หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี >อ.หนองฉาง >ต.เขาบางแกรก > วัดเขาโจโก้
TL;DR: วัดเขาโจโก้ อยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านป่ากล้วย ตำบลเขาบางแกรก อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เปิดทุกวัน เวลา เหมาะสำหรับเข้าชมและสักการะในช่วงเวลากลางวัน.
วัดเขาโจโก้

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เหมาะสำหรับเข้าชมและสักการะในช่วงเวลากลางวัน
วัดเขาโจโก้ จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านป่ากล้วย ตำบลเขาบางแกรก อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดที่ผสมผสานความสงบของศาสนสถาน ความร่มรื่นของธรรมชาติ และความงดงามของถ้ำหินงอกหินย้อยไว้ในพื้นที่เดียวกัน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่เดินทางเข้าถึงได้ค่อนข้างสะดวก แต่ยังคงบรรยากาศสงบแบบวัดท้องถิ่น มีพื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ ชมถ้ำ ศึกษาธรรมชาติ และพักผ่อนจิตใจท่ามกลางภูมิประเทศที่รายล้อมด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว
จุดเด่นของวัดเขาโจโก้คือถ้ำภายในวัด ซึ่งมีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติที่เกิดจากการสะสมตัวของแร่ธาตุเป็นเวลายาวนาน รูปทรงของหินภายในถ้ำมีความหลากหลาย บางจุดมีลักษณะเป็นม่านหิน บางจุดเป็นแท่งหินย้อยลงมาจากเพดาน และบางจุดมีพื้นผิวสะท้อนแสงอย่างงดงาม ทำให้พื้นที่ถ้ำมีบรรยากาศลึกลับ สงบ และน่าค้นหา ผู้ที่เดินทางมาเยือนวัดจึงไม่ได้มาสัมผัสเพียงความศักดิ์สิทธิ์ของวัดเท่านั้น แต่ยังได้ชมความงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างประณีตภายในภูเขา
วัดเขาโจโก้มีพื้นที่กว้างประมาณ 100 ไร่ ทำให้สามารถรองรับทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมของชุมชน และการพักผ่อนของผู้มาเยือนได้อย่างเหมาะสม พื้นที่วัดมีทั้งบริเวณสำหรับไหว้พระ พื้นที่เดินชมธรรมชาติ พื้นที่ใกล้ถ้ำ และพื้นที่ร่มรื่นที่เหมาะสำหรับการนั่งพัก บรรยากาศโดยรอบไม่เร่งรีบ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกจากความวุ่นวาย และเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดซึ่งมีองค์ประกอบทางธรรมชาติเด่นชัด
การเข้ามาเยือนวัดเขาโจโก้ควรเริ่มจากการกราบพระและทำบุญในพื้นที่วัดก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินชมบริเวณถ้ำและพื้นที่ธรรมชาติรอบวัด การเดินชมในลักษณะนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจภาพรวมของวัดได้ครบถ้วน ทั้งในฐานะศาสนสถานของชุมชนและในฐานะแหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยา ถ้ำ หินงอกหินย้อย ต้นไม้ และพื้นที่วัดล้วนมีบทบาทร่วมกันในการสร้างบรรยากาศสงบเย็นให้กับสถานที่แห่งนี้
ภายในถ้ำของวัดเขาโจโก้มีความโดดเด่นจากหินงอกหินย้อยที่ยังคงสภาพธรรมชาติ ผู้มาเยือนจะเห็นว่าธรรมชาติใช้เวลาอย่างยาวนานในการสร้างรูปร่างของหินแต่ละส่วนขึ้นมาอย่างละเอียด หินงอกที่ค่อย ๆ ก่อตัวจากพื้นถ้ำและหินย้อยที่ค่อย ๆ ลดตัวลงจากเพดานถ้ำเป็นสิ่งที่สะท้อนกระบวนการทางธรรมชาติอย่างช้า ๆ การชมถ้ำจึงควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่จับต้องหินโดยไม่จำเป็น ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ และไม่หักหรือทำลายหินงอกหินย้อย เพราะความงดงามเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่ใช้เวลานานมากกว่าจะเกิดขึ้น
ความลึกลับและความสงบภายในถ้ำทำให้พื้นที่นี้มีความหมายมากกว่าการเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ถ้ำในวัดไทยหลายแห่งมักถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับปลีกวิเวก สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือฝึกความสงบภายในใจ เนื่องจากบรรยากาศภายในถ้ำมีความเย็น เงียบ และแยกตัวจากเสียงรบกวนภายนอก วัดเขาโจโก้จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาสั้น ๆ เพื่ออยู่กับตนเอง ลดความวุ่นวายในใจ และสัมผัสความเงียบอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากถ้ำและหินงอกหินย้อยแล้ว วัดเขาโจโก้ยังมีคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมจากการประดิษฐานร่างอดีตเจ้าอาวาสไว้ในโลงแก้ว ร่างของพระสงฆ์ที่ไม่เน่าเปื่อยเป็นสิ่งที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธาให้ความเคารพอย่างยิ่ง การบรรจุร่างไว้ในโลงแก้วเป็นการแสดงความกตัญญูและความเคารพต่อพระสงฆ์ผู้มีคุณูปการต่อวัดและชุมชน อีกทั้งยังสะท้อนวัฒนธรรมความเชื่อของชาวพุทธไทยเกี่ยวกับพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ความศรัทธา และการระลึกถึงคุณงามความดีของผู้ล่วงลับ
