หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.อู่ทอง >ต.จรเข้สามพัน > วนอุทยานพุม่วง
TL;DR: วนอุทยานพุม่วง อยู่ที่ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. จุดเด่นคือ เป็นป่าใกล้เมืองที่รวมธรรมชาติ โบราณคดี และร่องรอยวรรณคดีขุนช้างขุนแผนไว้ในพื้นที่เดียว.

สุพรรณบุรี

วนอุทยานพุม่วง

วนอุทยานพุม่วง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
 
วนอุทยานพุม่วง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอำเภออู่ทอง ตั้งอยู่ในตำบลจระเข้สามพัน ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการเป็นป่าใกล้เมืองที่ยังคงมีภูมิทัศน์ของป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่รวก เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกพุม่วง คอกช้างดินสมัยทวารวดี ฐานวิหารศิลาแลง และร่องรอยวัฒนธรรมโบราณที่เชื่อมโยงกับเมืองอู่ทอง เมืองโบราณสำคัญในลุ่มน้ำท่าจีน วนอุทยานแห่งนี้จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ไกลเมืองมากนัก พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี พรรณไม้ และภูมิทัศน์ป่าเขาของสุพรรณบุรีในพื้นที่เดียว
 
วนอุทยานพุม่วงตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ประมาณ 1,725 ไร่ เส้นทางเข้าถึงค่อนข้างสะดวกจากทางหลวงหมายเลข 321 ช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงอยู่ทางขวามือ ภาพจำของพื้นที่แห่งนี้คือภูเขาขนาดย่อม ป่าโปร่ง เส้นทางเดินเท้าที่ไม่ยาวเกินไป และแหล่งโบราณคดีขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ในป่า ทำให้การเที่ยวพุม่วงมีทั้งมิติของการพักผ่อนและการเรียนรู้
 
สภาพพื้นที่ของวนอุทยานพุม่วงเป็นป่าเบญจพรรณสลับกับป่าไผ่รวก ลักษณะป่าในพื้นที่ไม่หนาทึบจนเดินยาก แต่ยังให้บรรยากาศร่มรื่นและสงบ เหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แดดไม่จัด ระหว่างเส้นทางจะพบพรรณไม้หลายชนิด เช่น มะค่า ไผ่ จันทน์กะพ้อ จันทน์ผา ปรง และไม้ป่าในกลุ่มป่าเบญจพรรณ นักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติสามารถใช้เส้นทางนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องป่าใกล้เมือง การฟื้นตัวของธรรมชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างพรรณไม้กับภูมิประเทศหินปูนและภูเขาเตี้ยในอำเภออู่ทอง
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติของวนอุทยานพุม่วงมีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เป็นเส้นทางที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินป่าเบา ๆ ไม่หนักเท่าเส้นทางภูเขาสูง แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติจริง ระหว่างทางมีทั้งป่าไผ่ พรรณไม้เบญจพรรณ จุดชมพืชพื้นถิ่น และพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับแหล่งโบราณคดีสำคัญ เส้นทางนี้เหมาะกับครอบครัว กลุ่มนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเบา ๆ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ
 
จุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ภายในวนอุทยานคือคอกช้างดินสมัยทวารวดี ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ มีอายุราว 1,500 ปี จำนวน 3 คอก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ คอกช้างดินเหล่านี้เป็นหลักฐานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่อู่ทองกับการจัดการช้างป่าในอดีต บริเวณนี้จึงมีความสำคัญทั้งในเชิงโบราณคดี ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวัฒนธรรมการใช้พื้นที่ป่าในสมัยโบราณ
 
ฐานวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดีเป็นอีกหลักฐานสำคัญที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน สันนิษฐานว่าเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงหรือพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคล้องช้างป่า การมีทั้งคอกช้างดินและฐานวิหารศิลาแลงอยู่ใกล้กันทำให้วนอุทยานพุม่วงมีความโดดเด่นกว่าสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้มาเห็นเพียงป่า น้ำตก หรือเส้นทางเดินเท้าเท่านั้น แต่ยังได้เห็นร่องรอยการใช้พื้นที่ของผู้คนในอดีตที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ความเชื่อ และการดำรงชีวิตเข้าด้วยกัน
 
น้ำตกพุม่วงเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของวนอุทยาน มีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจในเชิงวรรณคดีและภูมิศาสตร์วัฒนธรรม น้ำตกมีทั้งหมด 5 ชั้น ตลอดเส้นทางที่น้ำไหลผ่านจะผ่านจุดที่น่าสนใจ เช่น คอกช้างดินและฐานศิลาแลง นักท่องเที่ยวที่เดินตามเส้นทางขึ้นไปยังพื้นที่น้ำตกจึงได้สัมผัสทั้งธรรมชาติและแหล่งโบราณคดีในเส้นทางเดียว
 
น้ำตกพุม่วงเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับน้ำตกในอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ แต่มีเสน่ห์เฉพาะตัวในฐานะน้ำตกใกล้เมืองอู่ทองที่เดินเข้าถึงได้ไม่ยาก บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าโปร่ง มีโขดหิน ลานหิน และชั้นน้ำตกที่เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ การถ่ายภาพ และการพักผ่อนแบบสงบ ช่วงที่มีน้ำมากจะให้บรรยากาศสดชื่นเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพน้ำก่อนเดินทาง เพราะน้ำตกในพื้นที่ป่าเบญจพรรณมักขึ้นอยู่กับฤดูกาลและปริมาณฝน
 
เมื่อเดินขึ้นไปบนเทือกเขาพระ นักท่องเที่ยวจะพบพันธุ์ไม้น่าสนใจหลายชนิด เช่น จันทน์กะพ้อและปรงเผือก รวมถึงลานหินที่มีก้อนหินน้อยใหญ่วางสลับกัน บางจุดมีลักษณะเป็นเชิงชั้นตามธรรมชาติ มีต้นปรงขึ้นสลับอยู่ตามช่องหิน ภูมิทัศน์แบบนี้ทำให้พุม่วงเป็นป่าใกล้เมืองที่มีเอกลักษณ์ เพราะรวมทั้งพืชหายาก ลานหิน น้ำตก โบราณสถาน และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไว้ในพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มาก
 
ความน่าสนใจของวนอุทยานพุม่วงยังอยู่ที่ความสัมพันธ์กับเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทองเป็นพื้นที่ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีจำนวนมาก ทั้งเมืองโบราณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง โบราณสถาน วัดบนภูเขา และเส้นทางวัฒนธรรมทวารวดี วนอุทยานพุม่วงจึงสามารถจัดรวมเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติได้อย่างลงตัว โดยเริ่มจากแหล่งเรียนรู้ในตัวอำเภออู่ทอง แล้วต่อด้วยการเดินศึกษาธรรมชาติที่พุม่วง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรม วนอุทยานพุม่วงเป็นพื้นที่ที่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์จำเป็น และของใช้ส่วนตัวไปเอง เนื่องจากพื้นที่ภายในไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ บรรยากาศของที่นี่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย เคารพธรรมชาติ และใช้เวลาอย่างสงบ มากกว่าการเที่ยวแบบมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเหมือนแหล่งท่องเที่ยวในเมือง
 
การเดินทาง จากตัวเมืองสุพรรณบุรีให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 321 มุ่งหน้าอำเภออู่ทอง เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 ให้เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3342 อีกประมาณ 500 เมตร จากนั้นจะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงทางขวามือ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางบางบัวทอง-สุพรรณบุรี แล้วต่อมายังอำเภออู่ทองได้ การใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง วัดเขาทำเทียม วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม และแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภออู่ทองได้ในวันเดียว
 
