หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ >อ.นางรอง >ต.นางรอง > วัดหัวสะพาน
TL;DR: วัดหัวสะพาน อยู่ที่ถนนนางรอง-ปะคำ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีอุโบสถเก่า อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง.

บุรีรัมย์

วัดหัวสะพาน

วัดหัวสะพาน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดหัวสะพาน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของอำเภอนางรอง ตั้งอยู่เลขที่ 27 ถนนนางรอง-ปะคำ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ วัดแห่งนี้มีประวัติสืบเนื่องมาตั้งแต่ปลายสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ระหว่าง พ.ศ. 2133–2148 และเป็นหนึ่งในวัดเก่าของเมืองนางรองที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน เส้นทางน้ำ สะพานไม้ และการเข้าวัดทำบุญของผู้คนเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน วัดหัวสะพานจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระในตัวเมืองนางรอง แต่เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้มองเห็นภาพชีวิตของผู้คนในอดีตซึ่งต้องเดินทางข้ามลำนางรองเพื่อมาประกอบศาสนกิจร่วมกัน
 
เสน่ห์ของวัดหัวสะพานอยู่ที่ชื่อวัดซึ่งเชื่อมโยงกับภูมิประเทศและวิถีชีวิตของชาวบ้านโดยตรง ในอดีตประชาชนจากหลายหมู่บ้านเดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ แต่เนื่องจากวัดตั้งอยู่ไกลจากหมู่บ้านบางแห่งและมีลำนางรองเป็นแนวธรรมชาติที่ต้องข้าม ผู้คนจึงต้องเดินไต่สะพานไม้ที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านเพื่อมายังวัด คำว่า “หัวสะพาน” จึงเป็นชื่อที่บอกเล่าภาพการเดินทางของผู้คนได้อย่างชัดเจน ชื่อวัดไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นหลักฐานทางความทรงจำของชุมชนที่ยังคงเล่าถึงการเดินทาง การข้ามน้ำ และความศรัทธาของคนในอดีต
 
วัดหัวสะพานตั้งวัดอย่างถูกต้องเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2140 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2145 ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้วัดแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะวัดเก่าของเมืองนางรองที่มีสถานะทางพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน วิสุงคามสีมาเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและกิจทางสงฆ์ในอุโบสถ การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ยุคต้นของวัดจึงสะท้อนว่าวัดหัวสะพานเป็นศาสนสถานที่มีบทบาททางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบในชุมชนเมืองนางรองตั้งแต่อดีต
 
วัดหัวสะพานยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดนอก” ซึ่งเป็นชื่อเรียกของชาวบ้านที่สะท้อนตำแหน่งของวัดในอดีต เมื่อเทียบกับศูนย์กลางชุมชนหรือเขตชุมชนหลัก วัดที่อยู่ด้านนอกหมู่บ้านหรืออยู่อีกฝั่งของเส้นทางน้ำมักถูกเรียกด้วยชื่อที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ภูมิประเทศ หรือการเดินทาง การที่วัดหัวสะพานเคยถูกเรียกว่าวัดนอกทำให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ผูกพันกับภูมิศาสตร์เมืองเก่าและการขยายตัวของชุมชนนางรองอย่างใกล้ชิด ผู้มาเยือนจึงควรมองวัดหัวสะพานในฐานะวัดที่มีทั้งเรื่องศาสนาและเรื่องเมืองซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
 
เมื่อพิจารณาประวัติเมืองนางรอง วัดหัวสะพานเป็นหนึ่งในวัดที่ช่วยอธิบายโครงสร้างชุมชนเก่าได้ดี นางรองเป็นพื้นที่ที่มีวัดเก่า คูน้ำ ลำน้ำ เส้นทางชุมชน และเรื่องเล่าท้องถิ่นจำนวนมาก วัดหัวสะพานตั้งอยู่ในเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างหมู่บ้านและลำนางรอง จึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ศรัทธาที่เกิดจากการใช้ชีวิตจริงของชาวบ้าน ไม่ใช่วัดที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นศูนย์กลางที่ผู้คนหลายหมู่บ้านเดินทางมาพบกัน ทำบุญ ฟังธรรม และประกอบพิธีกรรมในวาระสำคัญของชีวิต
 
สมัยเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน การเดินทางของประชาชนมายังวัดหัวสะพานไม่ง่ายเหมือนปัจจุบัน เส้นทางถนนยังไม่สะดวก ลำน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทาง ผู้คนต้องอาศัยสะพานไม้เป็นทางเชื่อมระหว่างชุมชน การเดินไต่สะพานไม้เพื่อมาทำบุญจึงเป็นภาพที่บอกถึงความมุ่งมั่นของชาวบ้านต่อพระพุทธศาสนาได้อย่างชัดเจน วัดหัวสะพานจึงเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นว่าการเข้าวัดของคนรุ่นก่อนเกิดจากความตั้งใจและศรัทธา ไม่ใช่เพียงความสะดวกในการเดินทาง
 
อุโบสถของวัดหัวสะพานเป็นอาคารสำคัญของวัด มีขนาดกว้างประมาณ 9 เมตร ยาว 14 เมตร เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สะท้อนลักษณะของอาคารศาสนสถานที่พัฒนาไปตามยุคสมัยและความพร้อมของชุมชน อุโบสถเป็นหัวใจของวัดไทย เพราะเป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมสำคัญของพระภิกษุสงฆ์ การที่วัดหัวสะพานมีอุโบสถเป็นส่วนสำคัญตั้งอยู่ในพื้นที่วัดจึงช่วยยืนยันบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชุมชนมาอย่างยาวนาน
 
ภายในอุโบสถหลังเก่ายังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยปั้นด้วยปูน ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 1 เมตรเศษ ประดิษฐานบนฐานชุกชีลายกลีบบัว พระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นปางที่สื่อถึงเหตุการณ์สำคัญก่อนตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แสดงถึงชัยชนะเหนือกิเลสและความมั่นคงแห่งจิตใจ การได้กราบสักการะพระพุทธรูปภายในวัดหัวสะพานจึงเป็นการเชื่อมโยงผู้มาเยือนเข้ากับทั้งศรัทธาทางพระพุทธศาสนาและร่องรอยของวัดเก่าที่ชุมชนร่วมกันรักษาไว้
 
นอกจากอุโบสถ วัดหัวสะพานยังมีศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล และหอระฆัง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดชุมชน ศาลาการเปรียญใช้รองรับการฟังธรรม การประชุมญาติโยม และกิจกรรมทางศาสนา กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่จำพรรษาและปฏิบัติกิจของพระสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศลใช้รองรับงานบุญและงานพิธีของชุมชน ส่วนหอระฆังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวะชีวิตในวัด องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดหัวสะพานเป็นวัดที่ทำหน้าที่ครบทั้งด้านศาสนา พิธีกรรม และชุมชน
 
ลำดับเจ้าอาวาสของวัดหัวสะพานที่ปรากฏชื่อ ได้แก่ พระเต๊าะ พระแก้ว พระลิ อโสโก พระครูปรีชาสิกขกิจ พระกอน และพระครูปรีชากิจจานุโยค หรือพระฉกาจ ชิตํกโร การมีรายนามเจ้าอาวาสต่อเนื่องสะท้อนความมั่นคงของวัดและการสืบทอดการดูแลศาสนสถานผ่านพระสงฆ์หลายยุค วัดที่มีประวัติยาวนานจำเป็นต้องอาศัยทั้งพระสงฆ์และญาติโยมในการรักษาศรัทธา บูรณะอาคาร และสืบต่อกิจกรรมทางศาสนา รายชื่อเจ้าอาวาสจึงเป็นร่องรอยของผู้ดูแลวัดในแต่ละช่วงเวลา
 
เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัดหัวสะพานคือพระครูปรีชากิจจานุโยค หรือพระฉกาจ ชิตํกโร ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับความเคารพในพื้นที่อำเภอนางรอง และมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงอยู่ของวัดหัวสะพานในปัจจุบัน นอกจากการดูแลศาสนสถานและกิจของสงฆ์ ท่านยังมีบทบาทในคณะสงฆ์ของพื้นที่ โดยเป็นพระเถระที่เกี่ยวข้องกับการอุปสมบทและการดูแลพระภิกษุในวัดต่าง ๆ ของเขตนางรอง การมีพระเถระผู้เป็นที่ยอมรับดูแลวัดทำให้วัดหัวสะพานยังคงมีความสำคัญในเครือข่ายวัดของอำเภอนางรอง
 
ในด้านการศึกษา วัดหัวสะพานเคยมีบทบาทเป็นพื้นที่จัดการเรียนรู้ของชุมชน โดยมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และโรงเรียนผู้ใหญ่วัด วัดจึงไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่ยังเคยเป็นพื้นที่ให้ความรู้ด้านศีลธรรม การศึกษา และการอบรมผู้คนหลายช่วงวัย บทบาทด้านการศึกษาเช่นนี้เป็นลักษณะสำคัญของวัดไทยในท้องถิ่น โดยเฉพาะในยุคที่โรงเรียนและระบบการศึกษาสมัยใหม่ยังเข้าถึงชุมชนได้ไม่ทั่วถึง
 
โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ที่วัดหัวสะพานเคยตั้งขึ้นในอดีตเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงว่าวัดเคยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน ต่อมาบทบาทดังกล่าวเลิกไปเนื่องจากไม่มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรที่จะมาบวชเรียนเพียงพอ เรื่องนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของวัดและชุมชนตามกาลเวลา เมื่อรูปแบบการศึกษาเปลี่ยนไปและจำนวนผู้บวชเรียนลดลง วัดบางแห่งจึงปรับบทบาทจากศูนย์การศึกษาโดยตรงกลับมาเน้นศาสนกิจ งานบุญ และการเป็นศูนย์รวมใจของชุมชนมากขึ้น
 
แม้บทบาทด้านโรงเรียนผู้ใหญ่จะเปลี่ยนไป แต่วัดหัวสะพานยังคงความสำคัญในฐานะพื้นที่ศรัทธาและประวัติศาสตร์ของเมืองนางรอง ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ได้จากชื่อวัด เรื่องสะพานไม้ ลำนางรอง อุโบสถเก่า พระพุทธรูปปางมารวิชัย และประวัติการตั้งวัดตั้งแต่ช่วงต้นกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย การเดินชมวัดจึงควรมองให้เห็นทั้งสิ่งปลูกสร้างที่ยังปรากฏและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในภูมิประเทศ วัดหัวสะพานเป็นวัดที่อ่านได้ทั้งจากตัวอาคารและจากชื่อสถานที่
 
บรรยากาศของวัดหัวสะพานมีความเป็นวัดชุมชนเมืองนางรองที่สงบและเข้าถึงง่าย วัดไม่ได้ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองมากนัก จึงเหมาะสำหรับการไหว้พระแบบไม่เร่งรีบ ผู้ที่มาเยือนสามารถเริ่มจากการกราบพระพุทธรูปภายในพื้นที่ไหว้พระ เดินชมอุโบสถ ศาลา และบริเวณโดยรอบ แล้วใช้เวลาทบทวนเรื่องราวของผู้คนในอดีตที่ต้องเดินข้ามสะพานไม้เพื่อมาทำบุญ การเที่ยววัดหัวสะพานจึงเป็นการเที่ยววัดที่มีทั้งมิติศรัทธาและมิติประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
วัดหัวสะพานเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางไหว้พระในเมืองนางรอง เพราะอยู่ใกล้กับวัดเก่าและสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วัดขุนก้อง วัดร่องมันเทศ วัดกลางนางรอง วัดป่าเรไร วัดถนนหัก และวัดใหม่เรไรทอง การจัดเส้นทางเหล่านี้ร่วมกันช่วยให้เห็นภาพวัดในนางรองหลายยุคหลายลักษณะ ทั้งวัดที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดที่เชื่อมโยงกับคูเมืองเก่า วัดที่ตั้งกลางชุมชน และวัดที่เกิดจากศรัทธาของชาวบ้านในยุคใหม่
 
ในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดหัวสะพานเป็นจุดที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับลำน้ำได้ชัดเจน ลำนางรองไม่ใช่เพียงทางน้ำธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง การตั้งถิ่นฐาน และการจัดวางศาสนสถานในอดีต สะพานไม้ที่ชาวบ้านใช้ข้ามมาทำบุญจึงเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมผู้คนเข้ากับวัด การเชื่อมหมู่บ้านเข้ากับศูนย์กลางศรัทธา และการเชื่อมชีวิตประจำวันเข้ากับพระพุทธศาสนา ชื่อวัดหัวสะพานจึงมีความหมายลึกกว่าการบอกตำแหน่งทางกายภาพ
 
