หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.เมืองบุรีรัมย์ >ต.ในเมือง > พระบรมราชานุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าฯ
TL;DR: พระบรมราชานุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าฯ อยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 บริเวณตัวเมืองทางไปอำเภอประโคนชัย เปิดทุกวัน เวลา เปิด 24 ชั่วโมง.
พระบรมราชานุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าฯ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของเมืองบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในตัวเมืองบนเส้นทางไปอำเภอประโคนชัย เป็นจุดหมายที่ผู้เดินทางมาบุรีรัมย์นิยมแวะสักการะ ถ่ายภาพ และเริ่มต้นทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้ พระบรมราชานุสาวรีย์สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญต่อการตั้งเมืองบุรีรัมย์เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก พระบรมรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ และประทับบนช้างศึก สื่อถึงพระปรีชาสามารถด้านการทัพ ความเป็นผู้นำ และพระมหากรุณาธิคุณที่ชาวบุรีรัมย์น้อมรำลึกเสมอมา
สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ จุดสักการะประจำเมือง และแลนด์มาร์กที่เชื่อมโยงอดีตของบุรีรัมย์กับภาพเมืองสมัยใหม่อย่างชัดเจน หากมองในแง่การท่องเที่ยว พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าบุรีรัมย์ไม่ได้มีเพียงปราสาทหิน สนามกีฬา หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวการก่อตั้งเมือง ความสัมพันธ์กับราชสำนักสยามในช่วงปลายกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รวมถึงความทรงจำของชุมชนเมืองที่ยังคงแสดงออกผ่านการสักการะ การจัดพื้นที่ และการดูแลอนุสาวรีย์ใจกลางเมือง
พระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนสำคัญของตัวเมืองบุรีรัมย์ บนเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังอำเภอประโคนชัยและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด เช่น สนามช้างอารีนา บุรีรัมย์คาสเซิล วนอุทยานเขากระโดง และเส้นทางต่อไปยังกลุ่มปราสาทขอมทางตอนใต้ของจังหวัด ตำแหน่งที่ตั้งจึงไม่ใช่เพียงจุดสัญจร แต่เป็นจุดหมายที่ทำหน้าที่เหมือนประตูทางประวัติศาสตร์ของเมือง ผู้ที่ขับรถผ่านหรือเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองมักสังเกตเห็นพระบรมรูปทรงช้างศึกที่ตั้งตระหง่านบนฐานสูง สร้างความรู้สึกสง่างามและเป็นเอกลักษณ์ของบุรีรัมย์อย่างชัดเจน
เหตุผลที่พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้มีความหมายต่อชาวบุรีรัมย์อย่างลึกซึ้ง เกี่ยวข้องกับประวัติการก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ในช่วงที่สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกทรงยกทัพมาทางหัวเมืองอีสานใต้ จากจดหมายเหตุประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 7 กล่าวถึงเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2321 เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปปราบพระยานางรอง ซึ่งคบคิดกับเจ้าโอและเจ้าอินแห่งจำปาศักดิ์ ระหว่างการเดินทัพ ได้พบพื้นที่เมืองร้างบริเวณลุ่มน้ำห้วยจระเข้มาก เป็นชัยภูมิดี มีผู้คนตั้งบ้านเรือนอยู่โดยรอบ แม้พื้นที่ตอนกลางจะมีไข้ป่าชุกชุมจนชาวเขมรป่าดงไม่กล้าเข้ามาอยู่อาศัยก็ตาม
