หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร > 20 ที่เที่ยวพิจิตร ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด
TL;DR: 20 ที่เที่ยวพิจิตร ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด เปิดทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่สาธารณะรอบบึงเปิดให้เข้าชมทุกวัน /.

พิจิตร

20 ที่เที่ยวพิจิตร ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด

20 ที่เที่ยวพิจิตร ที่เที่ยวภาคเหนือที่ห้ามพลาด

20 ที่เที่ยวจังหวัดพิจิตร เมืองชาละวัน เที่ยวครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัด และวิถีชุมชน พิจิตรเป็นจังหวัดขนาดไม่ใหญ่ของภาคเหนือตอนล่าง แต่มีเอกลักษณ์ชัดเจนจากภูมิประเทศลุ่มน้ำ ประวัติศาสตร์เมืองเก่า ตำนานชาละวัน พระพุทธศาสนา ชุมชนริมน้ำ และวิถีชีวิตที่ยังคงความเรียบง่ายไว้ได้ดี นักเดินทางที่เคยมองพิจิตรเป็นเพียงจังหวัดทางผ่านจะพบว่าพื้นที่แห่งนี้มีเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลายกว่าที่คิด ตั้งแต่บึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง วัดเก่าในสมัยอยุธยา ศาลเจ้าเก่าแก่ของชุมชนจีน ไปจนถึงผืนป่าธรรมชาติที่เหลืออยู่ในพื้นที่ราบของจังหวัด
 
ภาพจำสำคัญที่สุดของพิจิตรคือ “เมืองชาละวัน” ซึ่งเชื่อมโยงกับวรรณคดีเรื่องไกรทอง ตำนานจระเข้ชาละวัน และพื้นที่เมืองเก่าพิจิตร โดยเฉพาะบึงสีไฟและถ้ำชาละวันที่ทำให้เรื่องเล่าทางวรรณคดีผูกเข้ากับภูมิประเทศจริงของจังหวัด ตำนานเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าสำหรับนักท่องเที่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เมืองที่ปรากฏทั้งในประติมากรรม งานประเพณี สัญลักษณ์จังหวัด และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
 
ในด้านประวัติศาสตร์ พิจิตรมีร่องรอยความสำคัญต่อเนื่องตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา และชุมชนยุคหลัง หลายพื้นที่ยังมีโบราณสถาน วัดเก่า และสถาปัตยกรรมที่สะท้อนพัฒนาการของเมือง เช่น วัดนครชุม อุทยานเมืองเก่าพิจิตร วัดโพธิ์ประทับช้าง และวัดเขารูปช้าง ขณะที่วัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลานมีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ พระเกจิอาจารย์สำคัญของเมืองพิจิตร
 
พิจิตรยังมีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมจากชุมชนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะชุมชนจีนไหหลำริมแม่น้ำน่านที่ท่าฬ่อ ซึ่งยังคงมีศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศูนย์รวมจิตใจ รวมถึงชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนามบริเวณบ้านดงที่ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย–เวียดนาม ทำให้การเที่ยวพิจิตรไม่ได้มีเฉพาะวัดและโบราณสถาน แต่ยังเปิดมุมมองไปสู่ประวัติศาสตร์ชุมชนและความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค
 
ด้านธรรมชาติ แม้พิจิตรจะไม่มีภูเขาสูงหรือน้ำตกจำนวนมากเหมือนจังหวัดภาคเหนือด้านตะวันตกและตะวันออก แต่มีภูมิประเทศแบบลุ่มน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำที่โดดเด่น บึงสีไฟเป็นทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ ระบบนิเวศ พื้นที่สาธารณะ และแลนด์มาร์กของจังหวัด ส่วนวนอุทยานนครไชยบวรเป็นอีกด้านหนึ่งที่หลายคนไม่คุ้นเคย เพราะเป็นผืนป่าดงยางขนาดใหญ่ที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัดไว้
 
หากมีเวลาเพียง 1 วัน สามารถเที่ยวบึงสีไฟ วัดท่าหลวง อุทยานเมืองเก่าพิจิตร และวัดนครชุมได้อย่างลงตัว ส่วนทริป 2–3 วันควรเพิ่มวัดโพธิ์ประทับช้าง วัดบางคลาน วัดเขารูปช้าง พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ ศาลเจ้าแม่ทับทิม และวนอุทยานนครไชยบวร เพื่อให้เห็นพิจิตรครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศรัทธา ชุมชน และเรื่องราวท้องถิ่น
 
บึงสีไฟ พิจิตร
 
1. บึงสีไฟ เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตรและเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของเมืองชาละวันได้ชัดเจนที่สุด บึงน้ำจืดขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง มีทั้งพื้นที่พักผ่อน จุดชมวิว ทางเดินออกกำลังกาย สถานแสดงพันธุ์ปลา สวนสาธารณะ และรูปปั้นพญาชาละวันขนาดใหญ่ที่กลายเป็นภาพจำของจังหวัด
 
ไฮไลต์: ผืนน้ำกว้างประมาณ 5,000 ไร่ จุดชมพระอาทิตย์ตก รูปปั้นพญาชาละวัน สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร พื้นที่เดินเล่น ออกกำลังกาย และระบบนิเวศน้ำจืด
 
บึงสีไฟมีบทบาทมากกว่าการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนพิจิตรมายาวนาน ทั้งด้านประมง เกษตรกรรม และระบบนิเวศ พื้นที่ชุ่มน้ำรอบบึงเป็นที่อยู่อาศัยของปลา นกน้ำ พืชน้ำ และสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ทำให้ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนเมืองกับธรรมชาติได้ในพื้นที่เดียวกัน
 
จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวมักแวะถ่ายภาพคือรูปปั้นพญาชาละวัน ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับวรรณคดีเรื่องไกรทองและภาพจำของพิจิตรในฐานะเมืองแห่งตำนานจระเข้ชาละวัน ประติมากรรมขนาดใหญ่ช่วยทำให้เรื่องเล่าวรรณคดีกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สาธารณะ และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากบึงหรือสวนสาธารณะทั่วไป
 
สำหรับครอบครัว สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติเป็นจุดที่ช่วยเพิ่มมิติด้านการเรียนรู้ เพราะสามารถศึกษาชนิดของปลาน้ำจืดและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ลุ่มน้ำภาคเหนือตอนล่างได้ เด็กและเยาวชนจึงสามารถมาเที่ยวบึงสีไฟได้ทั้งในมุมพักผ่อนและมุมการศึกษาธรรมชาติ
 
ช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับบึงสีไฟมากที่สุด อากาศจะเริ่มเย็นลงและแสงอาทิตย์สะท้อนบนผิวน้ำกว้างสร้างบรรยากาศสงบ เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ หรือพักหลังจากเที่ยววัดและเมืองเก่ามาตลอดวัน สามารถจัดบึงสีไฟเป็นจุดปิดท้ายเส้นทางเที่ยวตัวเมืองพิจิตรได้อย่างลงตัว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: พื้นที่สาธารณะรอบบึงเปิดให้เข้าชมทุกวัน / สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติเปิดวันอังคาร – วันศุกร์ 09:30 – 16:30 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ 09:00 – 17:30 น.
 
การเดินทาง: บึงสีไฟอยู่ในเขตอำเภอเมืองพิจิตร ห่างจากศูนย์กลางเมืองไม่มาก หากเดินทางโดยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟพิจิตรแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นมายังบึงได้ ส่วนรถยนต์ส่วนตัวสามารถเชื่อมเส้นทางต่อไปวัดท่าหลวงและเมืองเก่าพิจิตรได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง บึงสีไฟ
 
วัดท่าหลวง พิจิตร
 
2. วัดท่าหลวง เป็นพระอารามหลวงสำคัญคู่เมืองพิจิตร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านในเขตตัวเมือง และเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพิจิตรและพุทธศาสนิกชนจากหลายจังหวัดให้ความเคารพ วัดแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรมาเยือนเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเดินทางถึงพิจิตร
 
ไฮไลต์: หลวงพ่อเพชร พระอุโบสถ พระอารามหลวงริมแม่น้ำน่าน งานประเพณีแข่งเรือยาว และบรรยากาศศูนย์รวมศรัทธาของชาวพิจิตร
 
วัดท่าหลวงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2388 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ การตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านสะท้อนรูปแบบการตั้งถิ่นฐานของเมืองไทยในอดีตที่วัด ตลาด ชุมชน และเส้นทางคมนาคมทางน้ำมักพัฒนาไปพร้อมกัน
 
หลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามและได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัด เรื่องราวการอัญเชิญองค์พระจากพื้นที่อื่นมายังพิจิตรได้รับการเล่าต่อกันมา และทำให้หลวงพ่อเพชรกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคน
 
นอกจากการสักการะหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวงยังมีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมเมืองพิจิตร โดยเฉพาะประเพณีแข่งเรือยาวที่สัมพันธ์กับแม่น้ำน่านและวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ ในช่วงงานประเพณี บริเวณวัดและริมแม่น้ำจะมีบรรยากาศคึกคักและสะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองพิจิตรอย่างชัดเจน
 
สำหรับผู้สนใจการถ่ายภาพ ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเหมาะกับการชมพระอุโบสถและบรรยากาศริมน่านมากกว่าช่วงกลางวัน สามารถจัดวัดท่าหลวงร่วมกับบึงสีไฟและสถานที่ในตัวเมืองได้ภายในครึ่งวัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:30 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่บนถนนบุษบา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร รถยนต์ รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นจากสถานีรถไฟพิจิตรสามารถเดินทางถึงได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดท่าหลวง
 
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
 
3. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญที่รวมเมืองโบราณ วัดร้าง ศาลหลักเมือง ตำนานไกรทอง ถ้ำชาละวัน คูเมือง และพื้นที่สีเขียวไว้ในบริเวณเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจพิจิตรในฐานะเมืองเก่าที่มีเรื่องราวยาวนานกว่าภาพจำเรื่องบึงสีไฟเพียงอย่างเดียว
 
ไฮไลต์: ศาลหลักเมืองพิจิตร วัดมหาธาตุ ถ้ำชาละวัน เกาะศรีมาลา แนวคูเมือง กำแพงเมือง และสวนรุกขชาติกาญจนกุมาร
 
พื้นที่เมืองเก่าพิจิตรมีความเชื่อมโยงกับตำนานพระยาโคตรบองและการตั้งเมืองในอดีต ร่องรอยโบราณสถานหลายแห่งช่วยให้เห็นพัฒนาการของชุมชนและศาสนสถานที่เคยรุ่งเรือง โดยเฉพาะวัดมหาธาตุซึ่งกรมศิลปากรเคยขุดแต่งและพบหลักฐานสิ่งก่อสร้างที่สัมพันธ์ทั้งกับสมัยสุโขทัยและอยุธยา
 
ศาลหลักเมืองพิจิตรเป็นอีกจุดสำคัญของอุทยาน ตัวอาคารมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่ตั้งของหลักเมือง ส่วนชั้นล่างประดิษฐานรูปพระยาโคตรบองหรือ “พ่อปู่” บุคคลในตำนานที่ชาวพิจิตรให้ความเคารพ การเริ่มเที่ยวจากศาลหลักเมืองช่วยให้เข้าใจเรื่องราวของพื้นที่ก่อนเดินต่อไปยังโบราณสถานรอบ ๆ
 
ถ้ำชาละวันเป็นสถานที่ที่สร้างชื่อให้อุทยานอย่างมาก เพราะเชื่อมโยงกับวรรณคดีเรื่องไกรทองและตำนานจระเข้ชาละวัน แม้ปัจจุบันภายในถ้ำตื้นเขินตามธรรมชาติ แต่บริเวณปากถ้ำและรูปปั้นที่เกี่ยวข้องยังช่วยให้เรื่องเล่าวรรณคดีมีตัวตนอยู่ในภูมิประเทศจริง เหมาะกับครอบครัวและเยาวชนที่ต้องการเรียนรู้วรรณคดีผ่านสถานที่
 
บรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ทำให้การเดินชมอุทยานไม่รู้สึกเหมือนการเที่ยวโบราณสถานเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลา 2–3 ชั่วโมงเดินชมศาลหลักเมือง วัดมหาธาตุ ถ้ำชาละวัน และแนวคูเมืองได้แบบไม่เร่งรีบ ช่วงเช้าหรือเย็นจะเดินสบายกว่าช่วงกลางวัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: จากตัวเมืองพิจิตรใช้ถนนสายพิจิตร–วังจิก หรือทางหลวงหมายเลข 1068 ประมาณ 7 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดและสามารถเที่ยวต่อวัดนครชุมได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
 
วัดโพธิ์ประทับช้าง พิจิตร
 
4. วัดโพธิ์ประทับช้าง เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญที่สุดของจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง และมีความสัมพันธ์โดยตรงกับสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระพุทธเจ้าเสือ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา วัดสร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2242–2244 เพื่อเป็นอนุสรณ์ในพื้นที่ซึ่งเชื่อมโยงกับพระราชประวัติของพระองค์
 
ไฮไลต์: พระวิหารขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรมอยุธยา กำแพงวัด 2 ชั้น ซุ้มประตูโบราณ หลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อยิ้ม ต้นตะเคียนเก่าแก่ และบรรยากาศวัดเก่าริมแม่น้ำพิจิตรเก่า
 
สถาปัตยกรรมภายในวัดสะท้อนรูปแบบศิลปกรรมอยุธยาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการวางผังที่มีแนวกำแพงล้อมพื้นที่ศาสนสถานเป็นชั้น ๆ และอาคารก่ออิฐถือปูนที่ให้ความรู้สึกมั่นคงสง่างาม แม้ผ่านกาลเวลามากกว่า 300 ปี แต่ร่องรอยโครงสร้างยังทำให้ผู้มาเยือนสามารถจินตนาการภาพวัดในอดีตได้
 
วัดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ พ.ศ. 2478 แสดงให้เห็นถึงคุณค่าในระดับชาติ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความทรงจำของท้องถิ่น การมาเที่ยวที่นี่จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์อยุธยาและต้องการเห็นหลักฐานจริงนอกเขตพระนครศรีอยุธยา
 
บริเวณวัดยังมีต้นไม้ใหญ่และบรรยากาศสงบ ซึ่งช่วยให้ร่องรอยอาคารเก่าไม่ดูโดดเดี่ยวจากชุมชนปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมพระวิหาร กำแพง ซุ้มประตู และพื้นที่โดยรอบอย่างช้า ๆ เพื่อซึมซับรายละเอียดของวัดได้มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงช่วงสั้น
 
เส้นทางเที่ยววัดโพธิ์ประทับช้างสามารถเชื่อมต่อไปวัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลานได้ ทำให้เหมาะกับการจัดเป็นวันเที่ยวสายประวัติศาสตร์และศรัทธาในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดพิจิตร
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: เดินทางจากตัวเมืองพิจิตรสู่อำเภอโพธิ์ประทับช้างด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และสามารถเชื่อมต่อไปอำเภอโพทะเลได้ในวันเดียวกัน
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดโพธิ์ประทับช้าง
 
วัดหิรัญญาราม วัดบางคลาน พิจิตร
 
5. วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) เป็นวัดสำคัญในอำเภอโพทะเลที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศจากความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ พระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับความเคารพอย่างสูง วัดตั้งอยู่บริเวณบ้านวังตะโก ริมแม่น้ำน่านเก่า และเคยมีชื่อว่า “วัดวังตะโก”
 
ไฮไลต์: รูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิพิธภัณฑ์นครไชยบวร วัตถุมงคล พระพุทธรูปและโบราณวัตถุ บรรยากาศวัดริมแม่น้ำน่านเก่า และเรื่องราวของหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ
 
ชื่อของหลวงพ่อเงินผูกพันกับพิจิตรอย่างลึกซึ้ง ท่านเป็นพระเถราจารย์ที่ได้รับการกล่าวถึงทั้งด้านปฏิปทา ความเมตตา และความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ชาวบ้านในอดีตมองท่านเป็นที่พึ่งทางใจ และเมื่อกาลเวลาผ่านไปชื่อเสียงของท่านได้ขยายออกไปทั่วประเทศ
 
จุดสำคัญภายในวัดคือพิพิธภัณฑ์นครไชยบวร อาคารทรงมณฑป 2 ชั้น ชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อเงินเท่าองค์จริง ส่วนชั้นล่างรวบรวมพระพุทธรูป พระพิมพ์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้โบราณ และวัตถุที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย ทำให้สถานที่นี้มีคุณค่าทั้งด้านศรัทธาและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
ผู้ที่สนใจพระเครื่องและวัตถุมงคลจะพบว่าวัดบางคลานมีความหมายมากเป็นพิเศษ เพราะวัตถุมงคลหลวงพ่อเงินเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม การมาเยือนควรให้ความสำคัญกับประวัติและคุณค่าทางพระพุทธศาสนาของท่านควบคู่ไปกับเรื่องวัตถุมงคล
 
วัดบางคลานอยู่ในเส้นทางเดียวกับวัดโพธิ์ประทับช้างและวนอุทยานนครไชยบวร จึงสามารถวางแผนเป็นทริปเต็มวันในโซนโพทะเล–โพธิ์ประทับช้างได้โดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าเมืองหลายครั้ง
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยสามารถเดินทางต่อจากวัดโพธิ์ประทับช้างหรือเข้าสู่เส้นทางวนอุทยานนครไชยบวรได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)
 
วัดเขารูปช้าง พิจิตร
 
6. วัดเขารูปช้าง เป็นวัดเก่าแก่ในตำบลดงป่าคำ อำเภอเมืองพิจิตร มีจุดเด่นไม่เหมือนวัดอื่นในจังหวัด เพราะตั้งอยู่บนภูเขาหินสีขาวที่มีลักษณะซ้อนกันจนมองคล้ายรูปช้าง และมีเจดีย์ตั้งอยู่บนยอดเขา ทำให้สถานที่แห่งนี้รวมศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวิวจากที่สูงไว้ด้วยกัน
 
ไฮไลต์: ภูเขาหินสีขาวคล้ายรูปช้าง เจดีย์บนยอดเขา บันไดนาค 136 ขั้น จุดชมวิวเมืองพิจิตร และบรรยากาศศาสนสถานบนพื้นที่สูง
 
วัดมีประวัติเชื่อมโยงกับสมัยอยุธยาและมีข้อมูลว่าก่อสร้างในช่วง พ.ศ. 2244 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับวัดโพธิ์ประทับช้าง การสร้างวัดบนเนินหรือภูเขาที่มองเห็นได้จากระยะไกลเป็นแนวคิดที่พบได้ในศาสนสถานโบราณหลายแห่ง เพราะพื้นที่สูงมักถูกตีความว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และเหมาะกับการประดิษฐานสิ่งสำคัญทางศาสนา
 
นักท่องเที่ยวต้องเดินขึ้นบันไดนาคประมาณ 136 ขั้นเพื่อไปยังลานด้านบน ระหว่างทางสามารถพักเป็นระยะและมองย้อนกลับไปยังพื้นที่ราบรอบเมืองพิจิตร เมื่อขึ้นถึงลานจะเห็นเจดีย์และวิวกว้างที่แตกต่างจากภูมิประเทศลุ่มน้ำของจังหวัดอย่างชัดเจน
 
ชื่อ “เขารูปช้าง” มาจากก้อนหินสีขาวบนเขาที่มีรูปทรงคล้ายช้าง ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของวัดและทำให้สถานที่จดจำได้ง่าย สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ ช่วงเช้าและเย็นเหมาะที่สุดเพราะแสงไม่แข็งเกินไปและอากาศไม่ร้อนมาก
 
วัดเขารูปช้างเหมาะกับการจัดเที่ยวร่วมกับตัวเมืองพิจิตรหรือเส้นทางลงไปวัดโพธิ์ประทับช้าง นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เดินขึ้นบันไดได้สะดวกและเตรียมน้ำดื่มในวันที่อากาศร้อน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: วัดอยู่บนเส้นทางพิจิตร–ตะพานหิน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์เหมาะที่สุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดเขารูปช้าง
 
พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ พิจิตร
 
7. พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากสถานที่อื่นในพิจิตร เพราะเชื่อมโยงชุมชนบ้านดงกับเรื่องราวของประธานโฮจิมินห์และประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญในระดับที่กว้างกว่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
ไฮไลต์: นิทรรศการประวัติศาสตร์ไทย–เวียดนาม เรื่องราวของโฮจิมินห์ในประเทศไทย บ้านจำลอง ชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนาม และพื้นที่เรียนรู้ความสัมพันธ์ระดับอาเซียน
 
พิพิธภัณฑ์เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานในจังหวัดพิจิตร องค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะคาบ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ในกรุงฮานอย เป้าหมายสำคัญคือการอนุรักษ์ความทรงจำของชุมชนบ้านดงและอธิบายความสัมพันธ์ของผู้คนสองประเทศผ่านประวัติศาสตร์ระดับชุมชน
 
พื้นที่พิพิธภัณฑ์ประมาณ 6,400 ตารางเมตร เดิมเป็นพื้นที่สุสานของชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ก่อนพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ ภายในอาคาร 2 ชั้นมีนิทรรศการเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชน การเดินทางและการเคลื่อนไหวของโฮจิมินห์ในประเทศไทย ตลอดจนเรื่องราวด้านภูมิรัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
สถานที่เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักประวัติศาสตร์ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นพิจิตรในมุมที่แตกต่างจากเมืองชาละวันหรือเมืองวัด การใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงจะช่วยให้สามารถอ่านข้อมูลและทำความเข้าใจนิทรรศการได้มากกว่าการเดินชมแบบเร่งรีบ
 
สามารถจัดพิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ร่วมกับบึงสีไฟ วัดท่าหลวง หรือตลาดและชุมชนในตัวเมืองได้ในวันเดียว ทำให้ทริปพิจิตรมีทั้งประวัติศาสตร์ไทย วัฒนธรรมท้องถิ่น และเรื่องราวระดับนานาชาติ
 
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00 น.
 
การเดินทาง: พิพิธภัณฑ์อยู่ที่หมู่ 5 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จากตัวเมืองสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่นได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
 
วัดนครชุม พิจิตร
 
8. วัดนครชุม เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองเก่าพิจิตรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของเมือง จุดเด่นคือพระอุโบสถโบราณที่มีอายุยาวนานและยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมเก่าแก่ไว้ได้มาก ทำให้วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ไม่ควรมองข้าม
 
ไฮไลต์: พระอุโบสถเก่าแก่ก่ออิฐฉาบปูน หลังคาไม้ โครงสร้างไม้แบบใช้สลัก ช่องระบายลมแทนหน้าต่าง และบรรยากาศวัดเก่าที่เชื่อมโยงกับเมืองพิจิตรโบราณ
 
วัดนครชุมตั้งอยู่บนแนวพื้นที่เมืองเก่าและสัมพันธ์กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของพิจิตร ชื่อ “นครชุม” สื่อถึงพื้นที่ชุมนุมของผู้คน และวัดมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางชุมชนและพื้นที่ประกอบพิธีสำคัญในอดีต รวมถึงพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
 
พระอุโบสถเก่าเป็นหัวใจของวัด โครงสร้างก่อด้วยอิฐฉาบปูน หลังคาไม้ และใช้วิธีเข้าไม้ด้วยสลักแทนการใช้ตะปู แสดงให้เห็นภูมิปัญญาช่างโบราณอย่างชัดเจน ช่องระบายลมแทนหน้าต่างยังเป็นลักษณะที่ช่วยให้เห็นแนวคิดการออกแบบอาคารศาสนาในยุคก่อน
 
ความน่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่วัดในแต่ละยุค เมื่อวัดใกล้เคียงบางแห่งกลายเป็นวัดร้าง องค์ประกอบทางศาสนาบางส่วนจึงถูกรวมเข้ากับวัดนครชุม ทำให้พื้นที่ปัจจุบันสะท้อนการสืบต่อของศาสนสถานหลายช่วงเวลา
 
วัดนครชุมเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับอุทยานเมืองเก่าพิจิตร เพราะอยู่ในบริบทประวัติศาสตร์เดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมสถาปัตยกรรมก่อนต่อไปยังศาลหลักเมือง วัดมหาธาตุ และถ้ำชาละวัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: วัดอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1068 สายพิจิตร–สามง่าม–วังจิก ในเขตตำบลเมืองเก่า สามารถเดินทางจากตัวเมืองด้วยรถยนต์ได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดนครชุม
 
วนอุทยานนครไชยบวร พิจิตร
 
9. วนอุทยานนครไชยบวร ตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองดง ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล เป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของพิจิตรและได้รับการกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในผืนป่าธรรมชาติสำคัญที่ยังคงเหลืออยู่ของจังหวัด จุดเด่นคือป่าดงยางและต้นยางขนาดใหญ่ที่สร้างบรรยากาศร่มรื่นแตกต่างจากภูมิประเทศเกษตรกรรมรอบข้าง
 
ไฮไลต์: ป่าดงยาง ต้นยางขนาดใหญ่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติยาวประมาณ 2,188 เมตร จุดดูนก ความหลากหลายทางชีวภาพ และบรรยากาศป่าราบที่เงียบสงบ
 
พื้นที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองดง ภายในมีระบบนิเวศของป่าที่ราบและพื้นที่ลุ่มบางส่วน การมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากช่วยสร้างแหล่งอาศัยของนก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และพืชพื้นล่างหลายชนิด จึงมีความสำคัญในด้านการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในวนอุทยานแบ่งเป็นจุดเรียนรู้หลายสถานี นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพันธุ์ไม้ สภาพป่า ร่องรอยสัตว์ และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ เหมาะกับครอบครัว นักเรียน และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นกิจกรรมเดินป่าแบบไม่หนัก
 
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะกับการดูนกมากขึ้น เนื่องจากมีนกเข้ามาอาศัยและเคลื่อนไหวในพื้นที่ โดยช่วงเช้าจะมีโอกาสพบเห็นนกได้มากกว่า ควรเดินอย่างเงียบและหลีกเลี่ยงการเปิดเสียงดังเพื่อไม่รบกวนสัตว์ป่า
 
ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการเดินชมป่ามากที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงแดดลอดผ่านเรือนยอดไม้สวยงาม สามารถจัดที่นี่ต่อจากวัดบางคลานเพื่อให้ทริปโซนโพทะเลมีทั้งศรัทธาและธรรมชาติภายในวันเดียว
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:30 – 16:30 น.
 
การเดินทาง: วนอุทยานอยู่ที่บ้านหนองดง ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล ห่างจากตัวอำเภอโพทะเลประมาณ 17 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วนอุทยานนครไชยบวร
 
ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ พิจิตร
 
10. ศาลเจ้าแม่ทับทิม หรือศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของชุมชนท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก และสะท้อนรากฐานของชุมชนจีนไหหลำที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้าริมน้ำในอดีต
 
ไฮไลต์: องค์เจ้าแม่ทับทิมหรือ ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง เจ้าพ่อกวนอู ปุ้นเถ่ากงและปุ้นเถ่าม่า เกี้ยวไม้แกะสลัก เครื่องหมายเซียนทั้งแปด และสถาปัตยกรรมศาลเจ้าจีนเก่าแก่ริมแม่น้ำน่าน
 
ความศรัทธาต่อเจ้าแม่ทับทิมสัมพันธ์กับสายน้ำและการคุ้มครองผู้เดินทางทางเรืออย่างลึกซึ้ง สำหรับชุมชนท่าฬ่อที่เคยมีแม่น้ำน่านเป็นเส้นทางค้าและคมนาคมหลัก ศาลเจ้าแห่งนี้จึงทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่สักการะและศูนย์รวมจิตใจของผู้ประกอบอาชีพริมน้ำ
 
มีเรื่องราวว่าองค์เจ้าแม่ทับทิมและองค์เจ้าพ่อกวนอูได้รับการอัญเชิญมาจากเกาะไหหลำ ประเทศจีน ราว พ.ศ. 2410 ในช่วงที่ชุมชนจีนไหหลำเติบโตในบริเวณบ้านท่าฬ่อ ต่อมามีการบริจาคซุงไม้สักเพื่อสร้างศาลขนาดใหญ่ให้เป็นสถานที่สักการะของชุมชน
 
ศาลเจ้าไม่ได้มีบทบาทเพียงด้านศาสนาหรือความเชื่อ แต่ในอดีตยังเคยใช้เป็นพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ มีการสอนทั้งภาษาไทยและภาษาจีนแก่บุตรหลานในชุมชน จึงสะท้อนบทบาทของศาลเจ้าในฐานะศูนย์กลางทางสังคมและวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเล
 
ผู้มาเยือนจะได้เห็นอีกมิติหนึ่งของพิจิตรที่แตกต่างจากวัดไทยหรือเมืองเก่า เพราะศาลเจ้าแม่ทับทิมสะท้อนประวัติศาสตร์การค้า การอพยพ การตั้งถิ่นฐาน และวัฒนธรรมจีนไหหลำ สามารถจัดร่วมกับพิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์และสถานที่ในตัวเมืองเพื่อสร้างเส้นทางประวัติศาสตร์ชุมชนที่หลากหลายยิ่งขึ้น
 
วันเปิดทำการ: ติดต่อศาลเจ้าก่อนเดินทาง เวลาเปิดทำการ: ติดต่อศาลเจ้าก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง: ศาลตั้งอยู่ในตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร ริมแม่น้ำน่านและใกล้แนวทางรถไฟสายเหนือ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ
 
ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์ พิจิตร
 
11. ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์ หรือดงกลาง ริเวอร์ไซด์ เป็นตลาดชุมชนริมคลองข้าวตอกบริเวณหน้าวัดดงกลาง อำเภอเมืองพิจิตร ที่นำวิถีชีวิตริมคลอง อาหารพื้นบ้าน ผลผลิตทางการเกษตร งานหัตถกรรม และบรรยากาศตลาดย้อนยุคมารวมอยู่ในพื้นที่เดียว เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสพิจิตรในมุมชุมชนมากกว่าการเที่ยวเฉพาะวัดและโบราณสถาน
 
ไฮไลต์: ตลาดริมคลอง บรรยากาศย้อนยุค อาหารพื้นบ้าน ผลผลิตชุมชน สินค้า OTOP การตักบาตรทางน้ำ และพื้นที่วัฒนธรรมบริเวณวัดดงกลาง
 
ตลาดเกิดขึ้นจากแนวคิดการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนริมคลองกลับมาใช้สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าให้คนในพื้นที่ ร้านค้าจำนวนมากจึงมีความสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ อาหารปรุงสด ขนมไทย เครื่องดื่มสมุนไพร งานจักสาน และของฝากจากผู้ผลิตในชุมชน
 
บรรยากาศตลาดตั้งใจรักษาความเรียบง่ายแบบท้องถิ่น ทั้งโครงสร้างไม้ไผ่ หลังคามุงวัสดุพื้นบ้าน ภาชนะแบบดั้งเดิม และพื้นที่นั่งกินอาหารริมคลอง ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกแตกต่างจากตลาดเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ความใกล้ชิดระหว่างคนขายกับผู้มาเที่ยวเป็นส่วนสำคัญของเสน่ห์ที่นี่
 
อาหารเป็นอีกเหตุผลที่ควรแวะตลาด เพราะมีเมนูพื้นบ้านที่สะท้อนวิถีพิจิตร เช่น อาหารจากปลา น้ำพริก ผักพื้นถิ่น ขนมไทย และอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบของชุมชน การได้นั่งกินอาหารข้างคลองท่ามกลางบรรยากาศตลาดช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมอาหารในมิติที่เชื่อมกับสถานที่และผู้คนได้มากขึ้น
 
เช้าวันอาทิตย์มีจุดเด่นคือกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ ซึ่งช่วยสร้างภาพของชุมชน ศาสนา และสายน้ำให้เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ส่วนเย็นวันเสาร์เหมาะกับการเดินตลาด ชิมอาหาร และใช้เวลาช่วงพระอาทิตย์ตก หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเต็มรูปแบบควรวางแผนให้ตรงกับวันเปิดตลาด
 
วันเปิดทำการ: วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ: วันเสาร์ 15:00 – 20:00 น. / วันอาทิตย์เริ่มกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ 07:30 น.
 
การเดินทาง: ตลาดอยู่บริเวณหน้าวัดดงกลาง ตำบลดงกลาง อำเภอเมืองพิจิตร รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และสามารถจัดเป็นเส้นทางร่วมกับตัวเมืองพิจิตรหรือบึงสีไฟได้
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์
 
วัดทับคล้อ สวนโพธิสัตว์ พิจิตร
 
12. วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์) เป็นวัดสำคัญของอำเภอทับคล้อที่มีเอกลักษณ์จากบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ วัดแห่งนี้เริ่มต้นจากแนวคิดการสร้างพื้นที่ธรรมชาติสำหรับปฏิบัติธรรม ก่อนพัฒนาขึ้นเป็นวัดและสำนักปฏิบัติธรรมที่มีบทบาทสำคัญของจังหวัดพิจิตร
 
ไฮไลต์: สวนโพธิสัตว์ พื้นที่ปฏิบัติธรรมกว่า 111 ไร่ เส้นทางเดินจงกรม พื้นที่วิปัสสนากรรมฐาน ต้นไม้ใหญ่ และบรรยากาศแบบสวนป่าที่เงียบสงบ
 
พื้นที่แห่งนี้เริ่มพัฒนาในชื่อ “สวนพระโพธิสัตว์” เมื่อ พ.ศ. 2520 โดยพระมหาโกศล จันทวณฺโณ พร้อมพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา จุดมุ่งหมายในช่วงแรกไม่ได้เน้นการสร้างอาคารขนาดใหญ่ แต่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรมและการฝึกสติท่ามกลางธรรมชาติ
 
เมื่อสถานที่ได้รับการพัฒนาและมีผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมมากขึ้น จึงได้รับการยกฐานะเป็นวัดอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2535 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2541 การเติบโตของวัดจึงสะท้อนการพัฒนาจากสวนปฏิบัติธรรมเล็ก ๆ ไปสู่ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชุมชน
 
วัดได้รับการคัดเลือกให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพิจิตรแห่งแรกใน พ.ศ. 2545 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมทั้งด้านสถานที่ พระวิปัสสนาจารย์ และสภาพแวดล้อม ผู้ที่สนใจสมาธิและวิปัสสนาสามารถสัมผัสบรรยากาศของการปฏิบัติจริงได้แตกต่างจากการมาเที่ยววัดแบบทั่วไป
 
ด้วยพื้นที่กว้างและต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก วัดทับคล้อเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาสงบ ๆ เดินจงกรม นั่งสมาธิ หรือพักใจจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน ควรแต่งกายสุภาพ รักษาความเงียบ และหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ที่กำลังปฏิบัติธรรม
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในตำบลทับคล้อ ซอยเทศบาลทับคล้อ 5 สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากอำเภอตะพานหินหรือจากทางหลวงหมายเลข 11 ได้สะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดทับคล้อ
 
วัดท่าช้าง พิจิตร
 
13. วัดท่าช้าง เป็นวัดราษฎร์ในตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก ที่มีเอกลักษณ์จากรูปปั้นช้างขนาดใหญ่ 2 เชือกบริเวณหน้าวัดและพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ วัดมีบรรยากาศเรียบง่ายแบบชุมชนริมน้ำและอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอบางมูลนาก
 
ไฮไลต์: รูปปั้นช้างขนาดใหญ่ 2 เชือก พระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่ ศาสนสถานริมแม่น้ำน่าน และบรรยากาศวัดชุมชนที่ยังมีวิถีท้องถิ่นชัดเจน
 
ชื่อ “ท่าช้าง” สอดคล้องกับภาพสัญลักษณ์ของวัดที่ใช้ช้างเป็นจุดเด่น นักท่องเที่ยวที่เดินเข้ามาจะเห็นรูปช้างขนาดใหญ่ทันที ทำให้เป็นวัดที่จดจำได้ง่ายและเหมาะกับการถ่ายภาพควบคู่กับการสักการะพระภายในวัด
 
ตำแหน่งของวัดริมแม่น้ำน่านสะท้อนรูปแบบชุมชนในอดีตที่วัดมักตั้งอยู่ใกล้เส้นทางน้ำ เพราะแม่น้ำเคยเป็นทั้งเส้นทางเดินทาง ขนส่งสินค้า แหล่งน้ำ และศูนย์กลางการตั้งถิ่นฐาน วัดจึงทำหน้าที่ทั้งด้านศาสนาและเป็นพื้นที่รวมคนในชุมชน
 
ภายในวัดมีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ และกุฏิสงฆ์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานของวัดที่ยังใช้งานจริง ผู้มาเยือนจึงได้เห็นสถานที่ทางศาสนาที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชุมชน ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้มาเยือน
 
วัดท่าช้างเหมาะกับผู้ที่เดินทางเที่ยวโซนบางมูลนากและต้องการแวะวัดท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ สามารถจัดร่วมกับวัดห้วยเขนหรือสถานที่ในอำเภอโพทะเลได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
 
การเดินทาง: วัดอยู่ตำบลเนินมะกอก ห่างจากตัวอำเภอบางมูลนากประมาณ 2 กิโลเมตร รถยนต์และรถจักรยานยนต์เดินทางสะดวก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดท่าช้าง
 
วัดบ้านน้อย พิจิตร
 
14. วัดบ้านน้อย เป็นวัดสำคัญในอำเภอโพทะเลที่โดดเด่นด้วยศิลปะศรัทธาเกี่ยวกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ โดยเฉพาะรูปเหมือนหลวงพ่อเงินที่สร้างด้วยเทคนิคจักสานจากเส้นลวดทองเหลือง ซึ่งเป็นผลงานที่มีลักษณะเฉพาะและพบเห็นได้ยาก
 
ไฮไลต์: รูปเหมือนหลวงพ่อเงินจักสานลวดทองเหลือง งานศิลป์ทางศาสนาที่ใช้เวลาสร้างกว่า 1 ปี 9 เดือน และเส้นทางศรัทธาที่เชื่อมโยงกับวัดบางคลาน
 
รูปเหมือนหลวงพ่อเงินองค์สำคัญมีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 4 ศอก สูง 5 ศอก 9 นิ้ว ความพิเศษคือใช้เส้นลวดทองเหลืองมาดัด ถัก และสานให้เกิดเป็นรูปทรงขององค์พระแทนการหล่อหรือปั้นตามวิธีทั่วไป กระบวนการสร้างจึงต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความอดทน และความเข้าใจเรื่องสัดส่วน
 
งานจักสานทองเหลืองแสดงให้เห็นว่าศิลปะศรัทธาสามารถนำวัสดุร่วมสมัยมาสร้างสรรค์เป็นวัตถุทางศาสนาได้โดยไม่สูญเสียความเคารพต่อบุคคลต้นแบบ เส้นลวดแต่ละเส้นต้องเรียงตัวอย่างเป็นระบบเพื่อให้โครงสร้างมั่นคงและยังคงรูปทรงของหลวงพ่อเงินได้อย่างงดงาม
 
วัดอยู่ในพื้นที่โพทะเลซึ่งมีความสัมพันธ์กับเรื่องราวของหลวงพ่อเงินอย่างลึกซึ้ง จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังจัดเส้นทางไหว้พระสายหลวงพ่อเงิน สามารถเริ่มจากวัดบ้านน้อยแล้วเดินทางต่อไปวัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลานได้
 
แม้ผู้มาเยือนจำนวนมากจะสนใจด้านวัตถุมงคล แต่การเที่ยววัดบ้านน้อยช่วยให้เห็นอีกมิติหนึ่งของความศรัทธา คือการนำงานช่างและศิลปะมาสื่อถึงความเคารพต่อพระเกจิอาจารย์ ผู้สนใจศิลปะพื้นบ้านจึงควรเผื่อเวลาเดินชมรายละเอียดของงานจักสานอย่างใกล้ชิด
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
 
การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 1067 แล้วเข้าสู่ถนนท้องถิ่นก่อนถึงวัดบางคลานประมาณ 3 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวเหมาะที่สุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดบ้านน้อย
 
วัดพระพุทธบาทเขารวก พิจิตร
 
15. วัดพระพุทธบาทเขารวก ตั้งอยู่ในตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน เป็นวัดที่รวมศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โบราณวัตถุ และแหล่งเรียนรู้ไว้ในพื้นที่เดียว มีจุดเด่นทั้งรอยพระพุทธบาทจำลอง รูปหล่อหลวงปู่โง่น โสรโย และกลองไม้ประดู่ขนาดใหญ่
 
ไฮไลต์: รอยพระพุทธบาทจำลอง หลวงปู่โง่น โสรโย กลองไม้ประดู่ยักษ์ รูปปั้นฤาษีศิลาแลงโบราณ และพื้นที่เรียนรู้ภายในวัด
 
รอยพระพุทธบาทจำลองภายในวัดสร้างขึ้นโดยจำลองแบบจากวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ การสักการะรอยพระพุทธบาทมีความหมายในฐานะการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและเป็นเครื่องเตือนใจให้ดำเนินชีวิตตามหลักธรรม
 
อีกสิ่งที่สร้างความสนใจคือกลองไม้ประดู่ขนาดใหญ่ ซึ่งกลายเป็นจุดเรียนรู้เรื่องงานช่างไม้และวัฒนธรรมการใช้กลองในกิจกรรมทางศาสนา ขณะเดียวกันรูปปั้นฤาษีศิลาแลงที่มีการกล่าวถึงว่ามีอายุหลายร้อยปีเพิ่มมิติทางโบราณคดีให้กับสถานที่
 
เรื่องราวของหลวงปู่โง่น โสรโยยังทำให้วัดมีความสำคัญต่อผู้ที่สนใจพระเกจิอาจารย์และประวัติการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่พิจิตร ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระ ศึกษาวัตถุสำคัญ และเดินชมพื้นที่วัดได้ภายในเวลาเดียวกัน
 
วัดเหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ต้องการสถานที่ซึ่งมีมากกว่าการสักการะเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละจุดสามารถใช้เป็นหัวข้อเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนา งานช่าง และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
 
การเดินทาง: วัดอยู่หมู่ 5 ตำบลวังหลุม ห่างจากตัวอำเภอตะพานหินประมาณ 10 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวกที่สุด
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดพระพุทธบาทเขารวก
 
วัดยางสามต้นวนาราม วัดไตรยาง พิจิตร
 
16. วัดยางสามต้นวนาราม (วัดไตรยาง) เป็นวัดสำคัญในตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 11 จึงเป็นจุดแวะไหว้พระที่สะดวกสำหรับผู้เดินทางผ่านจังหวัดพิจิตร จุดเด่นคือวิหารหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่และรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์หลายองค์
 
ไฮไลต์: วิหารหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ รูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ 25 รูป บรรยากาศวัดริมทางหลวง และเส้นทางศรัทธาหลวงพ่อเงิน
 
วัดมีชื่อทางการว่าวัดไตรยางค์วนาราม แต่ชาวบ้านนิยมเรียกตามชื่อหมู่บ้านว่า “วัดยางสามต้น” เดิมเคยใช้ชื่อวัดราษฎร์บำรุง ก่อนพัฒนาเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนในพื้นที่วังทรายพูน
 
ทำเลริมทางหลวงหมายเลข 11 ทำให้วัดมีบทบาทแตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไป เพราะเป็นทั้งสถานที่ของคนในพื้นที่และจุดพักใจของผู้เดินทางระยะไกล หลายคนแวะสักการะก่อนเดินทางต่อเพื่อขอพรเรื่องความปลอดภัยและความเป็นสิริมงคล
 
วิหารหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่เป็นจุดสำคัญที่สุดภายในวัด หลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติเป็นพระเกจิที่มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับจังหวัดพิจิตร การสร้างรูปเหมือนขนาดใหญ่จึงช่วยให้วัดยางสามต้นกลายเป็นอีกจุดหนึ่งบนเส้นทางศรัทธาที่ผู้เคารพหลวงพ่อเงินนิยมมาเยือน
 
การรวบรวมรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์หลายองค์ไว้ในพื้นที่เดียว ยังทำให้วัดมีลักษณะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องพระเถราจารย์ของไทย ผู้สนใจประวัติบุคคลสำคัญทางพระพุทธศาสนาสามารถใช้เวลาเดินชมและสักการะได้อย่างเป็นลำดับ
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 11 บ้านยางสามต้น ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน สามารถแวะได้สะดวกจากเส้นทางหลัก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดยางสามต้นวนาราม
 
วัดห้วยเขน พิจิตร
 
17. วัดห้วยเขน เป็นวัดเก่าแก่ในอำเภอบางมูลนากที่มีคุณค่าเด่นด้านสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมพื้นบ้าน จุดสำคัญที่สุดคือโบสถ์เก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอนุรักษ์และยังคงภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณไว้ แม้บางส่วนจะผ่านการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา
 
ไฮไลต์: โบสถ์โบราณ จิตรกรรมฝาผนัง พุทธประวัติ ทศชาติชาดก เรื่องพระเวสสันดร และงานศิลปะพื้นบ้านที่ยังคงร่องรอยดั้งเดิม
 
โบสถ์เก่าเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง รูปแบบโดยรวมไม่ได้หรูหราแบบอาคารช่างหลวง แต่มีคุณค่าจากความเป็นงานชุมชนและอายุของอาคาร พื้นผิวผนัง ประตู หน้าต่าง และร่องรอยเดิมทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสประวัติศาสตร์ได้โดยตรง
 
จิตรกรรมภายในโบสถ์เป็นหัวใจสำคัญของวัด เนื้อหาครอบคลุมพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และเรื่องพระเวสสันดร ภาพเหล่านี้เคยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสอนธรรมะในยุคที่หนังสือและสื่อการเรียนรู้ยังเข้าถึงผู้คนได้จำกัด
 
เสน่ห์ของภาพอยู่ที่ลายเส้นและการจัดองค์ประกอบแบบช่างพื้นบ้าน ไม่ได้มีความประณีตตามแบบราชสำนัก แต่สะท้อนโลกทัศน์ของคนในชุมชนและวิธีการเล่าเรื่องทางศาสนาของคนรุ่นก่อน ความชำรุดบางส่วนจึงควรถูกมองเป็นร่องรอยของเวลา ไม่ใช่ข้อด้อยของสถานที่
 
ผู้มาเที่ยวควรชมอย่างระมัดระวัง ไม่สัมผัสผนังหรือภาพเขียน และควรใช้เวลาเดินดูรายละเอียดช้า ๆ วัดห้วยเขนเหมาะอย่างมากกับผู้สนใจศิลปะพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการอนุรักษ์โบราณสถาน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมช่วงกลางวัน
 
การเดินทาง: วัดอยู่ตำบลห้วยเขน อำเภอบางมูลนาก ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 8 กิโลเมตร ตามเส้นทางบางมูลนาก–วังงิ้ว
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดห้วยเขน
 
วัดหัวดง พิจิตร
 
18. วัดหัวดง เป็นวัดเก่าแก่ในตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร ที่มีความสำคัญต่อชุมชนมากว่า 150 ปี และเป็นที่รู้จักจากเรื่องราวการพบรูปเหมือนหลวงพ่อเงินบริเวณต้นอินทนิลภายในวัดเมื่อ พ.ศ. 2538
 
ไฮไลต์: วัดเก่าแก่ตั้งแต่ พ.ศ. 2413 รูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ต้นอินทนิลที่เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าทางศรัทธา และบรรยากาศวัดชุมชนสงบร่มรื่น
 
วัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 และได้รับการผูกพัทธสีมาใน พ.ศ. 2468 มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ลักษณะของวัดยังคงบรรยากาศแบบวัดประจำชุมชน มีต้นไม้ใหญ่และพื้นที่ร่มรื่นสำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนา
 
เหตุการณ์ที่ทำให้วัดได้รับความสนใจมากขึ้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 เมื่อมีการพบรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขนาดหน้าตักประมาณ 5 นิ้วบริเวณต้นอินทนิล เรื่องราวนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและความศรัทธาของคนในชุมชน
 
ต้นอินทนิลบริเวณดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้ใหญ่ แต่กลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมธรรมชาติ ความเชื่อ และประวัติของวัดเข้าด้วยกัน ผู้ศรัทธาจำนวนหนึ่งเดินทางมาไหว้พระและชมจุดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อความเป็นสิริมงคล
 
วัดหัวดงเหมาะกับผู้ที่สนใจเส้นทางหลวงพ่อเงินและต้องการเห็นความศรัทธาที่กระจายอยู่ในหลายชุมชนของพิจิตร ไม่ได้จำกัดเฉพาะวัดบางคลาน สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดเขารูปช้างได้เนื่องจากอยู่ในแนวเส้นทางพิจิตร–ตะพานหิน
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: วัดอยู่ตำบลหัวดง บนเส้นทางพิจิตร–ตะพานหิน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดหัวดง
 
ขจรฟาร์ม ฟาร์มนกกระจอกเทศ พิจิตร
 
19. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในตำบลวังงิ้ว อำเภอดงเจริญ ที่มีจุดเด่นจากการเพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศและสัตว์หลายชนิด เหมาะกับครอบครัว เด็ก นักเรียน และผู้ที่สนใจเรื่องสัตว์เศรษฐกิจและการจัดการฟาร์ม
 
ไฮไลต์: นกกระจอกเทศ ฟาร์มสัตว์ สัตว์ชนิดอื่น เช่น จระเข้ นกยูง กวาง และหมูป่า รวมถึงบรรยากาศพื้นที่เกษตรชนบท
 
นกกระจอกเทศเป็นสัตว์ที่ดึงดูดความสนใจได้มากเพราะมีรูปร่างสูงใหญ่ วิ่งได้เร็ว และแตกต่างจากสัตว์ปีกทั่วไป การได้เห็นสัตว์จริงภายในพื้นที่ฟาร์มช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจลักษณะทางกายภาพ พฤติกรรม และการเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้ได้ดีกว่าการเรียนจากภาพหรือหนังสือ
 
ฟาร์มยังช่วยเปิดมุมมองเรื่องสัตว์เศรษฐกิจ เพราะการเลี้ยงนกกระจอกเทศต้องมีการจัดการเรื่องพื้นที่ อาหาร สุขภาพสัตว์ ระบบคอก และความปลอดภัย ทำให้การมาเที่ยวมีคุณค่าเชิงการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความเพลิดเพลิน
 
พื้นที่อำเภอดงเจริญมีภูมิทัศน์ชนบทและพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้การเดินทางมายังฟาร์มมีบรรยากาศแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในเมือง นักท่องเที่ยวจะได้ผ่านทุ่งนา ถนนท้องถิ่น และชุมชนขนาดเล็กก่อนเข้าสู่พื้นที่ฟาร์ม
 
สำหรับครอบครัว ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเพื่อให้เด็กได้สังเกตสัตว์และเรียนรู้โดยไม่เร่งรีบ ควรปฏิบัติตามกติกาของฟาร์ม ไม่ยื่นมือเข้าใกล้สัตว์โดยพลการ และสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนให้อาหารสัตว์
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
การเดินทาง: ฟาร์มตั้งอยู่ตำบลวังงิ้ว อำเภอดงเจริญ ห่างจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 57 กิโลเมตร ควรใช้รถยนต์ส่วนตัวและตรวจเส้นทางก่อนออกเดินทาง
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง ขจรฟาร์ม
 
วัดเทวประสาท พิจิตร
 
20. วัดเทวประสาท เป็นวัดสำคัญคู่เมืองตะพานหินที่มีจุดเด่นจากพระพุทธเกตุมงคล หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” และ “หลวงพ่อโตตะพานหิน” พระพุทธรูปปางประทานพรสีทองขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้จากระยะไกลและกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของอำเภอตะพานหิน
 
ไฮไลต์: พระพุทธเกตุมงคล พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทอง หน้าตักกว้างประมาณ 20 เมตร ความสูงรวมฐานประมาณ 33 เมตร และประวัติการสร้างจากแรงศรัทธาของชุมชน
 
พระพุทธเกตุมงคลเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตัวองค์พระสูงประมาณ 29 เมตร และฐานสูงประมาณ 4 เมตร เมื่อยืนอยู่บริเวณลานด้านหน้า จะเห็นสัดส่วนขององค์พระเด่นเหนือสิ่งปลูกสร้างรอบข้างอย่างชัดเจน
 
ภายในองค์พระเป็นโพรงและมีการใช้พื้นที่เป็นกุฏิพระ แสดงให้เห็นการออกแบบที่ผสมระหว่างศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนากับการใช้ประโยชน์จริง ไม่ได้สร้างเป็นเพียงประติมากรรมขนาดใหญ่สำหรับชมจากภายนอกเท่านั้น
 
การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2508 โดยพระครูสุเทพสิทธิการย์ เจ้าอาวาสในสมัยนั้น ร่วมกับแรงศรัทธาจากชาวตะพานหิน กระบวนการสร้างต้องใช้ทั้งงบประมาณ แรงงาน และความร่วมมือของคนจำนวนมาก จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังชุมชนควบคู่กับความศรัทธา
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามว่า “พระพุทธเกตุมงคล” ทำให้องค์พระมีความหมายในเชิงสิริมงคลมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันวัดเป็นจุดหมายทั้งของผู้มาทำบุญและนักเดินทางที่ผ่านตะพานหิน สามารถจัดเที่ยวร่วมกับวัดพระพุทธบาทเขารวกและวัดหัวดงได้สะดวก
 
วันเปิดทำการ: ทุกวัน เวลาเปิดทำการ: 06:00 – 18:00 น.
 
