หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.นครไทย >ต.นครไทย > อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อยู่ที่รอยต่อจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นอุทยานที่รวมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และธรณีวิทยาไว้ด้วยกัน มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ลานหิน หน้าผา ป่าสน ป่าดิบเขา น้ำตก.
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก เป็นอุทยานแห่งชาติที่โดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา และความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งอยู่บนรอยต่อของจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 191,875 ไร่ และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 จุดเด่นของภูหินร่องกล้าคือการเป็นพื้นที่ที่รวมเรื่องราว 2 ด้านไว้ในที่เดียวอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือธรรมชาติภูเขาสูง ป่าดิบเขา ป่าสน ลานหิน น้ำตก ดอกไม้ป่า และอากาศเย็น อีกด้านหนึ่งคือร่องรอยประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองในอดีต ซึ่งยังปรากฏอยู่ผ่านพิพิธภัณฑ์ โรงเรียนการเมืองการทหาร สำนักอำนาจรัฐ ที่หลบภัยทางอากาศ ผาชูธง และเส้นทางเดินศึกษาประวัติศาสตร์ภายในอุทยาน
ภูหินร่องกล้าเป็นภูเขาสูงที่มีระดับความสูงเด่นชัด โดยยอดภูมีความสูงประมาณ 1,617 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศเย็นกว่าพื้นที่ราบโดยรอบอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อุณหภูมิลดต่ำและมีโอกาสพบหมอกยามเช้า นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อสัมผัสอากาศหนาว ชมลานหินธรรมชาติ เดินป่า ถ่ายภาพดอกไม้ป่า และเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่จริง จุดแข็งของอุทยานแห่งนี้คือความหลากหลายของประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การศึกษาประวัติศาสตร์ การชมธรณีสัณฐาน การดูนก การพักแรม หรือการเดินทางแบบครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้เรื่องราวของประเทศไทยในอีกมิติหนึ่ง
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามีภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งภูเขาสูง หน้าผา ลานหิน ร่องหิน น้ำตก ลำธาร และป่าหลายชนิด พื้นที่ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา โดยพบสนสองใบและสนสามใบขึ้นปะปนกันในบางบริเวณ ลักษณะป่าสนบนพื้นที่สูงช่วยสร้างบรรยากาศโปร่ง เย็น และมีเอกลักษณ์แตกต่างจากป่าดิบชื้นทั่วไป เมื่อแสงเช้าส่องผ่านแนวสนและหมอกบางปกคลุมยอดเขา พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นฉากธรรมชาติที่มีเสน่ห์มากสำหรับนักถ่ายภาพและผู้ที่ชอบบรรยากาศภูเขา
พืชพรรณในภูหินร่องกล้ามีความน่าสนใจสูง โดยเฉพาะกล้วยไม้ เฟิร์น มอสส์ ไลเคน และไม้ดอกป่าที่ขึ้นตามลานหินและร่องหิน ลักษณะของลานหินซึ่งมีรอยแตก ร่องลึก และพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดพื้นที่ย่อยขนาดเล็กที่มีความชื้นและแสงแตกต่างกัน พืชขนาดเล็กจึงสามารถเจริญเติบโตอยู่ในซอกหินได้อย่างน่าสนใจ การเดินชมลานหินแตกและลานหินปุ่มจึงไม่ใช่เพียงการชมรูปร่างแปลกตาของหิน แต่ยังเป็นการสังเกตชีวิตเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่ดูเหมือนแห้งแข็ง แต่กลับมีระบบนิเวศเฉพาะตัวซ่อนอยู่
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภูหินร่องกล้าเป็นส่วนที่ทำให้อุทยานแห่งนี้แตกต่างจากอุทยานภูเขาอื่น ๆ ในประเทศไทย พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นฐานที่มั่นสำคัญของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในภาคเหนือ และมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต ก่อนที่จะได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติในเวลาต่อมา การเปลี่ยนพื้นที่จากอดีตสมรภูมิและพื้นที่ความขัดแย้งให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เป็นตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียดในอดีตสู่พื้นที่สันติภาพ การเรียนรู้ และการอนุรักษ์ในปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของภูหินร่องกล้า การใช้ชีวิตของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธ เอกสาร และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตบนภูเขาในอดีต การเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจบริบทก่อนออกไปเดินชมพื้นที่จริง เพราะสถานที่ต่าง ๆ ภายในอุทยานไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นหลักฐานของชีวิต ความคิด และเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นจริง
