หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี >อ.แก่งคอย >ต.สองคอน > ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม (ถ้ำบ่อปลา)
TL;DR: ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม (ถ้ำบ่อปลา) อยู่ที่วัดถ้ำพระธาตุเจริญธรรม ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เปิดเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 08.00 - 18.00 น.
ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม (ถ้ำบ่อปลา)

วันเปิดทำการ: เสาร์ - อาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 18.00 น.
ถ้ำบ่อปลา หรือที่รู้จักในชื่อ ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและศาสนสถานสำคัญของอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่ความงามของถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเขาพระพุทธบาทน้อย ภายในมีทั้งหินงอกหินย้อย โถงถ้ำสูงโปร่ง พระพุทธรูปสำคัญ และบรรยากาศสงบที่เหมาะกับทั้งการท่องเที่ยว การไหว้พระ และการมาชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด หากกำลังมองหาที่เที่ยวสระบุรีที่ไม่เหมือนใคร ถ้ำบ่อปลาเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งสายบุญและสายธรรมชาติในทริปเดียว
ถ้ำบ่อปลา ตั้งอยู่ภายในวัดถ้ำพระธาตุเจริญธรรม หมู่ 10 ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี พื้นที่โดยรอบเป็นภูเขาหินปูนและธรรมชาติค่อนข้างเงียบสงบ ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในเมืองอย่างชัดเจน ความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้อยู่เพียงแค่การเป็นวัดหรือถ้ำสวย แต่เป็นการรวมกันของภูมิประเทศ ธรรมชาติ และศรัทธาทางพุทธศาสนาเอาไว้ในจุดเดียวอย่างลงตัว ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงนิยมแวะมาทำบุญ ชมความงามของถ้ำ และต่อยอดไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในโซนสองคอนและเขาพระพุทธบาทน้อย
ชื่อ “ถ้ำบ่อปลา” สะท้อนภาพจำของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะบริเวณห้องแรกของถ้ำมีแอ่งน้ำและเป็นจุดที่ผู้คนจดจำเรื่องปลาที่ว่ายอยู่ภายในถ้ำจำนวนมากมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นชื่อเรียกติดปากของนักท่องเที่ยว แม้ในเชิงทางการจะใช้ชื่อว่า “ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม” แต่คนจำนวนไม่น้อยยังคงคุ้นกับชื่อถ้ำบ่อปลามากกว่า ชื่อนี้ช่วยให้สถานที่มีเอกลักษณ์และถูกจดจำได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ค้นหาคำว่า ถ้ำสวย สระบุรี หรือ ถ้ำบ่อปลา แก่งคอย
ลักษณะเด่นของถ้ำแห่งนี้คือการแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็นหลายห้องต่อเนื่องกัน โดยห้องแรกเป็นส่วนที่หลายคนเรียกว่า “คูหาพระ” หรือโถงแรกของถ้ำ ภายในประดิษฐาน หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมศรัทธาของผู้มาเยือน เมื่อเข้าสู่พื้นที่ด้านในจะสัมผัสได้ทันทีถึงความเย็นสบายของถ้ำ แสงที่ลอดเข้ามาจากปากถ้ำ และบรรยากาศที่ชวนให้เดินชมอย่างช้า ๆ ความกว้างของถ้ำทำให้การเดินชมไม่อึดอัด และเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ถ้ำบ่อปลาแตกต่างจากถ้ำขนาดเล็กทั่วไป
ห้องที่ 2 ของถ้ำมีชื่อว่า “ถ้ำท้องพระโรง” ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับคนที่ชื่นชอบงานธรรมชาติประเภทหินงอกหินย้อย เพราะภายในมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ เพดานสูง และเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่มีรูปทรงแปลกตา หลายจุดถูกเปรียบเทียบว่าคล้ายองค์เจ้าแม่กวนอิม หรือเทพฮก ลก ซิ่ว ตามแต่จินตนาการของผู้ชม จุดนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงโซนถ่ายภาพสวยเท่านั้น แต่ยังทำให้การเดินชมถ้ำมีมิติของการสังเกตรายละเอียดธรรมชาติ และช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้สถานที่ดูมีเรื่องเล่ามากขึ้น
ส่วนห้องที่ 3 เป็นพื้นที่ที่แตกแขนงออกเป็นห้องย่อยหลายส่วน จุดเด่นของโซนนี้คือรูปทรงของหินงอกหินย้อยที่มีลักษณะหลากหลายมากขึ้น และบางบริเวณมีผิวสัมผัสคล้ายหินปะการัง ความน่าสนใจคือบางช่วงของปี โดยเฉพาะฤดูแล้ง การเข้าชมภายในจะสะดวกกว่า เพราะสภาพพื้นที่เอื้อต่อการเดินเข้าไปชมรายละเอียดได้มากขึ้น ทำให้ถ้ำบ่อปลาเป็นสถานที่ที่ควรเลือกเวลาเที่ยวให้เหมาะ หากอยากเห็นมุมภายในได้เต็มอรรถรส
นอกจากถ้ำหลักทั้ง 3 ห้องแล้ว ด้านหลังยังมีถ้ำขนาดใหญ่อีก 2 แห่ง ได้แก่ ถ้ำสามเขา และถ้ำเทพประทาน ซึ่งช่วยขยายภาพให้เห็นว่าบริเวณนี้ไม่ใช่เพียงวัดที่มีถ้ำเดียว แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติหินปูนที่มีความซับซ้อนและน่าสนใจมากกว่าที่เห็นจากภายนอก ผู้ที่ชอบเที่ยวแนวถ้ำ ศึกษาภูมิประเทศ หรืออยากสัมผัสบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความสงบ จึงมักประทับใจที่นี่เป็นพิเศษ
ความสำคัญของถ้ำบ่อปลาไม่ได้อยู่ที่ความงามทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่บทบาทของการเป็นศาสนสถานที่เชื่อมโยงกับความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างเด่นชัด การมีหลวงพ่อใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำทำให้พื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สักการะในเวลาเดียวกัน เมื่อเดินอยู่ในถ้ำ ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบ เสียงภายในถ้ำที่ก้องเบา ๆ และความรู้สึกเย็นนิ่งที่เหมาะกับการน้อมใจและพักจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน
ในมุมของประสบการณ์ท่องเที่ยวจริง ถ้ำบ่อปลาเหมาะกับคนที่ต้องการเดินทางแบบครึ่งวันหรือทำเป็น one day trip จากกรุงเทพฯ และสระบุรี เพราะเส้นทางเข้าถึงได้ด้วยรถส่วนตัวค่อนข้างสะดวก อีกทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโซนสองคอน เช่น หอมนสิการ วัดพระพุทธบาทน้อย และทุ่งสิริสมัย ทำให้สามารถจัดแผนเที่ยวแบบผสมทั้งวัด ถ้ำ คาเฟ่ และจุดชมธรรมชาติได้ภายในวันเดียว นักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวแบบไม่เร่งรีบมักเลือกมาถึงช่วงเช้าหรือช่วงสาย เพื่อจะได้มีเวลาเดินชมถ้ำแบบสบาย ๆ ก่อนต่อไปยังสถานที่อื่น
บรรยากาศโดยรวมของพื้นที่วัดและถ้ำให้ความรู้สึกเรียบง่าย ไม่พลุกพล่านจนเกินไปเมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับคนที่อยากได้ความสงบมากกว่าความครึกครื้น จุดแข็งอีกอย่างคือความงามของแสงธรรมชาติที่ส่องเข้าปากถ้ำและกระทบกับผิวหินภายใน ทำให้แต่ละช่วงเวลาของวันให้บรรยากาศแตกต่างกัน คนที่ชอบถ่ายภาพมักชื่นชอบมุมกว้างของโถงถ้ำและลวดลายของหินงอกหินย้อย ซึ่งถ่ายออกมาแล้วให้ความรู้สึกอลังการอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่วางแผนมาเที่ยว ควรเลือกแต่งกายสุภาพและรองเท้าที่เดินสะดวก เนื่องจากเป็นทั้งวัดและพื้นที่ถ้ำ การเดินในบางช่วงอาจต้องระมัดระวังพื้นผิวที่มีความชื้นหรือผิวหินตามธรรมชาติ การชมถ้ำอย่างเคารพสถานที่ ไม่ส่งเสียงดังเกินจำเป็น และไม่สัมผัสหินงอกหินย้อยโดยไม่จำเป็น จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของพื้นที่และทำให้ทุกคนได้ใช้เวลาในสถานที่แห่งนี้อย่างเหมาะสม
การเดินทาง ไปถ้ำบ่อปลามีได้ 2 เส้นทางหลัก เส้นทางแรกคือออกจากตัวเมืองสระบุรีไปตามถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครราชสีมา ราว 12 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอแก่งคอย ผ่านตลาดและข้ามสะพานอดิเรกสารซึ่งข้ามแม่น้ำป่าสัก แล้วขับต่ออีกราว 8 กิโลเมตรก็จะถึงวัดถ้ำพระธาตุเจริญธรรม ส่วนเส้นทางที่ 2 คือใช้ทางหลวงหมายเลข 1 จากสระบุรีมุ่งหน้าไปทางลพบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร เมื่อถึงหน้าโรงเรียนพุแควิทยา ให้สังเกตถนนสายพุแค–แก่งคอยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วขับเข้าไปอีกราว 10 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าเมืองแก่งคอยโดยตรง
หากขับรถจากกรุงเทพฯ การเดินทางมักใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด เพราะช่วยให้แวะเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวกกว่า ส่วนผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว อาจเดินทางมาถึงตัวเมืองสระบุรีหรือแก่งคอยก่อน แล้วต่อรถในพื้นที่หรือใช้บริการรถรับจ้างตามความเหมาะสม แต่หากต้องการวางแผนเที่ยวหลายจุดในวันเดียว การใช้รถส่วนตัวจะคล่องตัวที่สุด
อีกเหตุผลที่ทำให้ถ้ำบ่อปลาเหมาะกับการเขียนถึงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสระบุรี คือที่นี่มีความครบทั้งเรื่องธรรมชาติ ศาสนา และการวางแผนเที่ยวจริงในพื้นที่เดียวกัน นักเดินทางที่ชอบสถานที่ไม่ซ้ำใครจะได้เห็นถ้ำหินปูนสวยระดับน่าจดจำ ขณะที่สายบุญก็สามารถสักการะหลวงพ่อใหญ่ภายในถ้ำได้พร้อมกัน และเมื่อรวมกับแหล่งท่องเที่ยวรอบข้างอย่างหอมนสิการหรือวัดพระพุทธบาทน้อย ยิ่งทำให้ทริปนี้มีมิติมากกว่าการมาแวะถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว
สำหรับคนที่ค้นหาว่า ถ้ำบ่อปลาไปวันไหนดีที่สุด คำตอบคือควรไปในวันเสาร์หรืออาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่เปิดเข้าชม และหากอยากเดินชมภายในให้สะดวก ควรเลือกช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดเกินไปหรือวางแผนในฤดูแล้งเมื่อบางจุดเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม การเผื่อเวลาให้สถานที่นี้อย่างน้อย 1 - 2 ชั่วโมง จะทำให้เที่ยวได้เต็มอิ่มกว่าการรีบแวะสั้น ๆ เพราะความสวยของถ้ำต้องอาศัยการเดินดูรายละเอียดจริงจึงจะเห็นเสน่ห์ครบถ้วน
ถ้ำบ่อปลา จังหวัดสระบุรี จึงไม่ใช่เพียงแค่ถ้ำสวยอีกแห่งหนึ่ง แต่เป็นสถานที่ที่รวมเรื่องเล่าของธรรมชาติ ความศรัทธา และภูมิทัศน์ของแก่งคอยเอาไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวสระบุรีแบบมีทั้งความสงบ ความงาม และความหมาย ถ้ำพระธาตุเจริญธรรมคือจุดหมายที่ควรบันทึกไว้ในลิสต์อย่างยิ่ง
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม (ถ้ำบ่อปลา) |
| ที่ตั้ง | วัดถ้ำพระธาตุเจริญธรรม ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี |
| ที่อยู่ | หมู่ 10 ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี 18110 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ 3 ห้อง, หินงอกหินย้อยสวยงาม, หลวงพ่อใหญ่ภายในถ้ำ, บรรยากาศสงบเหมาะกับสายบุญและสายธรรมชาติ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นถ้ำธรรมชาติภายในวัดถ้ำพระธาตุเจริญธรรม และภายในประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ ปางมารวิชัย ศิลปะสมัยอยุธยา |
| ที่มาของชื่อ | เรียกว่าถ้ำบ่อปลาตามลักษณะห้องแรกของถ้ำที่มีแอ่งน้ำและภาพจำเรื่องปลาว่ายอยู่ภายในจำนวนมาก |
| ลักษณะเด่น | ห้องแรกเป็นคูหาพระ, ห้องที่ 2 คือถ้ำท้องพระโรง, ห้องที่ 3 มีหินงอกหินย้อยคล้ายปะการัง และด้านหลังมีถ้ำสามเขากับถ้ำเทพประทาน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสระบุรีใช้ถนนมิตรภาพแล้วเลี้ยวเข้าแก่งคอย หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปทางลพบุรีแล้วเข้าถนนพุแค-แก่งคอย จากนั้นมุ่งหน้าสู่ตำบลสองคอน |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดให้เข้าชมถ้ำเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ |
| วันเปิดทำการ | เสาร์ - อาทิตย์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 18.00 น. |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1) คูหาพระ 2) ถ้ำท้องพระโรง 3) ห้องหินงอกหินย้อยคล้ายปะการัง 4) ถ้ำสามเขา 5) ถ้ำเทพประทาน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 064-627-0996, 089-520-7845 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) หอมนสิการ ประมาณ 1 กม. 2) ทุ่งสิริสมัย เขาพระพุทธบาทน้อย ประมาณ 1 กม. 3) โพธิธรรมญาณสถานเตชะชัยสิทธิ ประมาณ 1 กม. 4) วัดพระพุทธบาทน้อย ประมาณ 6 กม. 5) วัดแก่งคอย ประมาณ 9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) The Harmony Library & Tearoom ประมาณ 1 กม. โทร 099-782-1777 2) Pim-piman Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร 061-526-5146, 099-782-1777 3) มะเฟือง coffee Y&R ประมาณ 9 กม. โทร 086-708-6946 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) The Soul Resort ประมาณ 1 กม. โทร 036-241-777, 099-782-1777 2) T Villas Kaeng Khoi ประมาณ 6 กม. โทร 099-391-5928 3) Sleep Box KaengKhoi ประมาณ 7 กม. โทร 087-313-2588 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำบ่อปลาเปิดวันไหน?
ตอบ: ถ้ำบ่อปลาเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์
ถาม: ถ้ำบ่อปลาเปิดกี่โมง?
ตอบ: เวลาเปิดเข้าชมคือ 08.00 - 18.00 น.
ถาม: ถ้ำบ่อปลาอยู่ที่อำเภออะไร?
ตอบ: ถ้ำบ่อปลาอยู่ในตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
ถาม: ภายในถ้ำบ่อปลามีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือโถงถ้ำขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อยหลายรูปแบบ ห้องถ้ำท้องพระโรง และหลวงพ่อใหญ่ภายในถ้ำ
ถาม: ถ้ำบ่อปลาเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับการเที่ยวแบบ one day trip สายธรรมชาติ สายบุญ และผู้ที่ต้องการสถานที่เงียบสงบใกล้กรุงเทพฯ
ถาม: สามารถเที่ยวถ้ำบ่อปลาร่วมกับที่เที่ยวอื่นได้ไหม?
ตอบ: ได้ เพราะบริเวณใกล้กันมีหอมนสิการ วัดพระพุทธบาทน้อย และทุ่งสิริสมัย ซึ่งสามารถจัดเป็นทริปวันเดียวได้สะดวก
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว



