หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี >อ.บางบัวทอง
>ต.โสนลอย
> วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์
TL;DR: วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ อยู่ที่ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เปิดทุกวัน เวลา วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ 08.00-18.00 น.
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ 08.00-18.00 น.
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ หรือที่คนทั่วไปคุ้นชื่อกันในฐานะ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 เป็นวัดจีนขนาดใหญ่ในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ที่โดดเด่นทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ความศักดิ์สิทธิ์ และบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในเขตพระราชวังจีนโบราณ จุดเด่นของวัดแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงความงามแบบจีนราชวงศ์หมิง-ชิง แต่ยังรวมถึงสถานะการเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติ ความสำคัญในสายพุทธมหายานของไทย และการเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ขอพร เสริมสิริมงคล แก้ปีชง และชมพุทธศิลป์จีนอย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนบางกรวย-ไทรน้อย ในตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ทำเลถือว่าสะดวกมากสำหรับผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกหรือจากตัวเมืองนนทบุรี เพราะสามารถขับรถมาได้โดยตรง และยังอยู่ใกล้ย่านชุมชนบางบัวทองซึ่งมีทั้งตลาด ร้านอาหาร และจุดแวะเที่ยวอื่น ๆ รายรอบ ทำให้วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ไม่ได้เป็นเพียงวัดสำหรับทำบุญเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในนนทบุรีด้วย
เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงโรงเจขนาดเล็ก ก่อนจะได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังโดยเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับพุทธบริษัทไทย-จีน จนกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์และงดงามบนพื้นที่รวมประมาณ 12 ไร่ จุดประสงค์สำคัญของการสร้างวัดคือเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี การก่อสร้างใช้เวลายาวนานถึง 12 ปี จนแล้วเสร็จ และมีพิธีสมโภชเปิดวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2551 นับเป็นประวัติที่ทำให้วัดแห่งนี้มีสถานะพิเศษกว่าวัดจีนทั่วไป เพราะเชื่อมโยงทั้งกับความศรัทธาของชุมชนไทยเชื้อสายจีนและประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของประเทศ
เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณวัด สิ่งแรกที่สัมผัสได้ชัดคือความยิ่งใหญ่ของผังวัดและความประณีตของงานก่อสร้าง วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ได้รับการออกแบบตามสถาปัตยกรรมในยุคหมิง-ชิง โดยจำลองแนวคิดและบรรยากาศจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งมาปรับใช้กับวัดพุทธมหายานในไทย งานออกแบบเช่นนี้ทำให้ทุกองค์ประกอบตั้งแต่แนวแกนกลาง ลานภายใน วิหาร ประตู ซุ้ม หลังคา ไปจนถึงลวดลายประดับต่าง ๆ มีความเป็นระบบและทรงพลังทางสายตาอย่างมาก ผู้ที่มาเยือนแม้จะไม่ได้มีพื้นฐานด้านศิลปะจีนมาก่อนก็ยังสัมผัสได้ทันทีว่านี่คือวัดที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจสูง ทั้งในแง่ความงาม ความหมาย และความเคารพต่อแบบแผนดั้งเดิม
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างคือการเชิญช่างฝีมือชั้นครูจากประเทศจีนมาดำเนินการก่อสร้างโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง งานไม้ งานตกแต่ง งานปูน และงานเขียนสี ล้วนสะท้อนความเป็นพุทธศิลป์จีนอย่างชัดเจน สีหลักที่ใช้ในวิหารต่าง ๆ คือสีน้ำเงิน แดง และทอง ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ทั้งสง่างามและศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกัน เมื่อแสงตกกระทบพื้นผิวสีแดงสดและทองบนคาน เพดาน และประตู จะยิ่งทำให้พื้นที่ภายในดูมีมิติและมีพลังมากขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาศิลปะจีนในบริบทของวัดมหายานร่วมสมัยในไทย
ตามผนังและเพดานของอาคารหลายส่วนมีคาถา “โอม มา นี ปะ หมี่ ฮง” เป็นตัวอักษรสีทอง ซึ่งเป็นคาถาที่ผู้ศรัทธาเชื่อว่าช่วยคุ้มครอง ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และเสริมความเป็นสิริมงคล ลวดลายอักษรเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตกแต่งพื้นที่ แต่ยังทำให้บรรยากาศของวัดเต็มไปด้วยมิติทางความเชื่อและการภาวนา ยิ่งเมื่อมองประกอบกับรายละเอียดแบบจีนบนคานไม้ ลายเมฆ มังกร ดอกไม้ และสัตว์มงคล ก็ยิ่งทำให้ทุกส่วนของวัดเชื่อมโยงกันทั้งในเชิงศิลป์และเชิงสัญลักษณ์อย่างแนบแน่น
หลังคาวิหารของวัดมุงด้วยกระเบื้องเผาแบบจีนสีเหลืองเข้ม ซึ่งเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสง่าและมีความหมายสูงในวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับเส้นสันหลังคาที่เชิดโค้งและประดับด้วยรูปสัตว์มงคลตามมุมหลังคา 4 ด้าน รายละเอียดนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ผู้มาเยือนมักใช้เวลาชมอยู่นาน เพราะไม่ใช่เพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่ยังสะท้อนคติความเชื่อเรื่องการปกปักรักษาและความเจริญรุ่งเรือง สัตว์มงคลที่ประดับอยู่มีหลายแบบ เช่น เทวดาขี่หงส์ มังกร สิงโต ม้าน้ำ ม้าเทวดา แพะเทวดาเขาเดียว กระทิงเทวดา ปลาเทวดา และนกเค้าแมว ทำให้การชมหลังคาเพียงอย่างเดียวก็กลายเป็นประสบการณ์ศึกษาศิลปกรรมจีนได้อย่างลึกซึ้ง
บริเวณรอบพระวิหารยังประดับด้วยหินแกะสลักจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวนมาก ทั้งรูปสัตว์ ศิลาจารึก องค์ประกอบตกแต่ง และประติมากรรมตามจุดต่าง ๆ รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้พื้นที่ทั้งวัดดูสมบูรณ์และมีน้ำหนักทางศิลปะมากขึ้น หากเดินชมอย่างไม่รีบร้อนจะพบว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้เน้นเพียงความอลังการของอาคารหลัก แต่ยังใส่ใจบรรยากาศรอบข้าง การจัดวางทางเดิน และการเชื่อมโยงมุมมองของแต่ละอาคารเข้าหากันอย่างประณีต จึงเหมาะทั้งกับผู้ที่ตั้งใจมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้ที่มาเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อดูรายละเอียดงานศิลป์แบบใกล้ชิด
อาคารหลักที่ผู้มาเยือนควรรู้จักเริ่มต้นจาก วิหารท้าวจตุโลกบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ต้อนรับสำคัญของวัด ภายในประดิษฐานพระโพธิสัตว์และเทพผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา บรรยากาศของวิหารนี้ให้ความรู้สึกเข้มขลังและสงบในเวลาเดียวกัน ด้านข้างยังมีหอกลองและหอระฆังซึ่งช่วยเติมมิติแบบวัดจีนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ที่เพิ่งมาถึงวัดมักเริ่มต้นไหว้พระจากอาคารส่วนนี้ก่อน แล้วจึงค่อยเดินเข้าสู่เขตด้านในของวัดตามแนวแกนหลัก ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการวางผังศาสนสถานจีนดั้งเดิม
หัวใจสำคัญของวัดอยู่ที่ พระอุโบสถ ซึ่งเป็นอาคารหลังใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ตรงกลางผังวัด ภายในประดิษฐานพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า และพระไภษัชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า แต่ละองค์มีความสูงถึง 4.30 เมตร และถือเป็นพระประธานแบบจีนที่มีขนาดใหญ่มากในประเทศไทย องค์พระมีพุทธลักษณะสง่างาม พระพักตร์เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ทำให้ผู้เข้าไปสักการะรู้สึกถึงความสงบและความน่าเลื่อมใสอย่างชัดเจน แม้ผู้ที่ไม่ได้มีพื้นฐานในพุทธมหายานก็ยังรับรู้ได้ถึงความพิเศษของพื้นที่ภายในอุโบสถแห่งนี้
ภายในพระอุโบสถไม่ได้โดดเด่นเพียงพระประธาน แต่ยังเต็มไปด้วยองค์ประกอบศิลป์ที่ช่วยยกระดับบรรยากาศของพื้นที่ เสาขนาดใหญ่สองข้างของพระประธานมีกลอนอักษรจีนประดับอย่างงดงาม ขณะที่ผนังโดยรอบประดับด้วยแผ่นไม้สักแกะสลัก 7 ชิ้น ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าในอดีต พระอรหันต์ และจตุมหาบรรพตหรือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ 4 แห่ง รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้พื้นที่ภายในพระอุโบสถทำหน้าที่ทั้งเป็นสถานที่สักการะและเป็นแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์จีนไปพร้อมกัน ผู้ที่ชอบดูงานแกะสลักจะพบว่าลวดลายไม้สักและการจัดองค์ประกอบผนังของที่นี่มีความละเอียดสูงมากและควรค่าแก่การใช้เวลาชมอย่างจริงจัง
ด้านนอกของพระอุโบสถยังมีเสมาแบบศิลปะจีนอยู่ทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจมาก เพราะช่วยแสดงให้เห็นว่าทางวัดไม่ได้คัดลอกรูปแบบจีนมาเพียงผิวเผิน แต่ตั้งใจปรับองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่ศาสนาให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของวัดมหายานโดยรวม ยิ่งเมื่อมองภาพรวมจากลานหน้าอุโบสถ จะเห็นเส้นสายของหลังคา ผนัง ประตู และเสมาจีนทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน จนทำให้พระอุโบสถหลังนี้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดของวัดด้วย
อีกอาคารหนึ่งที่สำคัญมากคือ วิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์ และวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้นที่อยู่ถัดจากพระอุโบสถไปด้านหลัง ชั้นล่างเป็นวิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์ ส่วนชั้นบนเป็นวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ ภายในประดิษฐานพระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ รายรอบด้วยพระพุทธรูปขนาดเล็กจำนวนหนึ่งหมื่นองค์ จนเกิดภาพรวมที่ทั้งงดงามและทรงพลังมาก ผู้ที่ได้ขึ้นไปชมชั้นบนมักรู้สึกประทับใจกับบรรยากาศของความสงบ ความเป็นระเบียบ และความวิจิตรของผนังที่เต็มไปด้วยองค์พระขนาดเล็กเรียงรายอย่างพร้อมเพรียง
แนวคิดของวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธมีความหมายลึกซึ้งในสายพุทธมหายาน เพราะเปรียบเสมือนดินแดนสุขาวดีทางทิศตะวันตกของโลกมนุษย์ อันเป็นดินแดนแห่งความสงบและความสุข ผู้ที่ตั้งใจบำเพ็ญภาวนาและสั่งสมบุญกุศลเชื่อว่าจะได้ไปเกิด ณ ดินแดนแห่งนี้ ความเชื่อดังกล่าวทำให้วิหารนี้ไม่ใช่เพียงห้องโถงที่มีพระพุทธรูปจำนวนมาก แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงระหว่างศรัทธา การภาวนา และคติจักรวาลวิทยาของพุทธมหายานอย่างชัดเจน ผู้ที่มาวัดเพื่อความสงบทางใจมักใช้เวลาในวิหารนี้นานเป็นพิเศษ
นอกจากอาคารหลักแล้ว ภายในวัดยังมีอาคารอื่น ๆ เช่น หอธรรม วิหารบูรพาจารย์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงวัดเพื่อการท่องเที่ยวหรือสักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการศึกษาและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามหายานในไทยด้วย มิติด้านการศึกษาเช่นนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับวัดในฐานะสถาบันศาสนาที่มีชีวิตจริง มีการใช้งานจริง และมีบทบาทต่อชุมชนทางศรัทธามาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่เดินทางมาด้วยความตั้งใจเรื่องการไหว้พระขอพร วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์เป็นวัดที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ศรัทธาที่ต้องการเสริมสิริมงคล สะเดาะเคราะห์ และแก้ปีชง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนและช่วงต้นปีที่ผู้คนมักเดินทางมาขอพรเรื่องสุขภาพ การงาน การเงิน และความคุ้มครองจากสิ่งไม่ดี แม้กระแสการมูเตลูจะเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำของวัด แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของที่นี่อยู่ที่การที่วัดสามารถผสานความศรัทธาร่วมสมัยเข้ากับคุณค่าทางศิลปะและศาสนาได้อย่างลงตัว จึงเป็นวัดที่ตอบโจทย์ทั้งสายบุญ สายศิลป์ และสายถ่ายภาพในคราวเดียว
ในด้านบรรยากาศ วัดให้ความรู้สึกโอ่อ่าแต่ไม่อึดอัด พื้นที่กว้างขวาง ทางเดินจัดเป็นระเบียบ และอาคารแต่ละส่วนมีระยะห่างพอให้มองเห็นความงามของผังวัดได้ชัด ผู้ที่ชอบถ่ายภาพมักนิยมมาช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะแสงจะช่วยขับสีแดงและสีทองของวิหารให้เด่นขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณลานหน้าอุโบสถ แนวหลังคา และทางเดินเชื่อมไปยังวิหารด้านหลัง แม้ไม่ได้เข้าไปถ่ายภาพภายในอาคารทุกจุด เพียงเดินชมภายนอกก็ยังคุ้มค่าอย่างมาก