การเที่ยววนอุทยานพุม่วงควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดิน เสื้อตัวเบา หมวก น้ำดื่ม และยากันยุง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติเต็มระยะทาง ควรเริ่มเดินในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่เพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัด และควรหลีกเลี่ยงการเดินออกนอกเส้นทางหลัก เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นป่า ลานหิน และภูมิประเทศลาดชัน
 
ในเชิงการท่องเที่ยว วนอุทยานพุม่วงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มครอบครัวสามารถมาเดินเล่นและเรียนรู้ธรรมชาติ กลุ่มนักเรียนสามารถใช้พื้นที่เป็นห้องเรียนกลางแจ้งเรื่องป่าเบญจพรรณและประวัติศาสตร์ทวารวดี กลุ่มนักถ่ายภาพสามารถเก็บภาพลานหิน ป่าไผ่ และน้ำตก ส่วนผู้สนใจวรรณคดีไทยจะได้เชื่อมโยงสถานที่จริงกับชื่อที่ปรากฏในวรรณกรรมขุนช้างขุนแผน ซึ่งเป็นวรรณกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเมืองสุพรรณบุรี
 
จุดเด่นที่ทำให้วนอุทยานพุม่วงแตกต่างจากแหล่งธรรมชาติทั่วไปคือการมีเรื่องเล่าหลายชั้นในพื้นที่เดียว เริ่มจากชั้นธรรมชาติของป่า น้ำตก ลานหิน และพรรณไม้ ต่อด้วยชั้นประวัติศาสตร์จากคอกช้างดินและฐานวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดี และชั้นวรรณคดีจากชื่อที่เกี่ยวข้องกับขุนช้างขุนแผน ความหลากหลายนี้ทำให้การเดินในพื้นที่พุม่วงไม่ได้เป็นเพียงการพักผ่อน แต่เป็นการอ่านภูมิทัศน์ของสุพรรณบุรีผ่านธรรมชาติ โบราณคดี และวัฒนธรรม
 
หากต้องการเที่ยวให้ครบ ควรวางแผนอย่างน้อยครึ่งวันสำหรับวนอุทยานพุม่วง โดยเริ่มจากที่ทำการ เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แวะชมคอกช้างดิน ฐานวิหารศิลาแลง และน้ำตกพุม่วง จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในอำเภออู่ทอง การเที่ยวลักษณะนี้จะทำให้เข้าใจพื้นที่อู่ทองได้รอบด้าน ทั้งในฐานะเมืองโบราณ พื้นที่ธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดสุพรรณบุรี
 
วนอุทยานพุม่วงจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ ไม่เร่งรีบ นักท่องเที่ยวควรให้เวลากับเส้นทางเดิน ชมรายละเอียดของต้นไม้ หิน น้ำ และร่องรอยโบราณสถานอย่างตั้งใจ เพราะความงามของพุม่วงไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่อลังการ แต่อยู่ที่การรวมตัวของธรรมชาติใกล้เมืองกับหลักฐานทางวัฒนธรรมที่มีอายุนับพันปี ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวอู่ทอง สุพรรณบุรี
 
