยานเขากระโดงคือสถานที่ที่ควรแวะ เพราะเป็นจุดที่ทำให้เห็นภาพเมืองบุรีรัมย์ในฐานะเมืองที่มีทั้งธรรมชาติ ศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตร่วมสมัยอยู่ใกล้กัน การขึ้นไปยืนบนเขากระโดงแล้วมองลงมายังเมืองด้านล่าง ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่เก่าและเมืองใหม่อย่างชัดเจน เป็นประสบการณ์ที่เรียบง่ายแต่มีความหมายสำหรับผู้มาเยือนบุรีรัมย์
ด้วยการเดินทางที่ไม่ซับซ้อน ค่าเข้าชมที่ไม่เก็บค่าบริการ พื้นที่กว้าง สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน และจุดท่องเที่ยวภายในที่หลากหลาย วนอุทยานเขากระโดงจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ที่เหมาะสำหรับใส่ไว้ในแผนเที่ยวเกือบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว ทริปไหว้พระ ทริปเรียนรู้ธรณีวิทยา ทริปถ่ายภาพ หรือทริปวันเดียวในตัวเมืองบุรีรัมย์ การมาเที่ยวที่นี่ควรให้เวลามากพอสำหรับการเดินช้า ๆ สังเกตรายละเอียด และสัมผัสความสงบของภูเขาไฟโบราณที่กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนสำคัญของเมือง
| ชื่อสถานที่ | วนอุทยานเขากระโดง |
| ที่ตั้ง | ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | วนอุทยานเขากระโดง ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 |
| พิกัด | ประมาณ 14.9517441, 103.0325127 |
| ไฮไลต์ | ปากปล่องภูเขาไฟโบราณ พระสุภัทรบพิตร ปราสาทหินเขากระโดง พระพุทธบาทจำลอง บันไดนาคราช 297 ขั้น สะพานแขวนลาวา และจุดชมวิวเมืองบุรีรัมย์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นพื้นที่ภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทแล้ว ปากปล่องมีอายุประมาณ 3 แสนถึง 9 แสนปี ภายในพื้นที่มีโบราณสถานปราสาทเขากระโดงและร่องรอยศาสนสถานเก่า |
| ที่มาของชื่อ | เดิมเรียกว่า “พนมกระดอง” หมายถึงภูเขาที่มีลักษณะคล้ายกระดองเต่า ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น “เขากระโดง” |
| ลักษณะเด่น | เป็นภูเขาไฟโบราณใกล้ตัวเมืองบุรีรัมย์ มีปากปล่องเป็นแอ่งน้ำ มีป่าเต็งรัง พรรณไม้พื้นเมือง และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 เส้นทางบุรีรัมย์–ประโคนชัย ระยะทางประมาณ 6 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า มอเตอร์ไซค์ หรือเหมารถจากตัวเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ศาสนา ประวัติศาสตร์ และธรณีวิทยาสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องน้ำ ร้านอาหาร ร้านค้า ที่จอดรถ พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ปกครอง และนักท่องเที่ยวทั่วไป |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | บันไดนาคราช 297 ขั้น, พระสุภัทรบพิตร, จุดชมวิวเมืองบุรีรัมย์, ปากปล่องภูเขาไฟ, สะพานแขวนลาวา, ปราสาทหินเขากระโดง, พระพุทธบาทจำลอง, เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง, ร้านค้าและลานจอดรถด้านล่าง |
| ผู้ดูแล | เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระโดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 044-637-349 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เขากระโดง วนอุทยานเขากระโดง Khao Kradong |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ช้างอารีนา ประมาณ 3 กม. 2. บุรีรัมย์คาสเซิล ประมาณ 3 กม. 3. ช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประมาณ 4 กม. 4. อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ประมาณ 5 กม. 5. วัดป่าเขาน้อย ประมาณ 6 กม. 6. อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ตะวันแดงสาดแสงเดือน ณ บุรีรัมย์ ประมาณ 1 กม. 2. The Library Cafe Buriram ประมาณ 3 กม. โทร. 098-103-5331 3. อ่าวไทยซีฟู้ด บุรีรัมย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 089-721-3336, 083-966-1166, 044-111-116 4. เป็ดย่างคูเมือง สาขาบุรีรัมย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 061-651-2131 5. บ้านชายน้ำ บุรีรัมย์ ประมาณ 7 กม. โทร. 044-620-713 6. สองพี่น้อง ไดโนเสาร์ บุรีรัมย์ ประมาณ 8 กม. โทร. 081-264-4862 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Modena by Fraser Buriram ประมาณ 3 กม. โทร. 044-118-188 2. Amari Buriram United ประมาณ 3 กม. โทร. 044-111-444 3. The Crystal Hotel Buriram ประมาณ 4 กม. โทร. 044-634-678 4. Cresco Hotel Buriram ประมาณ 5 กม. โทร. 044-634-901 5. Fortune Hotel Buriram ประมาณ 5 กม. โทร. 044-163-800 ถึง 805 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานเขากระโดงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วนอุทยานเขากระโดงตั้งอยู่ที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กม. เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า มอเตอร์ไซค์ หรือรถรับจ้างจากตัวเมือง
ถาม: วนอุทยานเขากระโดงเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการเดินขึ้นเขา ชมวิว และถ่ายภาพมากที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัด
ถาม: วนอุทยานเขากระโดงเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพื้นที่หลักของวนอุทยาน ปากปล่องภูเขาไฟ พระสุภัทรบพิตร และจุดชมวิวได้โดยไม่มีค่าบัตรผ่านประตู
ถาม: เขากระโดงมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: จุดน่าสนใจหลักคือปากปล่องภูเขาไฟโบราณ พระสุภัทรบพิตร บันไดนาคราช 297 ขั้น สะพานแขวนลาวา ปราสาทหินเขากระโดง พระพุทธบาทจำลอง จุดชมวิวเมืองบุรีรัมย์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง
ถาม: สามารถขับรถขึ้นยอดเขากระโดงได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถขับรถขึ้นไปถึงบริเวณยอดเขาได้ เหมาะสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันได ส่วนผู้ที่ต้องการออกกำลังสามารถเลือกเดินขึ้นบันไดนาคราชได้
ถาม: ประเพณีขึ้นเขากระโดงจัดเมื่อใด?
ตอบ: ประเพณีขึ้นเขากระโดงจัดขึ้นทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เป็นงานสำคัญที่ชาวบุรีรัมย์และพุทธศาสนิกชนร่วมกันขึ้นเขาเพื่อแสดงศรัทธาต่อพระสุภัทรบพิตร
ถาม: ไปเขากระโดงควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม หมวกหรือร่ม และแต่งกายสุภาพ เพราะมีทั้งพื้นที่ศาสนสถานและเส้นทางธรรมชาติ หากไปช่วงฝนตกควรระวังพื้นลื่นบริเวณทางเดินและสะพาน
ถาม: เที่ยววนอุทยานเขากระโดงควรใช้เวลานานเท่าไร?
ตอบ: หากไหว้พระ ชมวิว และถ่ายรูปบนยอดเขาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการเดินชมปากปล่องภูเขาไฟ ปราสาทเขากระโดง พระพุทธบาทจำลอง และเส้นทางธรรมชาติ ควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