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ วัดหัวสะพานมีความน่าสนใจจากอุโบสถเก่า บรรยากาศวัดชุมชน และองค์ประกอบทางศาสนาที่เรียบง่าย การถ่ายภาพควรทำด้วยความเคารพ ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่กำลังทำบุญ และไม่ใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมใกล้พระพุทธรูปหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดเก่าเช่นนี้มีคุณค่าจากความสงบและประวัติความเป็นมา ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับการชมอย่างสำรวมมากกว่าการถ่ายภาพเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว
 
การแต่งกายควรสุภาพตามธรรมเนียมการเข้าวัด เสื้อผ้าควรปกปิดเหมาะสมกับสถานที่ทางศาสนา งดส่งเสียงดังบริเวณอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หรือพื้นที่ประกอบพิธีกรรม หากมีงานบุญหรืองานชุมชนภายในวัด ควรให้ความสำคัญกับผู้ที่มาประกอบศาสนกิจเป็นอันดับแรก การเข้าเยี่ยมชมวัดหัวสะพานอย่างเหมาะสมจะช่วยรักษาบรรยากาศของวัดและให้เกียรติชาวบ้านที่ใช้วัดเป็นพื้นที่ศรัทธาในชีวิตประจำวัน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดหัวสะพานคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ และสัมผัสความสงบของวัดก่อนเริ่มต้นวัน ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการเดินชมวัดหลังอากาศคลายร้อน หากเดินทางในวันพระหรือช่วงเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนา อาจได้เห็นบรรยากาศชาวบ้านเข้าวัด ทำบุญ ฟังธรรม หรือร่วมพิธีกรรม ซึ่งช่วยให้เข้าใจบทบาทของวัดหัวสะพานในปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น
 
การเดินทาง ไปวัดหัวสะพานสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นในอำเภอนางรอง วัดตั้งอยู่เลขที่ 27 ถนนนางรอง-ปะคำ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ในเขตเมืองและเข้าถึงได้ง่ายจากย่านที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในนางรอง ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์สามารถใช้เส้นทางหลักมายังอำเภอนางรอง จากนั้นเข้าสู่ถนนนางรอง-ปะคำเพื่อไปยังวัด
 
หากวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มต้นที่วัดหัวสะพาน แล้วเดินทางต่อไปยังวัดขุนก้อง วัดร่องมันเทศ วัดกลางนางรอง และตลาดสดเช้านางรอง จากนั้นแวะรับประทานอาหารในตัวเมืองนางรอง หากต้องการขยายเส้นทาง สามารถเดินทางต่อไปยังวัดถนนหัก วัดใหม่เรไรทอง วัดโพธาราม หรือวัดสวายสอในตำบลถนนหักได้ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวัดเก่าและวัดชุมชนของนางรองแบบต่อเนื่อง
 
วัดหัวสะพานยังเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพาเด็กและเยาวชนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องสะพานไม้ ลำนางรอง การเดินทางของผู้คนในอดีต และบทบาทของวัดในฐานะโรงเรียนชุมชน ส่วนผู้สูงอายุสามารถมาไหว้พระและพักผ่อนในพื้นที่วัดได้ ผู้ใหญ่สามารถใช้เวลาเดินชมอาคารเก่าและเล่าประวัติของวัดให้สมาชิกในครอบครัวฟัง การเที่ยววัดเช่นนี้ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับสถานที่จริง
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดหัวสะพานเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดชุมชนไทยที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูมิประเทศและการเดินทาง การอธิบายชื่อวัดจากสะพานไม้และลำนางรองช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าศาสนสถานไทยจำนวนมากเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ชุมชน และศรัทธา วัดหัวสะพานจึงไม่ใช่เพียงวัดเก่า แต่เป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องการใช้ชีวิตของผู้คนในอดีตได้อย่างมีชีวิตชีวา หากมีคนท้องถิ่นหรือไกด์ช่วยอธิบาย บทความของวัดแห่งนี้จะเข้าใจได้ลึกขึ้นมากสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
 
ในภาพรวม วัดหัวสะพานเป็นวัดที่มีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือคุณค่าทางศาสนาในฐานะวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายและมีอุโบสถเป็นศูนย์กลางสังฆกรรม ชั้นที่ 2 คือคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากการตั้งวัดในช่วงปลายสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชั้นที่ 3 คือคุณค่าทางสังคมจากบทบาทด้านการศึกษาและการเป็นศูนย์รวมของชุมชน และชั้นสุดท้ายคือคุณค่าทางภูมิทัศน์จากเรื่องสะพานไม้และลำนางรองที่ทำให้ชื่อวัดมีความหมายเฉพาะตัว
 
เสน่ห์ของวัดหัวสะพานไม่ได้อยู่ที่ความอลังการ แต่เกิดจากความเก่าแก่ ความสงบ และเรื่องราวที่ผูกกับวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต วัดแห่งนี้ช่วยให้เห็นว่าการเดินทางมาทำบุญในอดีตต้องใช้ความพยายามเพียงใด และศรัทธาของผู้คนสามารถสร้างเส้นทาง สะพาน และวัดให้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนได้อย่างไร ผู้ที่ชอบเที่ยวแบบช้า ๆ สนใจประวัติท้องถิ่น และให้ความสำคัญกับวัดชุมชนจะพบว่าวัดหัวสะพานเป็นสถานที่เรียบง่ายแต่มีน้ำหนักทางวัฒนธรรมสูง
 
โดยสรุป วัดหัวสะพาน ตั้งอยู่เลขที่ 27 ถนนนางรอง-ปะคำ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติสืบเนื่องมาตั้งแต่ปลายสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งวัดอย่างถูกต้องเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2140 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2145 จุดเด่นของวัดคือประวัติสะพานไม้ข้ามลำนางรอง อุโบสถเก่า พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง บทบาทด้านการศึกษาในอดีต และการดูแลของพระครูปรีชากิจจานุโยค เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน วัดหัวสะพานจึงเหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาประวัติเมืองนางรอง และจัดร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยววัดเก่าในจังหวัดบุรีรัมย์ได้อย่างมีความหมาย
 
ชื่อสถานที่วัดหัวสะพาน
ที่ตั้งถนนนางรอง-ปะคำ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
ที่อยู่เลขที่ 27 ถนนนางรอง-ปะคำ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 31110
ไฮไลต์วัดเก่าแก่เมืองนางรอง ประวัติสะพานไม้ข้ามลำนางรอง อุโบสถเก่า พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศาลาการเปรียญ หอระฆัง และเรื่องราวการเดินทางมาทำบุญของผู้คนหลายหมู่บ้านเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน
ประวัติ / สมัย / ยุคสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ปลายสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ระหว่าง พ.ศ. 2133–2148 ตั้งวัดอย่างถูกต้องเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2140 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2145
ที่มาของชื่อชื่อวัดหัวสะพานมาจากสภาพการเดินทางในอดีตที่ชาวบ้านต้องข้ามลำนางรองด้วยสะพานไม้เพื่อมาทำบุญที่วัด จึงกลายเป็นชื่อเรียกที่ผูกกับสะพานและชุมชนโดยตรง
ชื่อเรียกเดิม / ชื่อท้องถิ่นวัดนอก และวัดหัวตะพาน เป็นชื่อที่ใช้เรียกในความทรงจำท้องถิ่นของชาวนางรอง
ลักษณะเด่นเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีอุโบสถเก่า อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง และพื้นที่ศาสนกิจของชุมชนเมืองนางรอง
อาคารและหลักฐานสำคัญอุโบสถกว้างประมาณ 9 เมตร ยาวประมาณ 14 เมตร อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง และพระพุทธรูปปางมารวิชัยปั้นด้วยปูน ประดิษฐานในอุโบสถหลังเก่า
บทบาทด้านการศึกษาเคยมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และโรงเรียนผู้ใหญ่วัด ซึ่งสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองนางรองเข้าสู่ถนนนางรอง-ปะคำได้สะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นในอำเภอนางรอง
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์และแหล่งศรัทธาของชุมชนเมืองนางรอง มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาต่อเนื่อง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ไหว้พระ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาบำเพ็ญกุศล ลานกิจกรรม พื้นที่จอดรถ หอระฆัง และห้องน้ำสำหรับผู้มาเยือน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. อุโบสถเก่า
2. พื้นที่สักการะพระประธานและพระพุทธรูปปางมารวิชัย
3. ศาลาการเปรียญ
4. ศาลาบำเพ็ญกุศล
5. กุฏิสงฆ์และเขตสังฆาวาส
6. หอระฆัง
7. ลานกิจกรรมและพื้นที่ทำบุญของชุมชน
8. พื้นที่เรียนรู้ประวัติสะพานไม้และลำนางรอง
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูปรีชากิจจานุโยค (ฉกาจ ชิตํกโร) เจ้าอาวาสวัดหัวสะพาน
เบอร์ติดต่อหลัก044-631627
เว็บไซต์ / เพจทางการเพจวัดหัวสะพาน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ และข้อมูลวัดหัวสะพานในฐานข้อมูลวัด / โครงการกฐินสามัคคีทั่วไทย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดป่าเรไร ประมาณ 1 กม.
2. วัดถนนหัก (ศรีวิสุทธาราม) ประมาณ 3 กม.
3. วัดใหม่เรไรทอง ประมาณ 3 กม.
4. วัดขุนก้อง ประมาณ 3 กม.
5. วัดร่องมันเทศ ประมาณ 3 กม.
6. วัดกลางนางรอง ประมาณ 3 กม.
7. ตลาดสดเช้านางรอง ประมาณ 3 กม.
8. ถนนคนเดินนางรอง ประมาณ 4 กม.
9. วัดภูม่านฟ้า ประมาณ 14 กม.
10. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประมาณ 31 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านนาคาอาหารตามสั่ง สาขาถนนหัก ประมาณ 2 กม. โทร. 082-1294308
2. ชาพะยอม By.NY ถนนหัก ประมาณ 2 กม. โทร. 093-3579482
3. คินิกุข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น สาขานางรอง ประมาณ 3 กม. โทร. 099-0055456
4. จิ้งนำขาหมู ประมาณ 4 กม. โทร. 044-631473, 080-1528880
5. TRI Cafe & Restaurant ประมาณ 4 กม. โทร. 044-631168, 082-6465498
6. CHANN Terrace ประมาณ 4 กม.
7. ลักษณา ขาหมู สาขา 2 ประมาณ 4 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Akelada Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 084-8259214, 044-622199
2. The Room@Nangrong ประมาณ 3 กม. โทร. 044-633366
3. Socool Grand Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 044-632333, 080-4881888
4. Bumnsaya Place ประมาณ 4 กม. โทร. 044-666939, 085-4956929
5. โรงแรมพนมรุ้งปุรี บูติกโฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 044-632222, 086-3366618
6. ลักษณา บูติค โฮเต็ล ประมาณ 4 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวสะพานอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหัวสะพานตั้งอยู่เลขที่ 27 ถนนนางรอง-ปะคำ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ในเขตเมืองนางรองและเดินทางสะดวกจากย่านชุมชน ร้านอาหาร และที่พักในอำเภอนางรอง
 
ถาม: วัดหัวสะพานมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดหัวสะพานเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติสืบเนื่องมาตั้งแต่ปลายสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งวัดอย่างถูกต้องเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2140 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2145
 
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าวัดหัวสะพาน?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากการที่ชาวบ้านหลายหมู่บ้านต้องเดินข้ามสะพานไม้เหนือ ลำนางรองเพื่อมาทำบุญที่วัด จึงเกิดชื่อที่ผูกกับสะพานและเส้นทางการเดินทางของชุมชนในอดีต
 
ถาม: จุดเด่นของวัดหัวสะพานคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือประวัติความเกี่ยวข้องกับปลายสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุโบสถเก่า พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศาลาการเปรียญ หอระฆัง และเรื่องราวสะพานไม้ข้ามลำนางรอง
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดหัวสะพานคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดหัวสะพานคือพระครูปรีชากิจจานุโยค หรือพระฉกาจ ชิตํกโร
 
ถาม: วัดหัวสะพานเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดหัวสะพานเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมวัดในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น
 
ถาม: วัดหัวสะพานเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: วัดหัวสะพานเหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาประวัติเมืองนางรอง ชมวัดเก่า และจัดร่วมกับเส้นทางเที่ยววัดในอำเภอนางรองแบบครึ่งวัน
 
ถาม: เที่ยววัดหัวสะพานแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดป่าเรไร วัดถนนหัก วัดใหม่เรไรทอง วัดขุนก้อง วัดร่องมันเทศ วัดกลางนางรอง ตลาดสดเช้านางรอง ถนนคนเดินนางรอง วัดภูม่านฟ้า และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดหัวสะพาน

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(14)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(74)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)