หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เดิมบางนางบวช >ต.นางบวช > วัดเขาขึ้น (วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ)
TL;DR: วัดเขาขึ้น (วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ) อยู่ที่ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ มีทางลาดยางขึ้นถึงวัดและมีบันไดขึ้นเขา 249 ขั้น สามารถชมวิวอำเภอเดิมบางนางบวชได้กว้างไกลจากยอดเขา.
วัดเขาขึ้น (วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดเขานางบวช และบางท้องถิ่นเรียกว่า วัดเขาขึ้น เป็นวัดสำคัญบนเขานางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ภูมิทัศน์ และความทรงจำเกี่ยวกับศึกชาวบ้านบางระจัน วัดตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 51 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 340 บริเวณกิโลเมตรที่ 138–139 แล้วเข้าสู่เส้นทางขึ้นเขานางบวช ภายในพื้นที่วัดมีทั้งทางลาดยางสำหรับขึ้นไปถึงตัววัด และบันไดขึ้นเขาจำนวน 249 ขั้นสำหรับผู้ที่ต้องการเดินขึ้นด้วยตนเอง จุดเด่นของวัดคือวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ รอยพระพุทธบาท เจดีย์หินแผ่น รูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ อุโบสถเก่า พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นภูมิประเทศของอำเภอเดิมบางนางบวชได้กว้างไกล
วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวสุพรรณบุรีในมิติที่ลึกกว่าการแวะชมวัดทั่วไป เพราะเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงเรื่องศาสนาเข้ากับประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชาวบ้านบางระจัน พระอาจารย์ธรรมโชติเป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญในความทรงจำของคนไทยเกี่ยวกับศึกบางระจัน ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นพระผู้ทรงคุณวุฒิด้านเครื่องรางของขลัง วิชาอาคม และการปลุกขวัญกำลังใจ ชาวบ้านบางระจันจึงนิมนต์ท่านไปเป็นที่พึ่งทางใจในการต่อสู้กับกองทัพพม่า ความสำคัญของวัดพระอาจารย์ธรรมโชติจึงไม่ได้อยู่เพียงความงามของสถานที่บนเขา แต่ยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่ให้ผู้คนรำลึกถึงพระสงฆ์ผู้มีบทบาทต่อจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ความกล้าหาญ และความสามัคคีของชาวบ้านในอดีต
เขานางบวชเป็นภูมิประเทศที่ทำให้วัดมีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะเห็นทางขึ้นเขาและบันได 249 ขั้น ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวใช้เดินขึ้นไปยังพื้นที่สำคัญบนยอดเขา การขึ้นบันไดนี้ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินเข้าสู่พื้นที่สงบเหนือชุมชนด้านล่าง ระหว่างทางสามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ลมบนเขา และความเงียบที่ค่อย ๆ แยกออกจากความวุ่นวายของถนนสายหลัก ผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันไดสามารถใช้เส้นทางลาดยางขึ้นไปถึงวัดได้ ทำให้สถานที่แห่งนี้เข้าถึงได้ทั้งผู้สูงอายุ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไป
พระอาจารย์ธรรมโชติเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้วัดเขานางบวชมีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ก่อนเกี่ยวข้องกับศึกบางระจัน ท่านเป็นพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดเขานางบวช และได้รับความเคารพจากชาวบ้านด้วยความรู้ด้านกสิณ วิชาอาคม และเครื่องรางของขลัง เมื่อต่อมาชาวบ้านบางระจันต้องต่อสู้กับกองทัพพม่าในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา จึงได้นิมนต์ท่านไปอยู่ที่ค่ายบางระจัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ชาวบ้านผู้ลุกขึ้นป้องกันถิ่นฐานของตนเอง บทบาทของท่านจึงเป็นบทบาททางจิตวิญญาณมากกว่าการเป็นนักรบโดยตรง แต่เป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นและยืนหยัดต่อสู้ในสถานการณ์ยากลำบาก
เรื่องราวของพระอาจารย์ธรรมโชติทำให้วัดเขานางบวชเป็นสถานที่ที่ควรมาเยือนควบคู่กับแหล่งประวัติศาสตร์บางระจันในจังหวัดสิงห์บุรี เพราะทั้ง 2 พื้นที่เชื่อมโยงกันผ่านบุคคลเดียวกัน วัดเขานางบวชคือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการจำพรรษาและความทรงจำเดิมของพระอาจารย์ธรรมโชติ ส่วนบางระจันคือพื้นที่ที่ท่านไปเป็นศูนย์รวมขวัญกำลังใจในการศึก เมื่อผู้มาเยือนเข้าใจความเชื่อมโยงนี้ การไหว้พระที่วัดเขานางบวชจึงไม่ใช่เพียงการขอพร แต่เป็นการย้อนรำลึกถึงบทบาทของพระสงฆ์ในสังคมไทยยุคสงคราม ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้นำทางศรัทธา ที่พึ่งทางใจ และผู้รวบรวมขวัญของชุมชน
ภายใน วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้มาเยือนนิยมกราบไหว้สักการะ รอยพระพุทธบาทเป็นสัญลักษณ์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและเป็นปูชนียวัตถุที่มีความหมายลึกซึ้งในพุทธศาสนา การได้ขึ้นมาสักการะรอยพระพุทธบาทบนเขานางบวชจึงให้ความรู้สึกสงบและเป็นมงคล ผู้ที่เดินขึ้นบันไดมาด้วยตนเองมักรู้สึกว่าการกราบไหว้บนยอดเขามีความหมายมากขึ้น เพราะต้องใช้ความตั้งใจและความเพียรในการเดินทางขึ้นมาถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ด้านนอกวิหารมี เจดีย์หินแผ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากของวัด ลักษณะเป็นหินแผ่นบาง ๆ วางซ้อนกันเป็นรูปทรงเจดีย์ ขนาดไม่สูงมาก ตั้งอยู่ติดกับวิหาร ความงามของเจดีย์หินแผ่นไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โต แต่เกิดจากความเรียบง่ายและลักษณะการจัดวางที่แตกต่างจากเจดีย์ทั่วไป เจดีย์รูปแบบนี้ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้วัดเขานางบวช เพราะสะท้อนการใช้วัสดุธรรมชาติและคติการสร้างสิ่งสักการะอย่างเรียบง่ายแต่มีพลังทางศรัทธา ผู้ที่สนใจถ่ายภาพหรือศึกษารูปแบบศาสนวัตถุท้องถิ่นควรใช้เวลาเดินชมบริเวณนี้อย่างละเอียด
ในโบสถ์หลังใหม่มีรูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติให้ผู้ศรัทธาได้กราบไหว้ รูปปั้นนี้เป็นศูนย์รวมความเคารพของผู้ที่เดินทางมาตามรอยท่าน ภาพของพระอาจารย์ธรรมโชติในวัดช่วยทำให้ประวัติศาสตร์ที่เคยอยู่ในตำราและคำบอกเล่ากลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้มากขึ้น เมื่อผู้มาเยือนยืนอยู่ต่อหน้ารูปปั้นของท่าน จะสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของวัดเขานางบวชกับศึกชาวบ้านบางระจันได้ชัดเจนขึ้น และเข้าใจว่าทำไมชื่อของพระอาจารย์ธรรมโชติจึงยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะพระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญต่อขวัญกำลังใจของผู้คนในยามบ้านเมืองคับขัน
อุโบสถพระอาจารย์ธรรมโชติเป็นอาคารสำคัญอีกจุดหนึ่ง มีข้อมูลว่าบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในเคยประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายรวม 13 องค์ ซึ่งพระพุทธรูปเหล่านี้ล้วนเคยเสียหายจากการถูกตัดเศียร และภายหลังได้รับการบูรณะสร้างเศียรขึ้นใหม่ รายละเอียดนี้ทำให้วัดเขานางบวชมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปะ เพราะสะท้อนทั้งความเก่าแก่ของปูชนียวัตถุ การสูญเสียจากการลักลอบทำลายโบราณวัตถุ และความพยายามของชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งสำคัญภายในวัดให้คงอยู่ต่อไป
หน้าอุโบสถยังมีเสมาธรรมจักรหินสีเขียวขนาดใหญ่ 5 แผ่น สูงประมาณ 37 นิ้ว กว้างประมาณ 22 นิ้ว แม้ไม่มีลวดลายประดับ แต่ความเรียบของแผ่นหินกลับทำให้เห็นคุณค่าทางโบราณคดีและความสำคัญของพื้นที่ศาสนสถานได้อย่างชัดเจน เสมาธรรมจักรเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับคติพุทธศาสนาและการกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ของอุโบสถ การมีเสมาหินขนาดใหญ่เช่นนี้ทำให้ผู้สนใจศิลปกรรมและโบราณคดีควรแวะชม เพราะเป็นรายละเอียดที่ช่วยเสริมความเข้าใจว่าวัดเขานางบวชมีชั้นประวัติศาสตร์มากกว่าที่เห็นจากจุดชมวิวเพียงอย่างเดียว
อีกสิ่งสำคัญคือ หลวงพ่อแก่นจันทร์ พระพุทธรูปไม้ที่สร้างขึ้นในสมัยพระอาจารย์ธรรมโชติ เดิมประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ แต่ภายหลังเมื่อสร้างมณฑปใหม่เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ จึงได้ย้ายหลวงพ่อแก่นจันทร์ไปประดิษฐานภายในมณฑปด้วย พระพุทธรูปไม้เป็นปูชนียวัตถุที่มีคุณค่าทั้งในด้านศิลปกรรมและความศรัทธา เพราะสะท้อนภูมิปัญญาช่างพื้นถิ่น การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ และความผูกพันระหว่างพระพุทธรูปกับประวัติของพระอาจารย์ธรรมโชติ
บริเวณศาลาหลวงปู่ธรรมโชติยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางห้ามสมุทร และบางองค์เป็นพระทรงเครื่อง มีอายุประมาณ 600–700 ปี สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น พระพุทธรูปกลุ่มนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าวัดเขานางบวชมีความเก่าแก่และเกี่ยวข้องกับศิลปกรรมในช่วงเวลายาวนานก่อนยุครัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางห้ามสมุทรมีความหมายทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับการระงับภัยและความสงบ จึงเหมาะกับบรรยากาศของวัดที่เป็นพื้นที่แห่งการรำลึกถึงสงครามและการแสวงหาสันติในใจ
นอกจากปูชนียวัตถุสำคัญแล้ว วัดเขานางบวชยังมีตำนานเกี่ยวกับชื่อเขานางบวช เล่ากันว่าราว พ.ศ. 1826 มีหญิงชื่อชบา เป็นสนมแห่งพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย ได้ลาบวชและรักษาศีลอยู่ในถ้ำบนยอดเขาแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “เขานางบวช” เรื่องเล่านี้ทำให้พื้นที่วัดมีมิติของตำนานท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เพราะไม่ได้ผูกกับพระอาจารย์ธรรมโชติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคติเรื่องหญิงผู้ละทางโลกมารักษาศีลบนเขา ภาพของเขานางบวชจึงเป็นทั้งภูมิประเทศจริงและพื้นที่ทางจินตนาการของผู้คนในท้องถิ่น
เมื่อยืนอยู่บนยอดเขา นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ของอำเภอเดิมบางนางบวชได้อย่างกว้างไกล มองเห็นพื้นที่ราบ ทุ่งนา ชุมชน และเส้นทางคมนาคมในบริเวณใกล้เคียง ทิวทัศน์จากยอดเขาเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจ เพราะหลังจากเดินขึ้นบันได 249 ขั้นหรือเดินทางขึ้นด้วยทางลาดยางแล้ว จะได้รับรางวัลเป็นภาพภูมิประเทศที่เปิดโล่งและสงบ จุดชมวิวนี้เหมาะทั้งสำหรับการพักเหนื่อย ถ่ายภาพ และใช้เวลาสั้น ๆ ในการมองเห็นความกว้างของสุพรรณบุรีตอนบน
วัดเขานางบวชมีลักษณะเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีเจ้าอาวาสปัจจุบันคือพระอธิการวีระ จกฺกวโร บทบาทของวัดในปัจจุบันยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน เป็นสถานที่ทำบุญ ไหว้พระ ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และเป็นจุดท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องพระอาจารย์ธรรมโชติและศึกบางระจัน วัดจึงทำหน้าที่ทั้งในฐานะศาสนสถานและแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย วัดพระอาจารย์ธรรมโชติควรอยู่ในเส้นทางเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสงครามไทย–พม่าและค่ายบางระจัน แม้ว่าตัวค่ายบางระจันจะอยู่ในจังหวัดสิงห์บุรี แต่เรื่องราวของพระอาจารย์ธรรมโชติทำให้วัดเขานางบวชในสุพรรณบุรีมีความเกี่ยวข้องโดยตรง ผู้ที่มาเยือนวัดนี้จะได้เห็นต้นทางของความทรงจำเกี่ยวกับพระสงฆ์ผู้ถูกนิมนต์ไปเป็นขวัญกำลังใจแก่ชาวบ้านบางระจัน จึงเหมาะสำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบเชื่อมพื้นที่มากกว่าการมองเหตุการณ์ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเท่านั้น
วัดแห่งนี้ยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายถ่ายภาพ เพราะเส้นทางขึ้นเขา บันได 249 ขั้น วิหาร เจดีย์หินแผ่น และมุมมองจากยอดเขาช่วยสร้างองค์ประกอบภาพที่หลากหลาย ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายภาพและเดินชม เพราะแดดไม่แรงเกินไป ลมบนเขามักช่วยให้บรรยากาศสบายขึ้น ส่วนช่วงกลางวันอาจร้อนและควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะผู้ที่เลือกเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ทางลาดยาง
ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรเลือกใช้ทางลาดยางขึ้นถึงวัดมากกว่าการเดินขึ้นบันได 249 ขั้น ส่วนผู้ที่ต้องการเดินขึ้นควรสวมรองเท้าที่กระชับ ไม่ลื่น และเดินด้วยจังหวะสบาย ไม่เร่งรีบ บันไดบนเขาแม้ไม่ได้ยาวมากเมื่อเทียบกับวัดภูเขาขนาดใหญ่ แต่ก็ต้องใช้แรงและควรระวังในวันที่ฝนตกหรือพื้นเปียก การเดินขึ้นด้วยความสำรวมและมีสติยังสอดคล้องกับบรรยากาศของวัดที่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ระลึกถึงพระอาจารย์ธรรมโชติ
ด้านมารยาทในการเยี่ยมชม ควรแต่งกายสุภาพเหมาะสมกับการเข้าวัด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายสิ่งก่อสร้าง ไม่สัมผัสโบราณวัตถุหรือพระพุทธรูปโดยไม่จำเป็น และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับศาสนสถาน หากมีผู้มาปฏิบัติธรรม สวดมนต์ หรือทำบุญ ควรเว้นระยะและให้ความเคารพ วัดเขานางบวชเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและวัดที่มีชีวิตของชุมชน การมาเยือนจึงควรรักษาความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ไว้เสมอ
การเดินทาง ไปวัดพระอาจารย์ธรรมโชติหรือวัดเขานางบวชสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าไปทางอำเภอเดิมบางนางบวช ระยะทางประมาณ 51 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 138–139 จะมีทางแยกเข้าสู่เส้นทางขึ้นเขานางบวช จากนั้นสามารถขับรถตามทางลาดยางขึ้นไปถึงบริเวณวัด หรือจอดรถด้านล่างแล้วเดินขึ้นบันได 249 ขั้นไปยังยอดเขาได้ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบวันเดียวจากตัวเมืองสุพรรณบุรี หรือจัดเป็นส่วนหนึ่งของทริปสุพรรณบุรีตอนบน
ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางบางบัวทอง–สุพรรณบุรี หรือเส้นทางนครปฐม–สุพรรณบุรีเข้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 340 ผ่านอำเภอสามชุกและเดิมบางนางบวช ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมงตามสภาพการจราจร หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารมายังอำเภอเดิมบางนางบวช แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างไปยังวัด แต่การเที่ยวหลายแห่งในพื้นที่จะสะดวกกว่าหากใช้รถยนต์ส่วนตัว
