หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.สตึก >ต.นิคม > วัดประชาบูรณะ
TL;DR: วัดประชาบูรณะ อยู่ที่388 บ้านประชาพัฒนา หมู่ที่ 22 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระอุโบสถก่อสร้างด้วยศิลาแลง กำแพงแก้วงดงาม รูปแบบสถาปัตยกรรมได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทหินพิมายและปราสาทพนมรุ้ง.
วัดประชาบูรณะ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดประชาบูรณะ หรือที่ชาวบ้านอำเภอสตึกเรียกกันติดปากว่า “วัดเก่า” ตั้งอยู่เลขที่ 388 บ้านประชาพัฒนา หมู่ที่ 22 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ชุมชนและวิถีพระพุทธศาสนาของอำเภอสตึกมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้ได้รับการรับรองสภาพวัดตามหนังสือกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 0303/8500 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ทำให้วัดประชาบูรณะมีสถานะทางศาสนาที่ชัดเจน เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในอำเภอสตึกและอำเภอใกล้เคียง ทั้งยังเป็นวัดที่มีบทบาทเด่นด้านการศึกษา ศาสนกิจ และสถาปัตยกรรมพระอุโบสถศิลาแลงที่งดงามเป็นเอกลักษณ์
วัดประชาบูรณะเป็นวัดที่ตั้งอยู่คู่กับพัฒนาการของอำเภอสตึกจนคนท้องถิ่นเรียกกันว่า “วัดเก่า” คำเรียกนี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่อเล่นของวัด แต่เป็นถ้อยคำที่สะท้อนความผูกพันของชุมชนกับศาสนสถานแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง วัดเก่าในความหมายของคนสตึกคือวัดที่อยู่ในความทรงจำของคนหลายรุ่น เป็นสถานที่ที่เคยรองรับงานบุญ งานบวช งานศพ งานกฐิน งานผ้าป่า และพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาของคนในพื้นที่มานาน ก่อนที่อำเภอสตึกจะเติบโตเป็นชุมชนเมืองริมแม่น้ำมูลที่มีความคึกคักในปัจจุบัน
ประวัติการบริหารและการปกครองของวัดประชาบูรณะมีข้อมูลเจ้าอาวาสที่สำคัญ 2 รูป ได้แก่ พระครูถาวรประชารักษ์ หรือหลวงพ่อด้วง ถาวโร ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 และพระครูสิริธรรมเมธี ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา ปัจจุบันข้อมูลสาธารณะล่าสุดระบุพระครูสิริธรรมเมธี จนฺทโชโต เป็นเจ้าอาวาสวัดประชาบูรณะ และเป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดูแลวัด การพัฒนาศาสนสถาน การส่งเสริมงานพระพุทธศาสนา และการเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวอำเภอสตึก
วัดประชาบูรณะมีความสำคัญในฐานะวัดที่รองเจ้าคณะอำเภอสตึกพำนักอยู่ ทำให้วัดแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงวัดประจำชุมชนเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับงานคณะสงฆ์ในระดับอำเภอ เป็นพื้นที่ที่สัมพันธ์กับการบริหารศาสนกิจ การประสานงานคณะสงฆ์ และการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในเขตอำเภอสตึก บทบาทดังกล่าวทำให้วัดประชาบูรณะมีน้ำหนักมากกว่าวัดชุมชนทั่วไป เพราะเป็นทั้งศูนย์รวมศรัทธาและพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์
ในอดีต เสนาสนะและสิ่งปลูกสร้างภายในวัดประชาบูรณะได้ผ่านกาลเวลา ความทรุดโทรม การบูรณะปรับปรุง และการสร้างใหม่หลายระยะ จนแทบไม่เหลือสิ่งเดิมที่เริ่มก่อสร้างพร้อมการตั้งวัดให้เห็นอย่างชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้คุณค่าของวัดลดลง กลับสะท้อนว่าวัดเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต มีการดูแล ซ่อมแซม และพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามกำลังศรัทธาของพระสงฆ์และประชาชนในพื้นที่ วัดที่ผ่านการบูรณะหลายยุคจึงเป็นเสมือนบันทึกของความร่วมแรงร่วมใจของคนสตึกในการรักษาพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ในชุมชน
จุดเด่นที่ทำให้วัดประชาบูรณะเป็นที่รู้จักมากขึ้นคือพระอุโบสถที่ก่อสร้างด้วยศิลาแลง รวมถึงกำแพงแก้วที่มีลักษณะงดงามและเป็นสถาปัตยกรรมอีกรูปแบบหนึ่งของวัดในอำเภอสตึก พระอุโบสถแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบขอมโบราณ โดยนำรูปแบบจากปราสาทหินพิมายและปราสาทพนมรุ้งมาผสมผสาน องค์อุโบสถและกำแพงโดยรอบสร้างจากศิลาแลงแกะสลัก ทำให้เกิดภาพทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงศรัทธาในพระพุทธศาสนากับรากวัฒนธรรมอีสานใต้ที่มีร่องรอยอารยธรรมขอมโบราณอย่างชัดเจน
พระอุโบสถศิลาแลงของวัดประชาบูรณะจึงไม่ใช่เพียงอาคารประกอบพิธีกรรม แต่เป็นสัญลักษณ์ของแรงศรัทธาและความคิดสร้างสรรค์ของชุมชน อุโบสถที่ใช้วัสดุศิลาแลงทำให้เกิดบรรยากาศหนักแน่น ขรึมขลัง และมีลักษณะใกล้เคียงกับศาสนสถานโบราณในอีสานใต้ กำแพงแก้วรอบอุโบสถช่วยสร้างขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ประกอบสังฆกรรม ขณะที่รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากปราสาทหินทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความพยายามของวัดในการเชื่อมอดีตทางวัฒนธรรมเข้ากับพุทธศาสนสถานร่วมสมัย
ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักด้วยหินทรายประดิษฐานให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้มีจิตศรัทธาได้กราบไหว้ พระพุทธรูปหินทรายมีลักษณะเหมาะกับบรรยากาศของอุโบสถศิลาแลง เพราะให้ความรู้สึกสงบ หนักแน่น และสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมโดยรวม นอกจากนี้ ภายในอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยที่ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ ทำให้อุโบสถเป็นพื้นที่ทั้งสำหรับสักการะและเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาไปพร้อมกัน
การสร้างอุโบสถในลักษณะสถาปัตยกรรมขอมโบราณมีความหมายอย่างมากสำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะบุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านปราสาทหินและร่องรอยวัฒนธรรมขอมโบราณ การนำแรงบันดาลใจจากปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทหินพิมายมาประยุกต์กับพระอุโบสถของวัดประชาบูรณะ ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของอีสานใต้ได้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงวัดไทยแบบทั่วไป แต่ได้เห็นการตีความศิลปะท้องถิ่นผ่านศาสนสถานร่วมสมัยของชุมชนสตึก
วัดประชาบูรณะยังมีบทบาทสำคัญด้านการศึกษาในอดีต เพราะศาลาวัดเคยใช้เป็นสถานที่เรียนหนังสือของนักเรียนโรงเรียนสตึก ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งแรกของอำเภอสตึกในรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 เรื่องนี้สะท้อนบทบาทดั้งเดิมของวัดไทยในฐานะแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ก่อนที่อาคารเรียนและระบบการศึกษาสมัยใหม่จะเติบโตอย่างเต็มรูปแบบ วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงที่ทำบุญ แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในอำเภอสตึก
การใช้ศาลาวัดเป็นที่เรียนหนังสือของนักเรียนรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2501 ทำให้วัดประชาบูรณะมีความหมายทางประวัติศาสตร์การศึกษาของอำเภอสตึกอย่างชัดเจน ในอดีตวัดเป็นสถานที่ที่มีพื้นที่กลาง มีพระสงฆ์ มีศาลา และมีความพร้อมในการรองรับกิจกรรมของชุมชน เมื่อมีความจำเป็นด้านการศึกษา วัดจึงกลายเป็นห้องเรียนชั่วคราวและเป็นพื้นที่เริ่มต้นของการเรียนรู้สำหรับเยาวชน การเชื่อมโยงระหว่างวัดกับโรงเรียนนี้เป็นภาพสำคัญของสังคมไทยชนบทที่บ้าน วัด และโรงเรียนทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ในปัจจุบัน วัดประชาบูรณะยังคงได้รับความศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั้งในอำเภอสตึกและอำเภอใกล้เคียง ผู้คนเดินทางมาทำบุญ ไหว้พระ ชมพระอุโบสถศิลาแลง และร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานกฐิน และงานบุญตามฤดูกาล วัดจึงยังคงเป็นพื้นที่มีชีวิตที่เชื่อมโยงคนในท้องถิ่นกับพระพุทธศาสนา ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมเท่านั้น
อีกบทบาทหนึ่งที่ทำให้วัดประชาบูรณะมีคุณค่ามากขึ้นคือความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์อำเภอสตึกกับวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในการใช้พื้นที่วัดเปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาพุทธศาสตรบัณฑิต ให้ทั้งพระภิกษุและฆราวาสที่สนใจเข้ามาศึกษา ข้อมูลเดิมระบุว่ามีนิสิตจำนวน 89 รูป/คน บทบาทนี้ทำให้วัดประชาบูรณะก้าวข้ามการเป็นวัดประจำชุมชนไปสู่การเป็นพื้นที่การศึกษาระดับอุดมศึกษาทางพระพุทธศาสนาในอำเภอสตึก
การเปิดพื้นที่วัดให้ใช้เป็นสถานที่เรียนระดับปริญญาตรีสะท้อนว่าพระพุทธศาสนาในพื้นที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงพิธีกรรม แต่ยังพัฒนาไปสู่การศึกษาที่เป็นระบบ พระภิกษุสามารถศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างเป็นวิชาการ ขณะที่ฆราวาสผู้สนใจก็มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ทางพุทธศาสนาในพื้นที่ใกล้บ้าน วัดประชาบูรณะจึงมีบทบาทเป็นทั้งวัด ศูนย์การเรียนรู้ และพื้นที่ส่งเสริมปัญญาของชุมชนอย่างครบถ้วน
บรรยากาศโดยรวมของวัดประชาบูรณะเหมาะกับการมาไหว้พระ ทำบุญ และชมสถาปัตยกรรมอย่างสงบ ผู้มาเยือนควรให้เวลาในการเดินชมพระอุโบสถศิลาแลง กำแพงแก้ว ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และบริเวณโดยรอบวัดอย่างละเอียด เพราะรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของวัดมีความน่าสนใจในเชิงศิลปะและวัฒนธรรม การเดินชมอย่างช้า ๆ จะทำให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้มีความสวยงามเพียงภายนอก แต่ยังมีเรื่องราวด้านศรัทธา การศึกษา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นซ่อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดและศิลปกรรม วัดประชาบูรณะเป็นจุดหมายที่ควรแวะเมื่อเดินทางมาอำเภอสตึก เพราะอุโบสถศิลาแลงแบบขอมโบราณแตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไป การใช้วัสดุศิลาแลงและการออกแบบที่อ้างอิงองค์ประกอบของปราสาทหินทำให้วัดมีภาพลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ตีความจากรากวัฒนธรรมอีสานใต้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลถึงเขตปราสาทหินขนาดใหญ่
สำหรับชาวพุทธ วัดประชาบูรณะเหมาะกับการทำบุญในบรรยากาศสงบ ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระในอุโบสถ ทำบุญตามศรัทธา ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง และใช้เวลาอยู่กับความสงบภายในวัด การเข้าวัดควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกาย วาจา ใจ ถอดรองเท้าเมื่อเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด ไม่ส่งเสียงดังภายในอุโบสถ และไม่สัมผัสพระพุทธรูปหรือองค์ประกอบสถาปัตยกรรมโดยไม่จำเป็น เพื่อรักษาความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่