ชื่อสถานที่วนอุทยานพุม่วง
ที่ตั้งตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่อยู่หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160
ไฮไลต์เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1.5 กิโลเมตร น้ำตกพุม่วง 5 ชั้น คอกช้างดินสมัยทวารวดี ฐานวิหารศิลาแลง ลานหิน ป่าเบญจพรรณ และป่าไผ่รวก
ประวัติ / สมัย / ยุคมีคอกช้างดินสมัยทวารวดี อายุราว 1,500 ปี และฐานวิหารศิลาแลงที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมโบราณ
ที่มาของชื่อชื่อพุม่วงสัมพันธ์กับพื้นที่ป่าเขาและน้ำตกพุม่วง ซึ่งเป็นจุดธรรมชาติสำคัญภายในวนอุทยาน
ลักษณะเด่นเป็นป่าใกล้เมืองที่รวมธรรมชาติ โบราณคดี และร่องรอยวรรณคดีขุนช้างขุนแผนไว้ในพื้นที่เดียว
การเดินทางจากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 321 ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร ทางเข้าวนอุทยานอยู่ทางขวามือ
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมตามเวลาที่ประกาศ โดยควรตรวจสอบสภาพเส้นทาง น้ำตก และการพักค้างแรมกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ09.00 – 16.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ พื้นที่ติดต่อเจ้าหน้าที่ และพื้นที่ธรรมชาติสำหรับการเรียนรู้
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ที่ทำการวนอุทยาน
2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1.5 กิโลเมตร
3. คอกช้างดินสมัยทวารวดี
4. ฐานวิหารศิลาแลง
5. น้ำตกพุม่วง 5 ชั้น
6. ลานหินและพื้นที่เทือกเขาพระ
ผู้ดูแลหัวหน้าวนอุทยานพุม่วง: นายปรารภ ปฐมเพทาย
เบอร์ติดต่อหลัก081-943-5188, 089-948-3018
เว็บไซต์ / เพจทางการเพจวนอุทยานพุม่วง จังหวัดสุพรรณบุรี และข้อมูลท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ประมาณ 6 กม.
2. วัดเขาทำเทียม ประมาณ 8 กม.
3. วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ประมาณ 7 กม.
4. อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประมาณ 30 กม.
5. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 45 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารวันวาน อู่ทอง ประมาณ 6 กม. โทร. 061-381-6716
2. MaMo Cafe อู่ทอง ประมาณ 7 กม. โทร. 081-922-9456
3. A Life Cafe & Gallery ประมาณ 7 กม. โทร. 097-035-0815
4. The Little Hut by Tolo.Cafe ประมาณ 8 กม.
5. ร้านอาหารและคาเฟ่ย่านตัวอำเภออู่ทอง ประมาณ 6 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. จรเข้สามพันรีสอร์ท ประมาณ 3 กม.
2. Pluluang Mansion ประมาณ 4 กม.
3. โรงแรมอู่ทอง ประมาณ 4 กม.
4. Tolopoti Hotel & Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 082-333-3308
5. ปุษยปุรี อู่ทอง ประมาณ 8 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานพุม่วงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วนอุทยานพุม่วงตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร
 
ถาม: วนอุทยานพุม่วงมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกพุม่วง คอกช้างดินสมัยทวารวดี ฐานวิหารศิลาแลง ลานหิน ป่าเบญจพรรณ และพรรณไม้ท้องถิ่น
 
ถาม: เส้นทางศึกษาธรรมชาติวนอุทยานพุม่วงยาวเท่าไร?
ตอบ: เส้นทางศึกษาธรรมชาติมีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
 
ถาม: น้ำตกพุม่วงมีกี่ชั้น?
ตอบ: น้ำตกพุม่วงมีทั้งหมด 5 ชั้น และมีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน
 
ถาม: วนอุทยานพุม่วงเกี่ยวข้องกับสมัยทวารวดีอย่างไร?
ตอบ: ภายในพื้นที่มีคอกช้างดินสมัยทวารวดีอายุราว 1,500 ปี และฐานวิหารศิลาแลงที่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมโบราณ
 
ถาม: วนอุทยานพุม่วงพักค้างแรมได้หรือไม่?
ตอบ: หากต้องการพักค้างแรมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า และควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นไปเอง
 
ถาม: เดินทางไปวนอุทยานพุม่วงอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 321 ช่วงกิโลเมตรที่ 128 และ 129 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ประมาณ 500 เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานทางขวามือ
 
ถาม: ควรเที่ยววนอุทยานพุม่วงช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ส่วนช่วงหลังฝนเหมาะกับการชมบรรยากาศน้ำตกและความสดชื่นของป่า

มือถือ : 0819435188

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(2)
วัด วัด(36)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
โรงละคร โรงละคร(1)