หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.อู่ทอง >ต.จรเข้สามพัน > วนอุทยานพุม่วง
TL;DR: วนอุทยานพุม่วง อยู่ที่ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. จุดเด่นคือ เป็นป่าใกล้เมืองที่รวมธรรมชาติ โบราณคดี และร่องรอยวรรณคดีขุนช้างขุนแผนไว้ในพื้นที่เดียว.
วนอุทยานพุม่วง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
วนอุทยานพุม่วง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอำเภออู่ทอง ตั้งอยู่ในตำบลจระเข้สามพัน ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการเป็นป่าใกล้เมืองที่ยังคงมีภูมิทัศน์ของป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่รวก เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกพุม่วง คอกช้างดินสมัยทวารวดี ฐานวิหารศิลาแลง และร่องรอยวัฒนธรรมโบราณที่เชื่อมโยงกับเมืองอู่ทอง เมืองโบราณสำคัญในลุ่มน้ำท่าจีน วนอุทยานแห่งนี้จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ไกลเมืองมากนัก พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี พรรณไม้ และภูมิทัศน์ป่าเขาของสุพรรณบุรีในพื้นที่เดียว
วนอุทยานพุม่วงตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ประมาณ 1,725 ไร่ เส้นทางเข้าถึงค่อนข้างสะดวกจากทางหลวงหมายเลข 321 ช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงอยู่ทางขวามือ ภาพจำของพื้นที่แห่งนี้คือภูเขาขนาดย่อม ป่าโปร่ง เส้นทางเดินเท้าที่ไม่ยาวเกินไป และแหล่งโบราณคดีขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ในป่า ทำให้การเที่ยวพุม่วงมีทั้งมิติของการพักผ่อนและการเรียนรู้
สภาพพื้นที่ของวนอุทยานพุม่วงเป็นป่าเบญจพรรณสลับกับป่าไผ่รวก ลักษณะป่าในพื้นที่ไม่หนาทึบจนเดินยาก แต่ยังให้บรรยากาศร่มรื่นและสงบ เหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แดดไม่จัด ระหว่างเส้นทางจะพบพรรณไม้หลายชนิด เช่น มะค่า ไผ่ จันทน์กะพ้อ จันทน์ผา ปรง และไม้ป่าในกลุ่มป่าเบญจพรรณ นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติสามารถใช้เส้นทางนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องป่าใกล้เมือง การฟื้นตัวของธรรมชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างพรรณไม้กับภูมิประเทศหินปูนและภูเขาเตี้ยในอำเภออู่ทอง
เส้นทางศึกษาธรรมชาติของวนอุทยานพุม่วงมีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เป็นเส้นทางที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินป่าเบา ๆ ไม่หนักเท่าเส้นทางภูเขาสูง แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติจริง ระหว่างทางมีทั้งป่าไผ่ พรรณไม้เบญจพรรณ จุดชมพืชพื้นถิ่น และพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับแหล่งโบราณคดีสำคัญ เส้นทางนี้เหมาะกับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเบา ๆ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ
จุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ภายในวนอุทยานคือคอกช้างดินสมัยทวารวดี ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ มีอายุราว 1,500 ปี จำนวน 3 คอก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ คอกช้างดินเหล่านี้เป็นหลักฐานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่อู่ทองกับการจัดการช้างป่าในอดีต บริเวณนี้จึงมีความสำคัญทั้งในเชิงโบราณคดี ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวัฒนธรรมการใช้พื้นที่ป่าในสมัยโบราณ
ฐานวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดีเป็นอีกหลักฐานสำคัญที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน สันนิษฐานว่าเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงหรือพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคล้องช้างป่า การมีทั้งคอกช้างดินและฐานวิหารศิลาแลงอยู่ใกล้กันทำให้วนอุทยานพุม่วงมีความโดดเด่นกว่าสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้มาเห็นเพียงป่า น้ำตก หรือเส้นทางเดินเท้าเท่านั้น แต่ยังได้เห็นร่องรอยการใช้พื้นที่ของผู้คนในอดีตที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ความเชื่อ และการดำรงชีวิตเข้าด้วยกัน
น้ำตกพุม่วงเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของวนอุทยาน มีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจในเชิงวรรณคดีและภูมิศาสตร์วัฒนธรรม น้ำตกมีทั้งหมด 5 ชั้น ตลอดเส้นทางที่น้ำไหลผ่านจะผ่านจุดที่น่าสนใจ เช่น คอกช้างดินและฐานศิลาแลง นักท่องเที่ยวที่เดินตามเส้นทางขึ้นไปยังพื้นที่น้ำตกจึงได้สัมผัสทั้งธรรมชาติและแหล่งโบราณคดีในเส้นทางเดียว
น้ำตกพุม่วงเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับน้ำตกในอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ แต่มีเสน่ห์เฉพาะตัวในฐานะน้ำตกใกล้เมืองอู่ทองที่เดินเข้าถึงได้ไม่ยาก บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าโปร่ง มีโขดหิน ลานหิน และชั้นน้ำตกที่เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ การถ่ายภาพ และการพักผ่อนแบบสงบ ช่วงที่มีน้ำมากจะให้บรรยากาศสดชื่นเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพน้ำก่อนเดินทาง เพราะน้ำตกในพื้นที่ป่าเบญจพรรณมักขึ้นอยู่กับฤดูกาลและปริมาณฝน
เมื่อเดินขึ้นไปบนเทือกเขาพระ นักท่องเที่ยวจะพบพันธุ์ไม้น่าสนใจหลายชนิด เช่น จันทน์กะพ้อและปรงเผือก รวมถึงลานหินที่มีก้อนหินน้อยใหญ่วางสลับกัน บางจุดมีลักษณะเป็นเชิงชั้นตามธรรมชาติ มีต้นปรงขึ้นสลับอยู่ตามช่องหิน ภูมิทัศน์แบบนี้ทำให้พุม่วงเป็นป่าใกล้เมืองที่มีเอกลักษณ์ เพราะรวมทั้งพืชหายาก ลานหิน น้ำตก โบราณสถาน และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไว้ในพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มาก
ความน่าสนใจของวนอุทยานพุม่วงยังอยู่ที่ความสัมพันธ์กับเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทองเป็นพื้นที่ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีจำนวนมาก ทั้งเมืองโบราณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง โบราณสถาน วัดบนภูเขา และเส้นทางวัฒนธรรมทวารวดี วนอุทยานพุม่วงจึงสามารถจัดรวมเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติได้อย่างลงตัว โดยเริ่มจากแหล่งเรียนรู้ในตัวอำเภออู่ทอง แล้วต่อด้วยการเดินศึกษาธรรมชาติที่พุม่วง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรม วนอุทยานพุม่วงเป็นพื้นที่ที่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์จำเป็น และของใช้ส่วนตัวไปเอง เนื่องจากพื้นที่ภายในไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ บรรยากาศของที่นี่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย เคารพธรรมชาติ และใช้เวลาอย่างสงบ มากกว่าการเที่ยวแบบมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเหมือนแหล่งท่องเที่ยวในเมือง
การเดินทาง จากตัวเมืองสุพรรณบุรีให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 321 มุ่งหน้าอำเภออู่ทอง เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 ให้เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3342 อีกประมาณ 500 เมตร จากนั้นจะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงทางขวามือ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางบางบัวทอง-สุพรรณบุรี แล้วต่อมายังอำเภออู่ทองได้ การใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง วัดเขาทำเทียม วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม และแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภออู่ทองได้ในวันเดียว
การเที่ยววนอุทยานพุม่วงควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดิน เสื้อตัวเบา หมวก น้ำดื่ม และยากันยุง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติเต็มระยะทาง ควรเริ่มเดินในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่เพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัด และควรหลีกเลี่ยงการเดินออกนอกเส้นทางหลัก เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นป่า ลานหิน และภูมิประเทศลาดชัน
ในเชิงการท่องเที่ยว วนอุทยานพุม่วงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มครอบครัวสามารถมาเดินเล่นและเรียนรู้ธรรมชาติ กลุ่มนักเรียนสามารถใช้พื้นที่เป็นห้องเรียนกลางแจ้งเรื่องป่าเบญจพรรณและประวัติศาสตร์ทวารวดี กลุ่มนักถ่ายภาพสามารถเก็บภาพลานหิน ป่าไผ่ และน้ำตก ส่วนผู้สนใจวรรณคดีไทยจะได้เชื่อมโยงสถานที่จริงกับชื่อที่ปรากฏในวรรณกรรมขุนช้างขุนแผน ซึ่งเป็นวรรณกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเมืองสุพรรณบุรี
จุดเด่นที่ทำให้วนอุทยานพุม่วงแตกต่างจากแหล่งธรรมชาติทั่วไปคือการมีเรื่องเล่าหลายชั้นในพื้นที่เดียว เริ่มจากชั้นธรรมชาติของป่า น้ำตก ลานหิน และพรรณไม้ ต่อด้วยชั้นประวัติศาสตร์จากคอกช้างดินและฐานวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดี และชั้นวรรณคดีจากชื่อที่เกี่ยวข้องกับขุนช้างขุนแผน ความหลากหลายนี้ทำให้การเดินในพื้นที่พุม่วงไม่ได้เป็นเพียงการพักผ่อน แต่เป็นการอ่านภูมิทัศน์ของสุพรรณบุรีผ่านธรรมชาติ โบราณคดี และวัฒนธรรม
หากต้องการเที่ยวให้ครบ ควรวางแผนอย่างน้อยครึ่งวันสำหรับวนอุทยานพุม่วง โดยเริ่มจากที่ทำการ เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แวะชมคอกช้างดิน ฐานวิหารศิลาแลง และน้ำตกพุม่วง จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในอำเภออู่ทอง การเที่ยวลักษณะนี้จะทำให้เข้าใจพื้นที่อู่ทองได้รอบด้าน ทั้งในฐานะเมืองโบราณ พื้นที่ธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดสุพรรณบุรี
วนอุทยานพุม่วงจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ ไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวควรให้เวลากับเส้นทางเดิน ชมรายละเอียดของต้นไม้ หิน น้ำ และร่องรอยโบราณสถานอย่างตั้งใจ เพราะความงามของพุม่วงไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่อลังการ แต่อยู่ที่การรวมตัวของธรรมชาติใกล้เมืองกับหลักฐานทางวัฒนธรรมที่มีอายุนับพันปี ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวอู่ทอง สุพรรณบุรี
| ชื่อสถานที่ | วนอุทยานพุม่วง |
| ที่ตั้ง | ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160 |
| ไฮไลต์ | เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1.5 กิโลเมตร น้ำตกพุม่วง 5 ชั้น คอกช้างดินสมัยทวารวดี ฐานวิหารศิลาแลง ลานหิน ป่าเบญจพรรณ และป่าไผ่รวก |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีคอกช้างดินสมัยทวารวดี อายุราว 1,500 ปี และฐานวิหารศิลาแลงที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมโบราณ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อพุม่วงสัมพันธ์กับพื้นที่ป่าเขาและน้ำตกพุม่วง ซึ่งเป็นจุดธรรมชาติสำคัญภายในวนอุทยาน |
| ลักษณะเด่น | เป็นป่าใกล้เมืองที่รวมธรรมชาติ โบราณคดี และร่องรอยวรรณคดีขุนช้างขุนแผนไว้ในพื้นที่เดียว |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 321 ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร ทางเข้าวนอุทยานอยู่ทางขวามือ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามเวลาที่ประกาศ โดยควรตรวจสอบสภาพเส้นทาง น้ำตก และการพักค้างแรมกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 16.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ พื้นที่ติดต่อเจ้าหน้าที่ และพื้นที่ธรรมชาติสำหรับการเรียนรู้ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ที่ทำการวนอุทยาน 2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1.5 กิโลเมตร 3. คอกช้างดินสมัยทวารวดี 4. ฐานวิหารศิลาแลง 5. น้ำตกพุม่วง 5 ชั้น 6. ลานหินและพื้นที่เทือกเขาพระ |
| ผู้ดูแล | หัวหน้าวนอุทยานพุม่วง: นายปรารภ ปฐมเพทาย |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-943-5188, 089-948-3018 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจวนอุทยานพุม่วง จังหวัดสุพรรณบุรี และข้อมูลท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ประมาณ 6 กม. 2. วัดเขาทำเทียม ประมาณ 8 กม. 3. วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ประมาณ 7 กม. 4. อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประมาณ 30 กม. 5. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 45 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารวันวาน อู่ทอง ประมาณ 6 กม. โทร. 061-381-6716 2. MaMo Cafe อู่ทอง ประมาณ 7 กม. โทร. 081-922-9456 3. A Life Cafe & Gallery ประมาณ 7 กม. โทร. 097-035-0815 4. The Little Hut by Tolo.Cafe ประมาณ 8 กม. 5. ร้านอาหารและคาเฟ่ย่านตัวอำเภออู่ทอง ประมาณ 6 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. จรเข้สามพันรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. 2. Pluluang Mansion ประมาณ 4 กม. 3. โรงแรมอู่ทอง ประมาณ 4 กม. 4. Tolopoti Hotel & Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 082-333-3308 5. ปุษยปุรี อู่ทอง ประมาณ 8 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานพุม่วงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วนอุทยานพุม่วงตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร
ถาม: วนอุทยานพุม่วงมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกพุม่วง คอกช้างดินสมัยทวารวดี ฐานวิหารศิลาแลง ลานหิน ป่าเบญจพรรณ และพรรณไม้ท้องถิ่น
ถาม: เส้นทางศึกษาธรรมชาติวนอุทยานพุม่วงยาวเท่าไร?
ตอบ: เส้นทางศึกษาธรรมชาติมีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
ถาม: น้ำตกพุม่วงมีกี่ชั้น?
ตอบ: น้ำตกพุม่วงมีทั้งหมด 5 ชั้น และมีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน
ถาม: วนอุทยานพุม่วงเกี่ยวข้องกับสมัยทวารวดีอย่างไร?
ตอบ: ภายในพื้นที่มีคอกช้างดินสมัยทวารวดีอายุราว 1,500 ปี และฐานวิหารศิลาแลงที่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมโบราณ
ถาม: วนอุทยานพุม่วงพักค้างแรมได้หรือไม่?
ตอบ: หากต้องการพักค้างแรมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า และควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นไปเอง
ถาม: เดินทางไปวนอุทยานพุม่วงอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 321 ช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานทางขวามือ
ถาม: ควรเที่ยววนอุทยานพุม่วงช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ส่วนช่วงหลังฝนเหมาะกับการชมบรรยากาศน้ำตกและความสดชื่นของป่า
มือถือ : 0819435188
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




