หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร >อ.โพทะเล >ต.ท่าเสา > วนอุทยานนครไชยบวร
TL;DR: วนอุทยานนครไชยบวร อยู่ที่หมู่ 2 บ้านหนองดง ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นป่าที่ราบ มีต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นหนาแน่น บางส่วนเป็นที่ราบลุ่ม มีสัตว์ป่าและนกอาศัยอยู่จำนวนมากในช่วงฤดูหนาว.
วนอุทยานนครไชยบวร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
วนอุทยานนครไชยบวร ตั้งอยู่บริเวณหมู่ 2 บ้านหนองดง ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจังหวัดพิจิตร เพราะเป็นผืนป่าธรรมชาติที่ยังคงเหลืออยู่และได้รับการกล่าวถึงในฐานะป่าผืนสุดท้ายของจังหวัด พื้นที่แห่งนี้มีความโดดเด่นจากป่าดงยางขนาดใหญ่ ต้นยางสูงสง่าที่ขึ้นหนาแน่น ความร่มรื่นของเรือนยอดไม้ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะนกที่เข้ามาอาศัยและพบเห็นได้มากในช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบสงบ ศึกษาพันธุ์ไม้ ดูนก เดินป่าเบา ๆ หรือเรียนรู้คุณค่าของป่าในพื้นที่ราบภาคเหนือตอนล่าง สามารถใช้วนอุทยานแห่งนี้เป็นจุดหมายสำคัญของการเดินทางในจังหวัดพิจิตรได้อย่างเหมาะสม
วนอุทยานนครไชยบวรอยู่ห่างจากตัวอำเภอโพทะเลประมาณ 17 กม. และตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองดง พื้นที่โดยรวมมีลักษณะเป็นป่าที่ราบและพื้นที่ราบลุ่มบางส่วน ความสมบูรณ์ของต้นไม้ใหญ่ทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปของพิจิตร ซึ่งหลายคนมักจดจำจังหวัดนี้จากบึงสีไฟ ตำนานชาละวัน วัดสำคัญ และชุมชนเก่า แต่เมื่อเดินเข้าสู่วนอุทยานนครไชยบวร นักท่องเที่ยวจะได้พบอีกมิติหนึ่งของพิจิตร คือมิติของป่าไม้ ความเงียบสงบ และระบบนิเวศที่ยังหลงเหลืออยู่ท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนรอบนอก
ความสำคัญของวนอุทยานนครไชยบวรไม่ได้อยู่เพียงการเป็นสถานที่พักผ่อน แต่ยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัดพิจิตร ป่าดงยางภายในพื้นที่เป็นทั้งแหล่งร่มเงา แหล่งอาหาร แหล่งพักพิง และแหล่งขยายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ต้นยางขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของระบบนิเวศ เมื่อมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก พื้นที่จึงสามารถรองรับนก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เล็ก และพืชพื้นล่างที่เติบโตอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
บรรยากาศภายในวนอุทยานมีลักษณะสงบและร่มรื่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกจากความวุ่นวายของเมืองมาใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ เสียงลมพัดผ่านเรือนยอดไม้ เสียงนกร้อง และแสงแดดที่ลอดผ่านใบยางลงสู่พื้นป่า ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แสงธรรมชาติอ่อนลง เหมาะกับการเดินชมป่า ถ่ายภาพต้นไม้ใหญ่ และสังเกตพฤติกรรมของนกที่ออกหากินตามธรรมชาติ
ต้นยางขนาดใหญ่เป็นภาพจำสำคัญของวนอุทยานนครไชยบวร ลำต้นที่สูงตรงและเรือนยอดที่แผ่คลุมพื้นที่กว้างทำให้เกิดความรู้สึกสงบเมื่อเดินผ่าน นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของต้นไม้เหล่านี้ เพราะต้นไม้ใหญ่ไม่เพียงให้ร่มเงา แต่ยังเป็นหลักฐานของความต่อเนื่องทางธรรมชาติ พื้นที่ใดที่ยังมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และการดูแลผืนป่าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่สนใจการดูนก วนอุทยานนครไชยบวรเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เหมาะกับการสังเกตนกในจังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีนกเข้ามาอาศัยและพักพิงมากขึ้น การเดินชมธรรมชาติในช่วงเช้าจะให้โอกาสพบเห็นนกได้ดี เพราะเป็นช่วงที่นกออกหากินและเคลื่อนไหวมากที่สุด การดูนกในพื้นที่เช่นนี้ควรใช้ความเงียบ ไม่ส่งเสียงดัง และเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เพื่อให้สามารถสังเกตพฤติกรรมธรรมชาติได้โดยไม่รบกวนสัตว์ป่า