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวัดถือว่าพร้อมสำหรับผู้มาเยือนทั่วไป มีจุดจำหน่ายของเซ่นไหว้ ลานจอดรถ ห้องสุขา และพื้นที่รองรับผู้มาสักการะจำนวนมาก ส่วนบริเวณตลาดบางบัวทองซึ่งอยู่ไม่ไกลก็มีร้านอาหารหลายประเภทให้เลือก ทำให้ผู้ที่วางแผนมาเที่ยวครึ่งวันหรือ 1 วันสามารถจัดเส้นทางได้ง่าย จะมาเฉพาะวัด หรือจับคู่กับการแวะกิน แวะเดินตลาด หรือไปต่อยังจุดเที่ยวใกล้เคียงก็สะดวกทั้งนั้น
หากมองในเชิงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์มีจุดแข็งหลายด้านที่หาได้ยากในวัดแห่งเดียว ที่นี่มีทั้งคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมจีนที่ชัดเจนและสมบูรณ์ ความศรัทธาในสายมหายาน พื้นที่สำหรับภาวนาและสักการะ รวมถึงความสะดวกในการเดินทางจากกรุงเทพฯ จึงเหมาะมากกับผู้ที่ค้นหาคำตอบว่า วัดจีนสวยใกล้กรุงเทพอยู่ที่ไหน, ไหว้พระแก้ปีชงนนทบุรีไปที่ไหนดี, หรือเที่ยวนนทบุรีวันเดียวควรแวะวัดไหนบ้าง เพราะวัดนี้ตอบได้ครบทั้งมิติของความสวย ความหมาย และการใช้งานจริง
อีกเหตุผลที่ทำให้วัดนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือความรู้สึก “ไปแล้วคุ้ม” สำหรับผู้มาเยือนหลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวทั่วไปจะได้ชมสถาปัตยกรรมจีนที่อลังการและถ่ายภาพสวย ๆ ผู้ศรัทธาจะได้สักการะพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์หลายองค์ในพื้นที่เดียว ครอบครัวก็สามารถเดินทางมาทำบุญร่วมกันได้สะดวก ขณะที่ผู้สนใจศิลปกรรมสามารถใช้เวลาสังเกตลวดลาย สี และองค์ประกอบของวิหารต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน วัดจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบทบาทของวัดจีนประจำชุมชน แต่กลายเป็นหนึ่งในปลายทางสำคัญของนนทบุรีที่มีคุณค่าในหลายระดับ
การเดินทาง มายังวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ด้วยรถยนต์สามารถใช้เส้นทางจากตัวเมืองนนทบุรีไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามสะพานพระนั่งเกล้า ถึงสี่แยกบางพลูแล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอบางบัวทอง ทางเข้าวัดจะอยู่ด้านซ้ายมือก่อนถึงโรงเรียนเทศบาลวัดละหาร อีกเส้นทางหนึ่งคือมาจากกรุงเทพฯ ตามถนนกาญจนาภิเษก เส้นตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี แล้วกลับรถเข้าเส้นทางไปโรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์ ผ่านศูนย์เยาวชนเทศบาลและเข้าสู่วัดได้ สำหรับผู้ไม่ใช้รถส่วนตัว สามารถนั่งรถโดยสารหรือรถตู้มาลงบริเวณตลาดบางบัวทองแล้วต่อเข้ามายังวัด ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกพอสมควรเมื่อเทียบกับระยะทางจากกรุงเทพฯ
ผู้ที่อยากเที่ยวต่อหลังไหว้พระยังสามารถเชื่อมเส้นทางไปยังจุดอื่นในบางบัวทองและพื้นที่ใกล้เคียงได้ไม่ยาก เช่น วัดละหาร ตลาดบางบัวทอง วัดพระแม่สกลสงเคราะห์ สวนอินทผาลัมปรีชา หรือแม้แต่การขยับไปเที่ยวตลาดน้ำไทรน้อยในวันหยุดสุดสัปดาห์ หากจัดทริปดี ๆ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของวันเที่ยวนนทบุรีที่ได้ทั้งไหว้พระ ถ่ายรูป กินของอร่อย และสัมผัสบรรยากาศชุมชนรอบนอกกรุงเทพฯ ได้ในวันเดียว
โดยสรุป วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์เป็นวัดจีนที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านความศักดิ์สิทธิ์ ความงาม และคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเรียกว่า วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในวัดจีนที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย ผู้ที่ยังไม่เคยมา หากมีโอกาสควรหาเวลามาสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมวัดแห่งนี้จึงเป็นทั้งที่พึ่งทางใจของผู้ศรัทธาและเป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในนนทบุรี
| ชื่อสถานที่ | วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) |
