หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี >อ.พระพุทธบาท
>ต.ขุนโขลน
> พระตำหนักธารเกษม
TL;DR: พระตำหนักธารเกษม อยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.30 น. จุดเด่นคือ ปัจจุบันเหลือเพียงฐานพระตำหนัก ริมลำธารยังปรากฏแนวเขื่อนก่ออิฐถือปูน และพื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับการพบท่อน้ำทองแดงโบราณสามตา.
พระตำหนักธารเกษม
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00–17.30 น.
พระตำหนักธารเกษม เป็นโบราณสถานสำคัญของอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักไทยกับเส้นทางเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาทได้อย่างชัดเจน แม้ปัจจุบันจะไม่เหลือตัวพระตำหนักสมบูรณ์แล้วและคงเหลือเพียงฐาน แต่สถานที่แห่งนี้ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก เพราะเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าว่าพื้นที่พระพุทธบาทในอดีตไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หากยังเป็นภูมิทัศน์ที่กษัตริย์ไทยทรงให้ความสำคัญจนมีการสร้างพระตำหนักไว้สำหรับประทับโดยเฉพาะ
จุดเด่นของพระตำหนักธารเกษมอยู่ที่ทำเลซึ่งตั้งอยู่ริมธารทองแดง ลำธารสายสำคัญที่ไหลผ่านพื้นที่พระพุทธบาท ทำให้บริเวณนี้มีความร่มรื่นและเหมาะแก่การประทับพักอย่างยิ่ง เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และหลักฐานที่มีอยู่ต่างสะท้อนตรงกันว่า บรรยากาศของลำธารและแมกไม้โดยรอบเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้บริเวณนี้เป็นที่สำราญพระราชหฤทัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระตำหนักแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดพักระหว่างทาง แต่เป็นสถานที่ที่เกิดจากการเลือกทำเลอย่างมีความหมาย ทั้งในด้านความงาม ความสงบ และความเหมาะสมต่อพระราชพิธีและการเสด็จประพาส
พระตำหนักธารเกษมตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยอยู่ในแนวพื้นที่ระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาพระพุทธบาท และสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี ทำเลนี้ทำให้ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวสามารถเชื่อมโยงการชมโบราณสถานเข้ากับการเที่ยวในย่านพระพุทธบาทได้สะดวกมาก และเมื่อพิจารณาในเชิงประวัติศาสตร์ จะพบว่าพระตำหนักธารเกษมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท เช่น พระตำหนักท้ายพิกุล พระตำหนักสระยอ และวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จึงควรมองสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ ไม่ใช่เพียงจุดโบราณสถานแยกเดี่ยว
พระตำหนักธารเกษมสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2176 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จมานมัสการพระพุทธบาท นี่เป็นข้อมูลที่สำคัญมากสำหรับการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์พระพุทธบาท เพราะสะท้อนว่าราชสำนักอยุธยาให้ความสำคัญกับพื้นที่แห่งนี้ในระดับสูง การสร้างพระตำหนักริมธารขึ้นโดยเฉพาะแสดงให้เห็นว่าการเสด็จมานมัสการพระพุทธบาทไม่ได้เป็นเพียงพระราชศรัทธาส่วนพระองค์ แต่เป็นกิจกรรมที่มีการจัดเตรียมพื้นที่รองรับอย่างเป็นระบบและมีสถานะทางการเมือง ศาสนา และวัฒนธรรมควบคู่กันไป
ลำธารทองแดงที่อยู่เคียงพระตำหนักธารเกษมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ธารทองแดงเกิดจากเขาธารทองแดงในเขตอำเภอพระพุทธบาท แล้วไหลต่อไปทางอำเภอหนองโดน ทำให้สายน้ำนี้เป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติที่เชื่อมโยงภูมิประเทศกับประวัติศาสตร์โดยตรง ในอดีต ลำธารไม่เพียงให้ความร่มเย็นและความงดงาม แต่ยังมีบทบาทต่อการจัดการน้ำและการวางผังพระตำหนักในพื้นที่โดยรอบ ดังนั้น เมื่อพูดถึงพระตำหนักธารเกษมจึงไม่อาจแยกจากธารทองแดงได้ เพราะทั้งสองอย่างแทบจะเป็นเรื่องเดียวกันในมิติทางประวัติศาสตร์
ข้อมูลทางโบราณคดียิ่งทำให้พระตำหนักธารเกษมน่าสนใจมากขึ้น เพราะบริเวณริมลำธารมีการขุดพบท่อน้ำสามตา ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานพระพุทธบาท ท่อน้ำนี้มีลักษณะเป็นข้อต่อคล้ายระบบท่อประปา แต่มีขนาดใหญ่กว่าและทำด้วยทองแดง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร หลักฐานชิ้นนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยยืนยันว่าพระตำหนักและพื้นที่โดยรอบไม่ได้ถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย หากมีระบบจัดการน้ำที่ซับซ้อนและมีเทคโนโลยีรองรับในระดับสูงสำหรับยุคสมัยนั้น
นอกจากนี้ บริเวณธารทองแดงยังพบแนวที่กั้นน้ำซึ่งใช้ระบายน้ำไปยังพระตำหนักท้ายพิกุล เป็นเขื่อนก่ออิฐถือปูนสมัยอยุธยา ซากโบราณสถานประเภทนี้ทำให้ภาพของพระตำหนักธารเกษมชัดเจนขึ้นมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าพื้นที่รอบพระพุทธบาทไม่ได้ประกอบด้วยอาคารลอยตัวอยู่กลางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างจัดการน้ำเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย การค้นพบนี้ช่วยยกระดับความสำคัญของพระตำหนักธารเกษมจากการเป็นเพียงซากฐานโบราณ ให้กลายเป็นหลักฐานของระบบวางผังพื้นที่ในสมัยอยุธยาอย่างแท้จริง
แม้ว่าปัจจุบันธารทองแดงจะยังคงสภาพเป็นลำธารอยู่ แต่สภาพพื้นที่ตื้นเขินลงมากเมื่อเทียบกับอดีต อย่างไรก็ตาม แนวเขื่อนก่ออิฐถือปูนริมลำธารที่ยังปรากฏอยู่ก็ยังทำให้ผู้สนใจประวัติศาสตร์มองเห็นความต่อเนื่องของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี การได้มาเห็นลำธารจริงพร้อมแนวอิฐเก่าเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเชื่อมโยงจินตนาการกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ได้ง่ายขึ้น และทำให้เข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นจุดสำคัญในโลกของราชสำนักและศาสนาอย่างไร
เสน่ห์ของพระตำหนักธารเกษมจึงอยู่ที่การเป็นโบราณสถานซึ่งยังคงสัมผัส “บรรยากาศของทำเลเดิม” ได้ชัด แม้ตัวอาคารจะหายไปแล้ว แต่ลำธาร ความร่มรื่น และรากฐานที่เหลืออยู่ยังทำให้พื้นที่นี้ไม่สูญเสียอัตลักษณ์เดิม ผู้ที่มาเยือนจะรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือพื้นที่ริมธารที่เคยถูกเลือกให้เป็นที่สำราญพระราชหฤทัยอย่างแท้จริง ความเงียบสงบของสถานที่ในวันนี้กลับยิ่งทำให้เรื่องราวในอดีตเด่นชัดขึ้น
ในเชิงการท่องเที่ยว พระตำหนักธารเกษมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ไทยเชิงลึก โดยเฉพาะผู้ที่อยากเข้าใจพื้นที่พระพุทธบาทให้มากกว่าการมาไหว้พระเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อออกจากวัดพระพุทธบาทแล้วแวะมายังพระตำหนักธารเกษม จะทำให้เห็นว่ารอยพระพุทธบาทมีอิทธิพลต่อการจัดภูมิทัศน์และการเสด็จของราชสำนักอย่างไร สถานที่แห่งนี้จึงช่วยเติมบริบทให้การเที่ยวพระพุทธบาทสมบูรณ์ขึ้นมาก
พระตำหนักธารเกษมยังน่าสนใจเมื่อเที่ยวเปรียบเทียบกับพระตำหนักท้ายพิกุลและพระตำหนักสระยอ เพราะทั้ง 3 แห่งต่างสะท้อนบทบาทที่คล้ายกันในฐานะพระตำหนักสำหรับการเสด็จ แต่มีลักษณะทางภูมิทัศน์และร่องรอยโบราณสถานต่างกัน พระตำหนักธารเกษมโดดเด่นที่สุดในด้านความสัมพันธ์กับลำธารและระบบน้ำ พระตำหนักท้ายพิกุลโดดเด่นเรื่องเกยช้างและเขตกำแพง ส่วนพระตำหนักสระยอมีบทบาทเด่นในฐานะจุดประทับที่เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมในพื้นที่สระบุรี
ผู้ที่ชอบอ่านประวัติศาสตร์จากพื้นที่จริงจะพบว่าพระตำหนักธารเกษมมีพลังมากกว่าที่เห็นในภาพแรก เพราะเพียงฐานอาคารกับลำธารสายหนึ่งก็สามารถเล่าเรื่องได้ครบทั้งเรื่องพระราชศรัทธา สถาปัตยกรรม ระบบน้ำ และภูมิศาสตร์ของราชสำนักไทยในสมัยอยุธยา สิ่งนี้ทำให้พระตำหนักธารเกษมเป็นตัวอย่างที่ดีของโบราณสถานที่แม้เหลือไม่มาก แต่กลับมีความหมายมาก
ในมุมของการเที่ยวจริง สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการแวะชมแบบครึ่งวันหรือรวมอยู่ในทริปหนึ่งวันของย่านพระพุทธบาท นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นจากวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร แล้วต่อมายังพระตำหนักธารเกษม จากนั้นแวะพระตำหนักท้ายพิกุล ธารทองแดง หรือศาลเจ้าพ่อเขาตก เส้นทางเช่นนี้ให้ทั้งศาสนา ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศธรรมชาติอย่างครบถ้วน เหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวสระบุรีเชิงวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
การเดินทาง ไปพระตำหนักธารเกษมสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธินเข้าสู่อำเภอพระพุทธบาท แล้วใช้วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารเป็นจุดอ้างอิงหลัก จากนั้นเข้าสู่เขตตำบลขุนโขลนบริเวณแนวถนนที่อยู่ระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาพระพุทธบาท กับสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี เนื่องจากพระตำหนักธารเกษมไม่ใช่สถานที่ที่มีซุ้มทางเข้าใหญ่แบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ จึงควรใช้แผนที่ออนไลน์ประกอบและสังเกตแนวลำธารทองแดงร่วมด้วย
ผู้มาเยือนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรืออุปกรณ์กันแดดมาด้วย แม้พื้นที่จะมีความร่มรื่นบางส่วน แต่การเดินชมโบราณสถานและจุดริมลำธารยังเหมาะกับการเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะหากตั้งใจเที่ยวหลายจุดในย่านพระพุทธบาทภายในวันเดียว
พระตำหนักธารเกษมจึงเป็นหนึ่งในโบราณสถานของสระบุรีที่ควรได้รับความสนใจมากกว่านี้ เพราะแม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงฐาน แต่สถานที่แห่งนี้ยังบอกเล่าเรื่องราวของราชสำนักไทย ความศรัทธาต่อรอยพระพุทธบาท และภูมิปัญญาการจัดการน้ำในสมัยอยุธยาได้อย่างลึกซึ้ง หากใครต้องการเที่ยวสระบุรีในมุมที่มีทั้งความงามของธรรมชาติและความเข้มข้นของประวัติศาสตร์ พระตำหนักธารเกษมคือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
| ชื่อสถานที่ | พระตำหนักธารเกษม |
| ที่ตั้ง | ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี |
| ที่อยู่ | บริเวณริมธารทองแดง ระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาพระพุทธบาท และสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 18120 |
| พิกัด | 14.72050, 100.78760 |
| ไฮไลต์ | โบราณสถานพระตำหนักสมัยอยุธยาริมธารทองแดง เหลือฐานอาคารและเชื่อมโยงกับระบบน้ำโบราณในพื้นที่พระพุทธบาท |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2176 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จนมัสการพระพุทธบาท |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “ธารเกษม” สะท้อนทำเลที่ตั้งริมธารทองแดง ซึ่งเป็นลำธารร่มรื่นและเป็นที่สำราญพระราชหฤทัย |