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติภายในวนอุทยานได้รับการออกแบบให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ป่าได้อย่างใกล้ชิด เส้นทางมีระยะทางประมาณ 2,188 เมตร และแบ่งจุดเรียนรู้เป็นหลายสถานี นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพันธุ์ไม้ สังเกตสภาพป่า พื้นที่ชุ่มน้ำบางส่วน ร่องรอยสัตว์ และความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้กับสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ การเดินเส้นทางนี้เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู้ธรรมชาติ เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่เน้นความสมบุกสมบันมากเกินไป แต่ให้ความรู้และประสบการณ์ตรงอย่างชัดเจน
การศึกษาธรรมชาติในวนอุทยานนครไชยบวรมีคุณค่าในเชิงสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าป่าไม่ใช่เพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็นระบบชีวิตที่ซับซ้อน ต้นไม้ใหญ่ช่วยดูดซับคาร์บอน ช่วยรักษาความชื้นในดิน ลดความร้อน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ และช่วยรักษาสมดุลของพื้นที่โดยรอบ เมื่อผืนป่าเหลืออยู่น้อยลง ความสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์เช่นนี้จึงยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งในมิติของธรรมชาติ การศึกษา และความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมของชุมชน
วนอุทยานแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การอบรมเยาวชน การเรียนรู้ระบบนิเวศ การปลูกป่า การสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ และการจัดกิจกรรมกลุ่มที่เชื่อมโยงคนกับธรรมชาติ ภายในพื้นที่มีอาคารและสถานที่พักแรม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับรองรับกิจกรรมบางประเภท ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นห้องเรียนธรรมชาติของจังหวัดพิจิตร
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาแบบครอบครัวสามารถใช้พื้นที่วนอุทยานนครไชยบวรเป็นแหล่งเรียนรู้กลางแจ้ง เด็ก ๆ จะได้เห็นต้นไม้ใหญ่ ได้ยินเสียงนก ได้เรียนรู้ว่าป่าเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด และเข้าใจว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ขณะเดียวกันผู้ใหญ่สามารถใช้เวลาเดินพักผ่อน สูดอากาศสดชื่น และถ่ายภาพธรรมชาติในบรรยากาศที่เงียบสงบ การท่องเที่ยวแบบนี้ช่วยสร้างความทรงจำที่เรียบง่าย แต่มีคุณค่าต่อความเข้าใจธรรมชาติในระยะยาว
สำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานที่ต้องการจัดกิจกรรม วนอุทยานนครไชยบวรเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะมีองค์ประกอบครบทั้งพื้นที่ป่าจริง เส้นทางเดินศึกษา จุดสังเกตธรรมชาติ และบุคลากรที่ดูแลพื้นที่อนุรักษ์ การเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้ น้ำ ดิน สัตว์ และมนุษย์ได้ชัดเจนกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว
ในด้านการพักผ่อน วนอุทยานนครไชยบวรเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือใช้เป็นจุดแวะพักของเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอโพทะเลและอำเภอใกล้เคียง ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาประมาณ 1–3 ชั่วโมงในการเดินชมธรรมชาติ ถ่ายภาพ และพักผ่อนใต้ร่มไม้ หากเป็นกลุ่มที่ต้องการจัดกิจกรรมหรือพักแรม ควรติดต่อเจ้าหน้าที่วนอุทยานล่วงหน้าเพื่อสอบถามข้อมูลพื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และข้อกำหนดในการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม
ฤดูกาลที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว เพราะป่ามีความชุ่มชื้น อากาศสบาย และมีโอกาสพบนกได้มากขึ้น ช่วงฤดูร้อนยังสามารถมาเที่ยวได้ แต่ควรเลือกช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด ส่วนช่วงฤดูฝนควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นป่าและระมัดระวังเส้นทางที่อาจลื่น การวางแผนเวลาให้เหมาะสมจะช่วยให้การเที่ยวธรรมชาติมีความปลอดภัยและได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด
ผู้ที่รักการถ่ายภาพธรรมชาติจะพบมุมถ่ายภาพหลายแบบภายในวนอุทยาน ทั้งภาพแนวต้นยางสูง ภาพแสงลอดเรือนยอดไม้ ภาพพื้นป่าที่มีใบไม้แห้งปกคลุม ภาพนก และภาพกิจกรรมเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเวลาที่ให้แสงสวยคือเช้าตรู่และช่วงเย็น แสงเฉียงจะช่วยให้ลำต้นไม้มีมิติและทำให้บรรยากาศของป่าดูอบอุ่นมากขึ้น การถ่ายภาพในพื้นที่ธรรมชาติควรรักษาระยะจากสัตว์ ไม่เด็ดหรือทำลายพืช และไม่สร้างเสียงรบกวนมากเกินจำเป็น
การเดินทางมาวนอุทยานนครไชยบวรควรใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นหลัก เพราะพื้นที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล ห่างจากเขตตัวอำเภอประมาณ 17 กม. และไม่ได้เป็นย่านคมนาคมสาธารณะหนาแน่น นักท่องเที่ยวสามารถตั้งต้นจากตัวเมืองพิจิตร อำเภอโพทะเล หรืออำเภอตะพานหิน แล้วใช้แผนที่นำทางมายังบ้านหนองดง ตำบลท่าเสา หากเดินทางเป็นกลุ่มควรตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้าและติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าใช้พื้นที่ โดยเฉพาะกรณีต้องการพักแรมหรือจัดกิจกรรม
มารยาทในการเข้าพื้นที่วนอุทยานเป็นเรื่องสำคัญ นักท่องเที่ยวควรรักษาความสะอาด เก็บขยะกลับออกไป ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่เก็บพันธุ์ไม้ ไม่ทำลายเปลือกไม้หรือรากไม้ และไม่ก่อไฟในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต การเคารพกฎของพื้นที่อนุรักษ์จะช่วยให้ป่ายังคงเป็นแหล่งพักพิงของสัตว์และเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับคนรุ่นต่อไป
สิ่งที่ทำให้วนอุทยานนครไชยบวรมีคุณค่ายิ่งขึ้นคือการเป็นพื้นที่ป่าในจังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนรายล้อม ป่าขนาด 1,080 ไร่แห่งนี้จึงเป็นเหมือนเกาะธรรมชาติที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ เมื่อมองในระยะยาว วนอุทยานไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบในด้านสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศท้องถิ่น การเรียนรู้ และความภาคภูมิใจในทรัพยากรของจังหวัด
สำหรับผู้มาเยือนจากต่างจังหวัด วนอุทยานนครไชยบวรสามารถจัดรวมกับเส้นทางท่องเที่ยวอื่นในพิจิตรได้ เช่น วัดหิรัญญาราม วัดท้ายน้ำ วัดสุขุมาราม วัดป่าศรีวิไลย์ และสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองพิจิตร การจัดเส้นทางลักษณะนี้จะช่วยให้เห็นภาพพิจิตรอย่างรอบด้าน ทั้งด้านธรรมชาติ ศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวิถีชุมชน
หากต้องการพักค้างคืน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่พักในอำเภอโพทะเลหรือเดินทางไปพักในตัวเมืองพิจิตร ซึ่งมีตัวเลือกด้านที่พัก ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า การพักในตัวเมืองช่วยให้สามารถวางแผนเที่ยวบึงสีไฟ วัดท่าหลวง ศาลหลักเมืองพิจิตร และคาเฟ่หรือร้านอาหารในเมืองต่อได้สะดวก ส่วนผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้พื้นที่โพทะเลควรเลือกที่พักที่ตรวจสอบเส้นทางและติดต่อได้ล่วงหน้า
โดยรวมแล้ว วนอุทยานนครไชยบวรเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ที่มองหาความสงบและคุณค่าทางธรรมชาติในจังหวัดพิจิตร ป่าดงยางขนาดใหญ่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ นกในฤดูหนาว อาคารและพื้นที่รองรับกิจกรรม ตลอดจนบทบาทด้านการอนุรักษ์ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายมากกว่าแหล่งพักผ่อนทั่วไป การมาเยือนวนอุทยานแห่งนี้จึงเป็นการเดินทางที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้พักกาย เรียนรู้ธรรมชาติ และเห็นความสำคัญของผืนป่าสุดท้ายของจังหวัดพิจิตรอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วนอุทยานนครไชยบวร |
| ที่ตั้ง | หมู่ 2 บ้านหนองดง ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร |
| ที่อยู่ | วนอุทยานนครไชยบวร บ้านหนองดง หมู่ 2 ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร 66130 |
| พิกัด | X69G+Q78 ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร |
| ไฮไลต์ | ป่าดงยางขนาดใหญ่ ผืนป่าธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และแหล่งดูนกในฤดูหนาว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองดง พ.ศ.2509 มีเนื้อที่ประมาณ 1,080 ไร่ และจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2529 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวนอุทยานสื่อถึงพื้นที่นครไชยบวร ซึ่งเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและพื้นที่ป่าท้องถิ่นในอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร |
| ลักษณะเด่น | เป็นป่าที่ราบ มีต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นหนาแน่น บางส่วนเป็นที่ราบลุ่ม มีสัตว์ป่าและนกอาศัยอยู่จำนวนมากในช่วงฤดูหนาว |
| การเดินทาง | เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากอำเภอโพทะเลประมาณ 17 กม. มุ่งหน้าไปยังบ้านหนองดง ตำบลท่าเสา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและพื้นที่เรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ ภายใต้การดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อาคารบริการ พื้นที่พักแรม พื้นที่กางเต็นท์ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ป่าดงยาง เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 2,188 เมตร จุดเรียนรู้ธรรมชาติ พื้นที่ดูนก และพื้นที่กิจกรรมอนุรักษ์ |
| ผู้ดูแล | นายธิติพล ดวงแก้ว หัวหน้าวนอุทยานนครไชยบวร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-532-8773 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดท้ายน้ำ ประมาณ 18 กม. 2. วัดหิรัญญาราม ประมาณ 21 กม. 3. วัดสุขุมาราม ประมาณ 22 กม. 4. วัดป่าศรีวิไลย์ ประมาณ 24 กม. 5. บึงสีไฟ ประมาณ 36 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Café Amazon ปตท.โพทะเล ประมาณ 17 กม. 2. New York Café โพทะเล ประมาณ 17 กม. 3. Kitchen Pan & Coffee Punch ประมาณ 18 กม. 4. สวนอาหารขวัญข้าว จ.พิจิตร ประมาณ 36 กม. โทร. 086-679-0432, 056-611-159 5. ศาลาข้าวปุ้น ประมาณ 37 กม. โทร. 082-504-1910 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สิญารีสอร์ท โพทะเล ประมาณ 17 กม. โทร. 099-617-3445 2. บ้านสวน รีสอร์ท ประมาณ 28 กม. 3. ฟ้าหลวง เรสซิเดนซ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 085-151-5696 4. The Nest Hotel Phichit ประมาณ 36 กม. โทร. 056-033-662 5. Orchid Place Hotel Phichit ประมาณ 37 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานนครไชยบวรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วนอุทยานนครไชยบวรตั้งอยู่ที่หมู่ 2 บ้านหนองดง ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ห่างจากตัวอำเภอโพทะเลประมาณ 17 กม.
ถาม: วนอุทยานนครไชยบวรมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือป่าดงยางขนาดใหญ่ ต้นยางสูงหนาแน่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่ดูนกในช่วงฤดูหนาว
ถาม: วนอุทยานนครไชยบวรเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติ ดูนก ถ่ายภาพป่า พักผ่อนแบบสงบ จัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อม และการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับนักเรียนหรือนักศึกษา
ถาม: มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหรือไม่?
ตอบ: มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 2,188 เมตร พร้อมจุดเรียนรู้ธรรมชาติหลายสถานี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้
ถาม: ช่วงเวลาใดเหมาะกับการดูนกที่วนอุทยานนครไชยบวร?
ตอบ: ช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการดูนกมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงเช้าที่นกออกหากินและมีโอกาสพบเห็นได้ง่ายกว่าเวลาอื่น
ถาม: เดินทางไปวนอุทยานนครไชยบวรอย่างไร?
ตอบ: การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด โดยตั้งต้นจากอำเภอโพทะเลแล้วเดินทางไปยังบ้านหนองดง ตำบลท่าเสา ระยะทางประมาณ 17 กม.
ถาม: วนอุทยานนครไชยบวรมีที่พักหรือพื้นที่กางเต็นท์หรือไม่?
ตอบ: ภายในพื้นที่มีอาคาร สถานที่พักแรม และพื้นที่รองรับกิจกรรมบางประเภท ผู้ที่ต้องการพักแรมหรือกางเต็นท์ควรติดต่อเจ้าหน้าที่วนอุทยานล่วงหน้า
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลวนอุทยานนครไชยบวร?
ตอบ: วนอุทยานนครไชยบวรอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีนายธิติพล ดวงแก้วเป็นหัวหน้าวนอุทยาน
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว



