หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.อู่ทอง >ต.จรเข้สามพัน > คอกช้างดิน
TL;DR: คอกช้างดิน อยู่ที่ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. จุดเด่นคือ เป็นแหล่งโบราณคดีในป่าใกล้เมือง มีภูเขาขนาดเล็ก ป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่รวก และพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงบรรยากาศสงบ.
คอกช้างดิน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
คอกช้างดิน สมัยทวารวดี อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่วนอุทยานพุม่วง ตำบลจระเข้สามพัน จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวมธรรมชาติ ป่าใกล้เมือง ภูเขาขนาดเล็ก ร่องรอยพิธีกรรมโบราณ และประวัติศาสตร์ของเมืองอู่ทองไว้ในพื้นที่เดียว แม้ปัจจุบันสภาพธรรมชาติรอบพื้นที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามการขยายตัวของชุมชนและที่อยู่อาศัย แต่คอกช้างดินยังคงมีคุณค่าในฐานะหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในอดีตกับช้างป่า พื้นที่ป่า ภูเขา และความเชื่อในสมัยทวารวดี
คอกช้างดินเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โบราณคดี ธรรมชาติ และสถานที่เงียบสงบที่ไม่พลุกพล่าน ลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาขนาดเล็กอยู่ใกล้ตัวอำเภออู่ทอง มีป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่รวก เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ลานหิน และพื้นที่ทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่โดยรอบ ความสวยงามของที่นี่อาจไม่ได้โดดเด่นแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่เสน่ห์ของคอกช้างดินอยู่ที่ความสงบ ความเป็นส่วนตัว ความเรียบง่าย และบรรยากาศของป่าใกล้เมืองที่ยังให้ความรู้สึกปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการพักใจจากพื้นที่เมือง
พื้นที่คอกช้างดินตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานพุม่วง หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร การเดินทางเข้าถึงใช้ทางหลวงหมายเลข 321 ช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 อีกประมาณ 500 เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงทางขวามือ เมื่อเข้าสู่พื้นที่ นักท่องเที่ยวจะพบที่ทำการวนอุทยาน เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ และเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญต่าง ๆ รวมถึงคอกช้างดิน ฐานวิหารศิลาแลง และน้ำตกพุม่วง
คอกช้างดินในพื้นที่พุม่วงเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโบราณสถานสมัยทวารวดี มีอายุราว 1,500 ปี โดยลักษณะสำคัญเป็นคันดินหรือแนวคอกที่ใช้ประโยชน์เกี่ยวข้องกับช้างป่าในอดีต พื้นที่นี้แสดงให้เห็นว่าช้างมีบทบาทสำคัญต่อสังคมโบราณ ไม่เพียงในฐานะสัตว์กำลังแรงงานหรือสัตว์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม การควบคุมพื้นที่ป่า และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับภูมิประเทศธรรมชาติ การมีคอกช้างดินอยู่ในพื้นที่อู่ทองจึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อเมืองโบราณอู่ทองว่าไม่ได้เป็นเพียงเมืองการค้า ศาสนา หรือศูนย์กลางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังมีระบบพื้นที่ป่าและพื้นที่พิธีกรรมอยู่รอบเมืองด้วย
อู่ทองเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย มีหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับสมัยทวารวดี ทั้งเมืองโบราณ โบราณสถาน ศิลปวัตถุ ภาชนะดินเผา เหรียญเงิน จารึก และวัตถุเกี่ยวข้องกับศาสนา เมื่อพิจารณาคอกช้างดินร่วมกับแหล่งโบราณคดีอื่นในอู่ทอง จะเห็นได้ว่าพื้นที่นี้เคยมีระบบชุมชนที่ซับซ้อน มีความเชื่อ มีการจัดการทรัพยากร และมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศโดยรอบอย่างลึกซึ้ง คอกช้างดินจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงคันดินเก่าในป่าเท่านั้น
นอกจากคอกช้างดินแล้ว ภายในพื้นที่ยังมีฐานวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดี ซึ่งสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับพิธีบวงสรวงหรือพิธีกรรมก่อนการคล้องช้างป่า การตั้งอยู่ใกล้กันของคอกช้างดินและฐานวิหารศิลาแลงทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายทางประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะสะท้อนว่าในอดีตการจัดการช้างป่าอาจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือการใช้แรงงาน แต่มีมิติด้านพิธีกรรม ความเชื่อ และการขอขมาธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ภูมิประเทศบริเวณคอกช้างดินเป็นภูเขาขนาดเล็กและป่าใกล้เมือง ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบมีชุมชนและที่อยู่อาศัยมากขึ้น ทำให้ความเป็นธรรมชาติบางส่วนลดลงเมื่อเทียบกับอดีต อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้คุณค่าของพื้นที่หายไป ตรงกันข้ามกลับทำให้คอกช้างดินมีความน่าสนใจในอีกมิติหนึ่ง คือเป็นตัวอย่างของแหล่งโบราณคดีที่อยู่ร่วมกับชุมชนปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นการเปลี่ยนผ่านของภูมิทัศน์จากป่าธรรมชาติสู่ชุมชนเมือง และเห็นความจำเป็นของการดูแลแหล่งประวัติศาสตร์ในพื้นที่ที่ยังมีคนใช้ชีวิตอยู่รอบข้าง
สำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ บริเวณคอกช้างดินและวนอุทยานพุม่วงยังมีบรรยากาศร่มรื่นในหลายช่วงของปี โดยเฉพาะฤดูฝนและช่วงหลังฝน พื้นที่ป่าเบญจพรรณจะมีความสดชื่นมากขึ้น พรรณไม้ผลิใบ น้ำในลำห้วยและน้ำตกอาจปรากฏให้เห็นบางปีตามปริมาณฝน น้ำตกพุม่วงซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกันมีทั้งหมด 5 ชั้น และมีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน แม้บางปีอาจมีน้ำน้อยหรือไม่มีน้ำต่อเนื่องตลอดฤดูกาล แต่เส้นทางที่เชื่อมโยงน้ำตก คอกช้างดิน และฐานศิลาแลงยังคงเป็นเส้นทางเดินที่มีคุณค่าด้านธรรมชาติและการเรียนรู้
เส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในวนอุทยานพุม่วงมีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางสามารถพบพรรณไม้ในกลุ่มป่าเบญจพรรณและป่าไผ่ เช่น มะค่า ไผ่ จันทน์กะพ้อ จันทน์ผา ปรง และพืชพื้นถิ่นอื่น ๆ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินป่าเบา ๆ ไม่หนักเกินไป และเหมาะกับการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศป่าใกล้เมือง การใช้พื้นที่ป่าในอดีต และร่องรอยโบราณคดีที่กระจายอยู่ตามแนวเขา
บริเวณลานหินและเทือกเขาพระเป็นอีกส่วนที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้คอกช้างดินและวนอุทยานพุม่วง ลานหินมีลักษณะเป็นก้อนหินน้อยใหญ่เรียงสลับกันตามธรรมชาติ บางบริเวณรวมตัวเป็นชั้นหิน มีต้นปรงและพืชทนแล้งขึ้นสลับอยู่ตามช่องหิน ภูมิทัศน์แบบนี้เหมาะกับการเดินชม ถ่ายภาพ และสังเกตธรรมชาติอย่างช้า ๆ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ ของหิน พืช และพื้นที่ลาดชันเป็นสิ่งที่ทำให้ป่าใกล้เมืองแห่งนี้แตกต่างจากสวนสาธารณะหรือแหล่งท่องเที่ยวในเมืองทั่วไป
ข้อดีสำคัญของคอกช้างดินคือเป็นสถานที่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสงบ ต้องการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ และต้องการพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวหลักของสุพรรณบุรี ความเงียบของสถานที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลากับธรรมชาติและประวัติศาสตร์อย่างตั้งใจ นักเดินทางสายช้า นักถ่ายภาพ นักอ่านประวัติศาสตร์ และผู้ที่ชอบสถานที่ไม่พลุกพล่านจะพบว่าที่นี่มีบรรยากาศเฉพาะตัว
พื้นที่ที่ทำการวนอุทยานมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล มีบ้านพักของเจ้าหน้าที่อยู่บนยอดเขา และมีพื้นที่ที่สามารถติดต่อสอบถามเรื่องการตั้งแคมป์หรือพักแรมได้ ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า เตรียมอาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย ยาประจำตัว อุปกรณ์กันยุง และอุปกรณ์แคมป์ปิ้งไปเอง เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่มีร้านค้าและบริการครบถ้วน การตั้งแคมป์ที่นี่เหมาะกับผู้ที่ชอบบรรยากาศเงียบ ปลอดภัย เรียบง่าย และเคารพธรรมชาติ
การเดินทาง ไปคอกช้างดินและวนอุทยานพุม่วงสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 321 มุ่งหน้าอำเภออู่ทอง เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 ให้เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร จะพบทางเข้าวนอุทยานอยู่ทางขวามือ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางบางบัวทอง-สุพรรณบุรี แล้วต่อไปยังอำเภออู่ทองได้ เส้นทางนี้เหมาะกับการจัดทริปครึ่งวันหรือเต็มวันร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง วัดเขาทำเทียม วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม และแหล่งโบราณคดีอื่นในเขตอู่ทอง
การเที่ยวคอกช้างดินควรใช้วิธีเดินช้า ๆ และให้เวลากับพื้นที่มากกว่าการแวะถ่ายรูปแล้วกลับ เพราะคุณค่าของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่ความอลังการ แต่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของคันดิน โบราณสถาน พรรณไม้ เสียงป่า ลานหิน และบรรยากาศของพื้นที่ที่กำลังอยู่ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือเหยียบย่ำแนวโบราณสถานโดยไม่จำเป็น ไม่ขีดเขียน ไม่เก็บวัตถุใด ๆ ออกจากพื้นที่ และไม่ทิ้งขยะ เพื่อช่วยให้แหล่งเรียนรู้แห่งนี้คงอยู่ต่อไป
หากมองในภาพรวม คอกช้างดินเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงลึกมากกว่าเที่ยวแบบฉาบฉวย เพราะเป็นจุดที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองโบราณอู่ทองกับภูมิประเทศโดยรอบ เห็นบทบาทของช้างในอดีต เห็นความเชื่อเรื่องพิธีกรรม และเห็นการเปลี่ยนแปลงของป่าใกล้เมืองในยุคปัจจุบัน ความเงียบสงบของที่นี่จึงไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่ให้ผู้เดินทางได้อ่านประวัติศาสตร์จากภูมิทัศน์จริง
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือผู้ที่เดินทางมาสุพรรณบุรีเป็นครั้งแรก คอกช้างดินควรจัดอยู่ในเส้นทางเที่ยวอู่ทองร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของเมืองโบราณ จากนั้นจึงเดินทางมายังคอกช้างดินเพื่อเห็นพื้นที่ธรรมชาติและร่องรอยโบราณสถานที่อยู่รอบเมือง การเที่ยวแบบนี้จะช่วยให้เข้าใจอู่ทองได้ครบทั้งด้านพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และภูมิทัศน์จริง
คอกช้างดินจึงเป็นมากกว่าสถานที่เล็ก ๆ ในป่าใกล้เมือง แต่เป็นหลักฐานที่ช่วยเล่าเรื่องเมืองอู่ทองในมิติที่ลึกขึ้น เป็นจุดหมายสำหรับคนที่สนใจวัฒนธรรมทวารวดี ธรรมชาติสงบ และการเดินทางที่ไม่จำเป็นต้องแสวงหาความตื่นตาตื่นใจเสมอไป หากต้องการสถานที่ที่เงียบ ปลอดภัย มีเรื่องให้ศึกษา และยังคงบรรยากาศส่วนตัว คอกช้างดินในวนอุทยานพุม่วงคือหนึ่งในจุดหมายที่ควรแวะเมื่อเดินทางมาอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
| ชื่อสถานที่ | คอกช้างดิน วนอุทยานพุม่วง |
| ที่ตั้ง | ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160 |
| ไฮไลต์ | คอกช้างดินสมัยทวารวดี ฐานวิหารศิลาแลง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป่าใกล้เมือง น้ำตกพุม่วง ลานหิน และบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการเรียนรู้ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี อายุราว 1,500 ปี เชื่อมโยงกับเมืองโบราณอู่ทองและพิธีกรรมเกี่ยวกับช้างป่า |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อคอกช้างดินมาจากลักษณะแนวคันดินหรือคอกโบราณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการช้างป่าในอดีต |
| ลักษณะเด่น | เป็นแหล่งโบราณคดีในป่าใกล้เมือง มีภูเขาขนาดเล็ก ป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่รวก และพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงบรรยากาศสงบ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 321 ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร ทางเข้าวนอุทยานอยู่ทางขวามือ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามเวลาที่ประกาศ มีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ ควรตรวจสอบสภาพเส้นทาง น้ำตก และการพักแรมก่อนเดินทาง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 16.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่ทำการวนอุทยาน เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ พื้นที่ติดต่อเรื่องตั้งแคมป์ และพื้นที่ธรรมชาติสำหรับการเรียนรู้ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ที่ทำการวนอุทยานพุม่วง 2. กลุ่มคอกช้างดินสมัยทวารวดี 3. ฐานวิหารศิลาแลง 4. เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1.5 กิโลเมตร 5. น้ำตกพุม่วง 5 ชั้น 6. ลานหินและพื้นที่เทือกเขาพระ 7. พื้นที่ติดต่อขอตั้งแคมป์และพักแรม |
| ผู้ดูแล | หัวหน้าวนอุทยานพุม่วง: นายปรารภ ปฐมเพทาย |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-943-5188, 089-948-3018 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจวนอุทยานพุม่วง จังหวัดสุพรรณบุรี และข้อมูลท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ประมาณ 6 กม. 2. วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ประมาณ 7 กม. 3. วัดเขาทำเทียม ประมาณ 8 กม. 4. แหล่งโบราณคดีเมืองโบราณอู่ทอง ประมาณ 8 กม. 5. อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารวันวาน อู่ทอง ประมาณ 6 กม. โทร. 061-381-6716 2. MaMo Cafe อู่ทอง ประมาณ 7 กม. โทร. 081-922-9456 3. A Life Cafe & Gallery ประมาณ 7 กม. โทร. 097-035-0815 4. The Little Hut by Tolo.Cafe ประมาณ 8 กม. 5. ร้านอาหารและคาเฟ่ย่านตัวอำเภออู่ทอง ประมาณ 6 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. จรเข้สามพันรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. 2. Pluluang Mansion ประมาณ 4 กม. 3. โรงแรมอู่ทอง ประมาณ 4 กม. 4. Tolopoti Hotel & Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 082-333-3308 5. ปุษยปุรี Pusayapuri Hotel ประมาณ 8 กม. โทร. 098-986-5000 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: คอกช้างดินอยู่ที่ไหน?
ตอบ: คอกช้างดินตั้งอยู่ในพื้นที่วนอุทยานพุม่วง หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ถาม: คอกช้างดินมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: คอกช้างดินเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการช้างป่า พิธีกรรม และภูมิทัศน์วัฒนธรรมรอบเมืองโบราณอู่ทอง
ถาม: คอกช้างดินเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรรมชาติสงบ ป่าใกล้เมือง และสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่พลุกพล่าน
ถาม: น้ำตกพุม่วงมีน้ำตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: น้ำตกพุม่วงมีน้ำให้เห็นบางปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและหลังฝน ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนในแต่ละปี
ถาม: สามารถตั้งแคมป์ที่คอกช้างดินหรือวนอุทยานพุม่วงได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตล่วงหน้าได้ และควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นไปเอง
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวคอกช้างดินนานเท่าไร?
ตอบ: หากเดินชมคอกช้างดิน ฐานวิหารศิลาแลง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ควรเผื่อเวลาประมาณครึ่งวัน
ถาม: เดินทางไปคอกช้างดินอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 321 ช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร ทางเข้าวนอุทยานอยู่ทางขวามือ
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปคอกช้างดิน?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าเดินป่าเบา ๆ น้ำดื่ม หมวก ยากันยุง และตรวจสอบสภาพเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