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ในอำเภอตะพานหิน สามารถเดินทางจากตัวเมืองพิจิตรด้วยรถยนต์ รถไฟ หรือรถท้องถิ่นมายังอำเภอตะพานหิน แล้วต่อเข้าสู่วัดได้ไม่ยาก
 
Map (GPS):เปิดแผนที่นำทาง วัดเทวประสาท
 
หัวข้อรายละเอียด
โซนอำเภอเมืองพิจิตรและพื้นที่ใกล้เคียง1. บึงสีไฟ
2. วัดท่าหลวง
3. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
6. วัดเขารูปช้าง
7. พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
8. วัดนครชุม
10. ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ
11. ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์
18. วัดหัวดง
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญของพิจิตร เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเก่า ตำนานชาละวัน ไหว้พระ ชมวัฒนธรรมชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำน่าน
โซนโพธิ์ประทับช้าง–โพทะเล4. วัดโพธิ์ประทับช้าง
5. วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)
9. วนอุทยานนครไชยบวร
14. วัดบ้านน้อย
เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา เส้นทางศรัทธาหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ ศิลปกรรมทางศาสนา และการเดินศึกษาธรรมชาติในผืนป่าดงยาง
โซนตะพานหิน–ทับคล้อ–วังทรายพูน12. วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์)
15. วัดพระพุทธบาทเขารวก
16. วัดยางสามต้นวนาราม (วัดไตรยาง)
20. วัดเทวประสาท
เหมาะกับการไหว้พระ ปฏิบัติธรรม เรียนรู้เรื่องพระเกจิอาจารย์ ชมพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ รวมถึงจัดเป็นเส้นทางสายบุญตามแนวอำเภอตะพานหินและทางหลวงหมายเลข 11
โซนบางมูลนาก–ดงเจริญ13. วัดท่าช้าง
17. วัดห้วยเขน
19. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดชุมชน ชมจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมพื้นบ้าน เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และเพิ่มกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำหรับครอบครัว
เหมาะกับครอบครัวและเด็ก1. บึงสีไฟ
3. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
7. พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
9. วนอุทยานนครไชยบวร
11. ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์
15. วัดพระพุทธบาทเขารวก
19. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)
เหมาะกับทริปครอบครัวที่ต้องการผสมทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์
เหมาะกับสายบุญและไหว้พระ2. วัดท่าหลวง
4. วัดโพธิ์ประทับช้าง
5. วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)
6. วัดเขารูปช้าง
8. วัดนครชุม
12. วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์)
13. วัดท่าช้าง
14. วัดบ้านน้อย
15. วัดพระพุทธบาทเขารวก
16. วัดยางสามต้นวนาราม (วัดไตรยาง)
17. วัดห้วยเขน
18. วัดหัวดง
20. วัดเทวประสาท
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางไหว้พระ ทำบุญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเรียนรู้เรื่องพระเกจิอาจารย์สำคัญของจังหวัดพิจิตร
เหมาะกับเส้นทางหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ1. วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) เป็นศูนย์กลางสำคัญของเส้นทางศรัทธาหลวงพ่อเงิน
2. วัดบ้านน้อย ชมรูปเหมือนหลวงพ่อเงินจากงานจักสานลวดทองเหลือง
3. วัดยางสามต้นวนาราม (วัดไตรยาง) ชมวิหารหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่
4. วัดหัวดง เรียนรู้เรื่องราวการพบรูปเหมือนหลวงพ่อเงินบริเวณต้นอินทนิล
เหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาความศรัทธาต่อหลวงพ่อเงินในหลายชุมชนของจังหวัดพิจิตร ไม่จำกัดเฉพาะวัดบางคลาน
เหมาะกับสายประวัติศาสตร์และโบราณสถาน1. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
2. วัดโพธิ์ประทับช้าง
3. วัดนครชุม
4. วัดเขารูปช้าง
5. วัดห้วยเขน
6. พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
7. ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้พัฒนาการของเมืองพิจิตรตั้งแต่เมืองโบราณ สมัยสุโขทัย อยุธยา ชุมชนจีนไหหลำ ไปจนถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม
เหมาะกับสายศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม1. วัดโพธิ์ประทับช้าง ชมสถาปัตยกรรมอยุธยาและแนวกำแพงโบราณ
2. วัดนครชุม ชมพระอุโบสถเก่าและภูมิปัญญาโครงสร้างไม้แบบใช้สลัก
3. วัดห้วยเขน ชมจิตรกรรมฝาผนังและศิลปะช่างพื้นบ้าน
4. วัดบ้านน้อย ชมรูปเหมือนหลวงพ่อเงินจากเทคนิคจักสานลวดทองเหลือง
5. ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ ชมศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาลเจ้าจีน
6. วัดเทวประสาท ชมพระพุทธเกตุมงคล พระพุทธรูปขนาดใหญ่คู่เมืองตะพานหิน
เหมาะกับสายธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว1. บึงสีไฟ
2. วนอุทยานนครไชยบวร
3. วัดเขารูปช้าง
4. วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์)
5. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)
บึงสีไฟเหมาะกับการพักผ่อนริมแหล่งน้ำ วนอุทยานนครไชยบวรเหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติและดูนก วัดเขารูปช้างเหมาะกับการชมวิวจากพื้นที่สูง ส่วนวัดทับคล้อโดดเด่นด้วยบรรยากาศสวนป่าสำหรับปฏิบัติธรรม
เหมาะกับสายวัฒนธรรมและวิถีชุมชน1. ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ
2. ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์
3. พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
4. วัดท่าช้าง
5. วัดหัวดง
เหมาะกับการเรียนรู้ชุมชนจีนไหหลำ ชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนาม วิถีริมคลอง วิถีวัด และความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับชุมชนท้องถิ่น
เหมาะกับสายถ่ายภาพ1. บึงสีไฟและรูปปั้นพญาชาละวัน
2. วัดเขารูปช้างและจุดชมวิวบนยอดเขา
3. วัดโพธิ์ประทับช้างและสถาปัตยกรรมโบราณ
4. ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ
5. ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์
6. วัดเทวประสาทและพระพุทธเกตุมงคลองค์ใหญ่
7. วัดท่าช้างและรูปปั้นช้างขนาดใหญ่
8. วนอุทยานนครไชยบวรและป่าดงยาง
ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพกลางแจ้งมากกว่าช่วงกลางวันที่มีแสงและอากาศร้อน
เหมาะกับการเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน1. สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ บึงสีไฟ
2. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
3. พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
4. วนอุทยานนครไชยบวร
5. วัดพระพุทธบาทเขารวก
6. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)
สามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่ระบบนิเวศน้ำจืด วรรณคดีและประวัติศาสตร์เมืองโบราณ ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม ระบบนิเวศป่า ศาสนา งานช่าง และสัตว์เศรษฐกิจ
อาหารและของกินที่ควรลองอาหารพื้นบ้านของพิจิตรมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ลุ่มน้ำและวัตถุดิบของชุมชน เมนูที่พบได้ในท้องถิ่นประกอบด้วยอาหารจากปลา น้ำพริก ผักพื้นถิ่น ขนมไทย และอาหารปรุงจากวัตถุดิบทางการเกษตร โดยตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์เป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะสำหรับชิมอาหารและผลิตภัณฑ์จากชุมชน
ของฝากแนะนำ1. ผลิตภัณฑ์ OTOP และสินค้าชุมชน
2. ขนมไทยและอาหารพื้นบ้าน
3. ผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล
4. งานจักสานและงานหัตถกรรมชุมชน
5. ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากตลาดและชุมชนในจังหวัดพิจิตร
วัฒนธรรมและอัตลักษณ์เด่นของพิจิตรเมืองชาละวันและตำนานไกรทอง ประเพณีแข่งเรือยาวในแม่น้ำน่าน ความศรัทธาต่อหลวงพ่อเพชรและหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ ชุมชนจีนไหหลำริมแม่น้ำน่าน ชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนาม วิถีตลาดและชุมชนริมน้ำ ตลอดจนศิลปกรรมและจิตรกรรมพื้นบ้านภายในวัดเก่า
โซนที่พักแนะนำเบื้องต้น1. ตัวเมืองพิจิตร เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นบึงสีไฟ วัดท่าหลวง เมืองเก่าพิจิตร วัดนครชุม และพิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
2. ตะพานหิน เหมาะกับวัดเทวประสาท วัดพระพุทธบาทเขารวก วัดหัวดง และการเดินทางต่อไปทับคล้อ
3. โพทะเล เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นวัดบางคลาน วัดบ้านน้อย และวนอุทยานนครไชยบวร
สำหรับทริป 1 วันสามารถพักในตัวเมืองพิจิตรหรือเดินทางกลับจังหวัดใกล้เคียงได้ แต่หากต้องการเก็บสถานที่หลายอำเภอ ควรจัดทริปอย่างน้อย 2 วัน
เที่ยวพิจิตร 1 วัน – ตัวเมืองและเมืองเก่าเช้า: วัดท่าหลวง – สักการะหลวงพ่อเพชร
สาย: อุทยานเมืองเก่าพิจิตร – วัดนครชุม
บ่าย: พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ หรือศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ
เย็น: บึงสีไฟ – ชมพระอาทิตย์ตกและรูปปั้นพญาชาละวัน
เที่ยวพิจิตร 1 วัน – สายประวัติศาสตร์และศรัทธาเช้า: วัดโพธิ์ประทับช้าง
สาย: วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)
บ่าย: วัดบ้านน้อย
เย็น: เดินทางกลับตัวเมือง หรือแวะสถานที่ในเส้นทางตามเวลาที่เหลือ
เที่ยวพิจิตร 1 วัน – ตะพานหินและเส้นทางสายบุญเช้า: วัดเทวประสาท – สักการะพระพุทธเกตุมงคล
สาย: วัดพระพุทธบาทเขารวก
บ่าย: วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์)
เย็น: วัดยางสามต้นวนาราม (วัดไตรยาง) ก่อนเดินทางกลับ
เที่ยวพิจิตร 1 วัน – ธรรมชาติและครอบครัวเช้า: วนอุทยานนครไชยบวร – เดินศึกษาธรรมชาติ
กลางวัน: เที่ยวพื้นที่โพทะเลหรือแวะรับประทานอาหารในชุมชน
บ่าย: ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)
หากพักในตัวเมืองสามารถปิดท้ายวันที่บึงสีไฟได้ตามเวลาที่เหมาะสม
เที่ยวพิจิตร 2 วัน 1 คืนวันแรก: วัดท่าหลวง – อุทยานเมืองเก่าพิจิตร – วัดนครชุม – พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ – บึงสีไฟ
วันที่สอง: วัดโพธิ์ประทับช้าง – วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) – วัดบ้านน้อย – วนอุทยานนครไชยบวร
เที่ยวพิจิตร 3 วัน 2 คืนวันแรก: บึงสีไฟ – วัดท่าหลวง – อุทยานเมืองเก่าพิจิตร – วัดนครชุม – พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์
วันที่สอง: วัดโพธิ์ประทับช้าง – วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) – วัดบ้านน้อย – วนอุทยานนครไชยบวร
วันที่สาม: วัดหัวดง – วัดเทวประสาท – วัดพระพุทธบาทเขารวก – วัดทับคล้อ – วัดยางสามต้นวนาราม
การเดินทางที่เหมาะสมรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับการเที่ยวพิจิตรหลายอำเภอ เนื่องจากสถานที่ทั้ง 20 แห่งกระจายอยู่ในอำเภอเมืองพิจิตร โพธิ์ประทับช้าง โพทะเล ตะพานหิน ทับคล้อ วังทรายพูน บางมูลนาก และดงเจริญ ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงสถานีพิจิตรหรือตะพานหินแล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้าง แต่หากต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว การมีรถส่วนตัวจะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวพิจิตรสามารถเที่ยวได้ตลอดปี ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการเที่ยววัด โบราณสถาน บึงสีไฟ และสถานที่กลางแจ้งเพราะอากาศสบายกว่าช่วงกลางวัน หากต้องการเดินศึกษาธรรมชาติที่วนอุทยานนครไชยบวร ช่วงฤดูหนาวเหมาะกับการดูนกและกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์ควรวางแผนตรงกับวันเสาร์–วันอาทิตย์ตามรอบเปิดของตลาด
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เที่ยวพิจิตรครั้งแรกควรไปที่ไหน?
ตอบ: หากมาเที่ยวพิจิตรเป็นครั้งแรก แนะนำบึงสีไฟ วัดท่าหลวง อุทยานเมืองเก่าพิจิตร วัดนครชุม และวัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลาน เพราะสถานที่เหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพพิจิตรครบทั้งเมืองชาละวัน ประวัติศาสตร์ ศาสนา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น
 
ถาม: เที่ยวพิจิตรวันเดียวได้ไหม?
ตอบ: ได้ แต่ควรเลือกเที่ยวเป็นโซน หากพักอยู่ในตัวเมือง สามารถเที่ยววัดท่าหลวง อุทยานเมืองเก่าพิจิตร วัดนครชุม และปิดท้ายที่บึงสีไฟได้ภายในวันเดียว ส่วนวัดบางคลานและวัดโพธิ์ประทับช้างควรจัดเป็นอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อลดเวลาขับรถ
 
ถาม: ถ้ามีเวลา 2 วัน 1 คืน ควรจัดทริปพิจิตรอย่างไร?
ตอบ: วันแรกแนะนำเที่ยวตัวเมืองและเมืองเก่า ได้แก่ วัดท่าหลวง อุทยานเมืองเก่าพิจิตร วัดนครชุม พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ และบึงสีไฟ ส่วนวันที่สองเดินทางไปวัดโพธิ์ประทับช้าง วัดหิรัญญาราม วัดบ้านน้อย และวนอุทยานนครไชยบวร
 
ถาม: ที่เที่ยวพิจิตรสำหรับสายประวัติศาสตร์มีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญ ได้แก่ อุทยานเมืองเก่าพิจิตร วัดนครชุม วัดโพธิ์ประทับช้าง วัดเขารูปช้าง วัดห้วยเขน พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ และศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ประวัติศาสตร์เมืองโบราณ สมัยอยุธยา ศิลปกรรมพื้นบ้าน ไปจนถึงประวัติศาสตร์ชุมชนจีนและไทย–เวียดนาม
 
ถาม: หากต้องการเที่ยวตามเส้นทางหลวงพ่อเงินควรไปที่ไหน?
ตอบ: ควรเริ่มจากวัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลาน ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของเส้นทางศรัทธาหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ จากนั้นสามารถต่อไปวัดบ้านน้อย วัดยางสามต้นวนาราม และวัดหัวดง เพื่อเห็นความศรัทธาที่กระจายอยู่ในหลายชุมชนของจังหวัดพิจิตร
 
ถาม: พิจิตรมีที่เที่ยวธรรมชาติที่ไหนบ้าง?
ตอบ: บึงสีไฟเป็นแหล่งธรรมชาติและพื้นที่พักผ่อนสำคัญของตัวเมือง ส่วนวนอุทยานนครไชยบวรเหมาะกับการเดินศึกษาป่าดงยาง ดูนก และเรียนรู้ระบบนิเวศ ขณะที่วัดเขารูปช้างมีจุดชมวิวจากพื้นที่สูงซึ่งแตกต่างจากภูมิประเทศลุ่มน้ำส่วนใหญ่ของจังหวัด
 
ถาม: พิจิตรมีสถานที่เที่ยวสำหรับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น บึงสีไฟ อุทยานเมืองเก่าพิจิตร พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ วนอุทยานนครไชยบวร วัดพระพุทธบาทเขารวก ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์ และขจรฟาร์ม ซึ่งมีทั้งกิจกรรมเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ อาหาร และสัตว์
 
ถาม: ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์ควรไปวันไหน?
ตอบ: ตลาดเปิดในช่วงวันเสาร์–วันอาทิตย์ โดยวันเสาร์เหมาะกับการเดินตลาดและชิมอาหารในช่วงเย็น ส่วนเช้าวันอาทิตย์มีจุดเด่นคือกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ ผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศชุมชนควรวางแผนให้ตรงกับรอบเปิดตลาด
 
ถาม: จุดชมพระอาทิตย์ตกในพิจิตรที่แนะนำคือที่ไหน?
ตอบ: บึงสีไฟเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกที่เหมาะที่สุดของจังหวัด เพราะมีผืนน้ำกว้างและพื้นที่สาธารณะสำหรับเดินเล่น ถ่ายภาพ และพักผ่อน จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นจุดปิดท้ายทริปเที่ยวตัวเมืองพิจิตร
 
ถาม: วัดสำคัญในพิจิตรที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: วัดท่าหลวงเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร วัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลานเชื่อมโยงกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ วัดโพธิ์ประทับช้างมีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์อยุธยา วัดเขารูปช้างมีเจดีย์บนยอดเขา และวัดเทวประสาทมีพระพุทธเกตุมงคลองค์ใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของตะพานหิน
 
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเที่ยวพิจิตรได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเที่ยวได้ โดยเดินทางด้วยรถไฟมาลงสถานีพิจิตรหรือตะพานหิน แล้วใช้รถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 20 แห่งกระจายอยู่หลายอำเภอ หากต้องการเที่ยวหลายจุดภายในเวลา 1–3 วัน รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกกว่า
 
ถาม: ควรเที่ยวพิจิตรช่วงเดือนไหน?
ตอบ: พิจิตรเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดจะเหมาะกับการเที่ยววัด โบราณสถาน บึง และพื้นที่ธรรมชาติมากกว่า โดยเฉพาะกิจกรรมเดินป่าหรือดูนกที่วนอุทยานนครไชยบวร ส่วนสถานที่กลางแจ้งควรเลือกเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็น
 
ถาม: พิจิตรมีวัฒนธรรมอะไรโดดเด่น?
ตอบ: อัตลักษณ์สำคัญของพิจิตรประกอบด้วยตำนานชาละวันและไกรทอง ประเพณีแข่งเรือยาว ความศรัทธาต่อหลวงพ่อเพชรและหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ วัฒนธรรมจีนไหหลำที่ท่าฬ่อ ชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนามบ้านดง และวิถีชุมชนที่ผูกพันกับแม่น้ำน่านและลำน้ำต่าง ๆ
 
ถาม: สถานที่ไหนในพิจิตรเหมาะกับการถ่ายภาพ?
ตอบ: บึงสีไฟเหมาะกับภาพพระอาทิตย์ตกและรูปปั้นพญาชาละวัน วัดเขารูปช้างมีวิวจากพื้นที่สูง วัดโพธิ์ประทับช้างโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโบราณ วัดเทวประสาทมีพระพุทธเกตุมคลองค์ใหญ่ ตลาดน้ำดงกลางริเวอร์ไซต์มีบรรยากาศชุมชนริมคลอง และวนอุทยานนครไชยบวรเหมาะกับภาพธรรมชาติและป่าดงยาง
 
ถาม: หากต้องการเที่ยวพิจิตรให้ครบทั้ง 20 แห่งควรใช้เวลากี่วัน?
ตอบ: หากต้องการเที่ยวครบทั้ง 20 แห่งโดยไม่เร่งรีบ ควรแบ่งเวลาอย่างน้อย 3–4 วัน เพราะสถานที่กระจายอยู่หลายอำเภอ ตั้งแต่อำเภอเมืองพิจิตร โพธิ์ประทับช้าง โพทะเล ตะพานหิน ทับคล้อ วังทรายพูน บางมูลนาก ไปจนถึงดงเจริญ การจัดเส้นทางตามโซนจะช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้มีเวลาเยี่ยมชมแต่ละแห่งได้เต็มที่

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหารกลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(32)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)