หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.เมืองพิษณุโลก >ต.วัดพริก > วัดอินทรีย์
TL;DR: วัดอินทรีย์ อยู่ที่หมู่ 4 ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดชุมชนที่ผสมผสานศรัทธาต่อสมเด็จองค์ปฐมไม้ตะเคียนทอง งานแกะสลักไม้ และศิลปกรรมเชิงคติธรรมร่วมสมัย.
วัดอินทรีย์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดอินทรีย์ จังหวัดพิษณุโลก เป็นวัดราษฎร์ในตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก ที่มีความสำคัญทั้งในด้านพระพุทธศาสนา ศรัทธาของชุมชน และเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมร่วมสมัย วัดตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลวัดพริก บนพื้นที่ 8 ไร่ 1 งาน 70 ตารางวา และสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย จุดเด่นของวัดคือการประดิษฐาน สมเด็จพระสัพพัญญุตญาณ หรือสมเด็จองค์ปฐม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้ตะเคียนทองแกะสลักขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธานิยมมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ภายในวัดยังมีงานศิลปกรรมและแนวคิดเชิงคติธรรมที่น่าสนใจ เช่น พระพรหมหรือเทวดาที่ประดับกระจกและใส่แว่นตาดำ ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องการมองตนเอง การรู้เท่าทันกรรม และการใช้ศิลปะวัดเป็นเครื่องเตือนใจในชีวิตประจำวัน
ตำบลวัดพริกเป็นพื้นที่ที่มีวัดชุมชนหลายแห่งกระจายอยู่ในอำเภอเมืองพิษณุโลก แต่ละวัดมีบทบาทแตกต่างกันไปตามประวัติ ความศรัทธา และวิถีชุมชน วัดอินทรีย์เป็นหนึ่งในวัดที่โดดเด่นจากการผสมผสานระหว่างความเป็นวัดท้องถิ่นกับงานสร้างสรรค์ทางศิลปกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศของวัดชุมชนที่ไม่พลุกพล่านเหมือนวัดสำคัญในตัวเมือง แต่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวที่น่าศึกษาอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะสมเด็จองค์ปฐมไม้ตะเคียนทอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางศรัทธาของวัด
สมเด็จพระสัพพัญญุตญาณ หรือสมเด็จองค์ปฐม เป็นพระพุทธรูปที่มีความหมายสำคัญในเชิงศรัทธา เพราะผู้ที่มากราบไหว้มักตั้งจิตอธิษฐานเพื่อความสงบ ความเป็นสิริมงคล ความมั่นคงในชีวิต และการดำเนินชีวิตด้วยสติ ความโดดเด่นขององค์พระอยู่ที่การแกะสลักจากไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นวัสดุที่คนไทยจำนวนมากให้ความเคารพในเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ การนำไม้ตะเคียนทองมาแกะเป็นพระพุทธรูปจึงไม่ได้เป็นเพียงงานช่าง แต่เป็นการเปลี่ยนวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นปูชนียวัตถุที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างสูง
พระพุทธรูปไม้ตะเคียนทองภายในวัดอินทรีย์มีความน่าสนใจทั้งในด้านศิลปกรรมและเรื่องเล่าของการสร้าง งานแกะสลักพระพุทธรูปจากไม้ขนาดใหญ่อย่างประณีตต้องอาศัยทั้งความชำนาญของช่าง ความเข้าใจรูปแบบพุทธศิลป์ และแรงศรัทธาของผู้ร่วมสร้าง การแกะสลักจากไม้ทั้งองค์ทำให้พระพุทธรูปมีลักษณะเป็นงานช่างที่มีชีวิต มีเส้นสายของเนื้อไม้ มีผิวสัมผัสตามธรรมชาติ และมีพลังทางสายตาที่แตกต่างจากพระพุทธรูปที่หล่อด้วยโลหะหรือปูนปั้น ผู้มาเยือนจึงควรใช้เวลาชมรายละเอียดขององค์พระอย่างสงบ เพื่อสัมผัสทั้งความงามและความหมายทางศรัทธาที่แฝงอยู่ในงานช่างชิ้นนี้
ชื่อสมเด็จองค์ปฐมมีความหมายในเชิงพุทธศรัทธาที่ลึกซึ้ง เพราะสื่อถึงพระพุทธเจ้าพระองค์แรกในคติความเชื่อบางสายของพุทธศาสนาไทย ผู้ที่มากราบไหว้มักมององค์พระเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ดี ความบริสุทธิ์ของจิตใจ และการตั้งตนอยู่ในเส้นทางแห่งความดี การมีพระพุทธรูปองค์สำคัญประดิษฐานอยู่ภายในวัดอินทรีย์ทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายของผู้ที่ต้องการทำบุญ ไหว้พระ และพักใจในพื้นที่สงบใกล้ตัวเมืองพิษณุโลก
นอกจากสมเด็จองค์ปฐมแล้ว วัดอินทรีย์ยังมีไม้ตะเคียนทองแกะสลักและองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่สะท้อนความเชื่อไทยอย่างชัดเจน ไม้ตะเคียนเป็นไม้ที่มีบทบาทในความเชื่อพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน และมักถูกเชื่อมโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ การปกปักรักษา และพลังของธรรมชาติ เมื่อไม้ตะเคียนถูกนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปหรือองค์ประกอบทางศาสนา ความหมายของไม้จึงเปลี่ยนจากวัตถุธรรมชาติไปเป็นสัญลักษณ์ของศรัทธา ความสงบ และการยกระดับจิตใจตามหลักพระพุทธศาสนา
สถาปัตยกรรมและพื้นที่ภายในวัดอินทรีย์มีลักษณะเรียบง่ายตามแบบวัดชุมชน แต่แฝงด้วยความตั้งใจในการจัดพื้นที่ให้เหมาะแก่การทำบุญและปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าสักการะสมเด็จองค์ปฐม ชมศาลาการเปรียญ พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และจุดประดิษฐานงานแกะสลักต่าง ๆ ภายในวัด บรรยากาศโดยรวมมีความสงบ ไม่เร่งรีบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาพื้นที่พักใจจากความวุ่นวายของตัวเมือง หรือผู้ที่ต้องการไหว้พระในวัดท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนวัดอื่น
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้วัดอินทรีย์เป็นที่กล่าวถึงคือแนวคิดการสร้างคติธรรมผ่านรูปพระพรหมหรือเทวดาที่ใส่แว่นตาดำและประดับกระจก งานลักษณะนี้ทำให้วัดมีภาพจำเฉพาะตัว เพราะไม่ใช่เพียงการตกแต่งเพื่อความแปลกตา แต่เป็นการใช้ศิลปะเป็นเครื่องสอนใจ แนวคิดเรื่องกระจกสะท้อนกลับมาที่ตัวเรา เปรียบได้กับการให้มนุษย์หันกลับมาพิจารณาตนเองก่อนตัดสินผู้อื่น ส่วนแว่นตาดำที่ปกปิดดวงตาก็สามารถตีความเป็นคติธรรมเรื่องกรรม ความดี ความชั่ว และความจริงที่ไม่อาจปิดบังได้ตลอดไป
คติธรรมเช่นนี้ทำให้วัดอินทรีย์มีความน่าสนใจในเชิงการเรียนรู้ เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เพียงกราบไหว้พระพุทธรูป แต่ยังได้พบกับสื่อธรรมะที่แทรกอยู่ในงานศิลปกรรมรอบวัด การนำสิ่งร่วมสมัยอย่างแว่นตาดำและกระจกมาใช้กับรูปเทวดาหรือพระพรหม เป็นตัวอย่างของการทำให้ธรรมะเข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยภาษาที่ยากเกินไป ผู้ที่เห็นสามารถตั้งคำถาม คิดตาม และนำกลับไปพิจารณาตนเองได้ทันที
บทบาทของวัดอินทรีย์ในชุมชนตำบลวัดพริกไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา แต่ยังเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม ร่วมพิธีในวันสำคัญทางศาสนา งานกฐิน ผ้าป่า งานบวช งานศพ และกิจกรรมชุมชนอื่น ๆ วัดจึงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมใจของคนในพื้นที่ เป็นสถานที่ที่คนหลายวัยใช้ร่วมกัน และเป็นพื้นที่ที่สืบทอดวัฒนธรรมไทยจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อมูลปัจจุบันระบุว่าวัดอินทรีย์เป็นวัดราษฎร์ มีพระครูพิริยวีรกิจเป็นเจ้าอาวาส และมีพระจำพรรษา 14 รูปในข้อมูลกฐินปี 2568 บทบาทของพระสงฆ์ในวัดจึงยังดำเนินต่อเนื่อง ทั้งด้านการประกอบศาสนกิจ การดูแลพื้นที่วัด การนำกิจกรรมทำบุญ และการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน วัดอินทรีย์จึงเป็นวัดที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงสถานที่สวยงามสำหรับแวะถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ชาวบ้านยังใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มีข้อมูลกล่าวถึงวัดอินทรีย์ว่าเป็นวัดเก่าแก่ในพื้นที่ตำบลวัดพริก และมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับชื่อวัดที่สัมพันธ์กับต้นนนทรีซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าต้นอินทรี ต้นไม้เหล่านี้ให้ความร่มเย็นแก่พื้นที่วัดมาอย่างยาวนาน จึงกลายเป็นที่มาของชื่อที่สะท้อนธรรมชาติและความทรงจำท้องถิ่น การเรียกชื่อวัดตามสิ่งแวดล้อมในชุมชนเป็นลักษณะที่พบได้ในวัดไทยหลายแห่ง เพราะวัดมักเกิดขึ้นพร้อมกับภูมิประเทศ ต้นไม้ ลำน้ำ หรือเหตุการณ์สำคัญที่คนในพื้นที่จดจำร่วมกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม วัดอินทรีย์เหมาะกับการเดินชมอย่างช้า ๆ เพราะรายละเอียดของวัดไม่ได้อยู่เฉพาะองค์พระประธานเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องเล่าเรื่องไม้ตะเคียนทอง คติธรรมจากกระจกและแว่นตาดำ บรรยากาศวัดชุมชน และวิถีศรัทธาของคนในตำบลวัดพริก ผู้มาเยือนจึงควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อกราบไหว้สมเด็จองค์ปฐม ชมงานแกะสลัก เดินสำรวจพื้นที่วัด และทำความเข้าใจแนวคิดธรรมะที่วัดนำเสนอผ่านศิลปกรรม
วัดอินทรีย์ยังเหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจแหล่งเรียนรู้ชุมชน เพราะวัดมีทั้งองค์พระสำคัญ งานช่างไม้ และคติธรรมที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย การพาเด็กและเยาวชนมาเรียนรู้ที่วัดแห่งนี้ช่วยให้เห็นว่าศาสนาไม่ได้อยู่เฉพาะในตำรา แต่ปรากฏอยู่ในพื้นที่จริง ผ่านศิลปะ เรื่องเล่า และการปฏิบัติของผู้คนในชุมชน การเรียนรู้เช่นนี้ช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมไทยและความเคารพต่อศาสนสถานได้อย่างเป็นรูปธรรม
การเดินทาง ไปวัดอินทรีย์สามารถเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลก ใช้เส้นทางถนนพิษณุโลก–บางกระทุ่ม หรือเส้นทางเข้าสู่ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก วัดตั้งอยู่หมู่ 4 บริเวณถนนบ้านอินทรีย์ซอย 4 สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถแท็กซี่ รถสองแถว หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ได้ ระยะทางจากตัวเมืองพิษณุโลกอยู่ในระดับที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ และสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดหล่ม วัดเสาหิน วัดท่าโรงตะวันตก และวัดท่าโรงตะวันออกในตำบลวัดพริกได้สะดวก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดอินทรีย์คือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมวัดอย่างสงบ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มาทำบุญ และควรถ่ายภาพด้วยความเคารพต่อสถานที่ หากต้องการชมรายละเอียดไม้ตะเคียนทองแกะสลักหรือจุดศิลปกรรมภายในวัด ควรเดินชมอย่างระมัดระวังและไม่สัมผัสชิ้นงานโดยไม่จำเป็น เพื่อรักษาคุณค่าของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และงานช่างภายในวัดให้คงอยู่ต่อไป
ในเชิงเส้นทางท่องเที่ยว วัดอินทรีย์สามารถเชื่อมโยงกับวัดสำคัญอื่น ๆ ในตำบลวัดพริกได้อย่างดี เช่น วัดหล่มซึ่งมีเรื่องราวหลวงปู่สุ่มและยักษ์หลับยักษ์ตื่น วัดเสาหินที่มีพุทธอุทยานสีขาว วัดท่าโรงตะวันตกที่มีแหล่งเรียนรู้เรือยาว และวัดท่าโรงตะวันออกซึ่งเป็นวัดริมแม่น้ำน่าน การจัดเส้นทางเช่นนี้จะช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพตำบลวัดพริกในหลายมิติ ทั้งศรัทธา ศิลปกรรมพื้นบ้าน วัดชุมชน และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่รอบเมืองพิษณุโลก
วัดอินทรีย์จึงเป็นวัดที่มีคุณค่าครบทั้งด้านศาสนา ศิลปกรรม ความเชื่อ และการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น สมเด็จองค์ปฐมไม้ตะเคียนทองเป็นศูนย์กลางศรัทธาที่สำคัญ ส่วนคติธรรมจากงานศิลปกรรมภายในวัดช่วยทำให้ธรรมะมีความใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ผู้ที่เดินทางมาจังหวัดพิษณุโลกและต้องการสัมผัสวัดชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำกับวัดสำคัญในตัวเมือง ควรแวะวัดอินทรีย์เพื่อกราบไหว้ ทำบุญ และเรียนรู้เรื่องราวที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธา ธรรมชาติ ศิลปะ และชุมชนไทยอย่างงดงาม
| ชื่อสถานที่ | วัดอินทรีย์ |
| ที่ตั้ง | หมู่ 4 ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | ถนนบ้านอินทรีย์ซอย 4 ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65230 |
| พิกัด | 16.73558, 100.23895 |
| ไฮไลต์ | สมเด็จพระสัพพัญญุตญาณ หรือสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธรูปไม้ตะเคียนทองแกะสลัก งานแกะสลักไม้ตะเคียนทอง และคติธรรมจากพระพรหมหรือเทวดาใส่แว่นตาดำ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดราษฎร์ในตำบลวัดพริก สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพื้นที่ 8 ไร่ 1 งาน 70 ตารางวา และเป็นวัดชุมชนที่มีบทบาทด้านศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับต้นนนทรีที่ชาวบ้านเรียกว่าต้นอินทรี ซึ่งเคยมีอยู่โดยรอบวัดและให้ความร่มเย็นแก่พื้นที่วัดมาอย่างยาวนาน |
| ลักษณะเด่น | วัดชุมชนที่ผสมผสานศรัทธาต่อสมเด็จองค์ปฐมไม้ตะเคียนทอง งานแกะสลักไม้ และศิลปกรรมเชิงคติธรรมร่วมสมัย |
| หลักฐานสำคัญ | ข้อมูลวัดอินทรีย์จาก อบต.วัดพริก, ข้อมูลวัดราษฎร์และเจ้าอาวาสจาก DMC, พระพุทธรูปไม้ตะเคียนทอง และข่าวเกี่ยวกับคติธรรมพระพรหมหรือเทวดาใส่แว่นตาดำ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้เส้นทางพิษณุโลก–บางกระทุ่มหรือเส้นทางเข้าสู่ตำบลวัดพริก เดินทางไปยังถนนบ้านอินทรีย์ซอย 4 สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถแท็กซี่ รถสองแถว หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์และแหล่งศรัทธาของชุมชน สามารถเข้าทำบุญ ไหว้พระ สักการะสมเด็จองค์ปฐม และชมงานไม้ตะเคียนทองแกะสลักได้ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่สักการะ ศาลาการเปรียญ พื้นที่ชมงานแกะสลักไม้ตะเคียนทอง พื้นที่จอดรถภายในหรือบริเวณใกล้เคียง และพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ประดิษฐานสมเด็จองค์ปฐมไม้ตะเคียนทอง ศาลาการเปรียญ จุดชมงานแกะสลักไม้ตะเคียนทอง พื้นที่พระพรหมหรือเทวดาใส่แว่นตาดำ ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูพิริยวีรกิจ |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | วัดอินทรีย์ ตำบลวัดพริก จังหวัดพิษณุโลก |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดหล่ม ประมาณ 4 กม. 2. วัดเสาหิน ประมาณ 6 กม. 3. วัดท่าโรงตะวันตก ประมาณ 7 กม. 4. วัดท่าโรงตะวันออก ประมาณ 8 กม. 5. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประมาณ 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านส้มตำปูเสื่อ ตำบลวัดพริก ประมาณ 5 กม. โทร. 081-971-3948 2. KOI Cafe ตำบลวัดพริก ประมาณ 5 กม. 3. ร้านอาหารป่า ลุงจำป่าฝน แถววัดพริก ประมาณ 6 กม. 4. ร้านอาหารดราก้อน ริเวอร์ อเวนิว ประมาณ 12 กม. โทร. 099-374-7447, 055-242-242 5. ห้องอาหารอมอเร่ โรงแรมท็อปแลนด์ ประมาณ 13 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The State Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 055-000-456, 081-962-6978 2. Shinnabhura Historic Boutique Hotel ประมาณ 10 กม. โทร. 055-219-888 3. Pattara Resort & Spa ประมาณ 11 กม. โทร. 055-282-966 4. โรงแรมท็อปแลนด์ ประมาณ 13 กม. โทร. 055-247-800 5. Dragon River Avenue Hotel ประมาณ 13 กม. โทร. 099-374-7447, 055-242-242 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดอินทรีย์ จังหวัดพิษณุโลก อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดอินทรีย์ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก บริเวณถนนบ้านอินทรีย์ซอย 4
ถาม: วัดอินทรีย์มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดอินทรีย์เป็นวัดราษฎร์ในตำบลวัดพริก มีสมเด็จพระสัพพัญญุตญาณหรือสมเด็จองค์ปฐมไม้ตะเคียนทองเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชน
ถาม: สมเด็จองค์ปฐมวัดอินทรีย์มีจุดเด่นอย่างไร?
ตอบ: สมเด็จองค์ปฐมภายในวัดอินทรีย์เป็นพระพุทธรูปไม้ตะเคียนทองแกะสลักขนาดใหญ่ มีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรม ความเชื่อ และจิตใจของผู้ศรัทธา
ถาม: ไม้ตะเคียนทองแกะสลักภายในวัดอินทรีย์สำคัญอย่างไร?
ตอบ: ไม้ตะเคียนทองแกะสลักเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัด สะท้อนทั้งภูมิปัญญาช่างไม้ ความศรัทธา และความเชื่อเรื่องไม้ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมไทย
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดอินทรีย์?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดอินทรีย์คือพระครูพิริยวีรกิจ
ถาม: วัดอินทรีย์เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดอินทรีย์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เดินทางไปวัดอินทรีย์อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้เส้นทางพิษณุโลก–บางกระทุ่มหรือเส้นทางเข้าสู่ตำบลวัดพริก แล้วเดินทางไปยังถนนบ้านอินทรีย์ซอย 4 สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ได้
ถาม: เที่ยววัดอินทรีย์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดหล่ม วัดเสาหิน วัดท่าโรงตะวันตก วัดท่าโรงตะวันออก และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว



