หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เมืองลำปาง >ต.เวียงเหนือ > วัดหัวข่วง
TL;DR: วัดหัวข่วง อยู่ที่ประตูม้า ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ วิหารเครื่องไม้แบบล้านนา สะท้อนศิลปกรรมชาวเชียงแสนที่ถูกกวาดต้อนมายังลำปาง.
วัดหัวข่วง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
วัดหัวข่วง จังหวัดลำปาง เป็นวัดเก่าแก่สำคัญกลางเมืองลำปางที่สะท้อนประวัติศาสตร์การอพยพของชาวเชียงแสนในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะวิหารไม้ศิลปะล้านนาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมพื้นเมืองที่ทรงคุณค่าของภาคเหนือ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นของชุมชนชาวล้านนาในลำปาง
วัดหัวข่วงตั้งอยู่บริเวณประตูม้า ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ภายในเขตเมืองเก่าที่เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของนครลำปางในอดีต พื้นที่ของวัดมีขนาดประมาณ 7 ไร่ 11 ตารางวา เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2310 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2355 ปัจจุบันมีพระครูสุธรรมาจารวัตร อาจารธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวข่วง
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวัดหัวข่วงคือวิหารไม้ล้านนาโบราณ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงเวลาที่ชาวเชียงแสนจำนวนมากถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่ในเมืองลำปางหลังเหตุการณ์สงครามระหว่างสยามกับล้านนาและพม่า ชาวเชียงแสนกลุ่มนี้ไม่เพียงนำวัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิตเข้ามาสู่เมืองลำปาง แต่ยังนำองค์ความรู้ด้านช่างศิลป์และงานสถาปัตยกรรมล้านนามาด้วย จนเกิดเป็นวิหารวัดหัวข่วงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและกลายเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการโยกย้ายผู้คนในยุคนั้น
วิหารวัดหัวข่วงเป็นวิหารเครื่องไม้แบบล้านนา ใช้โครงสร้างไม้เป็นหลัก มีลักษณะสถาปัตยกรรมพื้นเมืองภาคเหนือที่ยังคงความงดงามแบบดั้งเดิม หลังคาซ้อนลดหลั่นตามแบบวิหารล้านนา หน้าบันประดับลวดลายไม้แกะสลักละเอียดอ่อน เสาไม้ภายในวิหารให้บรรยากาศขรึมสงบและสะท้อนฝีมือช่างพื้นเมืองในอดีตได้อย่างชัดเจน ความสำคัญของวิหารแห่งนี้ไม่ได้อยู่เพียงความสวยงาม แต่ยังเป็นเสมือน “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาวเชียงแสนในลำปาง
ในด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ วิหารวัดหัวข่วงมีคุณค่ามาก เพราะปัจจุบันรูปแบบศิลปกรรมพื้นเมืองเชียงแสนที่ยังคงสภาพเดิมในพื้นที่เชียงรายเหลืออยู่ไม่มาก นักวิชาการด้านศิลปะล้านนาจึงมักใช้วิหารวัดหัวข่วงเป็นกรณีศึกษาสำคัญในการศึกษาพัฒนาการทางศิลปกรรมของกลุ่มช่างล้านนา โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างศิลปะล้านนาในแต่ละท้องถิ่น
ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมดังกล่าว วิหารวัดหัวข่วงจึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 97 ตอนที่ 159 ลงวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2523 ถือเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ในระดับชาติ และช่วยให้เกิดการอนุรักษ์วิหารไม้โบราณแห่งนี้อย่างจริงจัง
ภายในวัดหัวข่วงยังประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ หนึ่งในนั้นคือพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับพระเจ้าทองทิพย์ โดยเฉพาะพระพักตร์ที่แสดงอิทธิพลศิลปะผสมผสานระหว่างล้านนาและสุโขทัย พระวรกายมีลักษณะเพรียวบาง ชายจีวรยาวลงมาจรดบั้นพระองค์ รูปแบบโดยรวมสะท้อนศิลปกรรมล้านนาในช่วงครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ศิลปะล้านนามีความรุ่งเรืองอย่างมาก
อีกองค์หนึ่งคือพระพุทธรูปปางสมาธิที่มีลักษณะงดงามตามแบบศิลปะล้านนา พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระเนตรเล็กเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เล็กยาว ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นเปลวแหลม ครองจีวรห่มเฉียง และฐานหน้ากระดานมนมีขารองรับ 3 ขา รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงฝีมือช่างโบราณและคติความเชื่อด้านพุทธศิลป์ของล้านนาได้อย่างชัดเจน
บรรยากาศภายในวัดหัวข่วงยังคงความสงบแบบวัดเก่าในเขตเมือง แม้จะตั้งอยู่ใกล้ย่านชุมชนและถนนสายหลักของเมืองลำปาง แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในวัดจะสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่และความเงียบสงบที่แตกต่างจากภายนอกอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปะล้านนา หรือสถาปัตยกรรมไม้โบราณ มักนิยมแวะมาชมวิหารเก่าและศึกษารายละเอียดของลวดลายไม้แกะสลักภายในวัด
วัดหัวข่วงยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและชุมชนในอดีต เพราะในยุคเมืองลำปางรุ่งเรือง วัดแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวเชียงแสนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ประตูม้า ผู้คนในชุมชนใช้วัดเป็นทั้งศูนย์กลางทางศาสนา การศึกษา และกิจกรรมทางสังคม ทำให้วัดหัวข่วงมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชาวเมืองลำปางมาอย่างยาวนาน
นอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว วัดหัวข่วงยังเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เห็นพัฒนาการของเมืองลำปางในยุคต้นรัตนโกสินทร์ เมืองลำปางในช่วงเวลานั้นเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของล้านนา และเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างหัวเมืองเหนือ ทำให้เกิดการผสมผสานของผู้คน วัฒนธรรม และงานช่างจากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มชาวเชียงแสนที่มีบทบาทสำคัญต่อศิลปกรรมล้านนาในลำปาง
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ วัดหัวข่วงถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีมุมถ่ายภาพสวยงาม โดยเฉพาะตัววิหารไม้โบราณที่มีเสน่ห์แบบล้านนาแท้ ๆ แสงช่วงเช้าและช่วงเย็นช่วยขับรายละเอียดของลายไม้และโครงสร้างหลังคาให้โดดเด่นมากขึ้น นักถ่ายภาพสายสถาปัตยกรรมและสายวัฒนธรรมจึงนิยมมาเก็บภาพที่วัดแห่งนี้อยู่เสมอ
ในด้านการท่องเที่ยว วัดหัวข่วงสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางเที่ยวเมืองเก่าลำปางได้อย่างสะดวก เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น กาดกองต้า วัดปงสนุก วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม และสะพานรัษฎาภิเศก นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวแบบเดินทางภายในเมืองในวันเดียวได้สบาย
ผู้ที่เดินทางมาเยือนวัดหัวข่วงควรแต่งกายสุภาพ และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโบราณสถานหรือองค์ประกอบไม้เก่าโดยไม่จำเป็น เพื่อช่วยกันอนุรักษ์วิหารไม้ล้านนาแห่งนี้ให้อยู่คู่เมืองลำปางต่อไปในอนาคต
การเดินทาง ไปยังวัดหัวข่วงสามารถเดินทางได้สะดวกจากตัวเมืองลำปาง โดยวัดตั้งอยู่บริเวณประตูม้า ตำบลเวียงเหนือ ห่างจากสถานีรถไฟลำปางประมาณ 3 กม. และห่างจากสนามบินลำปางประมาณ 4 กม. นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ท้องถิ่น รถสองแถว หรือรถเช่าได้อย่างสะดวก ถนนเข้าสู่วัดเป็นถนนในเขตเมืองและมีร้านค้า ชุมชน และสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่โดยรอบ
| ชื่อสถานที่ | วัดหัวข่วง |
| ที่ตั้ง | ประตูม้า ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง |
| ที่อยู่ | เลขที่ 151 ประตูม้า ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง 52100 |
| ไฮไลต์ | วิหารไม้ล้านนาโบราณ ศิลปกรรมชาวเชียงแสน และพระพุทธรูปโบราณสำคัญ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ก่อตั้งเป็นวัด พ.ศ. 2310 สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2355 |
| ลักษณะเด่น | วิหารเครื่องไม้แบบล้านนา สะท้อนศิลปกรรมชาวเชียงแสนที่ถูกกวาดต้อนมายังลำปาง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดและโบราณสถานสำคัญของจังหวัดลำปาง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถภายในวัด ห้องน้ำ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูสุธรรมาจารวัตร อาจารธมฺโม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. กาดกองต้า ประมาณ 1 กม. 2. สะพานรัษฎาภิเศก ประมาณ 1 กม. 3. วัดปงสนุกเหนือ ประมาณ 2 กม. 4. วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ประมาณ 4 กม. 5. พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ประมาณ 5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านออร์แลนดา ประมาณ 1 กม. โทร. 054-223065 2. ร้านข้าวซอยโอมา ประมาณ 2 กม. โทร. 054-313152 3. ร้านอาลัมภางค์ ประมาณ 2 กม. โทร. 054-223938 4. Long Jim New York Pizza ประมาณ 1 กม. โทร. 054-010557 5. ร้านเวิ้งนครลำปาง ประมาณ 2 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Space Hotel Lampang ประมาณ 2 กม. โทร. 054-010555 2. Wienglakor Hotel Lampang ประมาณ 2 กม. โทร. 054-227777 3. Hop Inn Lampang City Center ประมาณ 3 กม. โทร. 02-6592899 4. Casa Lampang Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 054-224455 5. B2 Lampang Boutique & Budget Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 052-009161 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหัวข่วงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหัวข่วงตั้งอยู่บริเวณประตูม้า ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
ถาม: จุดเด่นของวัดหัวข่วงคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือวิหารไม้ศิลปะล้านนาโบราณที่สร้างโดยชาวเชียงแสนในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ถาม: วัดหัวข่วงได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานหรือไม่?
ตอบ: วิหารวัดหัวข่วงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2523
ถาม: ภายในวัดหัวข่วงมีพระพุทธรูปสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยและพระพุทธรูปปางสมาธิที่มีลักษณะศิลปกรรมล้านนาโบราณอันงดงาม
ถาม: วัดหัวข่วงเปิดให้เข้าชมช่วงเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวันประมาณ 06.00 – 18.00 น.
ถาม: สามารถถ่ายภาพภายในวัดได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถถ่ายภาพได้ แต่ควรเคารพสถานที่และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโบราณสถานหรือส่วนประกอบไม้เก่า
ถาม: ควรเที่ยววัดหัวข่วงร่วมกับที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับกาดกองต้า สะพานรัษฎาภิเศก วัดปงสนุก และวัดพระแก้วดอนเต้าได้ภายในวันเดียว
มือถือ : 0898528338
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




