หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ > 20 ที่เที่ยวอำนาจเจริญที่เที่ยวอีสานสุดปัง
TL;DR: 20 ที่เที่ยวอำนาจเจริญที่เที่ยวอีสานสุดปัง. การเดินทางสะดวก รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายอำเภอ เนื่องจากสถานที่ธรรมชาติ วัดป่า และชุมชนหลายแห่งอยู่ห่างกัน.
20 ที่เที่ยวอำนาจเจริญที่เที่ยวอีสานสุดปัง

20 ที่เที่ยวอำนาจเจริญที่เที่ยวอีสานสุดปัง อำนาจเจริญเป็นจังหวัดขนาดกะทัดรัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่เหมาะกับนักเดินทางซึ่งต้องการสัมผัสอีสานในบรรยากาศสงบและเป็นธรรมชาติ จุดเด่นของจังหวัดไม่ได้มีเพียงวัดสำคัญหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังมีภูเขาหินทราย ป่า ลานหิน น้ำตก ชุมชนหมอลำ งานหัตถกรรม ผ้าทอ และวิถีชีวิตที่ยังเชื่อมโยงกับศาสนา เกษตรกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างชัดเจน จึงเหมาะทั้งกับสายบุญ สายธรรมชาติ สายวัฒนธรรม ครอบครัว และผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบ slow life โดยไม่ต้องเร่งเก็บสถานที่จำนวนมากในแต่ละวัน
สำหรับผู้ที่มา เที่ยวอำนาจเจริญครั้งแรก จุดที่ควรเริ่มคือพุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญใกล้ตัวเมือง ต่อด้วยวัดถ้ำแสงเพชรเพื่อสัมผัสบรรยากาศวัดป่า จากนั้นสามารถเลือกเที่ยวธรรมชาติที่วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้งหรืออุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ส่วนผู้สนใจประวัติศาสตร์ควรไปวัดโพธิ์ศิลาเพื่อชมใบเสมาทวารวดี ขณะที่ผู้ที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นควรเพิ่มหมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว ศูนย์หัตถกรรมบ้านคำพระ และศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อเข้าในเส้นทาง
ภูมิประเทศของอำนาจเจริญมีทั้งพื้นที่ราบเพื่อการเกษตร เนินเขา ป่าชุมชน และแนวภูเขาหินทราย โดยพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกมีภูเขา ลานหิน และป่าที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติของอีสานตอนล่าง ขณะที่อำเภอชานุมานทางด้านตะวันออกมีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง ทำให้วิถีชีวิตของชุมชนบางส่วนได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงทั้งด้านอาหาร ภาษา การค้าขาย และประเพณี
จังหวัดมีประวัติศาสตร์ยาวนานก่อนการตั้งเป็นจังหวัดในปัจจุบัน โดยพื้นที่อำนาจเจริญมีความสัมพันธ์กับเมืองเขมราฐและชุมชนโบราณในลุ่มน้ำโขง ต่อมาใน พ.ศ. 2401 บ้านค้อใหญ่ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองและได้รับพระราชทานนามว่า “เมืองอำนาจเจริญ” ก่อนที่อำนาจเจริญจะได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 แม้จะเป็นจังหวัดใหม่ในเชิงการปกครอง แต่พื้นที่กลับมีร่องรอยวัฒนธรรมและศาสนาเก่าแก่หลายแห่ง
หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือกลุ่มใบเสมาหินทรายในเขตอำเภอลืออำนาจ โดยเฉพาะวัดโพธิ์ศิลา ซึ่งช่วยให้เห็นว่าพื้นที่นี้มีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมทวารวดีและเครือข่ายพระพุทธศาสนาในภาคอีสานมานานนับพันปี เมื่อเที่ยวร่วมกับวัดอำนาจและพระเจ้าใหญ่ลือชัย จะเห็นพัฒนาการของศรัทธาตั้งแต่หลักฐานโบราณไปจนถึงวัดที่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนในปัจจุบัน
ด้านวัฒนธรรม อำนาจเจริญยังคงรักษาศิลปะการแสดงและภูมิปัญญาชุมชนได้เด่นชัด โดยเฉพาะ หมอลำ ซึ่งบ้านปลาค้าวมีชื่อเสียงในฐานะชุมชนที่มีคณะหมอลำจำนวนมาก ศิลปะการลำไม่ได้เป็นเพียงการแสดงบนเวที แต่เชื่อมโยงกับความทรงจำ ภาษา อาชีพ และงานบุญของผู้คนในพื้นที่ ขณะเดียวกันงานทอผ้าขิด งานจักสาน และงานฝีมือจากศูนย์หัตถกรรมต่าง ๆ ก็ช่วยสะท้อนความละเอียดของภูมิปัญญาอีสานได้อีกมิติหนึ่ง
ประเพณีของจังหวัดยังคงหมุนเวียนตามปฏิทินพุทธศาสนาและวิถีเกษตร เช่น บุญผะเหวด สงกรานต์ บุญบั้งไฟ เข้าพรรษา ออกพรรษา และงานบุญตามวัดต่าง ๆ การเดินทางในช่วงที่มีงานประเพณีจึงช่วยเพิ่มมิติของการเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เห็นทั้งขบวนแห่ ดนตรีพื้นบ้าน การฟ้อนรำ การทำบุญ และการรวมตัวของชุมชน
อาหารพื้นบ้านของอำนาจเจริญเป็นอาหารอีสานที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น เช่น ลาบ ส้มตำ ปลาเผา แจ่ว และอาหารจากพืชผักตามฤดูกาล ส่วนของฝากที่น่าสนใจคือผ้าทอ ผ้าขิด งานจักสาน และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่หัวตะพานซึ่งมีชื่อเสียงด้านการทอผ้าและงานศิลปาชีพ
การวางแผนเที่ยวสามารถแบ่งเป็นหลายโซน ได้แก่ โซนเมืองอำนาจเจริญ สำหรับพระมงคลมิ่งเมือง วัดถ้ำแสงเพชร หมู่บ้านหมอลำ และธรรมชาติรอบเมือง, โซนลืออำนาจ สำหรับวัดโพธิ์ศิลาและวัดอำนาจ, โซนหัวตะพาน สำหรับงานหัตถกรรมบ้านคำพระและศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ, โซนเสนางคนิคม สำหรับอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว และ โซนปทุมราชวงศา สำหรับภูเขาหินทรายและธรรมชาติของวนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง การเที่ยวตามโซนจะช่วยลดเวลาขับรถและทำให้เข้าใจลักษณะของแต่ละพื้นที่ได้ชัดเจนกว่า
หากมีเวลาเพียง 1 วัน ควรเริ่มจากพุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง ต่อด้วยวัดถ้ำแสงเพชร แล้วเลือกหมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าวหรือแหล่งธรรมชาติใกล้เมือง หากมี 2–3 วัน สามารถเพิ่มวัดโพธิ์ศิลา วัดอำนาจ และเส้นทางหัวตะพาน ส่วนผู้ที่มีเวลา 4–5 วันควรเพิ่มอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง และชุมชนในอำเภออื่น เพื่อสัมผัสทั้งศรัทธา ธรรมชาติ งานหัตถกรรม และวิถีอีสานได้ครบขึ้น

1. พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง ตั้งอยู่บริเวณเขาดานพระบาท ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ห่างจากใจกลางเมืองเพียงประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นแลนด์มาร์กด้านศรัทธาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด และเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับผู้ที่มาเที่ยวอำนาจเจริญเป็นครั้งแรก เพราะเดินทางง่าย ใช้เวลาเที่ยวไม่มาก และช่วยให้รู้จักพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำนาจเจริญได้ทันที
ไฮไลต์: พระมงคลมิ่งเมือง พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้างประมาณ 11 เมตร สูงจากพื้นถึงยอดเปลวรัศมีประมาณ 20 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับกระเบื้องโมเสกสีทอง ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางลานหินดานและต้นไม้ของพุทธอุทยาน
พระมงคลมิ่งเมืองได้รับการเคารพในฐานะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง องค์พระมีรูปแบบศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบปาละของอินเดียเหนือ ซึ่งส่งอิทธิพลมายังศิลปกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประดับผิวองค์พระด้วยโมเสกสีทองทำให้องค์พระโดดเด่นเมื่อกระทบแสง โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่
บริเวณพุทธอุทยานมีลักษณะเป็นพื้นที่หินดานตามธรรมชาติ สลับกับต้นไม้และพื้นที่ร่มรื่น จึงให้บรรยากาศแตกต่างจากวัดในเขตเมืองทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพื้นที่ กราบสักการะองค์พระ พักผ่อนใต้ร่มไม้ และใช้เวลาอย่างสงบโดยไม่ต้องเร่งรีบ
พระมงคลมิ่งเมืองมีบทบาททั้งในมิติศาสนาและอัตลักษณ์จังหวัด ชาวอำนาจเจริญนิยมมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล และสถานที่ยังใช้เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของกิจกรรมทางศาสนาและการต้อนรับผู้มาเยือนจังหวัด
สถานที่เหมาะกับทุกวัย ทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ คู่รัก และผู้ที่ต้องการเที่ยวสายบุญ เนื่องจากอยู่ใกล้ตัวเมืองและไม่ต้องเดินป่าหรือขึ้นเขาระยะไกล ควรแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในบริเวณที่มีผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ
สามารถจัดเที่ยวต่อกับวัดถ้ำแสงเพชรหรือหมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าวได้ในวันเดียว ทำให้เส้นทางมีทั้งศาสนา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมชุมชนครบในระยะทางที่ไม่ไกลเกินไป
การเดินทาง: ตั้งอยู่ที่เขาดานพระบาท ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ริมทางหลวงหมายเลข 212 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวก เปิดให้เข้าชมทุกวันในลักษณะพื้นที่กลางแจ้ง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.891504,104.622213&travelmode=driving

2. วัดถ้ำแสงเพชร ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองมะแซว อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เป็นวัดป่าและสถานที่ปฏิบัติธรรมสำคัญบนเชิงภูเขาขาม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร พื้นที่วัดมีทั้งป่า ลานหิน ถ้ำธรรมชาติ วิหาร เจดีย์ พระพุทธรูป และทางเดินที่กลมกลืนกับภูมิประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดพร้อมสัมผัสธรรมชาติในสถานที่เดียวกัน
ไฮไลต์: ถ้ำที่มีเกล็ดหินสะท้อนแสงจนเป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำแสงเพชร” บรรยากาศวัดป่าร่มรื่น ลานหิน ซุ้มไผ่ วิหาร เจดีย์ พระนอน และเส้นทางเดินท่ามกลางธรรมชาติ
วัดถ้ำแสงเพชรเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดศาลาพันห้อง” และมีความสำคัญในสายปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสาขาที่ 5 ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี จึงสืบทอดแนวทางการปฏิบัติแบบวัดป่าที่เน้นความเรียบง่าย ความสงบ และการฝึกสติท่ามกลางธรรมชาติ
ชื่อถ้ำแสงเพชรมาจากลักษณะของผิวหินภายในถ้ำซึ่งมีเกล็ดแร่สะท้อนแสง เมื่อต้องแสงจะเกิดประกายคล้ายเพชร บรรยากาศภายในถ้ำเย็นและเงียบ มีพระพุทธรูปประดิษฐานให้ผู้มาเยือนได้กราบสักการะ การเดินเข้าถ้ำจึงเป็นทั้งประสบการณ์ทางธรรมชาติและการพักใจไปพร้อมกัน
ภูมิประเทศของวัดมีลานหิน โขดหิน ป่าไม้ และพื้นที่ลาดตามเชิงเขา ทำให้การเดินเที่ยวมีหลายบรรยากาศ ตั้งแต่พื้นที่ร่มใต้ต้นไม้ไปจนถึงบริเวณหินเปิดโล่ง นักท่องเที่ยวควรใช้รองเท้าที่เหมาะกับการเดิน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่พื้นหินและทางเดินบางจุดอาจลื่น
วัดเหมาะกับสายบุญ ผู้สนใจวัดป่า ผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม และนักท่องเที่ยวที่ชอบสถานที่เงียบสงบ ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเพื่อเดินชมจุดสำคัญโดยไม่เร่งรีบ และควรแต่งกายสุภาพเพราะพื้นที่หลายส่วนใช้สำหรับกิจกรรมทางศาสนาและการปฏิบัติธรรมจริง
สามารถเที่ยวต่อกับพุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมืองหรือวนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง เพื่อจัดเส้นทางที่รวมทั้งศรัทธาและธรรมชาติในวันเดียว
การเดินทาง: ใช้เส้นทางอำนาจเจริญ–เขมราฐ จากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางขึ้นเขาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในตำบลหนองมะแซว อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เปิดทุกวัน เวลา 07.30–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.894821,104.727485&travelmode=driving

3. วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมืองอำนาจเจริญและอำเภอปทุมราชวงศา โดดเด่นด้วยภูเขาหินทราย ลานหิน หน้าผา ป่า และโขดหินรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินชมภูมิประเทศแบบอีสานและหาจุดพักผ่อนที่ไม่พลุกพล่าน
ไฮไลต์: ภูหินทรายสูงประมาณ 200–300 เมตร ลานหินกว้าง หน้าผา จุดชมวิว โขดหินรูปร่างแปลกตา และป่าธรรมชาติที่เหมาะกับการเดินศึกษาเส้นทางภูมิประเทศ
เสน่ห์ของวนอุทยานแห่งนี้อยู่ที่ภูมิประเทศหินทรายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหลายพื้นที่ในอีสานตอนล่าง ลานหินบางบริเวณเปิดกว้างจนมองเห็นแนวป่าและพื้นที่เกษตรด้านล่าง ส่วนบางจุดมีโขดหินและหน้าผาที่ทำให้ภูมิทัศน์เปลี่ยนไปตลอดเส้นทาง
พื้นที่ไม่ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จึงยังคงบรรยากาศสงบและเหมาะกับการเดินช้า ๆ ศึกษาพืชพรรณ หิน และภูมิประเทศ นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติสามารถเลือกมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัดบนลานหิน
ฤดูฝนทำให้ป่ารอบภูเขาเขียวและบรรยากาศสดชื่น แต่ลานหินสามารถลื่นได้ ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติที่สุด เพราะอากาศสบายและทัศนวิสัยมักดี ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี
สถานที่เหมาะกับสายธรรมชาติ ครอบครัวที่มีเด็กโต กลุ่มเพื่อน นักเรียน และผู้สนใจธรณีสัณฐาน ไม่ควรปีนหน้าผาหรือออกนอกเส้นทางในบริเวณที่ไม่มีจุดป้องกัน เนื่องจากลานหินและขอบผาบางส่วนเป็นพื้นที่ธรรมชาติจริง
สามารถจัดเที่ยวต่อกับวัดถ้ำแสงเพชรหรือแหล่งธรรมชาติในเขตเมืองอำนาจเจริญ เพื่อสร้างเส้นทางครึ่งวันถึงเต็มวันที่เน้นภูเขา ป่า และความสงบ
การเดินทาง: พื้นที่วนอุทยานครอบคลุมบางส่วนของอำเภอเมืองอำนาจเจริญและอำเภอปทุมราชวงศา โดยมีพื้นที่เกี่ยวข้องกับตำบลคึมใหญ่และตำบลใกล้เคียง รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.888725,104.776216&travelmode=driving

4. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยส่วนที่อยู่ในอำนาจเจริญเกี่ยวข้องกับอำเภอเสนางคนิคม พื้นที่รวมของอุทยานประมาณ 252 ตารางกิโลเมตร มีทั้งภูเขา ป่า ลานหิน และภูมิประเทศที่หลากหลาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบจริงจัง
ไฮไลต์: เทือกเขาสลับซับซ้อน ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ลานหินขนาดใหญ่หรือ “ดาน” จุดชมวิว และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ป่า
ภูมิประเทศของภูสระดอกบัวเป็นแนวภูเขาที่ทอดต่อกันและมีลานหินกระจายหลายบริเวณ ลักษณะพื้นที่เช่นนี้ทำให้เกิดจุดชมวิวและสภาพแวดล้อมหลากหลาย ตั้งแต่ป่าโปร่งไปจนถึงพื้นที่ชื้นตามหุบเขาและลำห้วย
ความน่าสนใจของอุทยานไม่ได้มีเฉพาะธรรมชาติ แต่ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความทรงจำของชุมชนในพื้นที่ ทำให้การเดินทางมีมิติทั้งด้านภูมิประเทศ ป่า และเรื่องราวของอีสานในอดีต
ผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางธรรมชาติควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเส้นทางที่เปิดใช้จริง เพราะบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดตามฤดูกาลหรือสภาพอากาศ ฤดูฝนทำให้ป่าเขียวและลำห้วยมีน้ำมาก แต่พื้นหินและเส้นทางอาจลื่น ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการเดินป่าและชมวิวมากกว่า
เหมาะกับสายธรรมชาติ กลุ่มเพื่อน นักเดินป่า นักดูนก และผู้ที่ชอบสถานที่ไม่เร่งรีบ ควรเตรียมน้ำดื่ม อาหารเบา รองเท้าเดินป่า และอุปกรณ์กันแดดหรือกันฝนตามฤดูกาล
หากพักในอำนาจเจริญหลายวัน สามารถจัดภูสระดอกบัวเป็นทริปเต็มวันแยกจากโซนเมือง เพราะระยะทางและขนาดของพื้นที่เหมาะกับการให้เวลาเฉพาะมากกว่าการแวะสั้น ๆ
การเดินทาง: พื้นที่อุทยานครอบคลุมรอยต่อ 3 จังหวัด ส่วนฝั่งอำนาจเจริญอยู่ในเขตอำเภอเสนางคนิคม รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–16.30 น. ควรตรวจประกาศเส้นทางและสภาพอากาศก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.126537,104.747420&travelmode=driving

5. วัดโพธิ์ศิลา ตั้งอยู่ที่บ้านเปือย หมู่ 6 ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ เป็นวัดที่มีความสำคัญมากกว่าการเป็นศาสนสถานของชุมชน เพราะภายในเก็บรักษากลุ่มใบเสมาหินทรายโบราณ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของวัฒนธรรมทวารวดีในพื้นที่อำนาจเจริญ
ไฮไลต์: กลุ่มใบเสมาหินทรายขาวขนาดใหญ่ประมาณ 16 ใบ มีรูปทรงเรียว ปลายแหลม ฐานสลักกลีบบัว และลวดลายสัญลักษณ์ เช่น สถูปจำลอง หม้อน้ำ องค์ระฆังคว่ำ และลายใบไม้ 3 แฉก มีอายุอยู่ในช่วงวัฒนธรรมทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 13–15
ใบเสมาเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าพื้นที่อำนาจเจริญมีชุมชนที่รับพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมทวารวดีมาตั้งแต่กว่า 1,000 ปีก่อน การใช้หินทรายเป็นวัสดุและการสลักสัญลักษณ์ทางศาสนาสะท้อนทั้งความเชื่อและฝีมือช่างในยุคนั้น
ปัจจุบันใบเสมาถูกนำมาจัดเรียงเป็น 2 แถวบนพื้นที่เนินและฐานศิลาแลง ทำให้สามารถเดินชมได้ง่าย แม้บางใบมีสภาพแตกหักหรือสึกกร่อนตามกาลเวลา แต่รายละเอียดสำคัญยังช่วยให้เห็นรูปแบบศิลปกรรมได้ชัดเจน
วัดโพธิ์ศิลาเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และโบราณคดี รวมถึงนักเรียนและครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้เรื่องอีสานก่อนสมัยล้านช้าง การมาเยือนควรใช้เวลาสังเกตรายละเอียดของใบเสมาแต่ละใบมากกว่าการถ่ายภาพเพียงจุดเดียว
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนหรือสัมผัสใบเสมาโดยไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการวางสิ่งของบนโบราณวัตถุ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เปราะบาง
สามารถเที่ยวต่อกับวัดอำนาจและพระเจ้าใหญ่ลือชัยซึ่งอยู่ในอำเภอลืออำนาจเช่นเดียวกัน ทำให้เส้นทางเดียวครอบคลุมทั้งโบราณคดี พุทธศิลป์ และศรัทธาของชุมชนร่วมสมัย
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านเปือย หมู่ 6 ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.686503,104.684445&travelmode=driving

6. ศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระ ตั้งอยู่ที่บ้านคำพระ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของกลุ่มแม่บ้านและช่างฝีมือในชุมชน จุดเด่นคือผ้าขิดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าทอ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวอีสานได้อย่างชัดเจน
ไฮไลต์: ผ้าขิดทอมือ ลวดลายพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้า และโอกาสเรียนรู้ว่าการทอผ้าเป็นทั้งงานศิลปะ อาชีพ และระบบความรู้ที่สืบทอดกันภายในครอบครัวและชุมชน
งานผ้าขิดต้องอาศัยความละเอียดทั้งการเลือกเส้นด้าย การสร้างลาย การยกเส้นพุ่ง และการควบคุมจังหวะการทอ ทำให้ผ้าแต่ละผืนมีความแตกต่างจากสินค้าที่ผลิตด้วยเครื่องจักร ภายในชุมชนความรู้เหล่านี้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้งานจริง
ศูนย์ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงร้านขายของฝาก แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้รายได้จากงานฝีมือหมุนเวียนกลับสู่คนในท้องถิ่น การซื้อผ้าหรือผลิตภัณฑ์จากช่างโดยตรงจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน
นักท่องเที่ยวที่สนใจงานหัตถกรรมควรใช้เวลาเลือกชมรายละเอียดของลวดลาย สี และเทคนิคบนผืนผ้า เพราะแต่ละชิ้นสะท้อนทั้งความชำนาญและรสนิยมของผู้ทอ เหมาะสำหรับเลือกซื้อเป็นของฝากที่มีเรื่องราวมากกว่าสินค้าที่ระลึกทั่วไป
สถานที่เหมาะกับครอบครัว นักเรียน ผู้สนใจแฟชั่นพื้นถิ่น นักออกแบบ และผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญาชุมชน หากต้องการชมกระบวนการผลิตหรือพบกลุ่มช่าง ควรติดต่อประสานงานกับชุมชนก่อนเดินทาง
สามารถเที่ยวต่อกับศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อในอำเภอหัวตะพาน เพื่อเปรียบเทียบงานทอ งานจักสาน และงานฝีมือหลายประเภทภายในพื้นที่เดียวกัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่เลขที่ 106 หมู่ 3 บ้านคำพระ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน ริมถนนสายหัวตะพาน–อำนาจเจริญ ตรงข้ามโรงเรียนชุมชนคำพระ ห่างจากที่ว่าการอำเภอหัวตะพานประมาณ 5 กิโลเมตร ควรติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชม
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.758990,104.471480&travelmode=driving

7. หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว หรือบ้านปลาค้าว ตั้งอยู่ในตำบลปลาค้าว อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เป็นหนึ่งในชุมชนวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดของจังหวัด เพราะหมอลำไม่ได้เป็นเพียงการแสดงเพื่อการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต อาชีพ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ของคนในหมู่บ้าน
ไฮไลต์: ชุมชนเก่าแก่อายุประมาณ 200 ปี มีประชากรส่วนใหญ่สืบเชื้อสายภูไท และมีคณะหมอลำประมาณ 20 คณะ ทั้งหมอลำกลอน หมอลำพื้น หมอลำหมู่ หมอลำซิ่ง และรูปแบบประยุกต์กับวงดนตรี
บ้านปลาค้าวเป็นตัวอย่างของชุมชนที่ศิลปะการแสดงยังคงมีชีวิต หมอลำปรากฏอยู่ทั้งในงานบุญ งานประเพณี การประกอบอาชีพ และการถ่ายทอดทักษะระหว่างคนหลายรุ่น เสียงแคน กลอนลำ และการฟ้อนจึงไม่ได้ถูกแยกออกจากชีวิตประจำวันของชุมชนอย่างชัดเจน
การมาเยือนหมู่บ้านให้ประสบการณ์แตกต่างจากการชมการแสดงบนเวทีในเมือง เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเห็นบริบทของศิลปะพื้นบ้าน ตั้งแต่บ้านเรือน วิถีเกษตร ภาษาพูด การแต่งกาย ไปจนถึงความสัมพันธ์ของศิลปินกับชุมชน
นอกจากหมอลำ ชุมชนยังมีองค์ประกอบของวัฒนธรรมภูไทและงานหัตถกรรมที่สามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ หากมาในช่วงที่มีงานบุญหรือกิจกรรมชุมชน บรรยากาศจะยิ่งเห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ดนตรี และการรวมกลุ่มของคนในหมู่บ้านชัดขึ้น
เหมาะกับสายวัฒนธรรม นักเรียน นักศึกษา นักดนตรี นักวิจัย และผู้ที่ต้องการสัมผัสอีสานผ่านคนในชุมชนมากกว่าการเที่ยวแลนด์มาร์กเพียงอย่างเดียว การเข้าชมกิจกรรมควรประสานชุมชนล่วงหน้า เพราะการแสดงและกิจกรรมไม่ได้มีรอบคงที่ทุกวัน
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับพุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมืองหรือวัดถ้ำแสงเพชร เนื่องจากทั้งหมดอยู่ในอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ทำให้วันเดียวสามารถสัมผัสทั้งศรัทธา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมหมอลำได้ครบ
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลปลาค้าว อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองได้สะดวก เปิดพื้นที่ชุมชนทุกวัน แต่หากต้องการชมกิจกรรมหมอลำหรือกิจกรรมวัฒนธรรมควรติดต่อชุมชนล่วงหน้า
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.755081,104.776673&travelmode=driving

8. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ ตั้งอยู่ที่ตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมงานหัตถกรรมพื้นบ้านและการฝึกอาชีพของชุมชนไว้หลายประเภท ตั้งแต่การทอผ้า งานจักสาน งานเจียระไนพลอย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ฝีมืออื่น ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักอำนาจเจริญผ่านภูมิปัญญาของคนท้องถิ่น
ไฮไลต์: ชมกระบวนการทอผ้าและงานฝีมือ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชน และจัดเที่ยวต่อกับพื้นที่ป่าชุมชนบ้านป่าดงใหญ่ ซึ่งช่วยให้เส้นทางนี้มีทั้งงานศิลปาชีพและธรรมชาติ
งานทอผ้าเป็นกิจกรรมสำคัญของศูนย์ ผู้มาเยือนสามารถเห็นตั้งแต่การเตรียมเส้นด้าย การขึ้นกี่ การสอดกระสวย ไปจนถึงการจัดลวดลาย ผ้าแต่ละผืนจึงสะท้อนทั้งเวลา ความชำนาญ และความละเอียดของผู้ทอ
นอกจากงานผ้า ยังมีการฝึกและผลิตงานฝีมือหลายประเภท ทำให้ศูนย์ทำหน้าที่มากกว่าจุดจำหน่ายของฝาก แต่เป็นพื้นที่สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน พร้อมกับรักษาทักษะที่อาจลดลงหากไม่มีคนรุ่นใหม่สืบต่อ
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากศูนย์ช่วยให้เงินหมุนเวียนกลับสู่ผู้ผลิตและชุมชน นักท่องเที่ยวจึงได้ทั้งของฝากที่มีเอกลักษณ์และมีส่วนช่วยสนับสนุนงานฝีมือท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ศูนย์เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักออกแบบ ผู้สนใจผ้าทอ และนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1–2 ชั่วโมง และสามารถเพิ่มเวลาได้หากต้องการเรียนรู้ขั้นตอนงานฝีมืออย่างละเอียด
สามารถเที่ยวร่วมกับศูนย์หัตถกรรมบ้านคำพระในอำเภอหัวตะพาน เพื่อสร้างเส้นทางงานผ้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นเต็มวัน รวมทั้งเลือกซื้อของฝากจากผู้ผลิตโดยตรง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.30–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.653406,104.471826&travelmode=driving

9. วัดอำนาจ หรือวัดพระเจ้าใหญ่ลือชัย ตั้งอยู่ที่ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ เป็นวัดสำคัญและศูนย์รวมศรัทธาของชาวลืออำนาจ ภายในประดิษฐานพระเจ้าใหญ่ลือชัย หรือพระฤทธิลือชัย พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะล้านช้างที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และความเชื่อของชุมชน
ไฮไลต์: พระเจ้าใหญ่ลือชัย พระพุทธรูปศิลปะล้านช้างและจุดศรัทธาสำคัญบนเส้นทางไหว้พระของจังหวัดอำนาจเจริญ เหมาะสำหรับการกราบขอพร ทำบุญ และเรียนรู้ศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาในลุ่มน้ำโขง
พระพุทธรูปปางมารวิชัยสื่อถึงเหตุการณ์พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะมารก่อนการตรัสรู้ จึงมีความหมายเกี่ยวกับชัยชนะเหนืออุปสรรคและความมั่นคงในจิตใจ ชื่อ “ลือชัย” ยังทำให้ผู้ศรัทธานิยมมากราบขอพรเรื่องความสำเร็จและความเป็นสิริมงคล
รูปแบบศิลปะล้านช้างขององค์พระสะท้อนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชนอีสานกับลุ่มน้ำโขง ซึ่งปรากฏอยู่ในพระพุทธรูป วัด ภาษา และประเพณีของอำนาจเจริญหลายพื้นที่
วัดยังคงเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน มีทั้งการทำบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมตามประเพณีท้องถิ่น ผู้มาเยือนจึงควรแต่งกายสุภาพและเคารพพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ประกอบศาสนกิจ
เหมาะกับสายบุญ ผู้สูงอายุ ครอบครัว และผู้สนใจศิลปะล้านช้าง การเดินทางค่อนข้างสะดวกและไม่ต้องเดินระยะไกล จึงสามารถรวมไว้ในทริปครึ่งวันของอำเภอลืออำนาจได้ง่าย
ควรเที่ยวต่อกับวัดโพธิ์ศิลาเพื่อเปรียบเทียบหลักฐานทวารวดีกับพระพุทธศิลป์ล้านช้าง ทำให้เห็นความต่อเนื่องทางศาสนาและวัฒนธรรมของพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญประมาณ 20 กิโลเมตร จากถนนสายหลักมีทางแยกเข้าวัดประมาณ 500 เมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.682536,104.655634&travelmode=driving

10. น้ำตกธิดาเทพ ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำแสงแก้ว บ้านคำปอแก้ว ตำบลเหล่าพรวน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ที่มีจุดเด่นจากการอยู่ท่ามกลางพื้นที่วัดป่า ภูเขา และธรรมชาติ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวแบบสงบและรวมการไหว้พระเข้ากับการพักผ่อนริมสายน้ำ
ไฮไลต์: น้ำตกตามธรรมชาติภายในพื้นที่วัดถ้ำ ป่าเขาร่มรื่น โขดหิน ลำห้วย และบรรยากาศสงบที่เหมาะกับการพักใจ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและหลังฝนตกเมื่อมีปริมาณน้ำมากขึ้น
ความน่าสนใจของน้ำตกธิดาเทพอยู่ที่ภาพรวมของพื้นที่มากกว่าขนาดของน้ำตก เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งธรรมชาติ ทางเดินป่า ถ้ำ ศาสนสถาน และบรรยากาศวัดที่เงียบสงบในเส้นทางเดียวกัน เมื่อเดินจากเขตชุมชนเข้าสู่พื้นที่วัด สภาพแวดล้อมจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นป่าและภูเขามากขึ้น
ลักษณะน้ำตกสัมพันธ์กับลำห้วยตามธรรมชาติ น้ำไหลผ่านชั้นหินและโขดหินตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่เหมาะกับการชมสายน้ำมากที่สุด ส่วนฤดูแล้งปริมาณน้ำลดลงตามธรรมชาติ จึงควรเลือกช่วงเดินทางให้ตรงกับประสบการณ์ที่ต้องการ
ผู้ที่มาเที่ยวควรระวังหินลื่นและไม่ลงเล่นน้ำบริเวณที่มีกระแสน้ำแรง โดยเฉพาะหลังฝนตกหนัก รองเท้าที่พื้นยึดเกาะดีจะช่วยให้เดินตามทางธรรมชาติได้ปลอดภัยกว่า
น้ำตกเหมาะกับคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน สายธรรมชาติ และผู้ที่ชอบวัดป่า แต่ไม่ควรคาดหวังสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จุดเด่นของที่นี่คือความเงียบและบรรยากาศธรรมชาติ
สามารถเที่ยวต่อกับวัดถ้ำแสงแก้วหรือแหล่งธรรมชาติในโซนเมืองอำนาจเจริญ เพื่อจัดเป็นทริปครึ่งวันที่เน้นความสงบ วัดป่า และภูเขา
การเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำแสงแก้ว บ้านคำปอแก้ว ตำบลเหล่าพรวน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น. ควรตรวจสภาพน้ำในฤดูฝนก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.676833,104.854250&travelmode=driving

11. วัดถ้ำแสงแก้ว ตั้งอยู่บนพื้นที่ภูสิงห์ ตำบลเหล่าพรวน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เป็นวัดถ้ำที่ผสมผสานศาสนสถานกับภูมิประเทศธรรมชาติอย่างลงตัว ภายในพื้นที่มีทั้งถ้ำ โขดหิน ลานหิน ทางเดินบนเนินเขา จุดชมวิว และพระพุทธรูปหลายจุด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในบรรยากาศสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ
ไฮไลต์: ถ้ำแสงแก้ว ปากถ้ำกว้าง ลานหิน จุดชมวิว พระพุทธรูปปางนาคปรก “พระบารมีรัตนมณีแสง” รูปปั้นฤาษี ถ้ำพระ และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับความเชื่อของชุมชน
เสน่ห์ของวัดอยู่ที่ความเรียบง่ายและการใช้พื้นที่ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ผู้มาเยือนต้องเดินผ่านลานหินและแนวป่าเพื่อไปยังจุดต่าง ๆ ภายในวัด ทำให้บรรยากาศต่างจากวัดกลางเมืองที่เน้นอาคารขนาดใหญ่
เรื่องเล่าของวัดเกี่ยวข้องกับแสงสะท้อนจากผนังถ้ำ ลูกแก้ว และการปฏิบัติธรรมของพระธุดงค์กับฤาษีในอดีต ทำให้พื้นที่มีมิติด้านศรัทธาควบคู่กับธรรมชาติ ผู้ที่ชอบสถานที่เงียบสงบจึงสามารถใช้เวลาเดินชมและพักใจได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ
บริเวณภูสิงห์ยังมีมุมชมทิวทัศน์ของพื้นที่รอบนอก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ที่อากาศไม่ร้อนจัด ช่วงฤดูฝนควรระวังพื้นหินลื่นและใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี
เหมาะกับสายบุญ สายถ่ายภาพ ผู้สนใจวัดถ้ำ และผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ไกลจากเมืองมากนัก สามารถจัดเที่ยวต่อกับน้ำตกธิดาเทพและรอยเท้าพระสีวลีซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
การเดินทาง: จากตัวเมืองอำนาจเจริญเดินทางไปทางตำบลเหล่าพรวน ผ่านบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าพรวนแล้วเข้าสู่เส้นทางวัดอีกประมาณ 6 กิโลเมตร เปิดทุกวันช่วงเช้าถึงเย็น
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.899547,104.796068&travelmode=driving

12. ถ้ำตู้ทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลโนนงาม อำเภอปทุมราชวงศา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวมทั้งถ้ำ ภูเขา สำนักสงฆ์ ป่า และทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำพระเหลาไว้ในพื้นที่เดียว เหมาะกับผู้ที่ชอบสถานที่ธรรมชาติซึ่งมีเรื่องราวด้านศรัทธาและการปฏิบัติธรรมควบคู่กัน
ไฮไลต์: ถ้ำธรรมชาติ พื้นที่ภูเขา สำนักสงฆ์ บรรยากาศป่า และมุมมองอ่างเก็บน้ำพระเหลาด้านหลัง ซึ่งช่วยให้พื้นที่มีทั้งความสงบและทิวทัศน์ที่แตกต่างจากถ้ำในพื้นที่ราบ
เรื่องเล่าท้องถิ่นของถ้ำตู้ทองเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์ซึ่งเคยเดินทางผ่านพื้นที่และนำคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์มาเก็บรักษาไว้ในบริเวณถ้ำ ทำให้สถานที่ได้รับความเคารพในฐานะพื้นที่ปฏิบัติธรรมและจุดที่มีความหมายด้านพระพุทธศาสนา
ภูมิประเทศรอบถ้ำมีทั้งพื้นที่สูง แนวป่า และมุมมองผืนน้ำด้านล่าง นักท่องเที่ยวที่มาในช่วงเช้าจะได้บรรยากาศเงียบและอากาศไม่ร้อน ส่วนช่วงฤดูฝนพื้นที่จะเขียวชุ่มแต่ควรระวังทางลื่น
สถานที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบมากกว่าการทำกิจกรรมผจญภัย ควรแต่งกายสุภาพและเคารพพื้นที่สำนักสงฆ์ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังภายในบริเวณถ้ำ
สามารถเที่ยวต่อกับวัดเขาสุวรรณบรรพตหรือวนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง เพื่อสร้างเส้นทางธรรมชาติและศาสนาในโซนปทุมราชวงศาได้ภายในวันเดียว
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลโนนงาม อำเภอปทุมราชวงศา รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.

13. รอยเท้าพระสีวลี ตั้งอยู่ภายในวัดถ้ำแสงแก้ว ตำบลเหล่าพรวน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เป็นจุดศรัทธาที่ผู้มาเยือนนิยมเดินทางมาสักการะควบคู่กับการชมถ้ำและธรรมชาติบนภูสิงห์
ไฮไลต์: จุดสักการะรอยเท้าพระสีวลีภายในพื้นที่วัดถ้ำ มีป่า โขดหิน ภูเขา และบรรยากาศสงบ เหมาะกับการไหว้พระ ขอพร และเดินชมธรรมชาติ
พระสีวลีเป็นพระอรหันตสาวกที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเคารพในฐานะผู้มีลาภมาก จึงมีความเชื่อเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ ความคล่องตัวในการดำเนินชีวิต และความไม่ขาดแคลน ผู้ศรัทธาจึงนิยมเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
ความพิเศษของสถานที่คือไม่ได้ตั้งอยู่แยกจากธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัดถ้ำแสงแก้ว การเดินมาถึงจุดสักการะจึงได้สัมผัสทั้งความสงบของวัดป่าและภูมิประเทศหินของภูสิงห์พร้อมกัน
สถานที่เหมาะกับสายบุญ ผู้สูงอายุที่สามารถเดินในพื้นที่วัดได้ และผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบ ควรใช้เวลาเที่ยวร่วมกับจุดอื่นภายในวัดเพื่อให้คุ้มกับการเดินทาง
สามารถรวมรอยเท้าพระสีวลี วัดถ้ำแสงแก้ว และน้ำตกธิดาเทพเป็นเส้นทางเดียวกัน เนื่องจากอยู่ในบริเวณธรรมชาติใกล้เคียงกัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่ภายในวัดถ้ำแสงแก้ว ตำบลเหล่าพรวน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เปิดให้เข้าชมทุกวัน แต่ไม่มีเวลาเปิด–ปิดแบบทางการ ควรเดินทางในช่วงกลางวัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.899547,104.796069&travelmode=driving

14. ฝายร่องหิน ตั้งอยู่ที่ตำบลพระเหลา อำเภอพนา เป็นแหล่งน้ำและพื้นที่พักผ่อนของชุมชนที่มีบทบาททั้งด้านการอนุรักษ์ การเรียนรู้ และการใช้น้ำในท้องถิ่น บรรยากาศโดยรอบเปิดโล่ง มีผืนน้ำและพื้นที่สีเขียว เหมาะกับการพักผ่อนในช่วงเช้าหรือเย็น
ไฮไลต์: ฝายน้ำจืดขนาดใหญ่ พื้นที่พักผ่อนริมน้ำ ศูนย์เรียนรู้ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมของชุมชน เหมาะกับการชมวิถีชีวิตและการจัดการทรัพยากรน้ำของคนในท้องถิ่น
ฝายร่องหินสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนอีสานกับแหล่งน้ำ เพราะน้ำมีความสำคัญทั้งต่อการเกษตร ระบบนิเวศ และการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่แหล่งน้ำชุมชนมีบทบาทมากเป็นพิเศษ
ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการมาเดินเล่นและถ่ายภาพมากที่สุด อากาศไม่ร้อนและแสงสะท้อนบนผิวน้ำช่วยให้บรรยากาศสงบ เหมาะกับครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการแวะพักระหว่างเที่ยวอำเภอพนา
พื้นที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จุดเด่นจึงอยู่ที่ความเรียบง่ายและความเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน ผู้มาเยือนควรรักษาความสะอาดและไม่รบกวนกิจกรรมท้องถิ่น
สามารถเที่ยวต่อกับวัดสำคัญในอำเภอพนาและชุมชนใกล้เคียง เพื่อจัดเป็นเส้นทางที่ผสมทั้งศาสนา ธรรมชาติ และวิถีชีวิตชนบท
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในตำบลพระเหลา อำเภอพนา รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวก เปิดทุกวัน โดยช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการมาเยือนมากที่สุด

15. น้ำตกตาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านหินกอง หมู่ 5 ตำบลโคกก่ง อำเภอชานุมาน เป็นน้ำตกธรรมชาติที่เกิดจากลำน้ำห้วยถ่มไหลผ่านแนวหินทรายและหน้าผา มีสายน้ำกว้างและบรรยากาศป่าริมลำห้วยที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ
ไฮไลต์: น้ำตกกว้างประมาณ 30 เมตร มีหน้าผาหินทราย โขดหิน หาดทรายด้านล่าง และแนวป่าริมน้ำ เหมาะกับการพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมธรรมชาติในโซนชานุมาน
น้ำตกมีลักษณะเป็นสายน้ำแผ่กว้างมากกว่าน้ำตกหน้าผาสูง เมื่อไหลผ่านชั้นหินจะเกิดเสียงน้ำและแนวกระแสที่สวยงาม บริเวณด้านล่างมีพื้นที่ทรายและโขดหินซึ่งช่วยสร้างภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากน้ำตกภูเขาทั่วไป
น้ำตกตาดใหญ่มีน้ำให้ชมตลอดปี แต่ช่วงประมาณเดือนมกราคม–พฤษภาคมเป็นช่วงที่พื้นที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษตามลักษณะของสายน้ำและสภาพแวดล้อม ผู้มาเยือนควรตรวจระดับน้ำก่อนเดินทางหากมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ
สถานที่เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และสายธรรมชาติ ควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีเพราะหินใกล้น้ำอาจลื่น และไม่ควรลงเล่นน้ำในจุดที่มีกระแสน้ำแรง
หากมีเวลา สามารถเที่ยวต่อกับวัดป่าคีรีวงกตหรือแหล่งธรรมชาติในอำเภอชานุมาน เพื่อสัมผัสทั้งน้ำตก ป่า และภูเขาในเส้นทางเดียวกัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านหินกอง หมู่ 5 ตำบลโคกก่ง อำเภอชานุมาน ห่างจากหมู่บ้านหินกองประมาณ 3 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.070004,104.950581&travelmode=driving

16. วัดป่าคีรีวงกต ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านคำแก้ว ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน เป็นวัดป่าที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขา ป่าไม้ และแนวหินธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในบรรยากาศสงบพร้อมเดินชมธรรมชาติ
ไฮไลต์: ป่าไม้นานาชนิด โขดหิน หน้าผา ร่องหิน และหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตา รวมถึงหินบางก้อนที่มองคล้ายรูปสัตว์ เช่น เต่า
วัดไม่ได้เน้นอาคารขนาดใหญ่ แต่ใช้ภูมิประเทศเดิมเป็นส่วนสำคัญของพื้นที่ปฏิบัติธรรม เสียงลม เสียงใบไม้ และแนวป่าช่วยสร้างบรรยากาศเหมาะกับการเดินอย่างสำรวมและพักใจ
ชื่อ “คีรีวงกต” สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ซึ่งมีแนวภูเขาและโขดหินสลับซับซ้อน การเดินชมจึงให้ความรู้สึกเหมือนค่อย ๆ สำรวจภูมิประเทศธรรมชาติไปพร้อมกับการเยี่ยมวัดป่า
พื้นที่ยังพบสัตว์ป่าขนาดเล็กและพืชธรรมชาติหลายชนิด จึงเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวไม่ควรให้อาหารสัตว์ เก็บพืช หรือเคลื่อนย้ายก้อนหินออกจากพื้นที่
เหมาะกับสายธรรมชาติ สายบุญ และผู้ที่ชอบสถานที่เงียบ ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ควรเดินทางในช่วงกลางวัน
สามารถเที่ยวต่อกับน้ำตกตาดใหญ่ในอำเภอชานุมาน เพื่อจัดเส้นทางธรรมชาติและวัดป่าได้ภายในวันเดียว
การเดินทาง: จากบ้านคำแก้ว ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน เดินทางไปทางทิศตะวันตกประมาณ 700 เมตร ตามถนนสายบ้านคำแก้ว–คำเดือย เปิดทุกวันและควรเข้าชมในช่วงกลางวัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.134482,104.911800&travelmode=driving

17. วัดเขาสุวรรณบรรพต ตั้งอยู่ที่บ้านคำย่านาง หมู่ 8 ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา เป็นวัดบนพื้นที่สูงที่มีทั้งจุดสักการะพระพุทธรูปและจุดชมวิวชุมชนโดยรอบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการไหว้พระพร้อมชมทิวทัศน์ชนบทอีสานจากมุมสูง
ไฮไลต์: พระแก้วมรกตจำลอง พื้นที่วัดบนเนินเขา และจุดชมวิวตำบลนาป่าแซงที่เปิดมุมมองเหนือทุ่งนาและชุมชนโดยรอบ
พระแก้วมรกตจำลองเป็นศูนย์รวมศรัทธาสำคัญของวัด ผู้คนเดินทางมาทำบุญและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ความสงบ และความมั่นคงทางใจ
คำว่า “สุวรรณบรรพต” มีความหมายถึงภูเขาอันงดงามหรือเป็นมงคล สอดคล้องกับที่ตั้งของวัดซึ่งอยู่บนพื้นที่สูงและมีธรรมชาติรอบด้าน การเดินขึ้นมาบริเวณวัดจึงได้ทั้งบรรยากาศของศาสนสถานและมุมมองภูมิประเทศ
ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการชมวิวมากกว่ากลางวัน เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงช่วยให้เห็นทุ่งนาและแนวชุมชนได้สวยขึ้น
เหมาะกับสายบุญ คู่รัก ครอบครัว และสายถ่ายภาพ ควรแต่งกายสุภาพและระมัดระวังการเดินบริเวณพื้นที่ลาดหรือจุดสูง
สามารถเที่ยวต่อกับถ้ำตู้ทองหรือแหล่งธรรมชาติในอำเภอปทุมราชวงศาได้ในเส้นทางเดียวกัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านคำย่านาง หมู่ 8 ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวันและควรมาในช่วงกลางวัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.927180,104.866777&travelmode=driving

18. ศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ ตั้งอยู่บ้านคำพระ หมู่ 3 ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าขิดที่สำคัญของชุมชน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจงานทออีสานอย่างลึกซึ้งและเลือกซื้อของฝากจากผู้ผลิตในพื้นที่โดยตรง
ไฮไลต์: ผ้าขิดคำพระ งานทอมือ ลายเรขาคณิต ลายดอกไม้ ลายสัตว์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปที่พัฒนาจากภูมิปัญญาการเก็บขิดและการยกเส้นด้ายแบบดั้งเดิม
ผ้าขิดคำพระเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญในการสะกิดหรือยกเส้นด้ายเพื่อสร้างลวดลายบนผืนผ้า ผู้ทอต้องควบคุมจังหวะและรายละเอียดอย่างแม่นยำ ทำให้แต่ละผืนมีเอกลักษณ์และสะท้อนฝีมือของผู้ผลิตอย่างชัดเจน
ศูนย์ทำหน้าที่ทั้งผลิต จำหน่าย ถ่ายทอดความรู้ และสร้างรายได้ให้ชุมชน จึงเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาพัฒนาให้เข้ากับการใช้ชีวิตร่วมสมัยโดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์
ผู้มาเยือนสามารถเลือกซื้อผ้าขิดและผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นของฝาก เหมาะกับผู้ที่มองหาสินค้าท้องถิ่นที่มีเรื่องราวและสามารถระบุแหล่งผลิตได้ชัดเจน
สามารถเที่ยวร่วมกับศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระและศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ เพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมของอำเภอหัวตะพานได้เต็มวัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่เลขที่ 106 หมู่ 3 บ้านคำพระ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน ริมถนนหัวตะพาน–อำนาจเจริญ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 23 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.767149,104.471741&travelmode=driving

19. วัดภูจำปา ตั้งอยู่บ้านภูจำปา ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์จากการผสมผสานพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ลานหิน ต้นจำปา และความเชื่อท้องถิ่นเรื่องการปลูกต้นจำปาเพื่ออธิษฐานและเสี่ยงชะตา
ไฮไลต์: ความเชื่อเรื่องการปลูกต้นจำปาเพื่ออธิษฐานขอพร ลานหินธรรมชาติ ดอกจำปาหรือลีลาวดี และบรรยากาศวัดบนพื้นที่สงบซึ่งเหมาะกับการพักใจ
ผู้ศรัทธานิยมปลูกต้นจำปาไว้เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง หากต้นไม้เจริญงอกงามตามความเชื่อท้องถิ่นจะถือเป็นนิมิตที่ดีเกี่ยวกับชีวิต ความรัก โชคลาภ หรือสิ่งที่อธิษฐานไว้
ภาพของต้นจำปาที่ขึ้นท่ามกลางลานหินและป่าไม้ทำให้วัดมีบรรยากาศแตกต่างจากศาสนสถานทั่วไป เมื่อดอกไม้บานจะเพิ่มความอ่อนโยนให้กับภูมิประเทศที่เป็นหินและพื้นที่สูง
นอกจากเรื่องความเชื่อ ผู้มาเยือนสามารถทำบุญ ไหว้พระ นั่งพัก และชมธรรมชาติรอบวัดได้ สถานที่จึงเหมาะทั้งกับสายบุญและผู้ที่ชอบเรื่องเล่าพื้นบ้านของอีสาน
ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เหมาะกับการมาเยือนมากที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่ ควรรักษาความสะอาดและไม่รบกวนต้นไม้ที่ผู้ศรัทธาปลูกไว้
สามารถจัดเป็นจุดแวะร่วมกับพุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมืองและวัดถ้ำแสงเพชรในโซนเมืองอำนาจเจริญ
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านภูจำปา ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เปิดทุกวันช่วงเช้าถึงเย็น รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=15.922246,104.496681&travelmode=driving

20. ภูเกษตร หรือวัดถ้ำหัวนาคภูเกษตรและดานหินหัวนาค ตั้งอยู่ในอำเภอเสนางคนิคม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวมภูเขา วัดป่า ลานหิน หน้าผา น้ำตกตามฤดูกาล และหินรูปร่างแปลกตาไว้ในพื้นที่เดียว เหมาะกับผู้ที่ต้องการปิดท้ายทริปอำนาจเจริญด้วยธรรมชาติแบบอีสานที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน
ไฮไลต์: ลานหินขนาดใหญ่ ดานหินหัวนาค หน้าผา หินธรรมชาติรูปทรงต่าง ๆ น้ำตกตาดฮังในฤดูฝน ลานดอกไม้ช่วงปลายฝนต้นหนาว และป่าโปร่งบนภูเขา
ภูเกษตรมีลักษณะเป็นภูเขาลูกใหญ่โดดเด่นในภูมิประเทศอำเภอเสนางคนิคม พื้นที่สูงชันเป็นชั้น ๆ และมีลานหินกระจายหลายบริเวณ ทำให้สามารถเห็นทั้งจุดชมวิว โขดหิน และแนวป่าในทริปเดียว
ในฤดูฝน ลานหินทำหน้าที่รองรับน้ำฝนจากภูเขา ก่อนที่น้ำจะไหลตามร่องหินและเกิดเป็นน้ำตกตามฤดูกาล โดยน้ำตกตาดฮังเป็นหนึ่งในจุดเด่น ช่วงนี้ภูเขาจะเขียวและมีชีวิตชีวา ส่วนฤดูแล้งจะเห็นรายละเอียดของหินและหน้าผาชัดขึ้น
ปลายฤดูฝนต่อเนื่องต้นฤดูหนาวเป็นอีกช่วงที่น่าสนใจ เพราะบางบริเวณมีลานดอกไม้และอากาศเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ ผู้มาเยือนควรเตรียมรองเท้าเดินป่าหรือรองเท้าที่พื้นเกาะดี
ภูเกษตรเหมาะกับสายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ กลุ่มเพื่อน และผู้ที่สนใจวัดป่าหรือภูมิประเทศหิน ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ขอบหน้าผาและไม่ออกนอกเส้นทางในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เพราะอยู่ในโซนเสนางคนิคมเหมือนกัน แต่ควรจัดเวลาเต็มวันและออกเดินทางตั้งแต่เช้า
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองไฮ อำเภอเสนางคนิคม รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 09.00–16.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=16.048333,104.781378&travelmode=driving
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ภาพรวมจังหวัด | อำนาจเจริญเป็นจังหวัดอีสานที่เหมาะกับการเที่ยวแบบสงบ เน้นศรัทธา ธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชน มีทั้งพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง วัดป่า วัดถ้ำ ภูเขาหินทราย น้ำตก อุทยานแห่งชาติ ชุมชนหมอลำ ผ้าขิด และงานหัตถกรรมท้องถิ่น |
| Top 10 Highlights | 1. พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง 2. วัดถ้ำแสงเพชร 3. วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง 4. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 5. วัดโพธิ์ศิลา 6. ศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระ 7. หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว 8. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ 9. วัดอำนาจ 10. น้ำตกธิดาเทพ |
| โซนเมืองอำนาจเจริญ | 1. พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง 2. วัดถ้ำแสงเพชร 3. หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว 4. น้ำตกธิดาเทพ 5. วัดถ้ำแสงแก้ว 6. รอยเท้าพระสีวลี 7. วัดภูจำปา เหมาะกับการเที่ยวแบบ 1 วัน เพราะได้ทั้งศรัทธา วัดป่า ธรรมชาติ และวัฒนธรรมหมอลำ โดยไม่ต้องเดินทางข้ามหลายอำเภอ |
| โซนลืออำนาจ | 1. วัดโพธิ์ศิลา 2. วัดอำนาจ เป็นโซนสำคัญสำหรับผู้สนใจใบเสมาทวารวดี พระพุทธศิลป์ล้านช้าง และความต่อเนื่องของพุทธศาสนาในพื้นที่อำนาจเจริญ |
| โซนหัวตะพาน | 1. ศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระ 2. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ 3. ศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ เหมาะกับผู้สนใจผ้าขิด งานทอ งานฝีมือ ภูมิปัญญาชุมชน และของฝากที่ผลิตโดยช่างท้องถิ่นโดยตรง |
| โซนปทุมราชวงศา | 1. วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง 2. ถ้ำตู้ทอง 3. วัดเขาสุวรรณบรรพต เหมาะกับผู้ที่ชอบภูเขาหินทราย ถ้ำ จุดชมวิว และวัดในพื้นที่สูงที่มีบรรยากาศเงียบสงบ |
| โซนเสนางคนิคม | 1. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 2. ภูเกษตร เป็นโซนเด่นสำหรับภูเขา ลานหิน หน้าผา ป่า และน้ำตกตามฤดูกาล เหมาะกับทริปธรรมชาติเต็มวัน |
| โซนชานุมาน | 1. น้ำตกตาดใหญ่ 2. วัดป่าคีรีวงกต เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสน้ำตก ป่า ภูเขา และวัดป่าที่มีภูมิประเทศหินธรรมชาติในเส้นทางเดียวกัน |
| โซนพนา | 1. ฝายร่องหิน เหมาะกับการพักผ่อนริมน้ำ ชมวิถีชุมชน และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งน้ำ การเกษตร และชีวิตชนบทอีสาน |
| สายบุญและศรัทธา | 1. พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง 2. วัดถ้ำแสงเพชร 3. วัดโพธิ์ศิลา 4. วัดอำนาจ 5. วัดถ้ำแสงแก้ว 6. รอยเท้าพระสีวลี 7. วัดป่าคีรีวงกต 8. วัดเขาสุวรรณบรรพต 9. วัดภูจำปา |
| ธรรมชาติและภูเขา | 1. วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง 2. อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 3. น้ำตกธิดาเทพ 4. ถ้ำตู้ทอง 5. น้ำตกตาดใหญ่ 6. วัดป่าคีรีวงกต 7. ภูเกษตร 8. ฝายร่องหิน |
| ประวัติศาสตร์และโบราณคดี | วัดโพธิ์ศิลาเป็นจุดสำคัญที่สุดสำหรับการเรียนรู้หลักฐานสมัยทวารวดี ผ่านกลุ่มใบเสมาหินทรายอายุประมาณ 1,000 ปี ขณะที่วัดอำนาจช่วยให้เห็นอิทธิพลพระพุทธศิลป์ล้านช้างในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง |
| วัฒนธรรมหมอลำ | หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าวเป็นจุดเด่นที่สุด มีชุมชนภูไทเก่าแก่และคณะหมอลำหลายรูปแบบ ทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้หมอลำที่ยังมีชีวิตทั้งในมิติศิลปะ อาชีพ และงานประเพณี |
| ผ้าทอและหัตถกรรม | 1. ศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระ 2. ศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ 3. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ โดดเด่นด้านผ้าขิด งานทอ งานจักสาน และผลิตภัณฑ์ฝีมือที่สะท้อนภูมิปัญญาของชุมชนหัวตะพาน |
| เหมาะสำหรับครอบครัว | 1. พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง 2. วัดถ้ำแสงเพชร 3. หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว 4. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ 5. วัดอำนาจ 6. ฝายร่องหิน 7. วัดภูจำปา |
| เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ | 1. พระมงคลมิ่งเมือง 2. วัดถ้ำแสงเพชร 3. วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง 4. ภูเกษตร 5. น้ำตกตาดใหญ่ 6. วัดเขาสุวรรณบรรพต 7. วัดภูจำปา |
| อาหารพื้นบ้าน | อาหารอีสานเป็นหัวใจสำคัญของการกินในอำนาจเจริญ เช่น ลาบ ส้มตำ ปลาเผา แจ่ว และอาหารที่ใช้ผักพื้นบ้านหรือวัตถุดิบตามฤดูกาล สามารถหาได้ตามร้านอาหารและชุมชนในแต่ละอำเภอ |
| ของฝาก | 1. ผ้าขิดคำพระ 2. ผ้าทอพื้นบ้าน 3. งานจักสาน 4. ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ 5. ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าและงานฝีมือชุมชน |
| ประเพณีและวัฒนธรรม | อำนาจเจริญยังคงมีงานบุญตามฮีตสิบสอง เช่น บุญผะเหวด บุญบั้งไฟ เข้าพรรษา ออกพรรษา และกิจกรรมของวัดกับชุมชน รวมถึงหมอลำ การฟ้อนรำ ดนตรีพื้นบ้าน และงานผ้าทอที่ยังมีบทบาทจริงในชีวิตประจำวัน |
| เที่ยว 1 วัน — โซนเมือง | เช้า: พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง สาย: วัดถ้ำแสงเพชร บ่าย: หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว เย็น: วัดภูจำปา หรือกลับเข้าเมือง |
| เที่ยว 1 วัน — สายธรรมชาติ | เช้า: วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง บ่าย: วัดถ้ำแสงแก้ว – น้ำตกธิดาเทพ เย็น: เดินทางกลับตัวเมืองอำนาจเจริญ |
| เที่ยว 2 วัน 1 คืน | Day 1: พระมงคลมิ่งเมือง – วัดถ้ำแสงเพชร – หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว Day 2: วัดโพธิ์ศิลา – วัดอำนาจ – ศูนย์หัตถกรรมบ้านคำพระ – ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ |
| เที่ยว 3 วัน 2 คืน | Day 1: โซนเมืองอำนาจเจริญ Day 2: ลืออำนาจ – หัวตะพาน Day 3: อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว – ภูเกษตร |
| เที่ยว 4–5 วัน | เพิ่มโซนปทุมราชวงศา ชานุมาน และพนา ได้แก่ ถ้ำตู้ทอง วัดเขาสุวรรณบรรพต น้ำตกตาดใหญ่ วัดป่าคีรีวงกต และฝายร่องหิน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งศรัทธา ธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา และวิถีชุมชน |
| ช่วงเหมาะเที่ยว | เที่ยวได้ตลอดปี หากเน้นวัดและชุมชนสามารถมาได้ทุกฤดู ฤดูฝนเหมาะกับน้ำตกและป่าเขียว ส่วนปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาวเหมาะกับการเดินภูเขา ลานหิน และชมธรรมชาติกลางแจ้ง |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายอำเภอ เนื่องจากสถานที่ธรรมชาติ วัดป่า และชุมชนหลายแห่งอยู่ห่างกัน การเที่ยวตามโซนช่วยลดเวลาขับรถย้อนและวางแผนเส้นทางได้ง่ายขึ้น |
| ข้อควรระวัง | ตรวจสภาพอากาศก่อนเที่ยวภูเขา น้ำตก และลานหิน ใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ระวังทางลื่นในฤดูฝน ไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผา แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัด และติดต่อชุมชนล่วงหน้าหากต้องการชมกิจกรรมหมอลำหรือกระบวนการผลิตงานหัตถกรรม |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่ทิ้งขยะในป่า น้ำตก วัด และชุมชน ไม่ขีดเขียนหรือปีนโบราณวัตถุ ไม่เคลื่อนย้ายหินหรือพืชจากพื้นที่ธรรมชาติ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และเลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มชุมชนโดยตรงเพื่อช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อำนาจเจริญมีที่เที่ยวอะไรเด่นที่สุด?
ตอบ: จุดเด่นของอำนาจเจริญมีทั้งพุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง วัดถ้ำแสงเพชร วัดโพธิ์ศิลา อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว และแหล่งงานหัตถกรรมของอำเภอหัวตะพาน
ถาม: เที่ยวอำนาจเจริญ 1 วันควรไปไหน?
ตอบ: หากเที่ยวครั้งแรก แนะนำเริ่มที่พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง ต่อด้วยวัดถ้ำแสงเพชร แล้วช่วงบ่ายเลือกหมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าวหรือวัดภูจำปา เส้นทางนี้ครอบคลุมทั้งศรัทธา ธรรมชาติ และวัฒนธรรม
ถาม: เที่ยวอำนาจเจริญกี่วันกำลังดี?
ตอบ: 2 วัน 1 คืนเหมาะกับโซนเมือง ลืออำนาจ และหัวตะพาน หากต้องการเพิ่มภูสระดอกบัว ภูเกษตร ชานุมาน และปทุมราชวงศา ควรมีเวลา 3–5 วัน
ถาม: ที่เที่ยวอำนาจเจริญสำหรับสายบุญมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: แนะนำพระมงคลมิ่งเมือง วัดถ้ำแสงเพชร วัดโพธิ์ศิลา วัดอำนาจ วัดถ้ำแสงแก้ว รอยเท้าพระสีวลี วัดป่าคีรีวงกต วัดเขาสุวรรณบรรพต และวัดภูจำปา
ถาม: ที่เที่ยวธรรมชาติอำนาจเจริญที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหน?
ตอบ: วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ภูเกษตร น้ำตกตาดใหญ่ น้ำตกธิดาเทพ ถ้ำตู้ทอง และฝายร่องหินเป็นจุดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวป่า ภูเขา ลานหิน น้ำตก และแหล่งน้ำธรรมชาติ
ถาม: อำนาจเจริญมีจุดเที่ยวด้านประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีหรือไม่?
ตอบ: มี โดยวัดโพธิ์ศิลาเป็นจุดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะมีใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีอายุประมาณ 1,000 ปี และสะท้อนพัฒนาการของพระพุทธศาสนาในภาคอีสานตอนล่าง
ถาม: หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าวน่าสนใจอย่างไร?
ตอบ: บ้านปลาค้าวเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีคณะหมอลำหลายรูปแบบและยังรักษาวัฒนธรรมภูไท เสียงแคน กลอนลำ การฟ้อน และงานหัตถกรรมไว้ในชีวิตจริง การเข้าชมกิจกรรมควรติดต่อชุมชนล่วงหน้า
ถาม: ซื้อผ้าทอและของฝากอำนาจเจริญที่ไหนดี?
ตอบ: แนะนำศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระ ศูนย์วิสาหกิจชุมชนตำบลคำพระ และศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ ซึ่งมีทั้งผ้าขิด ผ้าทอ งานจักสาน และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากช่างในชุมชน
ถาม: อำนาจเจริญเหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ โดยเฉพาะพระมงคลมิ่งเมือง วัดถ้ำแสงเพชร หมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ วัดอำนาจ ฝายร่องหิน และวัดภูจำปา ซึ่งไม่ต้องใช้การเดินป่าหนักมาก
ถาม: ภูสระดอกบัวกับภูเกษตรควรเที่ยววันเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: สามารถจัดในวันเดียวกันได้เพราะอยู่ในโซนเสนางคนิคม แต่ควรออกเดินทางตั้งแต่เช้าและเผื่อเวลาให้แต่ละแห่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่และมีเส้นทางเดินชมหลายจุด
ถาม: น้ำตกตาดใหญ่เหมาะไปช่วงไหน?
ตอบ: น้ำตกมีน้ำให้ชมตลอดปี และช่วงประมาณเดือนมกราคม–พฤษภาคมเป็นอีกช่วงที่บรรยากาศน่าสนใจ อย่างไรก็ตามควรตรวจสภาพฝนและระดับน้ำก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวอำนาจเจริญที่สุด?
ตอบ: ปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาวเหมาะกับการเที่ยวภูเขา ลานหิน และวัดป่าเพราะอากาศสบาย ส่วนฤดูฝนเหมาะกับน้ำตกและป่าที่เขียวชุ่ม ขณะที่วัด ชุมชน และงานหัตถกรรมสามารถเที่ยวได้ตลอดปี
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวอำนาจเจริญได้ไหม?
ตอบ: สามารถเดินทางเข้าเมืองด้วยรถโดยสารได้ แต่การเที่ยวหลายอำเภอด้วยรถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่า เพราะสถานที่ธรรมชาติ วัดป่า และชุมชนจำนวนมากอยู่ห่างจากตัวเมืองและไม่มีระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมถึงทุกแห่ง
ถาม: อาหารและของฝากขึ้นชื่อของอำนาจเจริญคืออะไร?
ตอบ: อาหารเด่นเป็นอาหารอีสาน เช่น ลาบ ส้มตำ ปลาเผา แจ่ว และอาหารจากวัตถุดิบพื้นบ้าน ส่วนของฝากเด่นคือผ้าขิด ผ้าทอ งานจักสาน และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากชุมชนหัวตะพาน
ถาม: เส้นทางไหนเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม?
ตอบ: ควรใช้เวลาอย่างน้อย 2–3 วัน โดยวันแรกเที่ยวพระมงคลมิ่งเมือง วัดถ้ำแสงเพชร และหมู่บ้านหมอลำหนองปลาค้าว วันที่สองไปวัดโพธิ์ศิลาและแหล่งหัตถกรรมหัวตะพาน และวันที่สามเลือกภูสระดอกบัวหรือภูเกษตร
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว



