หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.บางระจัน >ต.เชิงกลัด > วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร)
TL;DR: วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) อยู่ที่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดที่รวมคุณค่าด้านศาสนสถานอยุธยา แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสมัยอยุธยา และประวัติชุมชนชัณสูตรในลุ่มแม่น้ำน้อย.

สิงห์บุรี

วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร)

วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
 
วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดเก่าแก่และโบราณสถานสำคัญในตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของลุ่มแม่น้ำน้อยได้อย่างชัดเจน ภายในวัดมีองค์พระปรางค์อิฐศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น สูงประมาณ 15 เมตร รูปทรงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ย ภายในกลวง และมีคูหาสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนผนังซึ่งเคยมีร่องรอยจิตรกรรมฝาผนัง ปัจจุบันภาพเหล่านั้นเลือนรางไปตามกาลเวลา แต่ยังคงทิ้งเค้าโครงความงามของศาสนสถานโบราณที่เคยรุ่งเรืองในอดีต วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงวัดสำหรับกราบพระและทำบุญเท่านั้น แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรมอยุธยา วิถีชุมชนชัณสูตร และแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของการผลิตเครื่องปั้นดินเผาในสมัยอยุธยา
 
วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) เป็นวัดที่มีชื่อเรียกผูกพันกับพื้นที่ชัณสูตร ซึ่งเป็นชุมชนสำคัญในเขตอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี คำว่า “ชัณสูตร” ปรากฏควบคู่กับวัดพระปรางค์ในแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวหลายแห่ง เพื่อแยกออกจากวัดพระปรางค์หรือวัดที่มีชื่อคล้ายกันในพื้นที่อื่น ชุมชนบริเวณนี้อยู่ในแนวลุ่มน้ำเก่าที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำน้อย และมีประวัติการตั้งถิ่นฐาน การผลิตเครื่องปั้นดินเผา และการสืบทอดศาสนสถานมายาวนาน การมาเยือนวัดพระปรางค์จึงช่วยให้เห็นสิงห์บุรีในมิติที่ลึกกว่าภาพเมืองวีรชน เพราะที่นี่เป็นหลักฐานของความรุ่งเรืองทางศาสนาและงานช่างในสมัยอยุธยา
 
องค์พระปรางค์เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของวัด พระปรางค์ก่อด้วยอิฐแบบปรางค์ไทย มีรูปทรงสูงชะลูด ฐานเตี้ย และส่วนเรือนธาตุที่ตั้งเด่นขึ้นไปในแนวดิ่ง รูปทรงเช่นนี้ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของช่างโบราณที่ต้องการสร้างสัญลักษณ์ทางศาสนาให้มองเห็นได้จากระยะไกล พระปรางค์ในวัฒนธรรมไทยมีความหมายเชื่อมโยงกับคติจักรวาลและศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ การก่อสร้างด้วยอิฐขนาดใหญ่โดยไม่มีโครงสร้างคอนกรีตแบบปัจจุบันแสดงให้เห็นภูมิปัญญาทางสถาปัตยกรรมของช่างในอดีต ทั้งในด้านการรับน้ำหนัก การจัดสัดส่วน และการวางองค์ประกอบให้เกิดความสง่างาม
 
ภายในองค์พระปรางค์มีลักษณะกลวงและมีคูหาสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนผนังคูหา ซึ่งในอดีตเคยมีร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังให้เห็น แม้ปัจจุบันภาพเหล่านั้นจะลบเลือนไปมาก แต่การมีหลักฐานจิตรกรรมในคูหายังบอกให้รู้ว่าพระปรางค์ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายนอก แต่เคยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีการตกแต่งภายในและมีความหมายต่อการสักการะ การภาวนา หรือการประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ผู้ที่เดินชมควรมององค์ปรางค์ทั้งในฐานะงานช่างและในฐานะพื้นที่ทางจิตวิญญาณที่เคยมีชีวิตอยู่ในชุมชนโบราณ
 
ด้านหลังองค์พระปรางค์มีวิหารเก่าแก่แบบอยุธยา หน้าบันเป็นลายแกะสลักไม้รูปตัวสิงห์และคันทวยต่าง ๆ ซึ่งเป็นรายละเอียดทางศิลปกรรมที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ งานแกะสลักไม้ในอาคารวัดโบราณเป็นสิ่งที่เสื่อมสภาพได้ง่ายกว่างานอิฐหรือศิลา การที่ยังมีร่องรอยหน้าบันไม้และคันทวยให้ศึกษา จึงเป็นหลักฐานสำคัญของงานช่างไม้ในศาสนสถานไทย สิงห์ที่ปรากฏในงานแกะสลักไม่ใช่เพียงลวดลายประดับ แต่ยังสื่อถึงพลัง อำนาจ การคุ้มครอง และความสง่างามของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
 
ภายในบริเวณวัดยังมีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา ซึ่งช่วยเพิ่มมิติด้านความศรัทธาให้กับวัดพระปรางค์ รอยพระพุทธบาทจำลองในวัดไทยมักเป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและการเดินตามรอยธรรมะ การจัดวางรอยพระพุทธบาทบนที่สูงหรือบนเนินเขาจำลองทำให้ผู้มาเยือนเกิดความรู้สึกเหมือนกำลังเดินขึ้นสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวทางกายกับความตั้งใจทางใจ ผู้ที่มาเยือนจึงควรใช้เวลาขึ้นไปสักการะอย่างสงบและมองเห็นภาพรวมของวัดในอีกมุมหนึ่ง
 
นอกจากพระปรางค์และวิหารเก่าแล้ว วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ยังมีความสำคัญอย่างมากจากร่องรอยของเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3–4 เตาในบริเวณวัด แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ในสมัยอยุธยา มีความเกี่ยวข้องกับการผลิตภาชนะดินเผา เครื่องใช้ และวัสดุก่อสร้างหลากหลายประเภท เช่น ไห อ่าง ครก กระปุก กระเบื้อง และชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาอื่น ๆ การพบร่องรอยเตาเผาในบริเวณวัดสะท้อนว่า พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางทางศาสนา แต่ยังเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ งานช่าง และการผลิตของชุมชนโบราณ
 
ความสัมพันธ์ระหว่างวัดพระปรางค์กับแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยทำให้พื้นที่นี้มีคุณค่าเชิงโบราณคดีสูงมาก เพราะเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เห็นการอยู่ร่วมกันของศาสนสถานและแหล่งผลิตในอดีต เมืองและชุมชนในสมัยอยุธยาไม่ได้แยกศาสนาออกจากเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต วัดเป็นศูนย์กลางทางจิตใจ ขณะเดียวกันบริเวณใกล้เคียงก็อาจเป็นแหล่งผลิตเครื่องใช้ที่หล่อเลี้ยงชุมชนและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ การเดินชมวัดพระปรางค์จึงควรมองไปพร้อมกันทั้ง 2 มิติ คือมิติของพระพุทธศาสนาและมิติของภูมิปัญญาการผลิตเครื่องปั้นดินเผา
 
ในเชิงศิลปกรรม พระปรางค์ของวัดนี้มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 21 และมีข้อสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช รูปแบบปรางค์สูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ย และการก่อด้วยอิฐ สะท้อนความนิยมทางสถาปัตยกรรมในยุคที่คติปรางค์ยังมีบทบาทสำคัญในศาสนสถานไทย แม้รายละเอียดบางส่วนจะชำรุดหรือสูญหายไปตามกาลเวลา แต่โครงสร้างหลักยังช่วยให้ผู้สนใจศิลปะไทยสามารถมองเห็นภาพรูปแบบปรางค์อยุธยาได้อย่างชัดเจน
 
วัดพระปรางค์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญในระดับมรดกวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงวัดประจำชุมชน การขึ้นทะเบียนโบราณสถานหมายถึงการยอมรับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรมของพื้นที่ ผู้มาเยือนจึงควรปฏิบัติต่อโบราณสถานด้วยความระมัดระวัง ไม่ปีนป่ายองค์ปรางค์ ไม่ขีดเขียนบนอิฐหรือผนัง ไม่หยิบเศษโบราณวัตถุออกจากพื้นที่ และไม่ทำกิจกรรมที่อาจกระทบต่อสภาพโบราณสถาน เพราะทุกชิ้นส่วนที่เหลืออยู่ล้วนเป็นหลักฐานของอดีตที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเดิมได้
 
ปัจจุบันวัดพระปรางค์ยังเปิดเป็นวัดราษฎร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของอำเภอบางระจัน มีพระสงฆ์ดูแลวัดและรองรับกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน ข้อมูลล่าสุดจากกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ระบุชื่อเจ้าอธิการธนยศ กตสาโร เป็นเจ้าอาวาสวัดพระปรางค์ ทำให้วัดยังคงมีบทบาททั้งในด้านศาสนกิจและด้านการดูแลพื้นที่โบราณสถาน วัดลักษณะนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ ชาวบ้าน หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มาเยือน เพื่อให้การใช้พื้นที่ปัจจุบันดำเนินไปควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกเก่าแก่ได้อย่างเหมาะสม
 
สำหรับผู้ที่สนใจพระเกจิและประวัติพระสงฆ์ วัดพระปรางค์ยังมีเรื่องราวของหลวงปู่ศรี หรือพระครูวิริยะโสภิต อดีตเจ้าอาวาสที่ได้รับความเคารพในพื้นที่สิงห์บุรีและจังหวัดใกล้เคียง หลวงปู่ศรีเป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงในความทรงจำของผู้ศรัทธา และชื่อของท่านยังเชื่อมโยงกับวัดพระปรางค์ในฐานะวัดที่เคยเป็นศูนย์กลางศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก เรื่องราวของหลวงปู่ศรีช่วยเพิ่มอีกมิติหนึ่งให้กับวัด เพราะทำให้เห็นว่าวัดนี้มีทั้งคุณค่าทางโบราณสถานและคุณค่าทางความทรงจำของครูบาอาจารย์
 
การมาเที่ยววัดพระปรางค์ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อชมองค์พระปรางค์ วิหารเก่า รอยพระพุทธบาทจำลอง และพื้นที่เตาเผาแม่น้ำน้อยอย่างไม่เร่งรีบ หากมาเพียงถ่ายภาพจากด้านหน้าแล้วกลับ จะพลาดรายละเอียดสำคัญจำนวนมาก โดยเฉพาะการสังเกตรูปทรงขององค์ปรางค์ ร่องรอยอิฐเก่า พื้นที่คูหา ซากงานจิตรกรรมที่เลือนราง และความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ควรเดินชมเป็นลำดับจากพระปรางค์ไปยังวิหารเก่า แล้วต่อไปยังร่องรอยเตาเผา
 
วัดพระปรางค์เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้สนใจศิลปะและประวัติศาสตร์จะได้ศึกษาปรางค์อยุธยาและแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย ผู้ที่ชอบเที่ยววัดจะได้กราบพระและชมศาสนสถานเก่าแก่ ผู้ที่สนใจชุมชนจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับบ้านโคกหม้อและชุมชนชัณสูตร ส่วนครอบครัวและนักเรียนสามารถใช้วัดแห่งนี้เป็นห้องเรียนกลางแจ้งเรื่องโบราณสถาน การอนุรักษ์ งานช่างไทย และมารยาทในการเข้าชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
 
การเดินทาง ไปวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) สามารถใช้เส้นทางสายสิงห์บุรี – บางระจัน – สรรคบุรี จากตัวเมืองสิงห์บุรีไปประมาณ 16–17 กม. วัดอยู่ที่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน และอยู่ห่างจากตลาดชัณสูตรประมาณ 1 กม. ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งจุดหมายเป็นวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ส่วนผู้ที่ใช้รถโดยสารสามารถใช้รถสายสิงห์บุรี – สรรคบุรี ซึ่งผ่านพื้นที่ชัณสูตร แล้วต่อรถในพื้นที่ตามความเหมาะสม
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพราะพื้นที่โบราณสถานบางส่วนเป็นพื้นที่กลางแจ้ง แสงแดดช่วงกลางวันอาจทำให้เดินชมไม่สบายเท่าที่ควร ช่วงเช้าจะเหมาะกับการชมบรรยากาศสงบและถ่ายภาพองค์พระปรางค์ ส่วนช่วงบ่ายจะได้แสงที่ช่วยขับพื้นผิวอิฐเก่าให้มีมิติ หากต้องการถ่ายภาพ ควรเลือกมุมที่ไม่รบกวนผู้มาทำบุญ และควรหลีกเลี่ยงการปีนขึ้นไปบนฐานหรือส่วนประกอบโบราณสถาน
 
มารยาทในการเข้าชมวัดพระปรางค์ควรยึดหลักการเข้าวัดไทยและการชมโบราณสถานร่วมกัน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เข้าเขตสังฆาวาสโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่สัมผัสโบราณสถานโดยไม่จำเป็น ไม่เก็บเศษอิฐ เศษภาชนะ หรือชิ้นส่วนโบราณวัตถุออกจากพื้นที่ และไม่ทิ้งขยะ การรักษาความสงบและความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะวัดแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ศรัทธาของชุมชน ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เท่านั้น
 
ในภาพรวม วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) เป็นหนึ่งในวัดที่มีคุณค่าครบทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม โบราณคดี และศรัทธาท้องถิ่นของจังหวัดสิงห์บุรี องค์พระปรางค์อิฐศิลปะอยุธยาตอนต้น วิหารเก่า รอยพระพุทธบาทจำลอง ร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังที่เลือนราง และเตาเผาแม่น้ำน้อย ล้วนทำให้วัดนี้เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การศึกษาและเยี่ยมชม ผู้ที่ต้องการเที่ยวสิงห์บุรีในมุมลึก ไม่ควรพลาดวัดพระปรางค์ เพราะที่นี่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของเมืองเก่า งานช่าง พระพุทธศาสนา และวิถีชุมชนลุ่มแม่น้ำน้อยได้ในสถานที่เดียว
 
ชื่อสถานที่วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร)
ที่ตั้งหมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ที่อยู่ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16130
ไฮไลต์พระปรางค์อิฐศิลปะอยุธยาตอนต้น สูงประมาณ 15 เมตร วิหารเก่า หน้าบันไม้แกะสลักรูปสิงห์ รอยพระพุทธบาทจำลอง และร่องรอยเตาเผาแม่น้ำน้อย
ประวัติ / สมัย / ยุคสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราวพุทธศตวรรษที่ 21 มีรูปแบบศิลปะอยุธยาตอนต้น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2487
ลักษณะเด่นเป็นวัดที่รวมคุณค่าด้านศาสนสถานอยุธยา แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสมัยอยุธยา และประวัติชุมชนชัณสูตรในลุ่มแม่น้ำน้อย
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. องค์พระปรางค์อิฐศิลปะอยุธยาตอนต้น
2. คูหาภายในองค์ปรางค์และร่องรอยจิตรกรรมฝาผนัง
3. วิหารเก่าแบบอยุธยาด้านหลังองค์ปรางค์
4. หน้าบันไม้แกะสลักรูปสิงห์และคันทวยเก่า
5. ภูเขาจำลองและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา
6. ร่องรอยเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3–4 เตา
7. พื้นที่วัดและชุมชนบ้านโคกหม้อโดยรอบ
การเดินทางใช้เส้นทางสายสิงห์บุรี – บางระจัน – สรรคบุรี จากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 16–17 กม. วัดอยู่ห่างจากตลาดชัณสูตรประมาณ 1 กม. มีรถโดยสารสายสิงห์บุรี – สรรคบุรี ผ่านพื้นที่ชัณสูตร
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์และโบราณสถานสำคัญของจังหวัดสิงห์บุรี
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.30 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามศรัทธา
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลเจ้าอธิการธนยศ กตสาโร เจ้าอาวาสวัดพระปรางค์
เบอร์ติดต่อหลักประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี 036-507-135
ททท. สำนักงานลพบุรี 036-770-096, 036-770-097
เว็บไซต์ / เพจทางการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
Thailand Tourism Directory
ข้อมูลท่องเที่ยวชุมชน CBT Thailand
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย ประมาณ 0 กม.
2. ตลาดชัณสูตร ประมาณ 1 กม.
3. วัดชัณสูตร ประมาณ 1 กม.
4. อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประมาณ 12 กม.
5. วัดโพธิ์เก้าต้น ประมาณ 12 กม.
6. วัดพิกุลทอง ประมาณ 18 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. แรดชา สาขาชัณสูตร ประมาณ 1 กม. โทร. 061-495-9956
2. ร้านอาหารบ้านสวนแม่ลาการ้อง ประมาณ 12 กม.
3. ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนแพ วัดสะเดา ประมาณ 13 กม.
4. สเต็กร้านเหล็ก บางระจัน ประมาณ 14 กม.
5. ร้านระเบียงน้ำ บางระจัน ประมาณ 15 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. โฮมสเตย์ใกล้วัดพระปรางค์ ประมาณ 2 กม.
2. สิงห์บุรีแกรนด์ บางระจัน ประมาณ 12 กม. โทร. 083-152-5799
3. ริมทุ่งแม่ลา รีสอร์ท ประมาณ 15 กม.
4. ปาริดารีสอร์ท ประมาณ 16 กม.
5. โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท อำเภอเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 25 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ใกล้ตลาดชัณสูตร
 
ถาม: วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) มีอะไรสำคัญ?
ตอบ: จุดสำคัญคือองค์พระปรางค์อิฐศิลปะอยุธยาตอนต้นสูงประมาณ 15 เมตร วิหารเก่าแบบอยุธยา รอยพระพุทธบาทจำลอง และร่องรอยเตาเผาแม่น้ำน้อย
 
ถาม: พระปรางค์วัดพระปรางค์เป็นศิลปะสมัยใด?
ตอบ: พระปรางค์เป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 21 และสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
 
ถาม: วัดพระปรางค์เกี่ยวข้องกับเตาเผาแม่น้ำน้อยอย่างไร?
ตอบ: ภายในบริเวณวัดมีร่องรอยเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3–4 เตา ซึ่งเป็นหลักฐานของแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ในสมัยอยุธยา
 
ถาม: วัดพระปรางค์ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อใด?
ตอบ: วัดพระปรางค์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2487
 
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดพระปรางค์?
ตอบ: เจ้าอธิการธนยศ กตสาโร เป็นเจ้าอาวาสวัดพระปรางค์
 
ถาม: วัดพระปรางค์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมโบราณสถาน กราบพระ และทำบุญตามศรัทธา
 
ถาม: เดินทางไปวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ได้อย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางสายสิงห์บุรี – บางระจัน – สรรคบุรี จากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 16–17 กม. วัดอยู่ห่างจากตลาดชัณสูตรประมาณ 1 กม. และมีรถโดยสารสายสิงห์บุรี – สรรคบุรี ผ่านพื้นที่ชัณสูตร

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(42)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(2)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(7)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)