หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร >อ.บางมูลนาก >ต.บางมูลนาก > ศาลเจ้าพ่อแก้ว
TL;DR: ศาลเจ้าพ่อแก้ว อยู่ที่เขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เปิดทุกวัน เวลา ติดต่อเทศบาลเมืองบางมูลนากก่อนเดินทาง. จุดเด่นคือ อาคารศาลเจ้าสองชั้นตกแต่งตามแบบศิลปะจีน มีซุ้มประตู ภาพองค์รักษ์ พื้นที่สักการะกว้างขวาง และองค์เทพสำคัญหลายองค์.
ศาลเจ้าพ่อแก้ว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ติดต่อเทศบาลเมืองบางมูลนากก่อนเดินทาง
ศาลเจ้าพ่อแก้ว จังหวัดพิจิตร เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของอำเภอบางมูลนาก ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก ไม่ไกลจากที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบางมูลนากมาอย่างยาวนาน สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศาลเจ้าที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่น้ำน่าน ชุมชนจีนในตลาดบางมูลนาก ความทรงจำจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ และพลังของชาวบ้านที่ร่วมกันรักษาความศรัทธาต่อองค์เจ้าพ่อแก้วให้คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
ศาลเจ้าพ่อแก้วเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาสักการะ ขอพรเรื่องโชคลาภ ความเป็นสิริมงคล การค้าขาย ความราบรื่นในชีวิต และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตลาดเก่าบางมูลนาก จุดเด่นของศาลอยู่ที่เรื่องราวการพบองค์เจ้าพ่อแก้วซึ่งเป็นไม้แกะสลักลอยมาตามแม่น้ำน่านเมื่อราวปี พ.ศ. 2477 โดยชาวจีนชื่อ นายห้อย แซ่ลี้ ความศรัทธาที่เริ่มจากการอัญเชิญองค์เจ้าพ่อขึ้นจากแม่น้ำได้ค่อย ๆ ขยายเป็นศาลเล็กริมฝั่งน้ำ ก่อนพัฒนาเป็นศาลเจ้าหลังใหม่ขนาดใหญ่ และต่อยอดเป็นพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้วเพื่อรักษาความทรงจำของชุมชน
ประวัติของศาลเจ้าพ่อแก้วเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่ชาวบ้านเล่าขานกันอย่างต่อเนื่องว่า นายห้อย แซ่ลี้ ชาวจีนในพื้นที่บางมูลนาก ได้พบองค์เจ้าพ่อแก้วในลักษณะไม้แกะสลักลอยมาตามแม่น้ำน่าน เมื่อราวปี พ.ศ. 2477 ด้วยความศรัทธาและความเชื่อว่าสิ่งที่ลอยมาตามน้ำไม่ใช่เพียงวัตถุธรรมดา แต่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เดินทางมาสู่ชุมชน นายห้อยจึงอัญเชิญขึ้นมาตั้งไว้ริมแม่น้ำเพื่อให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของศรัทธาที่ผูกพันกับชาวบางมูลนากมาหลายชั่วอายุคน
ต่อมาชาวบางมูลนากได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างศาลเจ้าเล็ก ๆ เพื่อเป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าพ่อแก้ว ศาลในยุคแรกมีขนาดไม่ใหญ่ เป็นศาลเล็กที่มีบันได 5 ขั้น ภายในสามารถเข้าไปสักการะได้ครั้งละไม่กี่คน แต่ศาลเล็กแห่งนั้นกลับมีความหมายใหญ่หลวงต่อชาวบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ฝากความหวัง ขอพร แสดงความกตัญญู และร่วมกันสร้างความเป็นปึกแผ่นของชุมชน ความเล็กของอาคารจึงไม่ได้ลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ แต่ยิ่งทำให้ภาพศรัทธาในยุคแรกดูใกล้ชิดและจริงใจยิ่งขึ้น
ในปี พ.ศ. 2492 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ตลาดบางมูลนาก ส่งผลให้ศาลเจ้าพ่อแก้วเดิมถูกเผาทำลายไปพร้อมกับพื้นที่ตลาดบางส่วน เหตุการณ์นี้เป็นบาดแผลสำคัญของชุมชน เพราะศาลเจ้าไม่ได้เป็นเพียงอาคารไม้หลังหนึ่ง แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งตลาด หลังเกิดเพลิงไหม้ องค์เจ้าพ่อแก้วได้ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานชั่วคราวที่โรงเรียนโถงจื้อเก่า ก่อนที่ชาวบ้านจะเห็นพ้องต้องกันว่าควรสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ให้มั่นคงถาวร เหมาะสมกับการสักการะ และสอดคล้องกับความศรัทธาที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา
แรงศรัทธาของชาวบางมูลนากทำให้เกิดการสร้างศาลเจ้าพ่อแก้วหลังใหม่ที่มีขนาดใหญ่ สง่างาม และสะดวกต่อการสักการะมากขึ้น ต่อมาได้อัญเชิญองค์เจ้าพ่อแก้วเข้าประดิษฐาน ณ ศาลหลังใหม่ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550 นับจากนั้นศาลเจ้าพ่อแก้วจึงกลายเป็นสถานที่สักการะที่มีความพร้อมทั้งด้านพื้นที่ พิธีกรรม และการรองรับผู้ศรัทธา อาคารศาลหลังใหม่สะท้อนให้เห็นพลังของชุมชนที่ไม่ยอมให้ศรัทธาสูญหายไปกับกาลเวลา แต่เลือกที่จะสร้างพื้นที่ใหม่เพื่อสืบทอดความเชื่อเดิมให้มั่นคงยิ่งขึ้น
ในปี พ.ศ. 2563 ชาวบางมูลนากได้ร่วมกันบูรณะศาลเจ้าพ่อแก้วหลังเก่าให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว เพื่อเก็บรักษาประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า ภาพจำ และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับศาลเจ้าและชุมชน การเปลี่ยนศาลเก่าให้เป็นพิพิธภัณฑ์ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายเพิ่มขึ้นจากพื้นที่สักการะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงศาลเจ้าที่งดงาม แต่ยังได้เข้าใจว่าศรัทธาของชุมชนเกิดขึ้น เติบโต ผ่านวิกฤต และถูกสืบทอดอย่างไร
ศาลเจ้าพ่อแก้วในปัจจุบันเป็นอาคารสองชั้นที่มีการตกแต่งอย่างวิจิตรตามแบบศิลปะและความเชื่อของชาวจีน พื้นที่ภายในกว้างขวาง สะดวกสำหรับผู้ที่เดินทางมาสักการะ ซุ้มประตูทางเข้าถูกออกแบบให้โดดเด่นและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยมีภาพองค์รักษ์ทั้งสองบานเพื่อปกปักรักษาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อขึ้นไปยังชั้นสองจะพบองค์เจ้าพ่อแก้วประดิษฐานอย่างสง่างาม เป็นจุดสำคัญที่ผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ ขอพร และถวายเครื่องสักการะ
บริเวณด้านขวาของพื้นที่สักการะมีองค์เจ้าแม่กวนอิมพันกรสีขาวประดิษฐานอยู่บนแท่นประทับอันงดงาม เจ้าแม่กวนอิมเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตา ความกรุณา และการช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ผู้มาเยือนจำนวนมากจึงนิยมกราบไหว้เพื่อขอพรด้านความสงบ ความเมตตา สุขภาพ และการคุ้มครองครอบครัว ส่วนด้านซ้ายมีองค์เทพเจ้าแห่งโชคลาภซึ่งผู้คนให้ความเคารพบูชาและนิยมมากราบไหว้เพื่อความเจริญรุ่งเรือง การค้าขายดี และความก้าวหน้าในชีวิต
ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าพ่อแก้วในความเชื่อของชาวบางมูลนากมีความเกี่ยวข้องกับโชคลาภ ความคุ้มครอง และความเป็นสิริมงคล ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาขอพรทั้งในวันปกติและช่วงงานประจำปี บางคนมากราบไหว้ก่อนเริ่มกิจการ ก่อนเดินทางไกล ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ หรือหลังจากสมหวังแล้วกลับมาไหว้ขอบคุณ ความศรัทธาเช่นนี้สะท้อนบทบาทของศาลเจ้าในฐานะที่พึ่งทางใจของผู้คน ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาเท่านั้น
งานประจำปีของศาลเจ้าพ่อแก้วเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของอำเภอบางมูลนาก จัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี โดยมีงานงิ้วเจ้าพ่อแก้ว ขบวนแห่องค์เจ้าพ่อแก้วรอบตลาด และกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทย-จีนที่ชาวบ้านให้ความสำคัญ งานนี้เป็นมากกว่างานสมโภช เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนบางมูลนากทั้งในพื้นที่และผู้ที่ย้ายไปอยู่ต่างถิ่นได้กลับมารวมตัวกัน สักการะองค์เจ้าพ่อ พบปะญาติพี่น้อง และร่วมสืบทอดประเพณีของชุมชน
การแห่องค์เจ้าพ่อแก้วรอบตลาดบางมูลนากเป็นภาพที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาลเจ้ากับชุมชนอย่างชัดเจน เพราะองค์เจ้าพ่อไม่ได้ประดิษฐานอยู่เฉพาะในอาคารศาลเท่านั้น แต่ยังถูกอัญเชิญออกไปให้ชาวบ้านในตลาดได้สักการะอย่างใกล้ชิด ขบวนแห่จึงเป็นทั้งพิธีกรรมทางความเชื่อและการประกาศความเป็นหนึ่งเดียวของชุมชน ผู้คนที่เฝ้ารออยู่ตามเส้นทางต่างร่วมไหว้ ขอพร และแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเชื่อมั่นมาโดยตลอด
งิ้วเจ้าพ่อแก้วเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของงานประจำปี เพราะงิ้วเป็นศิลปะการแสดงจีนที่ผูกพันกับศาลเจ้าหลายแห่งในประเทศไทย การแสดงงิ้วในบริบทของศาลเจ้ามีทั้งความบันเทิง ความศรัทธา และการถวายการแสดงแด่องค์เทพเจ้า สำหรับชาวบางมูลนาก งานงิ้วไม่ได้เป็นเพียงการดูละครจีน แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสืบทอดรากวัฒนธรรมจีนในชุมชนที่อยู่ร่วมกับสังคมไทยมาอย่างกลมกลืน
ศาลเจ้าพ่อแก้วยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนตลาดเก่าบางมูลนาก ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำน่านที่มีประวัติยาวนานและมีคนไทยเชื้อสายจีนหลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกัน ศาลเจ้าเป็นพื้นที่ที่ช่วยรักษาความทรงจำของตลาดเก่า ทั้งเรื่องการค้าขาย วิถีริมน้ำ ความสัมพันธ์ของครอบครัวจีน การช่วยเหลือกันหลังเหตุเพลิงไหม้ และการสร้างสถาบันชุมชนขึ้นใหม่ด้วยแรงศรัทธา ผู้มาเยือนศาลจึงควรเผื่อเวลาเดินชมบรรยากาศตลาดบางมูลนาก เพื่อสัมผัสภาพชุมชนที่เป็นฉากหลังของเรื่องราวทั้งหมด
พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้วช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจความเป็นมาของสถานที่ได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะประวัติศาสตร์ชุมชนจำนวนมากมักไม่ได้อยู่ในตำราใหญ่ แต่อยู่ในภาพถ่ายเก่า อาคารเก่า เรื่องเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ วัตถุที่ใช้ในพิธี และความทรงจำของคนในพื้นที่ การมีพิพิธภัณฑ์จึงทำให้ศาลเจ้าพ่อแก้วเป็นทั้งสถานที่สักการะและพื้นที่อนุรักษ์ความทรงจำของชาวบางมูลนากอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการสักการะ ควรแต่งกายสุภาพ เดินชมด้วยความสำรวม และปฏิบัติตามธรรมเนียมของศาลเจ้า หากไม่คุ้นเคยกับการไหว้เจ้า สามารถสอบถามผู้ดูแลหรือสังเกตขั้นตอนจากผู้ศรัทธาในพื้นที่ โดยทั่วไปการไหว้ศาลเจ้าจีนจะมีการจุดธูป ถวายเครื่องสักการะ และกราบไหว้ตามลำดับเทพเจ้าภายในศาล การปฏิบัติด้วยความเคารพจะทำให้การมาเยือนเป็นทั้งประสบการณ์ทางศรัทธาและการเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างเหมาะสม
ทำเลของศาลเจ้าพ่อแก้วอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก ใกล้ที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก ทำให้เดินทางสะดวกและเชื่อมโยงกับสถานที่อื่นในพื้นที่ได้ง่าย จากตัวเมืองพิจิตรสามารถเดินทางด้วยรถยนต์มายังอำเภอบางมูลนาก ระยะทางประมาณ 50 กม. ใช้เวลาไม่นานก็สามารถมาถึงศาลได้ เส้นทางนี้เหมาะกับการจัดทริปไหว้เจ้าพ่อแก้ว เที่ยวตลาดบางมูลนาก แวะคาเฟ่หรือร้านอาหารท้องถิ่น และต่อเส้นทางไปยังวัดสุขุมารามหรือวัดหิรัญญารามได้ในวันเดียว
ในด้านสถาปัตยกรรม ศาลเจ้าหลังใหม่มีความงดงามจากองค์ประกอบแบบจีนที่ใช้สี รูปทรง สัญลักษณ์ และลวดลายตกแต่งอย่างมีความหมาย ซุ้มประตู ภาพองค์รักษ์ บันได พื้นที่ประดิษฐานองค์เจ้าพ่อ และองค์เทพต่าง ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่แรกเข้าสู่พื้นที่ การเดินชมศาลจึงควรค่อย ๆ สังเกตรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสีทอง สีแดง รูปมังกร ลายเมฆ ดอกไม้ และรูปเคารพที่สะท้อนคติความเชื่อเรื่องความคุ้มครอง ความรุ่งเรือง และความเป็นมงคล