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกได้รวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ และให้บุตรเจ้าเมืองพุทไธสมันซึ่งติดตามมาด้วยเป็นเจ้าเมือง ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยานครภักดี ต่อมาเมืองแปะจึงเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองบุรีรัมย์ ชื่อ “บุรีรัมย์” มีความหมายในเชิงเมืองแห่งความรื่นรมย์หรือเมืองที่น่าอยู่ เรื่องราวนี้ทำให้พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ มิใช่เพียงรูปหล่อของพระมหากษัตริย์บนฐานอนุสาวรีย์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้นเมือง เป็นความทรงจำร่วมของจังหวัด และเป็นพื้นที่ที่ชาวบุรีรัมย์ใช้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณต่อบ้านเมือง
ภาพพระบรมรูปประทับบนช้างศึกมีความหมายมากในเชิงสัญลักษณ์ ช้างศึกเป็นพาหนะสำคัญของกษัตริย์และแม่ทัพในราชประเพณีโบราณ สื่อถึงพลัง อำนาจ ความกล้าหาญ และชัยชนะ ส่วนฉลองพระองค์แบบนักรบสะท้อนบทบาทของสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกในฐานะผู้นำทัพที่มีพระปรีชาสามารถและมีบทบาทในการรักษาความมั่นคงของบ้านเมือง การออกแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ให้ทรงเครื่องนักรบและประทับบนช้างศึกจึงสอดคล้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทัพ การปราบปรามความไม่สงบ และการวางรากฐานเมืองบุรีรัมย์ในเวลาต่อมา
โลหะสัมฤทธิ์ที่ใช้หล่อพระบรมรูปให้ความรู้สึกมั่นคง หนักแน่น และสง่างาม เมื่อกระทบแสงในช่วงกลางวันจะเห็นความเข้มของโลหะกับรายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ ได้ชัดเจน ส่วนในช่วงค่ำคืน แสงไฟรอบอนุสาวรีย์ช่วยเน้นมิติของพระบรมรูป ฐาน และลานโดยรอบ ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนจากความสง่างามในช่วงกลางวันเป็นความขรึมขลังในยามค่ำ ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงนิยมแวะทั้งช่วงกลางวันเพื่อสักการะและช่วงกลางคืนเพื่อชมแสงไฟและถ่ายภาพ
ฐานอนุสาวรีย์ถูกออกแบบให้ยกสูงและมีพื้นที่ลานด้านหน้าเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาสักการะได้อย่างเป็นระเบียบ องค์ประกอบโดยรวมเน้นความสง่าและความเป็นศูนย์กลาง เมื่อยืนอยู่ด้านหน้าจะเห็นพระบรมรูปอยู่ในระดับสูงกว่าผู้มาเยือน ทำให้เกิดความรู้สึกเคารพและน้อมรำลึก พื้นที่โดยรอบเป็นจุดที่คนท้องถิ่นใช้เป็นสัญลักษณ์ในการนัดหมาย อ้างอิงเส้นทาง และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นในตัวเมืองบุรีรัมย์
ในเชิงผังเมือง พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ มีบทบาทเหมือนหมุดหมายกลางเมืองที่เชื่อมถนนและเส้นทางสำคัญหลายสาย การตั้งอยู่บริเวณวงเวียนช่วยให้อนุสาวรีย์มองเห็นได้จากหลายทิศทาง และทำให้พระบรมรูปกลายเป็นภาพจำของผู้เดินทางผ่านพื้นที่ เมืองบุรีรัมย์ในปัจจุบันมีภาพลักษณ์ทันสมัยจากกีฬา การท่องเที่ยว และกิจกรรมขนาดใหญ่ แต่อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ยังคงทำหน้าที่เตือนให้เห็นรากประวัติศาสตร์ของเมืองที่ยืนอยู่คู่กับการพัฒนาในปัจจุบัน
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนควรเริ่มจากการสักการะด้วยความเคารพ จากนั้นจึงใช้เวลาอ่านรายละเอียดประวัติบริเวณฐานและชมองค์ประกอบโดยรอบ จุดที่ควรสังเกตคือพระอิริยาบถบนช้างศึก เครื่องทรงนักรบ รายละเอียดของฐาน แผงประติมากรรมประกอบ และตำแหน่งของอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางเมืองสำคัญ การเดินชมอย่างช้า ๆ จะช่วยให้เข้าใจว่าพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นบทนำสู่ประวัติศาสตร์บุรีรัมย์ทั้งจังหวัด
บริเวณลานสักการะเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการน้อมจิตระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ผู้มาเยือนสามารถถวายพวงมาลัย ดอกไม้ หรือกราบสักการะตามความเหมาะสม โดยควรรักษาความเรียบร้อย ไม่รบกวนผู้ที่มากราบไหว้ และไม่จอดรถในจุดที่กีดขวางการจราจร เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้วงเวียนและถนนหลัก การเข้าชมควรคำนึงถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงที่มีรถสัญจรมากในเวลาเร่งด่วน
พระบรมราชdiv>
านุสาวรีย์ฯ ยังเป็นสถานที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ราชสำนักกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ชัดเจน เมืองบุรีรัมย์ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมือง การทหาร และการจัดระเบียบหัวเมืองในช่วงปลายกรุงธนบุรี การที่สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกทรงพบพื้นที่เมืองร้างและรวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ จึงเป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงภูมิประเทศ ชุมชนเดิม การปกครอง และความมั่นคงของรัฐเข้าด้วยกัน
ลุ่มน้ำห้วยจระเข้มากที่ปรากฏในเรื่องราวการตั้งเมืองมีความสำคัญต่อการอธิบายชัยภูมิของบุรีรัมย์ พื้นที่ลุ่มน้ำเอื้อต่อการตั้งถิ่นฐาน การทำเกษตร และการรวมผู้คน แต่ในอดีตพื้นที่บางส่วนมีโรคภัยและสภาพป่าดงที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้ามาอยู่กลางพื้นที่โดยตรง การตั้งเมืองแปะจึงเป็นการเลือกชัยภูมิและจัดระเบียบผู้คนใหม่ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ เมื่อเวลาผ่านไป เมืองแปะพัฒนาเป็นเมืองบุรีรัมย์และกลายเป็นจังหวัดสำคัญของอีสานใต้
หากมองผ่านประวัติศาสตร์นี้ พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 จึงเป็นเหมือนจุดบรรจบของอดีตหลายชั้น ตั้งแต่เมืองร้าง ชุมชนรอบลุ่มน้ำห้วยจระเข้มาก การเดินทัพของสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก การตั้งเมืองแปะ การแต่งตั้งพระยานครภักดี และการเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองบุรีรัมย์ ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าทางความทรงจำและควรได้รับการเล่าอย่างละเอียดสำหรับผู้มาเยือน
ในมุมของนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการแวะช่วงต้นทริป เพราะอยู่ในเมือง เดินทางง่าย ใช้เวลาไม่นาน และช่วยวางบริบทก่อนเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นของบุรีรัมย์ เช่น วนอุทยานเขากระโดง บุรีรัมย์คาสเซิล สนามช้างอารีนา ปราสาทเมืองต่ำ และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หากเริ่มทริปจากจุดนี้ ผู้เดินทางจะเข้าใจจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งในมิติประวัติศาสตร์เมือง กีฬา วัฒนธรรม และมรดกขอมได้ครบถ้วนขึ้น
ในช่วงกลางวัน จุดเด่นของการมาเยือนคือการได้เห็นรายละเอียดของพระบรมรูปอย่างชัดเจน แสงธรรมชาติทำให้สังเกตฉลองพระองค์ พระแสง องค์ช้างศึก และฐานอนุสาวรีย์ได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษารายละเอียดทางศิลปกรรมหรือถ่ายภาพแบบบันทึกข้อมูล ส่วนช่วงเย็นและกลางคืนเหมาะกับการชมบรรยากาศเมือง แสงไฟ และความสง่างามของอนุสาวรีย์ที่โดดเด่นท่ามกลางการสัญจรของเมืองบุรีรัมย์
การถ่ายภาพบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ควรคำนึงถึงทั้งความสวยงามและความเหมาะสม จุดถ่ายภาพที่นิยมคือด้านหน้าฐานอนุสาวรีย์ มุมมองจากลานโดยรอบ และมุมที่เห็นองค์พระบรมรูปพร้อมวงเวียนหรือแสงไฟในตอนกลางคืน ผู้ถ่ายภาพควรระวังไม่กีดขวางผู้มาสักการะ ไม่เดินลงไปในจุดเสี่ยงต่อการจราจร และควรใช้พื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการหยุดถ่ายภาพ
พื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์อยู่ไม่ไกลจากร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดทริปแบบไม่เร่งรีบ เช่น เริ่มต้นจากการสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นไปชมศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ เดินทางต่อไปยังบุรีรัมย์คาสเซิลหรือสนามช้างอารีนา แล้วปิดท้ายด้วยการขึ้นเขากระโดงหรือรับประทานอาหารในตัวเมือง การจัดเส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เที่ยวบุรีรัมย์ได้ทั้งมิติประวัติศาสตร์ เมือง กีฬา และธรรมชาติในวันเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี สถานที่นี้เป็นจุดเรียนรู้ที่ดี เพราะช่วยให้เห็นพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 1 ในช่วงก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในฐานะปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ยังทรงมีบทบาทด้านการทหาร การจัดระเบียบหัวเมือง และการวางรากฐานความมั่นคงในภูมิภาคต่าง ๆ ของสยาม เรื่องราวที่บุรีรัมย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของพระราชประวัติที่สะท้อนพระปรีชาสามารถก่อนการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
สำหรับชาวบุรีรัมย์ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ มีสถานะเป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจของจังหวัด คนท้องถิ่นจำนวนมากเติบโตมากับภาพพระบรมรูปกลางเมือง ใช้เป็นจุดสังเกตในการเดินทาง ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนบ้านเกิด และใช้เป็นพื้นที่สักการะในโอกาสต่าง ๆ ความผูกพันนี้ทำให้อานุสาวรีย์ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างทางศิลปกรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและอัตลักษณ์ของคนบุรีรัมย์
บริเวณอนุสาวรีย์ยังเหมาะกับผู้ที่ชอบสังเกตภูมิทัศน์เมือง เพราะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของบุรีรัมย์จากเมืองประวัติศาสตร์สู่เมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ ถนนสายหลัก ร้านค้า โรงแรม ระบบคมนาคม และแหล่งท่องเที่ยวรอบเมืองล้วนสะท้อนการเติบโตของจังหวัด แต่กลางภาพความเคลื่อนไหวเหล่านั้นยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันอย่างมั่นคง
การมาเยือนพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ จึงเหมาะกับหลายกลุ่ม ทั้งนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ครอบครัวที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้เรื่องเมืองบุรีรัมย์ ผู้เดินทางมาชมฟุตบอลหรือกิจกรรมกีฬาในเมือง ผู้ที่ผ่านเส้นทางไปประโคนชัย และนักเดินทางที่ต้องการถ่ายภาพแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด ใช้เวลาเข้าชมไม่นาน แต่ให้ความเข้าใจที่ลึกกว่าการเป็นจุดแวะถ่ายรูปทั่วไป
หากต้องการให้การเที่ยวมีความหมายมากขึ้น ควรอ่านประวัติการตั้งเมืองบุรีรัมย์ก่อนหรือหลังการสักการะ แล้วจึงเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น การรู้ว่าบุรีรัมย์เคยมีชื่อเดิมว่าเมืองแปะ และเกี่ยวข้องกับการเดินทัพของสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก จะทำให้การมองพระบรมรูปบนช้างศึกมีความลึกซึ้งขึ้น ผู้มาเยือนจะเห็นว่าองค์ประกอบทุกอย่างตั้งแต่ชุดนักรบ ช้างศึก ฐานอนุสาวรีย์ ไปจนถึงตำแหน่งกลางเมือง ล้วนสัมพันธ์กับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจังหวัด
ในแง่การวางแผนเดินทาง พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ สามารถเข้าชมได้ตลอดวัน เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะกลางเมืองและไม่เสียค่าเข้าชม อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เหมาะที่สุดคือช่วงเช้า ช่วงเย็น และช่วงค่ำ ช่วงเช้าเหมาะกับการสักการะในบรรยากาศสงบ ช่วงเย็นอากาศไม่ร้อนและแสงกำลังสวย ส่วนช่วงค่ำเหมาะกับการถ่ายภาพแสงไฟ ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ควรระวังการจราจรรอบวงเวียนและเลือกจุดจอดรถที่ปลอดภัย
สำหรับการเดินทางจากภายในเมืองบุรีรัมย์ สามารถใช้เส้นทางหลักมุ่งหน้าไปทางอำเภอประโคนชัย พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนสำคัญของเมือง จึงหาได้ไม่ยาก หากเดินทางจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์หรือสถานีขนส่งบุรีรัมย์ สามารถใช้รถรับจ้าง รถสองแถว รถแท็กซี่ท้องถิ่น หรือรถส่วนตัวเข้าสู่จุดหมายได้สะดวก ผู้ที่พักในตัวเมืองสามารถจัดให้เป็นจุดแรกของการเที่ยวช่วงเช้าหรือจุดแวะชมก่อนกลับที่พักในช่วงค่ำได้
ข้อควรระวังคือพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้ถนนและวงเวียน จึงควรใช้ทางเดินและจุดข้ามถนนอย่างระมัดระวัง ไม่ควรหยุดรถกลางทางเพื่อถ่ายภาพ ไม่ควรเดินเข้าไปในจุดอันตราย และควรดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด หากมาในช่วงกลางวันควรเตรียมร่มหรือหมวก เพราะพื้นที่ลานบางส่วนเปิดโล่งรับแดด ส่วนช่วงค่ำควรเลือกมุมถ่ายภาพที่ไม่รบกวนการจราจรและไม่บดบังผู้มาสักการะ
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งในมิติประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความทรงจำของเมือง และการท่องเที่ยวร่วมสมัย เป็นอนุสาวรีย์ที่บอกเล่าความเป็นมาของบุรีรัมย์อย่างกระชับแต่ทรงพลัง ผู้ที่เดินทางมาถึงเมืองบุรีรัมย์ควรแวะสักการะสักครั้ง เพื่อทำความรู้จักปฐมบทของเมือง ผ่านพระบรมรูปทรงช้างศึกที่ยืนหยัดเป็นศูนย์รวมใจของชาวบุรีรัมย์และเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญที่สุดของจังหวัด
| ชื่อสถานที่ | พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จังหวัดบุรีรัมย์ / พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 บุรีรัมย์ |
| ที่ตั้ง | ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 บริเวณตัวเมืองทางไปอำเภอประโคนชัย |
| ที่อยู่ | X4P3+MVC ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 |
| ไฮไลต์ | พระบรมรูปโลหะสัมฤทธิ์ขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ ประทับบนช้างศึก เป็นแลนด์มาร์กสำคัญกลางเมืองบุรีรัมย์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญต่อการตั้งเมืองบุรีรัมย์เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก |
| ที่มาทางประวัติศาสตร์ | ในปี พ.ศ. 2321 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปปราบพระยานางรอง ระหว่างเดินทัพพบเมืองร้างบริเวณลุ่มน้ำห้วยจระเข้มาก จึงรวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองบุรีรัมย์ในเวลาต่อมา |
| ลักษณะเด่น | พระบรมรูปประทับบนช้างศึก สื่อถึงบทบาทด้านการทัพ ความกล้าหาญ และพระปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 1 ในช่วงก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระบรมรูปทรงช้างศึก 2. ฐานอนุสาวรีย์และแผงประติมากรรมประกอบ 3. ลานสักการะด้านหน้า 4. พื้นที่วงเวียนและมุมชมอนุสาวรีย์โดยรอบ 5. จุดถ่ายภาพช่วงกลางวันและยามค่ำคืน 6. เส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวเมืองและอำเภอประโคนชัย |
| การเดินทาง | ตั้งอยู่ในตัวเมืองบุรีรัมย์บนเส้นทางไปอำเภอประโคนชัย เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถสองแถว หรือรถแท็กซี่ท้องถิ่นจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์และสถานีขนส่งบุรีรัมย์ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นพื้นที่สาธารณะและจุดสักการะสำคัญของเมืองบุรีรัมย์ เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิด 24 ชั่วโมง |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานสักการะ พื้นที่ถ่ายภาพ ทางเท้าและพื้นที่โดยรอบวงเวียน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และบริการเดินทางในตัวเมืองอยู่ไม่ไกล |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง | เทศบาลนครบุรีรัมย์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 044-602-345 เทศบาลนครบุรีรัมย์ |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | buriramcity.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 2 กม. 2. บุรีรัมย์คาสเซิล ประมาณ 4 กม. โทร. 093-559-5588 3. ปราสาทหินพนมรุ้งจำลอง ประมาณ 4 กม. 4. สนามช้างอารีนา ประมาณ 5 กม. 5. วนอุทยานเขากระโดง ประมาณ 7 กม. โทร. 044-637-349 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Slainte Bar & Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. 065-230-2786 2. London Steak Buriram สาขา 1 ประมาณ 1 กม. โทร. 044-115-213 3. Osteria Italia ประมาณ 2 กม. โทร. 044-634-653 4. ตำกระเทยบุรีรัมย์ Tumkratoei Buriram ประมาณ 2 กม. โทร. 044-110-893 5. Octopus’s Garden สลัดหมึกคาเฟ่ ประมาณ 3 กม. โทร. 064-361-3975 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. SNOW HOUSE Buriram ประมาณ 2 กม. โทร. 090-258-3030 2. Green@Buriram Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 044-666-086 3. Cresco Hotel Buriram ประมาณ 4 กม. โทร. 044-634-901 4. Modena by Fraser Buriram ประมาณ 4 กม. โทร. 044-118-188 5. Amari Buriram United ประมาณ 5 กม. โทร. 044-111-444 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 บุรีรัมย์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ในตัวเมืองบุรีรัมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บนเส้นทางไปอำเภอประโคนชัย เป็นวงเวียนสำคัญและแลนด์มาร์กของจังหวัด
ถาม: พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 บุรีรัมย์ สร้างขึ้นเมื่อไร?
ตอบ: สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญต่อการตั้งเมืองบุรีรัมย์
ถาม: ทำไมรัชกาลที่ 1 จึงเกี่ยวข้องกับเมืองบุรีรัมย์?
ตอบ: เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก พระองค์ทรงยกทัพมาทางหัวเมืองอีสานใต้และได้รวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองบุรีรัมย์
ถาม: พระบรมรูปมีลักษณะเด่นอย่างไร?
ตอบ: พระบรมรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ และประทับบนช้างศึก
ถาม: เข้าชมพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ต้องเสียค่าเข้าหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม เป็นพื้นที่สาธารณะกลางเมืองที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถแวะสักการะและถ่ายภาพได้
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการสักการะในบรรยากาศสงบ ช่วงเย็นและค่ำเหมาะกับการถ่ายภาพ เพราะอากาศไม่ร้อนและมีแสงไฟรอบอนุสาวรีย์
ถาม: เที่ยวพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์คาสเซิล สนามช้างอารีนา วนอุทยานเขากระโดง และเส้นทางต่อไปอำเภอประโคนชัยได้
ถาม: มีข้อควรระวังอะไรในการเข้าชมหรือถ่ายภาพ?
ตอบ: ควรระวังการจราจรรอบวงเวียน ใช้พื้นที่ถ่ายภาพที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางผู้สัญจรและผู้มาสักการะ และควรรักษาความสุภาพในพื้นที่อนุสรณ์สำคัญของเมือง
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




