หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร >อ.เมืองพิจิตร >ต.ท่าหลวง > วัดคลองคู้
TL;DR: วัดคลองคู้ อยู่ที่บ้านคลองคู้ หมู่ 6 ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดคลองคู้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดคลองคู้ จังหวัดพิจิตร เป็นวัดสำคัญของบ้านคลองคู้ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่เลขที่ 2 หมู่ 6 ในพื้นที่ชุมชนที่มีความผูกพันกับวิถีชาวบ้าน สายน้ำ ความเชื่อ และพระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่รู้จักจากเรื่องราวเจ้าแม่ตะเคียนอังคณา ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่ทางวัดนำมาประดิษฐานไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะ เรื่องราวดังกล่าวทำให้วัดคลองคู้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดพิจิตร ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศวัดชุมชน ความเชื่อพื้นบ้าน และวิถีศรัทธาที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
วัดคลองคู้เป็นวัดในตำบลท่าหลวงที่มีบทบาทสำคัญต่อชุมชนโดยรอบ วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่พบปะของผู้คน เป็นสถานที่ทำบุญในวันพระ วันสำคัญทางศาสนา งานบุญประจำปี และกิจกรรมของชุมชน ชาวบ้านใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการสืบทอดประเพณี การทำบุญ การฟังธรรม และการปลูกฝังคุณค่าทางจิตใจให้แก่คนรุ่นใหม่ วัดคลองคู้จึงมีความหมายในฐานะวัดชุมชนที่ยังคงมีชีวิตและดำรงบทบาททางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลทางวัฒนธรรมระบุว่าวัดคลองคู้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 ซึ่งสะท้อนสถานะของวัดในฐานะศาสนสถานที่มีความมั่นคงและได้รับการรับรองในทางพระพุทธศาสนา การมีอุโบสถและพื้นที่ประกอบศาสนกิจทำให้วัดสามารถรองรับพิธีกรรมสำคัญของชุมชนได้ ทั้งพิธีอุปสมบท งานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า และกิจกรรมทางศาสนาในรอบปี สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดคลองคู้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างชีวิตชุมชน ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาเฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น
ความโดดเด่นที่ทำให้วัดคลองคู้เป็นที่รู้จักในวงกว้างคือเรื่องราวเจ้าแม่ตะเคียนอังคณา ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของชาวบ้านและผู้ศรัทธา เรื่องเล่าระบุว่าต้นตะเคียนถูกขุดขึ้นมาจากบ่อน้ำในพื้นที่ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ก่อนนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดคลองคู้ เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้ตามความเชื่อดั้งเดิมของท้องถิ่น ต้นตะเคียนมีขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 9 วา 2 ศอก หรือราว 37 เมตร และมีความโตประมาณ 2 เมตร 85 เซนติเมตร จึงถือเป็นต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้พบเห็นอย่างมาก
เรื่องราวการนำเจ้าแม่ตะเคียนมาประดิษฐานที่วัดคลองคู้มีจุดเริ่มต้นจากความฝันของเจ้าอาวาสวัดคลองคู้ โดยมีความเชื่อว่าเจ้าแม่ตะเคียนมาเข้าฝันและบอกให้ขุดขึ้นมา เพราะจมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลานาน หลังจากนั้นทางวัดและผู้เกี่ยวข้องจึงดำเนินการนำต้นตะเคียนขึ้นจากน้ำและอัญเชิญมายังวัดคลองคู้ เรื่องเล่านี้สะท้อนลักษณะสำคัญของความเชื่อพื้นบ้านไทยที่มักเชื่อมโยงความฝัน ธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าด้วยกัน ความเชื่อเช่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเหนือธรรมชาติในสายตาชาวบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความหมายที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเคารพต่อธรรมชาติและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ต้นตะเคียนในวัฒนธรรมไทยมีความหมายพิเศษมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะต้นตะเคียนทองซึ่งมักถูกมองว่าเป็นไม้ใหญ่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีเจ้าแม่หรือวิญญาณผู้คุ้มครองสถิตอยู่ ความเชื่อนี้ปรากฏในหลายภูมิภาคของประเทศไทย และสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับต้นไม้ใหญ่ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่มีพลัง มีความทรงจำ และควรได้รับความเคารพ การที่เจ้าแม่ตะเคียนอังคณาถูกนำมาประดิษฐานในวัดจึงทำให้ความเชื่อพื้นบ้านได้รับการจัดวางให้อยู่ร่วมกับพื้นที่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นระเบียบ เกิดเป็นพื้นที่ศรัทธาที่คนทั่วไปสามารถเข้ามากราบไหว้ได้อย่างเหมาะสม
จากการเข้าทรงและคำบอกเล่าของผู้ศรัทธา เจ้าแม่ตะเคียนต้นนี้มีนามว่าเจ้าแม่อังคณา และเชื่อกันว่าจมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 200 ปี แม้เรื่องราวดังกล่าวเป็นความเชื่อท้องถิ่น แต่ก็มีคุณค่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิธีคิดของชุมชนเกี่ยวกับอดีต สายน้ำ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้นตะเคียนจึงไม่ได้เป็นเพียงท่อนไม้ขนาดใหญ่ แต่เป็นวัตถุทางวัฒนธรรมที่รวบรวมเรื่องเล่า ความศรัทธา และจินตนาการของผู้คนไว้ร่วมกัน
เมื่อข่าวเรื่องเจ้าแม่ตะเคียนอังคณาแพร่กระจายออกไป วัดคลองคู้จึงมีผู้เดินทางมากราบไหว้จำนวนมาก ทั้งชาวบ้านในพื้นที่และผู้มาเยือนจากต่างอำเภอ หลายคนมาด้วยความศรัทธา บางคนมาขอพร บางคนมาศึกษาเรื่องราวความเชื่อพื้นบ้าน และบางคนมาชมขนาดของต้นตะเคียนที่หาได้ยาก การที่ผู้คนเดินทางมารวมตัวกันที่วัดทำให้พื้นที่วัดมีชีวิตชีวามากขึ้น ขณะเดียวกันก็สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ที่รองรับความเชื่อหลากหลายของชุมชนไทย
ความศรัทธาต่อเจ้าแม่ตะเคียนที่วัดคลองคู้มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องโชคลาภซึ่งพบได้ในวัฒนธรรมไทยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงใกล้วันประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล มักมีผู้เดินทางมากราบไหว้ ขอพร และสังเกตร่องรอยต่าง ๆ ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงวัฒนธรรม สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการแสวงหาเลขหรือโชคลาภ แต่คือการที่ต้นตะเคียนกลายเป็นศูนย์รวมความหวัง ความสบายใจ และความเชื่อร่วมของผู้คนในช่วงเวลาหนึ่ง วัดคลองคู้จึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เห็นว่าความศรัทธาในสังคมไทยมีหลายระดับ ตั้งแต่การทำบุญ ไหว้พระ ไปจนถึงความเชื่อพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ
ผู้มาเยือนวัดคลองคู้สามารถเข้ามากราบไหว้เจ้าแม่ตะเคียนอังคณา ทำบุญ และสัมผัสบรรยากาศของวัดชุมชนได้อย่างสงบ การเข้าชมควรตั้งอยู่บนความเคารพต่อสถานที่และผู้ที่มาปฏิบัติศาสนกิจ ไม่ควรสัมผัสหรือกระทำการใด ๆ ต่อวัตถุศักดิ์สิทธิ์โดยไม่เหมาะสม และควรหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังรบกวนผู้ที่มาทำบุญ การมาเยือนด้วยท่าทีสำรวมจะช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับคุณค่าของวัด
นอกจากเรื่องเจ้าแม่ตะเคียนแล้ว วัดคลองคู้ยังมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของชุมชนตำบลท่าหลวง วัดเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านใช้ทำบุญ ฟังธรรม ร่วมงานกฐิน งานผ้าป่า และงานบุญในรอบปี พื้นที่วัดยังเชื่อมโยงกับการศึกษาปฐมวัยของชุมชนผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดคลองคู้ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การมีศูนย์เด็กเล็กอยู่ในพื้นที่วัดสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การดูแลเด็ก และการพัฒนาชุมชน ไม่ใช่เพียงพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น
ในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดคลองคู้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจความเชื่อพื้นบ้านและวิถีชุมชนของจังหวัดพิจิตร เพราะที่นี่ไม่ใช่วัดที่โดดเด่นเฉพาะด้านสถาปัตยกรรมใหญ่โต หากแต่มีคุณค่าจากเรื่องเล่าและความศรัทธาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าวัฒนธรรมไทยมีทั้งมิติของพระพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องต้นไม้ใหญ่ การเคารพธรรมชาติ และการใช้วัดเป็นพื้นที่กลางของชุมชน การเดินทางมายังวัดคลองคู้จึงช่วยเปิดมุมมองต่อพิจิตรในฐานะจังหวัดที่มีมรดกทางความเชื่อหลากหลาย ไม่ได้มีเพียงวัดโบราณหรือแหล่งท่องเที่ยวเมืองเก่าเท่านั้น
วัดคลองคู้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางท่องเที่ยวในตัวเมืองพิจิตรและตำบลใกล้เคียงได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดท่าหลวง พระอารามหลวง บึงสีไฟ สถานีรถไฟพิจิตร วัดยางคอยเกลือ พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ วัดนครชุม และอุทยานเมืองเก่าพิจิตรได้ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเที่ยววัดและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นสามารถเริ่มจากวัดท่าหลวงหรือสถานีรถไฟพิจิตร แล้วเดินทางต่อมายังวัดคลองคู้ ก่อนเชื่อมต่อไปยังวัดและชุมชนอื่นในอำเภอเมืองพิจิตร
การเดินทาง ไปวัดคลองคู้สามารถเริ่มจากตัวเมืองพิจิตร มุ่งหน้าเข้าสู่ตำบลท่าหลวงและบ้านคลองคู้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟพิจิตร แล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าสู่วัดได้ เส้นทางอยู่ในเขตอำเภอเมืองพิจิตรและสามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้สะดวก ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะหากต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว
การวางแผนมาเยือนวัดคลองคู้ควรใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อกราบไหว้เจ้าแม่ตะเคียน เดินชมบริเวณวัด ทำบุญ และซึมซับบรรยากาศชุมชน หากเดินทางมาในช่วงที่มีผู้คนมากควรเผื่อเวลาเพิ่มเติม โดยเฉพาะพื้นที่จอดรถและการเข้าออกบริเวณจุดสักการะ การมาในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนมากจะช่วยให้เดินชมวัดได้สะดวกและสบายกว่า
ในฐานะแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม วัดคลองคู้มีคุณค่าต่อผู้ที่ต้องการเข้าใจความเชื่อไทยร่วมสมัย ความเชื่อเรื่องเจ้าแม่ตะเคียนสะท้อนโลกทัศน์ของชุมชนที่มองธรรมชาติเป็นสิ่งมีชีวิต มีพลัง และมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ ส่วนวัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่รองรับและจัดระเบียบความเชื่อดังกล่าวให้อยู่ร่วมกับพระพุทธศาสนาได้อย่างกลมกลืน การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงควรมองทั้งในมิติของศรัทธา ประวัติชุมชน และมานุษยวิทยาวัฒนธรรมท้องถิ่น
โดยรวมแล้ว วัดคลองคู้เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดพิจิตร เพราะรวมทั้งบทบาทวัดชุมชน เรื่องราวเจ้าแม่ตะเคียนอังคณา ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวิถีชีวิตของชาวบ้านตำบลท่าหลวงไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้ทั้งการสักการะ ความสงบทางใจ และความเข้าใจต่อวัฒนธรรมความเชื่อของชุมชนไทยในระดับท้องถิ่น วัดคลองคู้จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศรัทธา วัฒนธรรมพื้นบ้าน และการท่องเที่ยวพิจิตรในมุมที่ลึกกว่าการชมสถานที่ทั่วไป
| ชื่อสถานที่ | วัดคลองคู้ |
| ที่ตั้ง | บ้านคลองคู้ หมู่ 6 ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร |
| ที่อยู่ | เลขที่ 2 หมู่ 6 บ้านคลองคู้ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 66000 |
| ไฮไลต์ | สักการะเจ้าแม่ตะเคียนอังคณา ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่เชื่อกันว่าจมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 200 ปี และเป็นหนึ่งในจุดศรัทธาพื้นบ้านของตำบลท่าหลวง |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นวัดชุมชนของบ้านคลองคู้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 และมีบทบาทเป็นศูนย์รวมศรัทธา งานบุญ และกิจกรรมของชาวบ้านในพื้นที่ |
| ลักษณะเด่น | วัดชุมชนที่ผสมผสานพระพุทธศาสนากับความเชื่อพื้นบ้านเรื่องเจ้าแม่ตะเคียน มีบรรยากาศสงบและเป็นจุดหมายของผู้ที่สนใจวัฒนธรรมความเชื่อท้องถิ่น |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | เจ้าแม่ตะเคียนอังคณา ต้นตะเคียนยาวประมาณ 9 วา 2 ศอก หรือราว 37 เมตร ความโตประมาณ 2 เมตร 85 เซนติเมตร อุโบสถ และพื้นที่ทำบุญของชุมชน |
| ความเชื่อสำคัญ | ชาวบ้านเชื่อว่าเจ้าแม่ตะเคียนอังคณาถูกขุดขึ้นจากบ่อน้ำในตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง หลังปรากฏในความฝันของเจ้าอาวาส และต่อมานำมาประดิษฐานที่วัดคลองคู้ |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองพิจิตรเข้าสู่ตำบลท่าหลวงและบ้านคลองคู้ด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟพิจิตรแล้วต่อรถเข้าสู่วัด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา วัฒนธรรม และความเชื่อพื้นบ้านของจังหวัดพิจิตร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัด ลานจอดรถ จุดสักการะเจ้าแม่ตะเคียน อุโบสถ พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่กิจกรรมชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูพิลาศธรรมกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดคลองคู้ |
| ข้อมูลติดต่อในพื้นที่ | องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหลวง โทร. 056-615-122 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดยางคอยเกลือ ประมาณ 4 กม. 2. สถานีรถไฟพิจิตร ประมาณ 8 กม. 3. วัดท่าหลวง พระอารามหลวง ประมาณ 9 กม. 4. บึงสีไฟ ประมาณ 9 กม. 5. พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ ประมาณ 10 กม. 6. วัดนครชุม ประมาณ 13 กม. 7. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร ประมาณ 15 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านส้มตำปูใหญ่ คลองคู้ ประมาณ 1 กม. โทร. 095-912-4998 2. ข้าวมันไก่ ป้าลอง ประมาณ 1 กม. โทร. 092-597-2380 3. ลืมอิ่ม by โคตรซีฟู้ด ประมาณ 4 กม. โทร. 063-974-3755 4. ร้านโภชนายางคอยเกลือ ประมาณ 4 กม. โทร. 062-296-6230 5. เรือนไม้ชายน้ำ ประมาณ 5 กม. โทร. 085-532-6111 6. ร้านอาหารในย่านตัวเมืองพิจิตร ประมาณ 8 กม. 7. ฉำฉา คาเฟ่ ประมาณ 9 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บึงตะโกน รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 097-923-9929 2. The Nest Hotel Phichit ประมาณ 8 กม. โทร. 056-033662 3. โรงแรมฟ้าหลวงเรสซิเดนซ์ ประมาณ 8 กม. โทร. 056-611780 4. โรงแรมเกษรเพลส ประมาณ 9 กม. 5. บ้านเพียงเพ็ญ ประมาณ 9 กม. 6. ระเบียงน้ำรีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 081-859-4907 7. มีพรสวรรค์ แกรนด์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 056-615151 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดคลองคู้ จังหวัดพิจิตร อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดคลองคู้ตั้งอยู่เลขที่ 2 หมู่ 6 บ้านคลองคู้ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
ถาม: วัดคลองคู้มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเจ้าแม่ตะเคียนอังคณา ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ และเป็นหนึ่งในแหล่งศรัทธาพื้นบ้านของจังหวัดพิจิตร
ถาม: เจ้าแม่ตะเคียนอังคณาวัดคลองคู้มีประวัติอย่างไร?
ตอบ: เรื่องเล่าท้องถิ่นระบุว่าเจ้าแม่ตะเคียนอังคณาถูกขุดขึ้นจากบ่อน้ำในตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง หลังปรากฏในความฝันของเจ้าอาวาส และถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดคลองคู้
ถาม: ต้นตะเคียนที่วัดคลองคู้มีขนาดเท่าไร?
ตอบ: ต้นตะเคียนมีความยาวประมาณ 9 วา 2 ศอก หรือราว 37 เมตร และมีความโตประมาณ 2 เมตร 85 เซนติเมตร
ถาม: วัดคลองคู้เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เข้าวัดคลองคู้ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้ามากราบไหว้ ทำบุญ และเดินชมบริเวณวัดได้ตามความเหมาะสม
ถาม: เที่ยววัดคลองคู้แล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดยางคอยเกลือ วัดท่าหลวง บึงสีไฟ พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ วัดนครชุม และอุทยานเมืองเก่าพิจิตรได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