| ลักษณะเด่น | ปัจจุบันเหลือเพียงฐานพระตำหนัก ริมลำธารยังปรากฏแนวเขื่อนก่ออิฐถือปูน และพื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับการพบท่อน้ำทองแดงโบราณสามตา |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว ใช้วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารเป็นจุดอ้างอิงหลัก แล้วเข้าสู่เขตตำบลขุนโขลนบริเวณระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาพระพุทธบาท และสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานร้างที่ยังเปิดให้เข้าชมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ปัจจุบันเหลือเพียงฐาน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 8.00–17.30 น. |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0-3524-6076 ถึง 7 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Amazing Thailand, CBT Thailand |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร – 1 กม. 2) พระตำหนักท้ายพิกุล – 1 กม. 3) ธารทองแดง – 1 กม. 4) ศาลเจ้าพ่อเขาตก – 2 กม. 5) พระตำหนักสระยอ – 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ครัวในบ้าน By พระพุทธบาท – 1 กม. โทร 096-369-2644, 081-181-7931 2) เกี๊ยวบางทรายพระพุทธบาท – 1 กม. โทร 092-784-3610 3) 48อาหารตามสั่ง (48coffee) – 2 กม. โทร 063-714-9202 4) ครัวข้างบ้าน พระพุทธบาท – 2 กม. โทร 090-310-4954, 088-656-8086 5) Home Khun Fon – 3 กม. โทร 089-675-7760 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) The 24 Hotel – 3 กม. โทร 093-464-6194 2) เลิฟวิ่ง รีสอร์ท พระพุทธบาท – 3 กม. โทร 036-670436 3) Favilla 2 พระพุทธบาท – 4 กม. โทร 097-053-2305 4) PS Hotel Saraburi – 4 กม. โทร 086-369-5101 5) ไอรักรีสอร์ท – 10 กม. โทร 085-424-9454 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระตำหนักธารเกษมอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระตำหนักธารเกษมตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ริมธารทองแดง และอยู่ในแนวพื้นที่ระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาพระพุทธบาท กับสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี
ถาม: พระตำหนักธารเกษมสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: พระตำหนักธารเกษมสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2176 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จนมัสการพระพุทธบาท
ถาม: ปัจจุบันพระตำหนักธารเกษมเหลืออะไรให้ชม?
ตอบ: ปัจจุบันเหลือเพียงฐานพระตำหนัก แต่บริเวณริมธารยังมีแนวเขื่อนก่ออิฐถือปูนและร่องรอยที่ช่วยอธิบายระบบน้ำโบราณในพื้นที่ได้อย่างดี
ถาม: ธารทองแดงเกี่ยวข้องกับพระตำหนักธารเกษมอย่างไร?
ตอบ: ธารทองแดงเป็นลำธารที่ไหลผ่านบริเวณพระตำหนัก ทำให้พื้นที่มีความร่มรื่นและเป็นที่สำราญพระราชหฤทัย อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับระบบนำน้ำและหลักฐานท่อน้ำโบราณที่พบในพื้นที่
ถาม: ท่อน้ำสามตาที่พบใกล้พระตำหนักธารเกษมสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ท่อน้ำสามตาเป็นหลักฐานว่าพื้นที่พระตำหนักมีระบบจัดการน้ำที่พัฒนาแล้วในสมัยอยุธยา และปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานพระพุทธบาท
ถาม: ควรเที่ยวพระตำหนักธารเกษมคู่กับที่ไหน?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระตำหนักท้ายพิกุล ธารทองแดง ศาลเจ้าพ่อเขาตก และพระตำหนักสระยอ เพื่อให้เห็นภาพประวัติศาสตร์ของพื้นที่พระพุทธบาทอย่างครบถ้วน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พระราชวัง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



