หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.บ้านด่านลานหอย >ต.วังน้ำขาว > เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม
TL;DR: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม อยู่ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปาง โดยมีพื้นที่สำคัญในอำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอศรีสำโรง อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปาง เป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าทั้งด้านระบบนิเวศ แหล่งต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จุดเด่นสำคัญคือถ้ำเจ้าราม ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีค้างคาวกินแมลงจำนวนมากอาศัยอยู่ และเป็นหนึ่งในจุดชมค้างคาวยามเย็นที่น่าสนใจของภาคเหนือตอนล่าง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จะได้สัมผัสภาพของผืนป่า ภูเขาหินปูน ถ้ำธรรมชาติ และปรากฏการณ์ค้างคาวบินออกจากถ้ำในช่วงเย็น ซึ่งสะท้อนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้อย่างชัดเจน
พื้นที่แห่งนี้มีพัฒนาการด้านการอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง เดิมถ้ำเจ้ารามและพื้นที่ป่าโดยรอบถูกกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2533 ครอบคลุมพื้นที่ป่าแม่พันลำ-แม่มอก ในเขตตำบลกลางดง อำเภอทุ่งเสลี่ยม และตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย รวมเนื้อที่ 15,875 ไร่ หรือราว 24.5 ตารางกิโลเมตร ต่อมาเมื่อกรมป่าไม้เล็งเห็นว่าพื้นที่ป่าใกล้เคียงยังคงมีความสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ และมีความเหมาะสมต่อการคุ้มครองสัตว์ป่า จึงมีการรวมพื้นที่ป่าสงวนเพิ่มเติมทั้งในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปางเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม ปัจจุบันพื้นที่ครอบคลุมผืนป่ากว้างใหญ่ในเขตจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปาง รวมถึงพื้นที่ตำบลทุ่งเสลี่ยม ตำบลกลางดง อำเภอทุ่งเสลี่ยม ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง ตำบลวังน้ำขาว ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย และตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
ขนาดพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามสะท้อนบทบาทของผืนป่าแห่งนี้ในฐานะพื้นที่อนุรักษ์ขนาดสำคัญของภาคเหนือตอนล่าง โดยข้อมูลท้องถิ่นและหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติระบุขนาดพื้นที่ประมาณ 213,171 ไร่ หรือประมาณ 341 ตารางกิโลเมตร พื้นที่นี้มีลักษณะเป็นป่าเขา ภูเขาหินปูน หุบเขา ลำน้ำ และป่าธรรมชาติหลายประเภท จึงเป็นทั้งถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า แหล่งพันธุกรรมของพืชป่า แหล่งต้นน้ำ และพื้นที่กันชนทางนิเวศที่ช่วยรักษาสมดุลให้กับชุมชนรอบผืนป่า
ถ้ำเจ้ารามเป็นหัวใจของพื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้ เพราะเป็นถ้ำธรรมชาติที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศภายในและภายนอกถ้ำ ภายในถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวกินแมลงจำนวนมาก ค้างคาวเหล่านี้ออกหากินในช่วงเย็นและกลางคืน โดยบินออกจากถ้ำเป็นสายยาวในเวลาประมาณพลบค่ำ ภาพค้างคาวจำนวนมากเคลื่อนตัวออกจากปากถ้ำพร้อมกันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่งดงามและทรงพลัง นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อชมภาพนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของชีวิตนับแสนชีวิตกับผืนป่า ท้องฟ้า และพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ
ความสำคัญของค้างคาวในถ้ำเจ้ารามไม่ได้อยู่เพียงความน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสมดุลของระบบนิเวศอย่างลึกซึ้ง ค้างคาวกินแมลงช่วยควบคุมประชากรแมลงตามธรรมชาติ ลดการแพร่กระจายของแมลงบางชนิดในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ ขณะเดียวกันค้างคาวบางกลุ่มยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายเมล็ดพันธุ์และการหมุนเวียนธาตุอาหารในระบบนิเวศ มูลค้างคาวหรือกัวโนยังเป็นหลักฐานหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในถ้ำกับระบบนิเวศภายนอก ถ้ำเจ้ารามจึงเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ดีสำหรับผู้สนใจธรรมชาติ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์สัตว์ป่า
ลักษณะทางภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามประกอบด้วยพื้นที่ป่า ภูเขา และถ้ำหินปูนที่มีความหลากหลาย บางช่วงเป็นพื้นที่ลาดชันและหุบเขา บางช่วงเป็นป่าที่มีความร่มครึ้มและชุ่มชื้น พื้นที่ลักษณะนี้ช่วยสร้างถิ่นอาศัยที่หลากหลายให้กับพืชและสัตว์หลายชนิด ผืนป่าที่สมบูรณ์ยังช่วยชะลอการไหลของน้ำฝน ลดการชะล้างหน้าดิน และเติมความชุ่มชื้นให้กับลุ่มน้ำโดยรอบ เมื่อมองในภาพรวม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามจึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางนิเวศที่ทำหน้าที่ดูแลน้ำ ดิน อากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพื้นที่กว้างใหญ่
พรรณไม้ในพื้นที่มีทั้งไม้เศรษฐกิจ ไม้ท้องถิ่น และไม้ป่าที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เช่น มะค่าโมง ตะแบก ตะเคียน พะยอม สัก และประดู่ พืชเหล่านี้มีบทบาทมากกว่าการเป็นไม้ยืนต้นในผืนป่า เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของนกและสัตว์เล็ก เป็นแหล่งอาหาร เป็นร่มเงา และเป็นส่วนหนึ่งของวงจรน้ำในธรรมชาติ ไม้ใหญ่ยังช่วยกักเก็บคาร์บอน ลดความร้อนของพื้นที่ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟื้นตัวของพันธุ์ไม้รุ่นใหม่ การรักษาป่าในถ้ำเจ้ารามจึงเท่ากับการรักษาทุนธรรมชาติที่มีคุณค่าระยะยาว
สัตว์ป่าที่พบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามมีความหลากหลาย ทั้งเก้ง กวางป่า หมูป่า เลียงผา กระรอก กระแต นกนานาชนิด สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ความหลากหลายเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะพื้นที่ยังมีโครงสร้างป่าที่เหมาะสม มีแหล่งอาหาร มีแหล่งหลบภัย และมีพื้นที่ต่อเนื่องให้สัตว์เคลื่อนย้ายตามฤดูกาล การมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนมากเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าผืนป่ายังสามารถทำหน้าที่ทางนิเวศได้ดี และยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐ ชุมชน และผู้มาเยือน
ในด้านสิ่งแวดล้อม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามมีบทบาทในฐานะแหล่งต้นน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำยม ป่าช่วยเก็บกักน้ำในฤดูฝนและค่อย ๆ ปล่อยน้ำออกสู่ลำน้ำในช่วงแล้ง ช่วยลดความรุนแรงของน้ำหลาก ลดการพังทลายของหน้าดิน และเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชนรอบพื้นที่ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ายังส่งผลต่อการเกษตร คุณภาพอากาศ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นโดยตรง เมื่อผืนป่ายังคงสมบูรณ์ ชุมชนก็ได้รับประโยชน์จากน้ำสะอาด ดินที่ยังมีคุณภาพ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต
ถ้ำเจ้ารามยังมีมิติทางสังคมและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่ป่า ถ้ำ และสัตว์ป่าเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนในท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ชุมชนรอบป่ารับรู้คุณค่าของพื้นที่ทั้งในฐานะแหล่งน้ำ แหล่งอาหารตามธรรมชาติ พื้นที่เรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ การชมค้างคาวออกจากถ้ำในช่วงเย็นกลายเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้คนทั่วไปเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์มากขึ้น เพราะประสบการณ์ตรงทำให้เข้าใจว่าถ้ำ ป่า และสัตว์ป่าไม่ใช่สิ่งที่แยกขาดจากชีวิตมนุษย์ แต่เป็นระบบเดียวกันที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ถ้ำเจ้ารามเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบสงบ ไม่เร่งรีบ และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้มากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว กิจกรรมที่น่าสนใจคือการชมค้างคาวบินออกจากถ้ำในยามเย็น การชมภูมิทัศน์ของภูเขาและป่าธรรมชาติ การเดินสำรวจบริเวณที่เปิดให้เข้าชม การเรียนรู้บทบาทของค้างคาวต่อระบบนิเวศ และการถ่ายภาพธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ ผู้ที่สนใจถ้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะถ้ำเป็นระบบนิเวศเปราะบาง มีทั้งสิ่งมีชีวิต แหล่งอาศัย และสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวที่ไม่ควรถูกรบกวนเกินจำเป็น
ช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการเดินทางมาถ้ำเจ้ารามคือช่วงเย็นก่อนค้างคาวออกจากถ้ำ นักท่องเที่ยวควรมาถึงก่อนเวลาเพื่อหาจุดชมที่เหมาะสม จอดรถให้เป็นระเบียบ และเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพโดยไม่ใช้แสงแฟลชรบกวนสัตว์ป่า การชมค้างคาวควรใช้ความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เข้าใกล้ปากถ้ำเกินกว่าที่เจ้าหน้าที่กำหนด และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ การท่องเที่ยวลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดี ในขณะเดียวกันก็ไม่สร้างผลกระทบต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศของถ้ำ
ฤดูกาลที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามคือช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน อากาศโดยทั่วไปเดินทางสะดวกกว่าและเหมาะกับการชมธรรมชาติ ส่วนฤดูฝนเป็นช่วงที่ผืนป่ามีความเขียวชอุ่มและมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่เส้นทางบางส่วนอาจลื่นหรือมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าพื้นที่ป่าหรือเดินเส้นทางธรรมชาติควรติดตามประกาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง เพื่อให้การท่องเที่ยวปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรการอนุรักษ์
พื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามอยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานด้านพื้นที่อนุรักษ์และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลการคุ้มครองสัตว์ป่า ป้องกันการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ จัดการไฟป่า ควบคุมการเข้าใช้พื้นที่ และดูแลกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด ผู้ดูแลพื้นที่ล่าสุดที่ปรากฏในข่าวกรมอุทยานแห่งชาติคือ นายจักร์ธนิษฐ์ สุทธิเขมทิน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม
การจัดการพื้นที่ลักษณะนี้ต้องอาศัยความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนรู้และท่องเที่ยว หากเปิดให้เข้าถึงโดยไม่มีการควบคุม ระบบนิเวศถ้ำและสัตว์ป่าอาจถูกรบกวน แต่หากปิดกั้นโดยสิ้นเชิง ชุมชนและประชาชนทั่วไปก็อาจขาดโอกาสเรียนรู้คุณค่าของธรรมชาติ ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมคือการเปิดพื้นที่เฉพาะจุดที่รองรับการท่องเที่ยวได้ จัดระบบเส้นทาง จัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ และจำกัดการเข้าพื้นที่ป่าชั้นในตามฤดูกาลหรือสถานการณ์ความปลอดภัย วิธีนี้ช่วยให้ถ้ำเจ้ารามยังคงเป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ของสังคม
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติ ถ้ำเจ้ารามเป็นพื้นที่ที่สามารถเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อาหาร การปรับตัวของสัตว์ถ้ำ ความสัมพันธ์ระหว่างค้างคาวกับแมลง บทบาทของป่าต้นน้ำ และการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ได้อย่างชัดเจน การได้เห็นค้างคาวบินออกจากถ้ำเป็นสายยาวช่วยทำให้แนวคิดเรื่องระบบนิเวศกลายเป็นภาพที่จับต้องได้ นักเรียน นักศึกษา นักดูนก นักธรรมชาติวิทยา และนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นห้องเรียนธรรมชาติกลางแจ้งได้ โดยต้องเคารพกฎของพื้นที่และไม่รบกวนสัตว์ป่า
นอกจากถ้ำและค้างคาวแล้ว บริเวณโดยรอบยังสามารถเชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวกับแหล่งสำคัญในอำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอบ้านด่านลานหอย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปแบบครึ่งวันเพื่อชมค้างคาว หรือจัดทริป 1 วันร่วมกับการไหว้พระและเที่ยวชุมชน เช่น วัดทุ่งเสลี่ยม วัดพิพัฒน์มงคล และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในสุโขทัย หากมีเวลามากขึ้นสามารถเชื่อมต่อไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยหรืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เพื่อผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในเส้นทางเดียวกัน
การเดินทาง มายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามสามารถเดินทางได้สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสุโขทัยสามารถใช้เส้นทางไปทางอำเภอบ้านด่านลานหอย แล้วต่อไปตามเส้นทางบ้านด่านลานหอย-ทุ่งเสลี่ยม มุ่งหน้าไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม รวมระยะทางจากตัวเมืองสุโขทัยประมาณ 86 กม. อีกเส้นทางหนึ่งสามารถเดินทางจากอำเภอทุ่งเสลี่ยม ใช้เส้นทางทุ่งเสลี่ยม-บ้านด่านลานหอยประมาณ 19 กม. ถึงบริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดลำปางสามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอเถินเข้าสู่พื้นที่ฝั่งจังหวัดลำปาง แล้วเชื่อมต่อมายังพื้นที่ป่าและเส้นทางในเขตรักษาพันธุ์ได้ตามสภาพถนนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
การเตรียมตัวก่อนเดินทางควรเน้นความพร้อมด้านเวลาและความปลอดภัย ควรเดินทางถึงพื้นที่ก่อนช่วงเย็นเพื่อไม่พลาดเวลาค้างคาวออกจากถ้ำ ควรเตรียมน้ำดื่ม ไฟฉาย เสื้อผ้าที่เหมาะกับพื้นที่ธรรมชาติ รองเท้าที่เดินสะดวก ยากันยุง และถุงเก็บขยะส่วนตัว หากต้องการเข้าพื้นที่ป่าหรือเส้นทางที่ไม่ใช่จุดชมค้างคาว ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง เพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองสัตว์ป่า
มารยาทในการท่องเที่ยวถ้ำเจ้ารามมีความสำคัญมาก นักท่องเที่ยวควรชมค้างคาวจากจุดที่กำหนด ไม่จับหรือรบกวนสัตว์ป่า ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ใช้โดรนใกล้ถ้ำ ไม่ใช้แฟลชรุนแรง ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่เก็บหินงอกหินย้อย ไม่นำพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ และไม่ทิ้งเศษอาหารหรือขยะ การกระทำเล็กน้อยของผู้มาเยือนสามารถส่งผลต่อสัตว์ป่าและสภาพแวดล้อมได้ การเที่ยวอย่างรับผิดชอบจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษาถ้ำเจ้ารามให้คงความสมบูรณ์ต่อไป
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามจึงเป็นจุดหมายที่มีความหมายมากกว่าการชมถ้ำหรือดูค้างคาว เพราะพื้นที่แห่งนี้รวมคุณค่าของป่าต้นน้ำ ถ้ำธรรมชาติ สัตว์ป่า พืชพรรณ ชุมชน และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมไว้ด้วยกัน ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่แนวคิดไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับน้ำที่ชุมชนใช้ อากาศที่หายใจ พืชอาหารที่เติบโต และสมดุลของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก หากทุกฝ่ายร่วมกันดูแลพื้นที่นี้อย่างเหมาะสม ถ้ำเจ้ารามจะยังคงเป็นมรดกธรรมชาติที่สำคัญของสุโขทัย ลำปาง และประเทศไทยต่อไป
| ชื่อสถานที่ | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม |
| ที่ตั้ง | ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปาง โดยมีพื้นที่สำคัญในอำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอศรีสำโรง อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย และอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง |
| ที่อยู่ | ทางหลวงหมายเลข 1327 จังหวัดสุโขทัย บริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม |
| พิกัด | 17.20833, 99.46472 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำเจ้าราม ถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีค้างคาวกินแมลงจำนวนมากอาศัยอยู่ และเป็นจุดชมค้างคาวบินออกจากถ้ำในช่วงเย็น |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2533 ต่อมามีการรวมพื้นที่ป่าสงวนเพิ่มเติมเพื่อจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อถ้ำเจ้ารามมาจากถ้ำธรรมชาติสำคัญภายในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเป็นที่รู้จักจากปรากฏการณ์ค้างคาวออกจากถ้ำ |
| ลักษณะเด่น | เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีถ้ำหินปูน แหล่งต้นน้ำ ป่าธรรมชาติ สัตว์ป่า และค้างคาวกินแมลงจำนวนมาก |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุโขทัยใช้เส้นทางไปอำเภอบ้านด่านลานหอย แล้วต่อเส้นทางบ้านด่านลานหอย-ทุ่งเสลี่ยมถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม รวมระยะทางประมาณ 86 กม. จากอำเภอทุ่งเสลี่ยมใช้เส้นทางทุ่งเสลี่ยม-บ้านด่านลานหอยประมาณ 19 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมพื้นที่บริการและพื้นที่ชมค้างคาวตามปกติ โดยการเข้าพื้นที่ป่าชั้นในต้องเป็นไปตามประกาศและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ พื้นที่บริการนักท่องเที่ยว จุดชมค้างคาว และเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ถ้ำเจ้าราม จุดชมค้างคาว พื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่แหล่งต้นน้ำ และบริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า |
| ผู้ดูแล | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม: นายจักร์ธนิษฐ์ สุทธิเขมทิน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 055-616228, 055-689024, สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ 1362 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / สำนักงานจังหวัดสุโขทัย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หาดเจ้าราม ประมาณ 20 กม. 2. วัดทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 34 กม. 3. วัดพิพัฒน์มงคล ประมาณ 36 กม. 4. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประมาณ 55 กม. 5. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ประมาณ 72 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารซะป๊ะลำ ประมาณ 36 กม. โทร. 095-850-0186 2. ร้านอาหารอร่อยประจำอำเภอทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 36 กม. โทร. 063-1656395 3. บ้านหอมกลิ่นดิน ประมาณ 37 กม. โทร. 089-9669249, 096-1616242 4. DE MALA Cafe & Restaurant ประมาณ 36 กม. โทร. 096-6493649, 082-9291494 5. โรตีลิซึม ประมาณ 37 กม. โทร. 080-9971491 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ออนอิงรีสอร์ท ประมาณ 34 กม. โทร. 086-5890677 2. ต้นฝนรีสอร์ท อ.ทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 36 กม. โทร. 063-5897925, 055-659045 3. ร่มไม้ชายน้ำรีสอร์ท อ.ทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 35 กม. โทร. 093-3838565 4. DE MALA ประมาณ 36 กม. โทร. 096-6493649, 082-9291494 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปาง โดยพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่บริเวณถ้ำเจ้ารามในเขตจังหวัดสุโขทัย
ถาม: จุดเด่นของถ้ำเจ้ารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวกินแมลงจำนวนมาก และสามารถชมค้างคาวบินออกจากถ้ำในช่วงเย็นได้
ถาม: ควรไปชมค้างคาวถ้ำเจ้ารามช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเวลาที่เหมาะคือช่วงเย็นก่อนพลบค่ำ โดยค้างคาวมักเริ่มบินออกจากถ้ำในเวลาประมาณ 18.00 น. นักท่องเที่ยวควรเดินทางถึงพื้นที่ก่อนเวลาเพื่อเตรียมจุดชม
ถาม: ถ้ำเจ้ารามเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักถ่ายภาพ และผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ถาม: เดินทางไปถ้ำเจ้ารามจากตัวเมืองสุโขทัยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสุโขทัยใช้เส้นทางไปอำเภอบ้านด่านลานหอย แล้วต่อเส้นทางบ้านด่านลานหอย-ทุ่งเสลี่ยมไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม รวมระยะทางประมาณ 86 กม.
ถาม: ถ้ำเจ้ารามมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการเข้าชมควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง เพราะอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของพื้นที่อนุรักษ์
ถาม: มีข้อควรปฏิบัติอะไรเมื่อไปชมค้างคาวถ้ำเจ้าราม?
ตอบ: ควรชมจากจุดที่กำหนด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ใช้แฟลชรุนแรง ไม่บินโดรนใกล้ถ้ำ ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ถาม: สามารถเที่ยวถ้ำเจ้ารามร่วมกับที่เที่ยวใกล้เคียงใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับหาดเจ้าราม วัดทุ่งเสลี่ยม วัดพิพัฒน์มงคล อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