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะคือจัดวัดพระอาจารย์ธรรมโชติร่วมกับวัดหัวเขา บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ วัดเดิมบาง วัดขวางเวฬุวัน และตลาดสามชุก 100 ปี หากมีเวลา 1 วัน สามารถเริ่มจากวัดพระอาจารย์ธรรมโชติในช่วงเช้าเพื่อไหว้พระและชมวิว จากนั้นเดินทางต่อไปยังบึงฉวากเพื่อชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหรือสวนสัตว์ แล้วปิดท้ายที่ตลาดท้องถิ่นหรือวัดใกล้เคียง เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบเที่ยววัด ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และชุมชนในทริปเดียว
สำหรับชาวต่างชาติ วัดพระอาจารย์ธรรมโชติเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายบทบาทของพระสงฆ์ไทยในบริบทประวัติศาสตร์ได้ดี พระอาจารย์ธรรมโชติไม่ได้เป็นเพียงพระในวัดบนเขา แต่เป็นบุคคลที่ชาวบ้านบางระจันนิมนต์ไปเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับพม่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าพระสงฆ์ในสังคมไทยมีบทบาทมากกว่าการประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนในยามวิกฤต การได้มาเยือนวัดนี้จึงช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และความกล้าหาญของชาวบ้านไทยในอดีตได้ชัดเจนขึ้น
โดยสรุป วัดพระอาจารย์ธรรมโชติหรือวัดเขานางบวชเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ควรค่าแก่การแวะชมอย่างละเอียด จุดเด่นอยู่ที่ความเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์ธรรมโชติแห่งศึกชาวบ้านบางระจัน วิหารที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท เจดีย์หินแผ่น รูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เสมาธรรมจักรหินสีเขียว บันได 249 ขั้น และจุดชมวิวบนยอดเขา หากต้องการสัมผัสวัดที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ศรัทธา และทิวทัศน์งดงาม วัดแห่งนี้คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดในสุพรรณบุรีตอนบน
| ชื่อสถานที่ | วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ / วัดเขานางบวช / วัดเขาขึ้น |
| ที่ตั้ง | ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ไฮไลต์ | วัดบนเขานางบวชที่เกี่ยวข้องกับพระอาจารย์ธรรมโชติแห่งศึกชาวบ้านบางระจัน มีบันได 249 ขั้น วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ รอยพระพุทธบาท เจดีย์หินแผ่น และจุดชมวิวอำเภอเดิมบางนางบวช |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดที่พระอาจารย์ธรรมโชติใช้จำพรรษา สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2308 และเกี่ยวข้องกับความทรงจำเรื่องศึกชาวบ้านบางระจันช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเขานางบวชเกี่ยวข้องกับตำนานหญิงชื่อชบา สนมแห่งพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย ที่ลาบวชและรักษาศีลอยู่ในถ้ำบนยอดเขาแห่งนี้ |
| ลักษณะเด่น | มีทางลาดยางขึ้นถึงวัดและมีบันไดขึ้นเขา 249 ขั้น สามารถชมวิวอำเภอเดิมบางนางบวชได้กว้างไกลจากยอดเขา |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ รอยพระพุทธบาท เจดีย์หินแผ่น รูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ อุโบสถพระอาจารย์ธรรมโชติ พระพุทธรูปหินทราย 13 องค์ เสมาธรรมจักรหินสีเขียว หลวงพ่อแก่นจันทร์ และพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางห้ามสมุทร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ระยะทางประมาณ 51 กม. บริเวณกิโลเมตรที่ 138–139 เข้าสู่ทางขึ้นเขานางบวช สามารถขับรถขึ้นทางลาดยางถึงวัดหรือเดินขึ้นบันได 249 ขั้นได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าทำบุญ ไหว้พระ ศึกษาประวัติพระอาจารย์ธรรมโชติ และชมวิวตามเวลาทำการ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ทางลาดยางขึ้นวัด บันไดขึ้นเขา พื้นที่จอดรถ จุดสักการะ วิหาร อุโบสถ ศาลา และจุดชมวิว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนบันไดขึ้นเขา 249 ขั้น โซนวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติและรอยพระพุทธบาท โซนเจดีย์หินแผ่น โซนอุโบสถพระอาจารย์ธรรมโชติ โซนมณฑปและรูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ โซนจุดชมวิวบนยอดเขา |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการวีระ จกฺกวโร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดหัวเขา ประมาณ 6 กม. 2. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 8 กม. 3. วัดเดิมบาง ประมาณ 9 กม. 4. วัดขวางเวฬุวัน ประมาณ 15 กม. 5. ตลาดสามชุก 100 ปี ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวไม้งาม อำเภอเดิมบางนางบวช ประมาณ 8 กม. โทร. 098-414-8405 2. ครัวชวนชม ลมโชย ประมาณ 8 กม. โทร. 082-721-7760 3. สวนอาหารปลาบึง บึงฉวาก ประมาณ 8 กม. 4. บึงฉวากตำแซ่บ ประมาณ 8 กม. 5. ร้านอาหารบริเวณตลาดสามชุก 100 ปี ประมาณ 22 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บึงฉวากรีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 035-430-099, 080-583-8388 2. เดิมบางวิลล่า ประมาณ 9 กม. โทร. 083-316-9557, 081-350-0831 3. ท่าจีนริเวอร์โฮม ประมาณ 12 กม. 4. ธารระรินวิลล่า ประมาณ 12 กม. 5. 111 Resort & Spa ประมาณ 20 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระอาจารย์ธรรมโชติอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ หรือวัดเขานางบวช ตั้งอยู่ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 51 กิโลเมตร
ถาม: วัดพระอาจารย์ธรรมโชติเกี่ยวข้องกับชาวบ้านบางระจันอย่างไร?
ตอบ: พระอาจารย์ธรรมโชติเป็นพระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญด้านขวัญกำลังใจในศึกชาวบ้านบางระจัน ชาวบ้านบางระจันได้นิมนต์ท่านไปเป็นที่พึ่งทางใจในการต่อสู้กับพม่า
ถาม: วัดพระอาจารย์ธรรมโชติมีบันไดกี่ขั้น?
ตอบ: วัดมีบันไดขึ้นเขาจำนวน 249 ขั้น และยังมีทางลาดยางสำหรับขับรถขึ้นไปถึงบริเวณวัดได้
ถาม: ภายในวัดพระอาจารย์ธรรมโชติมีสิ่งสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญ ได้แก่ วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ รอยพระพุทธบาท เจดีย์หินแผ่น รูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ อุโบสถเก่า พระพุทธรูปหินทราย เสมาธรรมจักรหินสีเขียว และพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยอยุธยาตอนต้น
ถาม: วัดพระอาจารย์ธรรมโชติเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศึกบางระจัน วัดบนเขา จุดชมวิว พระพุทธรูปเก่าแก่ และการเที่ยวสุพรรณบุรีตอนบนแบบสงบ
ถาม: เดินทางไปวัดพระอาจารย์ธรรมโชติอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ไปทางอำเภอเดิมบางนางบวช บริเวณกิโลเมตรที่ 138–139 แล้วเข้าสู่ทางขึ้นเขานางบวช สามารถขับรถขึ้นทางลาดยางหรือเดินขึ้นบันไดได้
ถาม: ไปวัดพระอาจารย์ธรรมโชติควรเที่ยวคู่กับที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวคู่กับวัดหัวเขา บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ วัดเดิมบาง วัดขวางเวฬุวัน และตลาดสามชุก 100 ปีได้
ถาม: ช่วงเวลาใดเหมาะกับการเที่ยววัดพระอาจารย์ธรรมโชติ?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่เหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัด เหมาะกับการเดินขึ้นบันได ไหว้พระ และชมวิวบนยอดเขา
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