| ที่ตั้ง | ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี |
| ที่อยู่ | 959 หมู่ 4 ถนนเทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 |
| ไฮไลต์ | วัดจีนสถาปัตยกรรมหมิง-ชิงจำลองแนวคิดจากพระราชวังต้องห้าม พระอุโบสถขนาดใหญ่ พระประธาน 3 องค์ วิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ และบรรยากาศเหมาะกับไหว้พระแก้ปีชง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พัฒนาจากโรงเจขนาดเล็ก สร้างเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เริ่มดำเนินการในปี 2539 ใช้เวลาสร้าง 12 ปี และสมโภชเปิดวัดเมื่อ 20 มีนาคม 2551 |
| ลักษณะเด่น | วิหารสีแดง-ทองแบบจีน หลังคากระเบื้องจีนสีเหลืองเข้ม ลวดลายพุทธศิลป์จีน คาถาสีทอง หินแกะสลักจากจีน และผังวัดแบบจีนราชสำนัก |
| การเดินทาง | เดินทางได้โดยรถยนต์ผ่านถนนรัตนาธิเบศร์หรือถนนกาญจนาภิเษก แล้วเข้าเส้นบางกรวย-ไทรน้อย บริเวณใกล้โรงเรียนเทศบาลวัดละหาร หรือเดินทางด้วยรถสาธารณะมาลงตลาดบางบัวทองแล้วต่อเข้าวัด |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดให้เข้าชมและใช้ประกอบศาสนกิจตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ 08.00-18.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ ห้องสุขา จุดจำหน่ายของเซ่นไหว้ และพื้นที่รองรับผู้มาสักการะจำนวนมาก |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | วิหารท้าวจตุโลกบาล, หอกลอง, หอระฆัง, พระอุโบสถ, วิหารอวโลกิเตศวรสหัสกรสหัสเนตรมหาโพธิสัตว์, วิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ, หอธรรม และวิหารบูรพาจารย์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 02-571-1155 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | www.watboromracha.com |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) ตลาดบางบัวทอง 1 กม. 2) วัดละหาร 1 กม. 3) วัดพระแม่สกลสงเคราะห์ 1 กม. 4) สวนอินทผาลัมปรีชา 3 กม. 5) ตลาดน้ำไทรน้อย 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) อาเซน่อล 0.1 กม. 2) เนื้อตุ๋น-หมูตุ๋นเฮียแผน สาขาบางบัวทอง 0.1 กม. 3) Toni Coffee Roasters 0.2 กม. 4) Present Simple 2 กม. 5) Tanwa : The Food Project 2 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) โรงแรมศศิ นนทบุรี 5 กม. 2) เอสเอสพี เรสซิเดนซ์ บางบัวทอง 5 กม. 3) Westgate Residence Hotel 8 กม. 4) Villa Baron Hotel Impact 14 กม. 5) Fine Bed Hotel 15 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเล่งเน่ยยี่ 2 กับวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คือวัดเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ใช่ เป็นวัดเดียวกัน โดยชื่อทางการคือ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ และชื่อที่คนทั่วไปนิยมเรียกคือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2
ถาม: วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ที่ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เดินทางจากกรุงเทพฯ ค่อนข้างสะดวก
ถาม: วัดนี้เปิดกี่โมง?
ตอบ: โดยทั่วไปวันจันทร์-ศุกร์เปิด 08.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์เปิด 08.00-18.00 น.
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือสถาปัตยกรรมจีนแบบหมิง-ชิงที่จำลองแนวคิดจากพระราชวังต้องห้าม พระอุโบสถขนาดใหญ่ พระประธาน 3 องค์ และวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธที่งดงามมาก
ถาม: วัดนี้เหมาะกับการไปขอพรเรื่องอะไร?
ตอบ: ผู้คนจำนวนมากนิยมไปไหว้พระ ขอพร เสริมสิริมงคล สะเดาะเคราะห์ และแก้ปีชง โดยเฉพาะในช่วงต้นปีและเทศกาลตรุษจีน
ถาม: ถ้าไม่ได้นับถือศาสนาพุทธมหายาน ยังไปเที่ยวได้ไหม?
ตอบ: ได้ วัดแห่งนี้เหมาะทั้งกับผู้ที่ต้องการทำบุญ ชมศิลปะจีน ถ่ายภาพสถาปัตยกรรม และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
โทร : 025711155, 029202131
แฟกซ์ : 025711155
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ทุ่งดอกไม้(
แม่น้ำลำคลอง(
หมู่เกาะ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(