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า “ทางเดินโลกที่สาม” เป็นเส้นทางสำคัญที่พานักท่องเที่ยวไปสัมผัสทั้งภูมิทัศน์ธรรมชาติและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ เส้นทางนี้เชื่อมโยงไปยังพื้นที่ที่เคยใช้เป็นสำนักอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสถานที่บริหารจัดการและดำเนินงานด้านการปกครองของกลุ่มคอมมิวนิสต์ในอดีต รวมถึงพื้นที่ที่เคยใช้เป็นคุก สถานที่ทอผ้า โรงซ่อมเครื่องจักรกล และจุดต่าง ๆ ที่สะท้อนระบบการใช้ชีวิตและการจัดการตนเองของผู้คนในช่วงเวลานั้น
ที่หลบภัยทางอากาศเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญในเส้นทางประวัติศาสตร์ ภายในเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนได้จำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้คนในอดีตต่อสภาพสงครามและภัยทางอากาศ การได้เดินเข้าไปเห็นพื้นที่จริงทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสความรู้สึกของประวัติศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าการอ่านจากตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว พื้นที่นี้จึงเหมาะสำหรับการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเหตุการณ์การเมืองไทยในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20
ผาชูธงเป็นจุดชมวิวและจุดประวัติศาสตร์ที่มีความหมายสูงในพื้นที่ภูหินร่องกล้า ชื่อผาชูธงมาจากเรื่องราวที่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเคยใช้เป็นจุดชักธงแดงเมื่อได้รับชัยชนะในการต่อสู้ ปัจจุบันผาชูธงกลายเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินไปชมทิวทัศน์ภูเขาและถ่ายภาพ ความพิเศษของจุดนี้คือการที่ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและความหมายทางประวัติศาสตร์ซ้อนทับกันอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจึงได้เห็นทั้งความงดงามของทิวเขาและความหมายของสถานที่ในเวลาเดียวกัน
ลานหินปุ่มเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของภูหินร่องกล้า ลานหินแห่งนี้มีพื้นผิวเป็นก้อนหินนูนปุ่มจำนวนมาก เกิดจากกระบวนการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินเมื่อเวลาผ่านไป รูปร่างของหินที่ดูแปลกตาทำให้ลานหินปุ่มเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาที่สำคัญ ในอดีตพื้นที่นี้เคยใช้เป็นที่พักฟื้นของผู้ป่วย ทำให้ลานหินปุ่มมีความหมายทั้งในเชิงธรรมชาติและประวัติศาสตร์
ลานหินแตกเป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่ที่มีรอยแยกลึกและกว้างคล้ายแผ่นดินแยก ร่องหินเหล่านี้เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาและการสึกกร่อนตามธรรมชาติ ภายในซอกหินพบมอสส์ ไลเคน เฟิร์น และกล้วยไม้ป่าหลากหลายชนิด การเดินชมลานหินแตกจึงให้ทั้งความตื่นตาในรูปทรงของหินและความรู้เรื่องระบบนิเวศขนาดเล็กที่เติบโตในซอกหิน นักท่องเที่ยวควรเดินตามเส้นทางที่กำหนดและระมัดระวังบริเวณรอยแตกเพื่อความปลอดภัย
โรงเรียนการเมืองและการทหารเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 6 กิโลเมตร ในอดีตใช้เป็นสถานที่ให้การศึกษาแนวทางการเมืองและการทหาร ภายในพื้นที่มีบ้านพักฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ สถานพยาบาล สุสานนักรบ และกังหันน้ำสำหรับสีข้าว กระจายอยู่ใต้ร่มไม้และสภาพป่าที่ค่อนข้างร่มครึ้ม การเดินชมบริเวณนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นโครงสร้างการใช้ชีวิตในป่าในอดีต ตั้งแต่การเรียน การรักษาพยาบาล การผลิตอาหาร ไปจนถึงระบบการพักอาศัยของผู้คนจำนวนมาก
น้ำตกร่มเกล้า-ภราดรเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับเส้นทางประวัติศาสตร์ โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนการเมืองและการทหาร น้ำตกร่มเกล้าสามารถเดินลงไปชมได้โดยใช้เวลาไม่นาน และสามารถเดินต่อไปยังน้ำตกภราดรซึ่งอยู่ถัดไปประมาณ 200 เมตร น้ำตกทั้ง 2 แห่งเกิดจากลำธารเดียวกัน มีน้ำใสและบรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักผ่อน ถ่ายภาพ และเติมความสดชื่นหลังเดินชมพื้นที่ประวัติศาสตร์
น้ำตกศรีพัชรินทร์เป็นอีกหนึ่งน้ำตกสำคัญของอุทยาน ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารจากค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นทหารหน่วยแรกที่ขึ้นมาบนภูหินร่องกล้า น้ำตกมีความสูงประมาณ 20 เมตร มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่และบรรยากาศธรรมชาติที่เหมาะแก่การพักผ่อน จุดนี้จึงสะท้อนอีกด้านหนึ่งของภูหินร่องกล้าที่ธรรมชาติและความทรงจำทางประวัติศาสตร์ยังคงเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด
น้ำตกหมันแดงเป็นจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวสายเดินป่าที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างจริงจัง น้ำตกแห่งนี้มีทั้งหมด 32 ชั้น เกิดจากลำห้วยน้ำหมันที่มีน้ำไหลตลอดปี ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางภูหินร่องกล้า-หล่มเก่า กม.18 การเดินเท้าเข้าสู่น้ำตกใช้ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร เส้นทางผ่านป่าเขียวชื้นและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวให้พร้อม ใช้รองเท้าเดินป่าที่เหมาะสม และสอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
ภูหินร่องกล้ายังมีชื่อเสียงในช่วงฤดูหนาวจากบรรยากาศอากาศเย็น ดอกไม้ป่า ดอกกระดาษ และสีสันของใบไม้บางชนิดที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะบริเวณโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีแปลงดอกไม้และจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะถ่ายภาพ ช่วงปลายปีถึงต้นปีจึงเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสัมผัสลมหนาวและชมดอกไม้บนภูเขา
สำหรับผู้ที่สนใจธรณีวิทยา ภูหินร่องกล้าเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่มีคุณค่ามาก เพราะมีทั้งลานหินปุ่ม ลานหินแตก ร่องหิน หน้าผา และรูปทรงหินที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะและผุพังตามธรรมชาติ การสังเกตหินในพื้นที่นี้ช่วยให้เข้าใจว่าภูมิประเทศไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ แต่เป็นผลจากกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดซ้ำเป็นเวลายาวนาน ความรู้ดังกล่าวช่วยให้การท่องเที่ยวมีมิติที่ลึกขึ้นและทำให้ผู้มาเยือนเห็นคุณค่าของภูมิประเทศมากกว่าความสวยงามภายนอก
ในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าของภูหินร่องกล้าเป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลายชนิด ป่าดิบเขาช่วยเก็บความชื้นและเป็นแหล่งต้นน้ำ ส่วนป่าสนและป่าเต็งรังช่วยสร้างสังคมพืชที่แตกต่างกันในพื้นที่เดียว นอกจากนี้ยังพบกล้วยไม้ป่า เฟิร์น มอสส์ ไลเคน และดอกไม้ป่าที่ปรากฏตามฤดูกาล สัตว์ป่าในพื้นที่มีทั้งนกเล็กนกใหญ่ สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก นักท่องเที่ยวควรชมธรรมชาติด้วยความเคารพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เก็บพืชพรรณ และไม่รบกวนสัตว์ป่า
การเดินทางมาเที่ยวภูหินร่องกล้าเหมาะกับหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้รักธรรมชาติ นักเดินป่า นักประวัติศาสตร์ นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการพักผ่อนในอากาศเย็น จุดเด่นคือสามารถเลือกเที่ยวได้หลายระดับ หากมีเวลาน้อยสามารถเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ ลานหินปุ่ม ลานหินแตก และผาชูธง หากมีเวลามากขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังโรงเรียนการเมืองและการทหาร น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ หรือน้ำตกหมันแดงตามความพร้อมของร่างกายและสภาพเส้นทาง
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง หากเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลก สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก จากนั้นเข้าสู่เส้นทางขึ้นอุทยานตามป้ายบอกทาง ระยะทางจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2.5 – 3 ชั่วโมง เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง แต่มีช่วงขึ้นเขาและทางโค้งหลายช่วง ควรตรวจสภาพรถ ระบบเบรก ยาง และน้ำมันให้พร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือช่วงหมอกลงจัด
ผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถขึ้นรถโดยสารสายพิษณุโลก-หล่มสักหรือเส้นทางที่ผ่านอำเภอนครไทยและหล่มเก่า แล้วต่อรถสองแถวหรือรถท้องถิ่นไปยังอุทยาน ทั้งนี้การใช้รถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่า เพราะสามารถแวะจุดท่องเที่ยวภายในอุทยานได้หลายแห่งและควบคุมเวลาได้ดีกว่า หากต้องการเดินทางไปน้ำตกหมันแดงหรือพื้นที่ที่ต้องเดินเท้า ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อสอบถามสภาพเส้นทางและเงื่อนไขด้านความปลอดภัย
การเตรียมตัวก่อนเดินทางมีความสำคัญมาก นักท่องเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินป่า เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน หมวก น้ำดื่ม อาหารว่าง ไฟฉาย ยาประจำตัว และอุปกรณ์ถ่ายภาพ หากพักค้างคืนควรจองบ้านพักหรือลานกางเต็นท์ผ่านระบบของกรมอุทยานหรือสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานโดยตรงล่วงหน้า ในช่วงฤดูหนาวและวันหยุดยาว ที่พักภายในอุทยานอาจเต็มเร็ว ควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้การเดินทางราบรื่น
ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวภูหินร่องกล้าคือเคารพกฎของอุทยาน ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียนตามหินหรือโครงสร้างประวัติศาสตร์ ไม่เก็บดอกไม้หรือพืชพรรณออกจากพื้นที่ ไม่ปีนป่ายบริเวณหน้าผาและร่องหินโดยไม่จำเป็น ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เข้าไปในพื้นที่ปิด การท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะความเสียหายที่เกิดกับลานหิน พืชพรรณ หรือร่องรอยประวัติศาสตร์อาจไม่สามารถฟื้นกลับคืนได้ง่าย
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวภูหินร่องกล้ามากที่สุดคือฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศเย็น เดินชมธรรมชาติได้สบาย และมีโอกาสชมหมอกยามเช้า ส่วนฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคมเหมาะกับผู้ที่ชอบป่าเขียว น้ำตกมีน้ำมาก และบรรยากาศชุ่มชื้น แต่ต้องระวังเส้นทางลื่นและฝนตกกะทันหัน ส่วนฤดูร้อนเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงคนจำนวนมากและสนใจศึกษาธรณีวิทยา ลานหิน และพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่างสงบ
เมื่อสรุปภาพรวม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นจุดหมายที่ครบถ้วนทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา และการเรียนรู้เชิงนิเวศ ภายในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนสามารถเดินชมลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง น้ำตก พิพิธภัณฑ์ โรงเรียนการเมืองและการทหาร และป่าธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ การมาเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่เป็นการเดินทางผ่านภูมิประเทศและเรื่องราวของอดีตที่ยังคงส่งต่อบทเรียนมาถึงปัจจุบัน ภูหินร่องกล้าจึงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิษณุโลกที่ควรค่าแก่การมาเยือนอย่างน้อยสักครั้ง
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า |
| ที่ตั้ง | รอยต่อจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย |
| ที่อยู่ | หมู่ 10 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก 65120 |
| ไฮไลต์ | ลานหินปุ่ม ลานหินแตก ผาชูธง ทางเดินโลกที่สาม โรงเรียนการเมืองและการทหาร น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกหมันแดง ป่าสนเขา และดอกไม้ป่าตามฤดูกาล |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 191,875 ไร่ และเคยเป็นฐานที่มั่นสำคัญของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต |
| ลักษณะเด่น | เป็นอุทยานที่รวมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และธรณีวิทยาไว้ด้วยกัน มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ลานหิน หน้าผา ป่าสน ป่าดิบเขา น้ำตก และเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ |
| ความสูง | ยอดเขาสูงประมาณ 1,617 เมตรจากระดับน้ำทะเล |
| พืชและระบบนิเวศ | ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าสนเขา สนสองใบ สนสามใบ กล้วยไม้ เฟิร์น มอสส์ ไลเคน และดอกไม้ป่าตามฤดูกาล |
| กิจกรรมแนะนำ | เดินชมลานหิน ศึกษาประวัติศาสตร์ เดินป่า ดูนก ถ่ายภาพธรรมชาติ ชมน้ำตก กางเต็นท์ และเรียนรู้ธรณีวิทยา |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก แล้วเข้าสู่เส้นทางขึ้นอุทยาน ระยะทางประมาณ 120 กม. ใช้เวลาประมาณ 2.5 – 3 ชั่วโมง รถส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ท่องเที่ยวและพักค้างแรมตามปกติทุกวันตลอดปี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | คนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 40 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ บ้านพักอุทยาน ลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร/ร้านค้าสวัสดิการ ห้องน้ำ ที่จอดรถ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ ทางเดินโลกที่สาม สำนักอำนาจรัฐ ที่หลบภัยทางอากาศ ผาชูธง ลานหินปุ่ม ลานหินแตก โรงเรียนการเมืองและการทหาร น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ และน้ำตกหมันแดง |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ: นายลำยอง ศรีเสวก |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 096-0200992, 081-5965977 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า - Phu Hin Rong Kla National Park |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ลานหินแตก ประมาณ 0.4 กม. 2. ลานหินปุ่ม ประมาณ 1.2 กม. 3. ผาชูธง ประมาณ 1.6 กม. 4. ทุ่งดอกกระดาษ ภูหินร่องกล้า ประมาณ 2 กม. 5. โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ประมาณ 2 กม. 6. โรงเรียนการเมืองและการทหาร ประมาณ 6 กม. 7. น้ำตกหมันแดง ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารรังทอง ภูหินร่องกล้า ประมาณ 0.5 กม. โทร. 055-259973, 081-9620962 2. ร้านสวัสดิการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 0 กม. โทร. 096-0200992, 081-5965977 3. ร้านดวงใจ ภูหินร่องกล้า ประมาณ 0.7 กม. 4. บ้านกาแฟ ภูหินร่องกล้า ประมาณ 1 กม. 5. ร้านอาหารชุมชนบ้านร่องกล้า ประมาณ 3 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 0.5 กม. โทร. 096-0200992, 081-5965977 2. ลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 0 กม. โทร. 096-0200992, 081-5965977 3. ร่องกล้า กรีนวิว ประมาณ 3 กม. 4. ร่องกล้าแลนด์ 2 ประมาณ 3 กม. 5. บ้านไร่สายหมอก บ้านร่องกล้า ประมาณ 4 กม. 6. ดาวพันแสง ภูทับเบิก ประมาณ 16 กม. 7. ไร่ปัญญา ภูทับเบิก ประมาณ 17 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าตั้งอยู่บนรอยต่อจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย โดยที่ตั้งหลักอยู่ในตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ถาม: ภูหินร่องกล้ามีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: จุดเด่นคือพิพิธภัณฑ์ ทางเดินโลกที่สาม สำนักอำนาจรัฐ ที่หลบภัยทางอากาศ ผาชูธง ลานหินปุ่ม ลานหินแตก โรงเรียนการเมืองและการทหาร น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ และน้ำตกหมันแดง
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเท่าไร?
ตอบ: ค่าบริการเข้าอุทยานสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 40 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท
ถาม: ภูหินร่องกล้าเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. และสามารถพักค้างแรมได้ตามเงื่อนไขของอุทยาน โดยควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวภูหินร่องกล้า?
ตอบ: ฤดูหนาวเหมาะกับการชมหมอก อากาศเย็น และดอกไม้บนภูเขา ฤดูฝนเหมาะกับการชมน้ำตกและป่าเขียว ส่วนฤดูร้อนเหมาะกับการเดินชมลานหินและศึกษาธรณีวิทยาในบรรยากาศที่สงบกว่า
ถาม: ภูหินร่องกล้าเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ นักเดินป่า นักถ่ายภาพ ผู้สนใจประวัติศาสตร์ นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และผู้ที่ต้องการเที่ยวอุทยานที่มีทั้งธรรมชาติและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
ถาม: เดินทางไปภูหินร่องกล้าด้วยรถสาธารณะได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ สามารถใช้รถโดยสารสายพิษณุโลก-หล่มสัก หรือเส้นทางที่ผ่านนครไทยและหล่มเก่า แล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าสู่อุทยาน แต่รถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่าเพราะจุดท่องเที่ยวภายในอุทยานกระจายตัวหลายแห่ง
ถาม: ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเที่ยวภูหินร่องกล้า?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าเดินป่า เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน น้ำดื่ม อาหารว่าง ไฟฉาย ยาประจำตัว และตรวจสอบเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะหากต้องการเดินไปน้ำตกหมันแดงหรือพักค้างคืนในอุทยาน
โทร : 025620760
มือถือ : 0960200992
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