การสักการะร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้วควรทำด้วยความสำรวม ผู้มาเยือนควรกราบไหว้ด้วยจิตเคารพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสม และไม่รบกวนผู้ที่เข้ามาทำบุญหรือสวดมนต์ พื้นที่นี้มีความหมายลึกซึ้งต่อชาวบ้าน เพราะไม่ได้เป็นเพียงจุดชมภายในวัด แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของชุมชนและเป็นเครื่องเตือนใจถึงความศรัทธาที่มีต่อพระสงฆ์ผู้เคยดูแลวัด
วัดเขาโจโก้จึงเป็นสถานที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัด พระสงฆ์ ชุมชน และธรรมชาติอย่างชัดเจน ชาวบ้านใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม ร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงเวลาว่าง ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็เข้ามาเพื่อชมถ้ำ เรียนรู้ธรรมชาติ และสัมผัสบรรยากาศของวัดท้องถิ่น ความหลากหลายของการใช้งานพื้นที่เช่นนี้ทำให้วัดเขาโจโก้มีชีวิต ไม่ใช่เพียงจุดท่องเที่ยวที่หยุดนิ่ง
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา วัดเขาโจโก้เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านสามารถมาร่วมทำบุญ ฟังธรรม สวดมนต์ และประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้ตามประเพณี กิจกรรมเหล่านี้ช่วยรักษาความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับวัด และทำให้วัดยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ธรรมชาติรอบวัดเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้วัดเขาโจโก้มีเสน่ห์ บริเวณวัดเต็มไปด้วยต้นไม้และพื้นที่ร่มรื่น ผู้มาเยือนสามารถเดินชมพื้นที่วัดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฟังเสียงธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และพักสายตาจากความวุ่นวายของเมือง พื้นที่วัดที่กว้างขวางทำให้บรรยากาศไม่แออัด เหมาะสำหรับการมาเที่ยวแบบครอบครัวหรือการเดินทางคนเดียวเพื่อพักใจ
สำหรับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ วัดเขาโจโก้มีมุมที่น่าสนใจหลายประเภท ทั้งมุมธรรมชาติรอบวัด มุมทางเข้าถ้ำ มุมแสงภายในถ้ำ พื้นผิวของหินงอกหินย้อย และบรรยากาศสงบของศาสนสถาน อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพภายในพื้นที่วัดควรคำนึงถึงความเหมาะสม ไม่ใช้แสงแฟลชรบกวนผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ปีนป่ายหินหรือโครงสร้างภายในถ้ำ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพร่างอดีตเจ้าอาวาสในลักษณะที่ไม่สุภาพ
ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมถ้ำควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะสมกับพื้นดินหรือพื้นถ้ำที่อาจมีความชื้นในบางช่วง ไฟฉายขนาดเล็กสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเดินชมบริเวณที่แสงไม่เพียงพอ แม้ว่าบางจุดอาจมีแสงสว่างอยู่แล้ว แต่การเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานทำให้การเดินชมปลอดภัยขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินในพื้นที่ถ้ำ
ข้อควรระวังในการเข้าชมวัดเขาโจโก้คือไม่ควรเข้าไปในถ้ำเพียงลำพังในจุดที่มืดหรือไม่คุ้นเส้นทาง ควรเดินตามทางที่ปลอดภัย ระวังพื้นลื่นหรือหินที่มีความคม และควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากมีพื้นที่ที่วัดกำหนดว่าไม่ควรเข้า ควรเคารพข้อกำหนดนั้นทันที การท่องเที่ยวถ้ำที่ดีต้องให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัยของตนเองและการอนุรักษ์สภาพธรรมชาติของถ้ำ
ในเชิงวัฒนธรรม วัดเขาโจโก้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวิถีวัดชนบทของอุทัยธานี วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้เชื่อมโยงความศรัทธา ความทรงจำ และธรรมชาติรอบตัว การมีถ้ำภายในวัดทำให้สถานที่แห่งนี้มีลักษณะของวัดถ้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบวัดที่พบได้หลายแห่งในประเทศไทยและมักสัมพันธ์กับการปฏิบัติธรรม การปลีกวิเวก และการเคารพภูมิประเทศธรรมชาติ
เมื่อเปรียบเทียบกับวัดอื่นในอำเภอหนองฉาง วัดเขาโจโก้มีจุดเด่นต่างจากวัดทุ่งทองที่เน้นวัฒนธรรมมอญ วัดหัวเมืองที่เด่นเรื่องประวัติเมืองเก่า วัดแจ้งที่เชื่อมโยงกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และวัดถ้ำน้ำพุที่เด่นเรื่องถ้ำหินงอกหินย้อยกับสระน้ำ วัดเขาโจโก้มีความโดดเด่นจากการเป็นวัดถ้ำในพื้นที่เขตชุมชนที่มีทั้งความศรัทธา ร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้ว และถ้ำธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน
การจัดเส้นทางท่องเที่ยวสามารถนำวัดเขาโจโก้ไปเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอุทัยธานีได้อย่างลงตัว หากต้องการเที่ยววัดและธรรมชาติในอำเภอหนองฉาง สามารถรวมวัดเขาโจโก้กับวัดถ้ำน้ำพุ วัดทุ่งทอง วัดหัวเมือง วัดแจ้ง และวัดถ้ำรัตนคีรีได้ หากมีเวลามากขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังหุบป่าตาด เขาปลาร้า หรือวัดจันทารามหรือวัดท่าซุงในอำเภอเมืองอุทัยธานี การวางแผนลักษณะนี้ช่วยให้เห็นภาพความหลากหลายของอุทัยธานีทั้งด้านวัดเก่า วัดถ้ำ วัฒนธรรมชุมชน และธรรมชาติ
การเดินทาง ไปวัดเขาโจโก้สะดวกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองอุทัยธานีสามารถเดินทางไปทางอำเภอหนองฉาง แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลเขาบางแกรกและบ้านป่ากล้วย หมู่ที่ 2 เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในเขตชุมชนและมีเส้นทางคมนาคมชัดเจน ผู้เดินทางสามารถใช้ระบบนำทางร่วมกับการสอบถามคนในพื้นที่ได้ หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาถึงอำเภอหนองฉางก่อน แล้วเหมารถท้องถิ่นเข้าสู่วัด โดยควรนัดหมายเวลารับกลับให้ชัดเจน
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด เพราะจะเดินชมพื้นที่วัดและถ้ำได้สบายกว่า หากต้องการถ่ายภาพธรรมชาติรอบวัด ช่วงเช้ามักให้แสงนุ่มและบรรยากาศสดชื่น ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งรีบ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพื่อกราบพระ สักการะร่างอดีตเจ้าอาวาส เดินชมถ้ำ และพักในพื้นที่ร่มรื่นของวัด
การมาเยือนวัดเขาโจโก้ควรแต่งกายสุภาพ เพราะเป็นศาสนสถานที่ชาวบ้านให้ความเคารพ ควรงดส่งเสียงดังในบริเวณถ้ำและพื้นที่ไหว้พระ ไม่ทิ้งขยะ ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่ทำลายธรรมชาติภายในถ้ำ หากพบพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่กำลังประกอบกิจกรรมทางศาสนา ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนและรักษามารยาทตามธรรมเนียมไทย
วัดเขาโจโก้ จังหวัดอุทัยธานี จึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าหลายมิติ ทั้งในด้านศาสนา ธรรมชาติ วัฒนธรรม และการพักผ่อน ถ้ำหินงอกหินย้อยภายในวัดแสดงให้เห็นความงามของธรรมชาติที่ใช้เวลาสร้างขึ้นอย่างยาวนาน ส่วนร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้วสะท้อนศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระสงฆ์ผู้ทรงคุณธรรม พื้นที่วัดที่ร่มรื่นและกว้างขวางทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความสงบทางจิตใจและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในเวลาเดียวกัน
| ชื่อสถานที่ | วัดเขาโจโก้ จังหวัดอุทัยธานี |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 2 บ้านป่ากล้วย ตำบลเขาบางแกรก อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี |
| ที่อยู่ | บ้านป่ากล้วย หมู่ที่ 2 ตำบลเขาบางแกรก อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี |
| ไฮไลต์ | วัดถ้ำในพื้นที่ชุมชน มีถ้ำหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ พื้นที่วัดกว้างขวาง และร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้วที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่วัดประมาณ 100 ไร่ รายล้อมด้วยธรรมชาติ มีถ้ำภายในวัด หินงอกหินย้อย เส้นทางเดินชมธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนของชุมชน |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ | พระพุทธรูปภายในวัด จุดสักการะ ร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้ว และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บริเวณถ้ำ |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | การไหว้พระ ทำบุญ สวดมนต์ ฟังธรรม สักการะอดีตเจ้าอาวาส และกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ไหว้พระ จุดสักการะร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้ว พื้นที่ถ้ำ หินงอกหินย้อย เส้นทางเดินธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนภายในวัด |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุทัยธานีเดินทางไปทางอำเภอหนองฉาง แล้วเข้าสู่ตำบลเขาบางแกรกและบ้านป่ากล้วย หมู่ที่ 2 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่นจากอำเภอหนองฉาง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดที่ยังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ ทำบุญ ชมถ้ำ และเยี่ยมชมพื้นที่ธรรมชาติภายในวัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เหมาะสำหรับเข้าชมและสักการะในช่วงเวลากลางวัน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัดสำหรับไหว้พระ พื้นที่เดินชมธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่ชมถ้ำ |
| ข้อควรระวัง | ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมไฟฉายสำหรับบางจุดในถ้ำ ระวังพื้นลื่น ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ และไม่สัมผัสหรือทำลายหินงอกหินย้อย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดทุ่งทอง ประมาณ 8 กม. 2. วัดหัวเมือง ประมาณ 10 กม. 3. วัดแจ้ง ประมาณ 11 กม. 4. วัดถ้ำน้ำพุ ประมาณ 15 กม. 5. วัดถ้ำรัตนคีรี หรือวัดเขากวางทอง ประมาณ 24 กม. 6. วัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง ประมาณ 38 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กินกันเพลิน Coffee&Food ประมาณ 8 กม. 2. บ้านจ๋า คาเฟ่ ประมาณ 8 กม. 3. ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย หนองฉาง ประมาณ 9 กม. 4. ครัวชมภู่ ประมาณ 10 กม. 5. ร้านบ้านสวนคุณยาย หนองฉาง 91 ประมาณ 11 กม. โทร. 094-647-9597 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สุขทวี รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 081-888-9941 2. น้ำหอม รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. 3. เฉ่งรีสอร์ท ประมาณ 14 กม. โทร. 093-050-5282, 081-745-9552 4. The Khun - เดอะคุณ ประมาณ 18 กม. โทร. 094-669-9935 5. โรงแรม ซีทูยู อุทัยธานี C2U Hotel Uthai-thani ประมาณ 27 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาโจโก้ จังหวัดอุทัยธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเขาโจโก้ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านป่ากล้วย ตำบลเขาบางแกรก อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดถ้ำที่มีธรรมชาติร่มรื่นและเดินทางเข้าถึงได้สะดวก
ถาม: วัดเขาโจโก้มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดคือถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ พื้นที่วัดกว้างขวางประมาณ 100 ไร่ และร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้วที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา
ถาม: ภายในถ้ำวัดเขาโจโก้มีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ รูปทรงหลากหลาย และมีบรรยากาศสงบเย็น เหมาะสำหรับการชมธรรมชาติและใช้เวลาสงบใจ
ถาม: ร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้วมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ร่างอดีตเจ้าอาวาสในโลงแก้วเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา สะท้อนความกตัญญูและความเคารพต่อพระสงฆ์ผู้มีคุณูปการต่อวัดและชุมชน
ถาม: วัดเขาโจโก้เหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ ชมถ้ำ ศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพหินงอกหินย้อย และพักผ่อนในบรรยากาศสงบของวัดท้องถิ่น
ถาม: ไปวัดเขาโจโก้ควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมไฟฉายขนาดเล็กสำหรับบางจุดในถ้ำ และระมัดระวังพื้นลื่นหรือหินภายในถ้ำ
ถาม: เดินทางไปวัดเขาโจโก้อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองอุทัยธานีเดินทางไปทางอำเภอหนองฉาง แล้วเข้าสู่ตำบลเขาบางแกรกและบ้านป่ากล้วย หมู่ที่ 2 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น
ถาม: เที่ยววัดเขาโจโก้ควรเที่ยวร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดทุ่งทอง วัดหัวเมือง วัดแจ้ง วัดถ้ำน้ำพุ วัดถ้ำรัตนคีรี และวัดจันทารามหรือวัดท่าซุงได้ตามเวลาที่มี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว



