หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.วัดโบสถ์ >ต.คันโช้ง > อุทยานแห่งชาติแควน้อย
TL;DR: อุทยานแห่งชาติแควน้อย อยู่ที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอชาติตระการ อำเภอนครไทย และอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา แนะนำเข้าติดต่อและท่องเที่ยวช่วงกลางวัน.
อุทยานแห่งชาติแควน้อย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าติดต่อและท่องเที่ยวช่วงกลางวัน
อุทยานแห่งชาติแควน้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ และครอบคลุมพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอชาติตระการ อำเภอนครไทย และอำเภอวังทอง มีพื้นที่ประมาณ 139,915.33 ไร่ หรือประมาณ 223.86 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของอุทยานแห่งนี้คือการเป็นผืนป่าต้นน้ำที่เชื่อมโยงกับลำน้ำแควน้อย เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน แก่งหิน น้ำตก จุดชมวิว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศป่าหลากหลายประเภท ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าดิบแล้ง ทำให้อุทยานแห่งชาติแควน้อยเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการพักผ่อน การเรียนรู้ธรรมชาติ การกางเต็นท์ การล่องแก่ง และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของภาคเหนือตอนล่างอย่างแท้จริง
พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแควน้อยมีความสำคัญทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ เพราะเป็นพื้นที่ป่าเขาที่ช่วยรักษาระบบต้นน้ำของลำน้ำแควน้อย ซึ่งมีบทบาทต่อการเกษตร ชุมชน และระบบนิเวศน้ำจืดในพื้นที่พิษณุโลก ลำน้ำแควน้อยไม่ใช่เพียงสายน้ำสำหรับการพักผ่อนหรือล่องแก่งเท่านั้น แต่เป็นเส้นเลือดสำคัญของพื้นที่โดยรอบ เป็นแหล่งน้ำของพืชพรรณ สัตว์ป่า เกษตรกร และชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง การอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้จึงมีความหมายต่อทั้งธรรมชาติและชีวิตของผู้คนในระยะยาว
ภูมิประเทศของอุทยานมีลักษณะเป็นทิวเขายาวสลับซับซ้อน วางตัวตามแนวลำน้ำแควน้อยและพื้นที่ภูเขาสูงต่ำที่ต่อเนื่องกันอย่างเป็นจังหวะ ทำให้เกิดทัศนียภาพที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถพบทั้งพื้นที่ลำธาร แก่งหิน ป่าโปร่ง ป่าร่มครึ้ม เนินเขา จุดชมวิว และพื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำที่มองเห็นเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนได้อย่างสวยงาม ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้อุทยานแห่งชาติแควน้อยเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบสงบ ผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และผู้ที่ต้องการเรียนรู้ระบบนิเวศของป่าเขาและลำน้ำ
ชื่อของอุทยานแห่งชาติแควน้อยมีความสัมพันธ์กับพื้นที่เดิมที่รู้จักกันในชื่อวนอุทยานแก่งเจ็ดแควและวนอุทยานภูแดงร้อน ต่อมาได้รับการพัฒนาและจัดการในฐานะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากการบุกรุก การตัดไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสม การจัดตั้งพื้นที่ให้เป็นอุทยานแห่งชาติช่วยให้เกิดการดูแลอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการอนุรักษ์ป่า การรักษาต้นน้ำ การจัดการการท่องเที่ยว และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ป่าเบญจพรรณภายในอุทยานเป็นหนึ่งในระบบนิเวศสำคัญ มีพรรณไม้หลายชนิดขึ้นปะปนกัน เช่น สัก มะค่าโมง แดง ประดู่ ตะเคียน และยาง ป่าประเภทนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและเป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย และพื้นที่หลบภัยของสัตว์ป่าหลายชนิด ส่วนป่าเต็งรังมีลักษณะโปร่งกว่า เหมาะกับพรรณไม้ทนแล้งและสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยพื้นที่ป่าโปร่ง ขณะที่ป่าดิบเขาและป่าดิบแล้งช่วยกักเก็บความชื้น สร้างร่มเงา และคงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อพืชและสัตว์ที่ต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า
ความหลากหลายของชนิดป่าทำให้อุทยานแห่งชาติแควน้อยมีคุณค่าในเชิงนิเวศอย่างมาก เพราะในพื้นที่เดียวกันสามารถพบสังคมพืชที่แตกต่างกันตามระดับความสูง ความชื้น แสง และลักษณะดิน นักท่องเที่ยวที่เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของพรรณไม้จากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่งได้อย่างชัดเจน บางช่วงเป็นป่าโปร่งที่แสงลอดถึงพื้นป่า บางช่วงเป็นป่าร่มครึ้มที่มีไม้ใหญ่ เถาวัลย์ เฟิร์น และไม้พื้นล่างขึ้นหนาแน่น ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเดินป่าในอุทยานไม่จำเจและมีเนื้อหาการเรียนรู้ตลอดเส้นทาง
สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแควน้อยมีหลายกลุ่ม ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์น้ำ สัตว์ที่พบในพื้นที่ ได้แก่ เก้ง หมูป่า ลิง ค่าง เม่น กระต่าย อีเห็น รวมถึงนกป่าหลายชนิด เช่น นกหัวขวาน นกปรอด และนกกางเขน ในพื้นที่ลำธารและแอ่งน้ำยังมีปลานานาชนิดอาศัยอยู่ สัตว์เหล่านี้สะท้อนความสมบูรณ์ของป่าและลำน้ำ เพราะถ้าป่าขาดความสมดุล แหล่งอาหาร ที่หลบภัย และพื้นที่สืบพันธุ์ของสัตว์ก็จะลดลงตามไปด้วย
การสังเกตสัตว์ป่าในอุทยานควรทำด้วยความเคารพและระมัดระวัง นักท่องเที่ยวไม่ควรให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ไล่ตามถ่ายภาพ และไม่เข้าใกล้สัตว์จนเกินไป การเห็นสัตว์ป่าในธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามสั่ง แต่เป็นโอกาสพิเศษที่เกิดจากความเงียบ ความอดทน และการสังเกตอย่างเหมาะสม หากต้องการดูนกหรือชมธรรมชาติอย่างจริงจัง ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะเป็นช่วงที่สัตว์หลายชนิดออกหากินและสภาพแสงเหมาะต่อการถ่ายภาพ
แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นภาพจำของอุทยานแห่งชาติแควน้อยคือกลุ่มแก่งหินและลำน้ำที่เกิดขึ้นตามแนวลำน้ำแควน้อย เช่น แก่งคันนาน้อย แก่งเจ็ดแคว แก่งโจน แก่งเตาเหล็ก แก่งบัวคำ และแก่งลานกลอย แก่งเหล่านี้มีลักษณะของหินและกระแสน้ำแตกต่างกัน บางจุดเหมาะกับการชมวิวและถ่ายภาพ บางจุดเหมาะกับกิจกรรมล่องแก่งหรือเล่นน้ำในช่วงที่ระดับน้ำปลอดภัย ความสนุกของการเที่ยวแก่งอยู่ที่การได้สัมผัสสายน้ำอย่างใกล้ชิด แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่หรือผู้ประกอบการที่มีความชำนาญเส้นทางน้ำเสมอ
แก่งเจ็ดแควเป็นจุดที่มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของพื้นที่อย่างมาก เพราะเดิมอุทยานแห่งชาติแควน้อยเคยเป็นที่รู้จักในชื่ออุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว ลักษณะของพื้นที่เป็นแก่งหินริมลำน้ำที่เหมาะกับการพักผ่อน การชมธรรมชาติ และการทำกิจกรรมริมน้ำ ในวันที่น้ำไหลดีและสภาพอากาศเหมาะสม บริเวณแก่งให้ความรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลานั่งพัก ถ่ายภาพ ฟังเสียงน้ำ และเรียนรู้ระบบนิเวศของลำน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน
กิจกรรมล่องแก่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและช่วงที่มีปริมาณน้ำเหมาะสม กระแสน้ำในลำน้ำแควน้อยช่วยสร้างความสนุกและความตื่นเต้นให้กับการเดินทาง แต่กิจกรรมประเภทนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก นักท่องเที่ยวควรใช้เสื้อชูชีพ เลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ ตรวจสอบระดับน้ำก่อนลงกิจกรรม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะสภาพกระแสน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและปริมาณฝน
นอกจากแก่งหินแล้ว น้ำตกภายในอุทยานก็เป็นไฮไลต์สำคัญ น้ำตก 5 ชั้นและน้ำตก 9 ชั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีน้ำไหลตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำมาก ทำให้ชั้นน้ำตกมีความสวยงามและเหมาะแก่การถ่ายภาพ พื้นที่โดยรอบน้ำตกมีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อน ปิคนิค หรือใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างเงียบสงบ การเที่ยวชมน้ำตกควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี ระมัดระวังหินลื่น และไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่มีป้ายเตือนหรือกระแสน้ำแรง
จุดชมทิวทัศน์บ้านหนองหินเป็นอีกพื้นที่ที่ควรแวะสำหรับผู้ที่ต้องการมองเห็นภาพรวมของภูมิประเทศ ภูเขา ป่า และลำน้ำในบริเวณใกล้เคียง จุดชมวิวลักษณะนี้ทำให้เข้าใจได้ดีว่าอุทยานแห่งชาติแควน้อยไม่ได้มีเพียงน้ำหรือแก่ง แต่เป็นพื้นที่ภูเขาและป่าต้นน้ำที่มีความต่อเนื่องกันในระดับภูมิทัศน์ การยืนมองจากจุดสูงช่วยให้เห็นบทบาทของป่าในฐานะพื้นที่รับน้ำ กักเก็บน้ำ และค่อย ๆ ปล่อยน้ำลงสู่ลำธารด้านล่าง
ทางเดินศึกษาธรรมชาติแก่งเจ็ดแควเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ เส้นทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สังเกตพรรณไม้ ร่องรอยสัตว์ ลักษณะหินริมลำน้ำ และความสัมพันธ์ระหว่างป่ากับสายน้ำ การเดินช้า ๆ ทำให้เห็นรายละเอียดที่มักถูกมองข้าม เช่น ใบไม้ที่ร่วงทับถมเป็นอินทรียวัตถุ เห็ดที่ขึ้นตามขอนไม้ มอสที่เกาะบนหินชื้น หรือเสียงนกที่ดังมาจากเรือนยอดไม้ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยทำให้การท่องเที่ยวมีมิติของการเรียนรู้มากขึ้น
สภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติแควน้อยมี 3 ฤดู ฤดูร้อนเริ่มประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศค่อนข้างร้อน เหมาะกับการเที่ยวลำน้ำและแก่งเพื่อคลายร้อน ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เป็นช่วงที่ป่าเขียวชุ่ม น้ำในลำธารและน้ำตกมีปริมาณมาก เหมาะกับผู้ที่ชอบความสดชื่นของธรรมชาติ แต่ต้องระวังน้ำหลากและเส้นทางลื่น ส่วนฤดูหนาวเริ่มประมาณเดือนตุลาคมถึงมกราคม อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการกางเต็นท์ เดินป่า และพักผ่อนแบบครอบครัว
ลมจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีส่วนช่วยให้บรรยากาศในพื้นที่เย็นสบายขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว ความสัมพันธ์ระหว่างอุทยานกับเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนทำให้พื้นที่นี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวแบบเชื่อมโยงระหว่างอุทยาน แก่งเจ็ดแคว จุดชมวิวเขื่อน และพื้นที่เล่นน้ำท้ายเขื่อนได้ในทริปเดียว ทำให้การเดินทางมีความหลากหลายทั้งธรรมชาติริมป่าและทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
อุทยานแห่งชาติแควน้อยเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักแรมกลางธรรมชาติ เพราะมีพื้นที่กางเต็นท์และบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบเรียบง่าย ผู้ที่กางเต็นท์ใกล้แก่งหรือลานชมวิวจะได้สัมผัสเสียงลม เสียงน้ำ และความสงบของป่าในช่วงกลางคืน การพักค้างคืนทำให้เห็นบรรยากาศที่แตกต่างจากการมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงอ่อนสะท้อนผิวน้ำและเสียงนกเริ่มดังขึ้นจากป่า
นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนควรติดต่ออุทยานล่วงหน้าเพื่อสอบถามพื้นที่กางเต็นท์ บ้านพัก เงื่อนไขการเข้าพัก และบริการที่มีในช่วงเวลานั้น แม้อุทยานจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าสวัสดิการ ห้องน้ำ และพื้นที่จอดรถ แต่การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ทริปราบรื่นขึ้น ควรเตรียมไฟฉาย เสื้อกันฝน ยากันยุง ยาประจำตัว ถุงขยะส่วนตัว และอุปกรณ์นอนที่เหมาะกับสภาพอากาศ
ในด้านการเรียนรู้ อุทยานแห่งชาติแควน้อยเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และผู้สนใจธรรมชาติ เพราะมีองค์ประกอบครบทั้งป่า ลำน้ำ แก่ง น้ำตก สัตว์ป่า และชุมชนโดยรอบ การเรียนรู้จากพื้นที่จริงทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ของระบบนิเวศได้ดีกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนสามารถเห็นบทบาทของป่าต้นน้ำ การไหลของน้ำตามลำธาร การปรับตัวของพืชในแต่ละฤดู และพฤติกรรมของสัตว์ป่าที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
อุทยานแห่งชาติแควน้อยยังมีคุณค่าต่อชุมชนท้องถิ่นรอบอุทยาน พื้นที่โดยรอบมีชุมชนที่ดำรงชีวิตสัมพันธ์กับลำน้ำ ป่า และการเกษตร ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากน้ำเพื่อการเพาะปลูกและการดำรงชีวิต ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนผ่านร้านอาหาร ที่พัก กิจกรรมล่องแก่ง และบริการท่องเที่ยวท้องถิ่น การท่องเที่ยวที่ดีจึงควรช่วยให้ชุมชนได้รับประโยชน์โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นฐานสำคัญของพื้นที่
ผู้มาเยือนควรเคารพกติกาของอุทยานและชุมชน ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ตัดต้นไม้ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์น้ำออกจากพื้นที่ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่ไม่ได้รับอนุญาต หากเข้าร่วมกิจกรรมล่องแก่ง ควรใช้อุปกรณ์นิรภัยและปฏิบัติตามผู้ดูแลกิจกรรมอย่างเคร่งครัด หากเดินป่า ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่แยกตัวจากกลุ่ม และแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าสู่เส้นทางที่อาจมีความเสี่ยง
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติแควน้อยสามารถเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลก ใช้เส้นทางไปอำเภอวัดโบสถ์และตำบลคันโช้ง ระยะทางประมาณ 50 – 70 กิโลเมตรขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะจุดท่องเที่ยวริมทางและขนสัมภาระสำหรับกางเต็นท์หรือเล่นน้ำได้ง่าย เส้นทางโดยรวมเข้าถึงได้สะดวก แต่ควรตรวจสอบสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
สำหรับผู้ที่ใช้รถโดยสารสาธารณะ สามารถเดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลกไปยังอำเภอวัดโบสถ์ แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าสู่ตำบลคันโช้งและพื้นที่อุทยาน การเดินทางด้วยวิธีนี้ควรวางแผนเวลาให้ดี เพราะรถท้องถิ่นอาจมีรอบจำกัด หากต้องการพักค้างคืนหรือเข้าพื้นที่แก่งและน้ำตก ควรโทรสอบถามอุทยานก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ทราบข้อมูลล่าสุดเรื่องเส้นทาง การเข้าพัก และความปลอดภัยของกิจกรรม
เมื่อมองภาพรวม อุทยานแห่งชาติแควน้อยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบเครื่องทั้งความงามทางธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์ต้นน้ำ กิจกรรมกลางแจ้ง และความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ทั้งแบบวันเดียวและค้างคืน หากมีเวลาสั้นสามารถแวะชมแก่งเจ็ดแคว จุดชมวิว และพื้นที่ริมน้ำ แต่หากต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ควรพักค้างคืน กางเต็นท์ เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และเชื่อมเส้นทางไปยังเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนหรือแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
อุทยานแห่งชาติแควน้อยจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ ครอบครัว นักเดินป่า นักถ่ายภาพ นักดูนก นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจธรรมชาติของพิษณุโลกในมิติที่ลึกกว่าเมืองประวัติศาสตร์และวัดสำคัญ ที่นี่ทำให้เห็นว่าพิษณุโลกไม่ได้มีเพียงมรดกวัฒนธรรมในตัวเมือง แต่ยังมีผืนป่า ลำน้ำ แก่งหิน และชุมชนธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ การเดินทางมาเยือนอุทยานแห่งชาติแควน้อยจึงเป็นทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ และการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีคุณค่าต่อพื้นที่ในระยะยาว
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติแควน้อย |
| ที่ตั้ง | ครอบคลุมพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอชาติตระการ อำเภอนครไทย และอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 1 ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก 65160 |
| พื้นที่ | ประมาณ 139,915.33 ไร่ หรือประมาณ 223.86 ตารางกิโลเมตร |
| ไฮไลต์ | แก่งเจ็ดแคว แก่งคันนาน้อย แก่งโจน แก่งเตาเหล็ก แก่งบัวคำ แก่งลานกลอย น้ำตก 5 ชั้น น้ำตก 9 ชั้น จุดชมวิวบ้านหนองหิน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และทิวทัศน์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมเป็นพื้นที่ที่รู้จักในชื่ออุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว ครอบคลุมวนอุทยานแก่งเจ็ดแควและวนอุทยานภูแดงร้อน ก่อนพัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติแควน้อยเพื่ออนุรักษ์ป่า ต้นน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ |
| ลักษณะเด่น | เป็นพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อนตามแนวลำน้ำแควน้อย มีป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง แก่งหิน น้ำตก และระบบนิเวศน้ำจืดที่สมบูรณ์ |
| พืชและสัตว์เด่น | สัก มะค่าโมง แดง ประดู่ ตะเคียน ยาง ไม้ไผ่ ไม้ป่าท้องถิ่น เก้ง หมูป่า ลิง ค่าง เม่น กระต่าย อีเห็น นกหัวขวาน นกปรอด นกกางเขน งู ตะกวด และปลาน้ำจืดหลายชนิด |
| กิจกรรมแนะนำ | ล่องแก่ง เล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย ชมแก่งหิน เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ดูนก ถ่ายภาพธรรมชาติ กางเต็นท์ ปิคนิค ชมวิวเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเรียนรู้ระบบนิเวศลำน้ำแควน้อย |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพิษณุโลกเดินทางไปอำเภอวัดโบสถ์และตำบลคันโช้ง ระยะทางประมาณ 50 – 70 กม. ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด หากใช้รถโดยสารควรต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถจากอำเภอวัดโบสถ์ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งกางเต็นท์ แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศ และพื้นที่อนุรักษ์ต้นน้ำของจังหวัดพิษณุโลก |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | แนะนำเข้าติดต่อและท่องเที่ยวช่วงกลางวัน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ลานกางเต็นท์ พื้นที่พักผ่อน ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ ร้านค้าสวัสดิการ และเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามพื้นที่ให้บริการ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ที่ทำการอุทยาน แก่งเจ็ดแคว แก่งคันนาน้อย แก่งโจน แก่งเตาเหล็ก แก่งบัวคำ แก่งลานกลอย น้ำตก 5 ชั้น น้ำตก 9 ชั้น จุดชมวิวบ้านหนองหิน ทางเดินศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่กางเต็นท์ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติแควน้อย |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 055-906615 |
| อีเมล | kaeng_chet_khaew_np@hotmail.com |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Khaew Noi National Park - อุทยานแห่งชาติแควน้อย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. แก่งเจ็ดแคว ประมาณ 0 กม. 2. จุดชมวิวเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ประมาณ 3 กม. 3. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ประมาณ 5 กม. 4. จุดเล่นน้ำท้ายเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ประมาณ 6 กม. 5. ฟาร์มธรรมชาติภัณฑ์ ประมาณ 10 กม. 6. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 44 กม. 7. วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 44 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านค้าสวัสดิการอุทยานแห่งชาติแควน้อย ประมาณ 0 กม. โทร. 055-906615 2. ร้านอาหารและซุ้มอาหารบริเวณท้ายเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ประมาณ 6 กม. 3. ร้านอาหารท้องถิ่นตำบลคันโช้ง ประมาณ 3 – 8 กม. 4. ร้านอาหารในอำเภอวัดโบสถ์ ประมาณ 18 – 25 กม. 5. ร้านอาหารในตัวเมืองพิษณุโลก ประมาณ 44 – 50 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติแควน้อย ประมาณ 0 กม. โทร. 055-906615 2. Khanchong Kawana ที่พักริมท่าล่องแก่งเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ประมาณ 3 – 5 กม. โทร. 085-0498332 3. ที่พักชุมชน/โฮมสเตย์บริเวณคันโช้งและเขื่อนแควน้อย ประมาณ 3 – 8 กม. 4. มูดส์ บูติค โฮเต็ล จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 43 กม. 5. ภัทธารารีสอร์ท จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 44 – 50 กม. 6. Hop Inn Phitsanulok ประมาณ 45 – 50 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติแควน้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติแควน้อยตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก และมีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอวัดโบสถ์ อำเภอชาติตระการ อำเภอนครไทย และอำเภอวังทอง
ถาม: อุทยานแห่งชาติแควน้อยมีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: จุดเด่นคือแก่งเจ็ดแคว แก่งหินตามลำน้ำแควน้อย น้ำตก 5 ชั้น น้ำตก 9 ชั้น จุดชมวิวบ้านหนองหิน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลานกางเต็นท์ และทิวทัศน์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
ถาม: ไปอุทยานแห่งชาติแควน้อยจากตัวเมืองพิษณุโลกไกลไหม?
ตอบ: ระยะทางจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 50 – 70 กม. ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด
ถาม: อุทยานแห่งชาติแควน้อยกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถกางเต็นท์ได้ในพื้นที่ที่อุทยานจัดไว้ ควรติดต่ออุทยานที่เบอร์ 055-906615 ก่อนเดินทางเพื่อสอบถามพื้นที่ว่าง เงื่อนไข และบริการล่าสุด
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแควน้อย?
ตอบ: ฤดูหนาวเหมาะกับการกางเต็นท์และพักผ่อนอากาศเย็น ฤดูฝนเหมาะกับการชมป่าเขียว น้ำตก และลำน้ำ ส่วนฤดูร้อนเหมาะกับกิจกรรมริมน้ำและการพักผ่อนคลายร้อน
ถาม: อุทยานแห่งชาติแควน้อยเหมาะกับกิจกรรมอะไร?
ตอบ: เหมาะกับการล่องแก่ง เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ดูนก ถ่ายภาพธรรมชาติ เล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย กางเต็นท์ ปิคนิค และเรียนรู้ระบบนิเวศของลำน้ำแควน้อย
ถาม: มีร้านอาหารและที่พักใกล้อุทยานหรือไม่?
ตอบ: มีร้านค้าสวัสดิการอุทยาน ร้านอาหารท้องถิ่นบริเวณตำบลคันโช้งและเขื่อนแควน้อย รวมถึงลานกางเต็นท์ของอุทยานและที่พักเอกชนใกล้เขื่อนแควน้อย เช่น Khanchong Kawana
ถาม: ก่อนเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแควน้อยควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าที่เดินสะดวก เสื้อกันฝนตามฤดูกาล ยากันยุง ยาประจำตัว ไฟฉาย ถุงขยะส่วนตัว และตรวจสอบสภาพอากาศกับอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากต้องการล่องแก่งหรือกางเต็นท์
โทร : 0552527423
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว