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพสามารถเก็บภาพบรรยากาศภายนอกศาล ซุ้มประตู อาคารสองชั้น และมุมสักการะได้อย่างสวยงาม แต่ควรถ่ายภาพอย่างเคารพ ไม่รบกวนผู้ที่กำลังไหว้เจ้า และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชใกล้องค์สักการะหรือพื้นที่พิธีกรรม หากมีป้ายห้ามถ่ายภาพหรือช่วงพิธีสำคัญควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแล การท่องเที่ยวศาลเจ้าที่ดีควรรักษาความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่เป็นอันดับแรก
ศาลเจ้าพ่อแก้วจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือคุณค่าทางศรัทธาในฐานะที่ประดิษฐานองค์เจ้าพ่อแก้ว ชั้นที่สองคือคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากเรื่องราวการพบองค์ไม้แกะสลักในแม่น้ำน่าน เหตุเพลิงไหม้ และการสร้างศาลใหม่ ชั้นที่สามคือคุณค่าทางวัฒนธรรมจากงานงิ้วและขบวนแห่ประจำปี และชั้นที่สี่คือคุณค่าทางสังคมจากการเป็นพื้นที่รวมใจของชาวบางมูลนากในอดีตจนถึงปัจจุบัน
โดยรวมแล้ว ศาลเจ้าพ่อแก้ว จังหวัดพิจิตร เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การมาเยือนสำหรับผู้สนใจศาลเจ้าจีน ความเชื่อท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ชุมชนริมแม่น้ำน่าน และวัฒนธรรมไทย-จีนในเมืองพิจิตร การเดินทางมาที่นี่จะได้ทั้งการสักการะองค์เจ้าพ่อแก้ว การชมสถาปัตยกรรมศาลเจ้าที่งดงาม การเรียนรู้เรื่องราวของชาวบางมูลนาก และการสัมผัสพลังศรัทธาที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของชุมชนไว้อย่างแนบแน่น
| ชื่อสถานที่ | ศาลเจ้าพ่อแก้ว จังหวัดพิจิตร |
| ที่ตั้ง | เขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร |
| ที่อยู่ | ถนนประเทืองถิ่น อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร 66120 ใกล้ที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก |
| ประเภทสถานที่ | ศาลเจ้าจีนและแหล่งศรัทธาชุมชนบางมูลนาก |
| ไฮไลต์ | สักการะองค์เจ้าพ่อแก้ว ชมอาคารศาลเจ้าสองชั้น เจ้าแม่กวนอิมพันกร เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจากการพบองค์เจ้าพ่อแก้วซึ่งเป็นไม้แกะสลักลอยมาตามแม่น้ำน่านเมื่อราวปี พ.ศ. 2477 โดยนายห้อย แซ่ลี้ ต่อมาศาลเดิมถูกเพลิงไหม้ในปี พ.ศ. 2492 และมีการอัญเชิญองค์เจ้าพ่อแก้วเข้าศาลหลังใหม่เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550 |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามองค์เจ้าพ่อแก้ว ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบางมูลนากให้ความเคารพนับถือและเชื่อว่าเป็นผู้คุ้มครองชุมชน |
| ลักษณะเด่น | อาคารศาลเจ้าสองชั้นตกแต่งตามแบบศิลปะจีน มีซุ้มประตู ภาพองค์รักษ์ พื้นที่สักการะกว้างขวาง และองค์เทพสำคัญหลายองค์ |
| สิ่งสำคัญภายในศาล | องค์เจ้าพ่อแก้ว, องค์เจ้าแม่กวนอิมพันกรสีขาว, องค์เทพเจ้าแห่งโชคลาภ, พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว และพื้นที่สักการะตามแบบศาลเจ้าจีน |
| ประเพณี / งานประจำปี | งานงิ้วเจ้าพ่อแก้วประจำเดือนธันวาคม และขบวนแห่องค์เจ้าพ่อแก้วรอบตลาดบางมูลนากเพื่อให้ชาวบ้านได้สักการะ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพิจิตรเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังอำเภอบางมูลนาก ระยะทางประมาณ 50 กม. ศาลตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก ใกล้ที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นศาลเจ้าชุมชน แหล่งสักการะ และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของบางมูลนาก |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ติดต่อเทศบาลเมืองบางมูลนากก่อนเดินทาง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะ ศาลเจ้าหลัก พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว พื้นที่จัดงานประจำปี และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่ชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ชั้นสักการะองค์เจ้าพ่อแก้ว, บริเวณเจ้าแม่กวนอิมพันกร, บริเวณเทพเจ้าแห่งโชคลาภ, ซุ้มประตูศาลเจ้า และพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว |
| ผู้ดูแล | นายสมนึก มีรัตน์ เจ้าหน้าที่ประจำศาลเจ้าพ่อแก้ว และคณะกรรมการมูลนิธิแก้วคุ้มครอง เจ้าพ่อแก้ว อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลเมืองบางมูลนาก โทร. 0-5663-2004 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตลาดเก่าบางมูลนาก ประมาณ 500 ม. 2. พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว ประมาณ 100 ม. 3. วัดสุขุมาราม ประมาณ 6 กม. 4. วัดหิรัญญาราม ประมาณ 8 กม. 5. วัดท้ายน้ำ ประมาณ 14 กม. 6. วัดป่าศรีวิไลย์ ประมาณ 15 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Le Monarch Cafe' ละมุนนาก คาเฟ่ ประมาณ 500 ม. โทร. 095-998-2822 2. ร้านขนมครกข้างศาลเจ้าพ่อแก้ว ประมาณ 100 ม. 3. ร้านข้าวราดแกงหน้าอำเภอบางมูลนาก ประมาณ 300 ม. 4. ครัวลุงหมีก๋วยเตี๋ยวไก่ หมูตุ๋น อาหารป่า ประมาณ 2 กม. 5. ร้านอาหารในตลาดบางมูลนาก ประมาณ 500 ม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านสบายใจ รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 082-877-8848 2. วีธรารีสอร์ทบางมูลนาก ประมาณ 8 กม. โทร. 081-785-2040 3. บ้านไม้งามรีสอร์ท ประมาณ 10 กม. 4. Doo Dow Resort ประมาณ 12 กม. 5. Rice Country Village ประมาณ 14 กม. 6. โรงแรมริมน่าน ประมาณ 18 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลเจ้าพ่อแก้ว จังหวัดพิจิตร อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อแก้วตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ใกล้ที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก
ถาม: ศาลเจ้าพ่อแก้วมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อแก้วเริ่มจากนายห้อย แซ่ลี้ พบองค์เจ้าพ่อแก้วซึ่งเป็นไม้แกะสลักลอยมาตามแม่น้ำน่านเมื่อราวปี พ.ศ. 2477 แล้วอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานให้ชาวบ้านสักการะ
ถาม: ศาลเจ้าพ่อแก้วหลังใหม่สร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อแก้วหลังใหม่ได้รับการอัญเชิญองค์เจ้าพ่อแก้วเข้าประดิษฐานเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550 หลังจากชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันสร้างศาลให้มั่นคงและเหมาะสมต่อการสักการะ
ถาม: ภายในศาลเจ้าพ่อแก้วมีสิ่งใดน่าสักการะ?
ตอบ: ภายในมีองค์เจ้าพ่อแก้วเป็นองค์สำคัญ พร้อมด้วยเจ้าแม่กวนอิมพันกรสีขาว เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และพื้นที่พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว
ถาม: งานประจำปีศาลเจ้าพ่อแก้วจัดช่วงไหน?
ตอบ: งานงิ้วเจ้าพ่อแก้วจัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี มีการแห่องค์เจ้าพ่อแก้วรอบตลาดบางมูลนากเพื่อให้ชาวบ้านได้สักการะ
ถาม: ศาลเจ้าพ่อแก้วเหมาะกับการขอพรเรื่องใด?
ตอบ: ผู้ศรัทธานิยมมากราบไหว้เพื่อขอพรเรื่องโชคลาภ ความเป็นสิริมงคล การค้าขาย ความราบรื่นในชีวิต และความคุ้มครองของครอบครัว
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองพิจิตรไปศาลเจ้าพ่อแก้วอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองพิจิตรเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังอำเภอบางมูลนาก ระยะทางประมาณ 50 กม. ศาลตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก ใกล้ที่ว่าการอำเภอ
ถาม: ศาลเจ้าพ่อแก้วเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับตลาดเก่าบางมูลนาก พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าพ่อแก้ว วัดสุขุมาราม วัดหิรัญญาราม วัดท้ายน้ำ และวัดป่าศรีวิไลย์ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