วัดประชาบูรณะยังเหมาะสำหรับครอบครัวและเยาวชน เพราะมีเนื้อหาการเรียนรู้หลายด้าน เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องวัดเก่าของอำเภอสตึก บทบาทวัดกับโรงเรียนในอดีต การก่อสร้างพระอุโบสถศิลาแลง แรงบันดาลใจจากปราสาทหิน และบทบาทของวัดในการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับอุดมศึกษา การเรียนรู้จากพื้นที่จริงเช่นนี้ช่วยให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศาสนา และการศึกษาเชื่อมโยงกันอย่างไร
ด้านการท่องเที่ยว วัดประชาบูรณะสามารถจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวอำเภอสตึกได้อย่างดี ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการไหว้พระและชมอุโบสถศิลาแลงที่วัดประชาบูรณะ จากนั้นแวะพระพุทธรูปใหญ่ริมแม่น้ำมูล สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ศาลเจ้าพ่อวังกรูด วัดป่าสตึกพัฒนา หรือเดินทางต่อไปยังร้านอาหารและที่พักในเขตเทศบาลตำบลสตึก เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการรวมการทำบุญ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชน และบรรยากาศเมืองริมแม่น้ำมูลไว้ในทริปเดียว
การเดินทางมายังวัดประชาบูรณะสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในเขตตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ หากเริ่มจากตัวอำเภอสตึกสามารถเดินทางมายังบ้านประชาพัฒนาได้ในระยะใกล้ ใช้เวลาไม่นาน หากเริ่มจากตัวเมืองบุรีรัมย์ให้ใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอสตึก ระยะทางประมาณ 40–50 กม. ตามเส้นทางที่เลือก และสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือเต็มวันร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอสตึกได้
การเดินทาง ผู้ที่ใช้แผนที่ออนไลน์ควรค้นหาด้วยคำว่า “วัดประชาบูรณะ ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์” หรือใช้ชื่อที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดเก่า สตึก” ประกอบการสอบถามเส้นทาง เมื่อเข้าสู่พื้นที่ตำบลนิคมหรือบ้านประชาพัฒนา สามารถสอบถามคนในพื้นที่ได้ง่าย เพราะวัดประชาบูรณะเป็นวัดที่คนในอำเภอสตึกรู้จักดีและเป็นศาสนสถานสำคัญของท้องถิ่น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมอุโบสถศิลาแลงอย่างสงบ หากต้องการเห็นบรรยากาศงานบุญของชุมชนสามารถเลือกเดินทางในช่วงวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรืองานกฐิน แต่หากต้องการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและชมรายละเอียดภายในวัดอย่างไม่เร่งรีบ วันธรรมดาจะเหมาะกว่า
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเมื่อมาเยือนวัดประชาบูรณะคือการเคารพพื้นที่ศาสนาและพื้นที่ชุมชน วัดยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมและเป็นที่พำนักของพระสงฆ์ ไม่ควรเข้าไปในเขตส่วนตัวของพระภิกษุ ไม่ควรส่งเสียงดัง หรือใช้พื้นที่วัดในลักษณะรบกวนผู้มาทำบุญ หากต้องการถ่ายภาพบุคคล พระสงฆ์ หรือพิธีกรรม ควรขออนุญาตอย่างสุภาพก่อนเสมอ
สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพ วัดประชาบูรณะมีมุมที่โดดเด่นมากจากพระอุโบสถศิลาแลง กำแพงแก้ว ช่องประตู รูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทหิน และบรรยากาศภายในอุโบสถ ภาพที่เหมาะกับวัดแห่งนี้ควรเน้นความงดงามเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ไม่ควรถ่ายภาพในลักษณะลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ การเลือกช่วงแสงเช้าหรือบ่ายจะช่วยให้เห็นสีและผิวสัมผัสของศิลาแลงได้ชัดเจนขึ้น
ในภาพรวม วัดประชาบูรณะเป็นวัดที่มีคุณค่าครบหลายด้าน ทั้งความเป็นวัดเก่าของอำเภอสตึก ประวัติการรับรองสภาพวัดและวิสุงคามสีมา บทบาทด้านการปกครองคณะสงฆ์ บทบาทด้านการศึกษาในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงอุโบสถศิลาแลงที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นว่าศาสนสถานหนึ่งแห่งสามารถเป็นทั้งพื้นที่ศรัทธา พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่แสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์
โดยสรุป วัดประชาบูรณะ บ้านประชาพัฒนา หมู่ที่ 22 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การศึกษาและเยี่ยมชมอย่างยิ่ง วัดแห่งนี้ได้รับความศรัทธาจากชาวสตึกและอำเภอใกล้เคียง มีพระครูสิริธรรมเมธี จนฺทโชโตเป็นเจ้าอาวาส มีพระอุโบสถศิลาแลงแบบขอมโบราณที่งดงาม มีประวัติการใช้ศาลาวัดเป็นสถานที่เรียนของโรงเรียนสตึกรุ่นแรก และยังเคยเป็นพื้นที่จัดการศึกษาพุทธศาสตรบัณฑิตร่วมกับวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ วัดประชาบูรณะจึงเป็นทั้งวัดเก่า วัดศรัทธา วัดการศึกษา และแหล่งเรียนรู้สถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของอำเภอสตึก
| ชื่อสถานที่ | วัดประชาบูรณะ |
| ชื่อเรียกท้องถิ่น | วัดเก่า |
| ที่ตั้ง | 388 บ้านประชาพัฒนา หมู่ที่ 22 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ |
| ที่อยู่ | ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ 31150 |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่ของอำเภอสตึก มีพระอุโบสถศิลาแลงและกำแพงแก้วที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมขอมโบราณ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดเก่า” รับรองสภาพวัดตามหนังสือกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 0303/8500 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ลักษณะเด่น | พระอุโบสถก่อสร้างด้วยศิลาแลง กำแพงแก้วงดงาม รูปแบบสถาปัตยกรรมได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทหินพิมายและปราสาทพนมรุ้ง |
| ปูชนียวัตถุ / สิ่งสำคัญ | พระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัยประดิษฐานภายในพระอุโบสถ และภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยเกี่ยวกับพุทธประวัติ |
| บทบาทด้านการศึกษา | ในอดีตใช้ศาลาวัดเป็นที่เรียนหนังสือของนักเรียนโรงเรียนสตึก รุ่นแรกในปี พ.ศ. 2501 และเคยใช้พื้นที่วัดเปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาพุทธศาสตรบัณฑิต ร่วมกับวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ |
| ความสำคัญทางคณะสงฆ์ | เป็นวัดที่รองเจ้าคณะอำเภอสตึกพำนักอยู่ และมีบทบาทเกี่ยวข้องกับงานศาสนกิจของคณะสงฆ์ในอำเภอสตึก |
| การเดินทาง | จากตัวอำเภอสตึกเข้าสู่ตำบลนิคมและบ้านประชาพัฒนา ระยะทางประมาณ 5 กม. จากตัวเมืองบุรีรัมย์เดินทางสู่อำเภอสตึก ระยะทางประมาณ 45 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์ที่ยังเปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ ไหว้พระ ชมพระอุโบสถศิลาแลง และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ พระอุโบสถ ศาลาวัด พื้นที่ประกอบพิธีกรรม ลานวัด และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่ของวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถศิลาแลง กำแพงแก้ว พื้นที่ไหว้พระ ศาลาวัด ลานวัด พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่กิจกรรมทางการศึกษาพระพุทธศาสนา |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูสิริธรรมเมธี จนฺทโชโต |
| เจ้าอาวาสในอดีต | พระครูถาวรประชารักษ์ (หลวงพ่อด้วง ถาวโร) |
| พระจำพรรษา | 5 รูป |
| ประเพณี / งานสำคัญ | งานบุญวันพระ งานกฐิน งานผ้าป่า วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนสตึก |
| เว็บไซต์ / เพจที่เกี่ยวข้อง | Facebook: วัดประชาบูรณะ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พระพุทธรูปใหญ่ริมแม่น้ำมูล ประมาณ 5 กม. 2. สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ริมแม่น้ำมูล ประมาณ 5 กม. 3. ศาลเจ้าพ่อวังกรูด ประมาณ 5 กม. 4. วัดป่าสตึกพัฒนา ประมาณ 7 กม. 5. วัดบ้านสวายตางวน ประมาณ 12 กม. 6. วัดโพธิ์งามบ้านยะวึก ประมาณ 18 กม. 7. วัดระหาน (เกาะแก้วธุดงคสถาน) ประมาณ 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารดาราน้องวัว ประมาณ 3 กม. โทร. 082-851-4255 2. สำราญ Cafe’ & Bistro ประมาณ 4 กม. โทร. 081-623-2523 3. เสบียงนาคาเฟ่ ประมาณ 5 กม. โทร. 061-532-5264 4. Pizza by Nicole Restaurant ประมาณ 5 กม. โทร. 063-765-2408 5. ห้องอาหารรวงข้าว โรงแรมสหพัฒนาแกรนด์ ประมาณ 6 กม. โทร. 044-681-777, 044-681-555 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เพียงฟ้ารีสอร์ท ตำบลนิคม ประมาณ 1 กม. โทร. 081-076-5297 2. พวงพะยอมรีสอร์ท ตำบลนิคม ประมาณ 1 กม. โทร. 081-967-6495 3. สุขสันต์รีสอร์ท ตำบลนิคม ประมาณ 1 กม. โทร. 087-450-6745 4. บ้านภาฝัน ตำบลนิคม ประมาณ 2 กม. โทร. 089-717-1880 5. โรงแรมเรือนไม้หอมรีสอร์ท ตำบลนิคม ประมาณ 4 กม. โทร. 081-660-6269 6. มูลรีเวอร์ รีสอร์ท ตำบลนิคม ประมาณ 8 กม. โทร. 089-578-1415 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดประชาบูรณะอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดประชาบูรณะตั้งอยู่เลขที่ 388 บ้านประชาพัฒนา หมู่ที่ 22 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดเก่า”
ถาม: วัดประชาบูรณะมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดประชาบูรณะเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอสตึก ได้รับการรับรองสภาพวัดจากกรมการศาสนา และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
ถาม: เจ้าอาวาสวัดประชาบูรณะคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดประชาบูรณะคือพระครูสิริธรรมเมธี จนฺทโชโต
ถาม: จุดเด่นของวัดประชาบูรณะคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถศิลาแลงและกำแพงแก้วที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมขอมโบราณ โดยผสมผสานรูปแบบจากปราสาทหินพิมายและปราสาทพนมรุ้ง
ถาม: ภายในพระอุโบสถวัดประชาบูรณะมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย และภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ
ถาม: วัดประชาบูรณะเกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างไร?
ตอบ: ในอดีตศาลาวัดเคยใช้เป็นที่เรียนหนังสือของนักเรียนโรงเรียนสตึกรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2501 และต่อมายังเคยใช้พื้นที่วัดเปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาพุทธศาสตรบัณฑิต ร่วมกับวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์
ถาม: วัดประชาบูรณะเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดประชาบูรณะเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: มีสถานที่ใกล้วัดประชาบูรณะที่ควรแวะต่อหรือไม่?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น พระพุทธรูปใหญ่ริมแม่น้ำมูล สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ศาลเจ้าพ่อวังกรูด วัดป่าสตึกพัฒนา วัดบ้านสวายตางวน และวัดระหาน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




