หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก >อ.เมืองนครนายก
>ต.หินตั้ง
> เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน)
TL;DR: เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน) อยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เปิดทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น. การเดินทางสะดวก ใช้ทางหลวง 305 จากกรุงเทพฯ ต่อด้วยทางหลวง 3049 ผ่านวังตะไคร้ แล้วเลี้ยวเข้าสู่เขื่อน.
เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน)
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 - 17:00 น.
เขื่อนขุนด่านปราการชล หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขื่อนคลองท่าด่าน เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัด (RCC Dam) ที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เขื่อนแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งเพื่อป้องกันน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง
ด้วยความยาวของตัวเขื่อนถึง 2,720 เมตร และความสูง 93 เมตร ทำให้เขื่อนขุนด่านปราการชลกลายเป็นโครงสร้างด้านวิศวกรรมที่มีความโดดเด่นระดับโลก โดยสามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากถึง 224 ล้านลูกบาศก์เมตร โครงสร้างแบบ RCC หรือ Roller Compacted Concrete เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเขื่อนและสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับเขื่อนแบบดั้งเดิม
ชื่อ “ขุนด่านปราการชล” ถูกพระราชทานขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ “ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน” หรือที่รู้จักในชื่อ “ขุนด่าน” วีรบุรุษแห่งเมืองนครนายกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้มีบทบาทสำคัญในการปกป้องผืนป่าและบ้านเมืองจากภัยคุกคาม ชื่อของเขื่อนจึงสะท้อนถึงทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความสำคัญของการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
ระบบน้ำของเขื่อนขุนด่านปราการชลมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ต้นน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยน้ำจะไหลผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่พื้นที่อ่างเก็บน้ำของเขื่อน ทำให้พื้นที่นี้มีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดปี และช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ทั้งในบริเวณเขื่อนและพื้นที่โดยรอบ
บทบาทที่สำคัญที่สุดของเขื่อนแห่งนี้คือการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำจังหวัดนครนายก โดยสามารถช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งมีผลต่อทั้งภาคเกษตรกรรมและการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสียหายจากน้ำล้นตลิ่งในช่วงที่มีฝนตกหนัก
ในด้านการท่องเที่ยว เขื่อนขุนด่านปราการชลได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดนครนายก ด้วยทิวทัศน์ที่เปิดกว้าง สามารถมองเห็นแนวภูเขาของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จากบริเวณสันเขื่อน และในอีกด้านหนึ่งสามารถมองเห็นตัวเมืองนครนายกได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดมุมมองที่แตกต่างและน่าสนใจในจุดเดียวกัน
บรรยากาศบนสันเขื่อนมีความโปร่ง ลมพัดตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวมากที่สุด เนื่องจากแสงแดดไม่แรงเกินไป และสามารถมองเห็นวิวได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาเดินเล่น ถ่ายภาพ และพักผ่อนบนสันเขื่อนเพื่อสัมผัสธรรมชาติในมุมที่กว้างและเปิดโล่ง
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการล่องเรือเข้าไปในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งสามารถพาไปชมธรรมชาติภายใน เช่น น้ำตก และผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ กิจกรรมนี้ช่วยเพิ่มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายมากขึ้น และทำให้เขื่อนขุนด่านปราการชลไม่ใช่เพียงจุดชมวิว แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแบบครบรูปแบบ
สำหรับผู้ที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ การเข้าถึงเขื่อนขุนด่านปราการชลถือว่าสะดวกมาก โดยสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 305 จากกรุงเทพฯ ผ่านรังสิต องครักษ์ มุ่งหน้าสู่นครนายก จากนั้นใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกนางรอง (ทางหลวง 3049) ผ่านอุทยานวังตะไคร้ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่เขื่อน ซึ่งระยะทางรวมประมาณ 76 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ
ผู้ที่วางแผนมาเที่ยวควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสภาพอากาศกลางแจ้ง เนื่องจากพื้นที่บนสันเขื่อนมีแดดและลมค่อนข้างแรง การสวมหมวก ใส่รองเท้าที่สบาย และพกน้ำดื่มจะช่วยให้การเที่ยวสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ควรช่วยกันรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้คงความสวยงาม
ในปัจจุบัน เขื่อนขุนด่านปราการชลไม่เพียงแต่เป็นโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่สำคัญ แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของภาคกลาง โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยความโดดเด่นทั้งด้านวิศวกรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งการเรียนรู้และการพักผ่อนในสถานที่เดียวกัน
| สรุปสถานที่ | เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก ใช้บริหารจัดการน้ำและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของนครนายก |
| จุดเด่นของสถานที่ | วิวภูเขาเขาใหญ่ สันเขื่อนยาวที่สุดในโลก ล่องเรือชมธรรมชาติ |
| ประวัติ/ยุคสมัย | สร้างตามแนวพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง |
| ที่อยู่ | บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวง 305 จากกรุงเทพฯ ต่อด้วยทางหลวง 3049 ผ่านวังตะไคร้ แล้วเลี้ยวเข้าสู่เขื่อน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. น้ำตกนางรอง – 6 กม. 2. น้ำตกสาริกา – 8 กม. 3. อุทยานวังตะไคร้ – 5 กม. 4. อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ – 14 กม. 5. เขื่อนขุนด่านวิวพอยท์ – 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวไฮโดร – 7 กม. – โทร. 037-615-469 2. ครัวสาริกา – 8 กม. – โทร. 062-501-2606 3. ครัวปลาเขื่อน – 6 กม. – โทร. 087-343-6317 4. Namtok Cafe – 8 กม. – โทร. 086-780-3386 5. 2nd November Cafe – 9 กม. – โทร. 081-697-3751 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สาริการีสอร์ท – 7 กม. – โทร. 096-354-2551 2. บ้านสาริกา – 8 กม. – โทร. 085-655-5665 3. สาริกาบุรี – 9 กม. – โทร. 064-162-2422 4. บ้านสวนคุณยาย – 10 กม. – โทร. 087-009-8468 5. สีดารีสอร์ท – 12 กม. – โทร. 037-385-154 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขื่อนขุนด่านปราการชลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
ถาม: เขื่อนขุนด่านปราการชลมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก และมีวิวภูเขาเขาใหญ่ที่สวยงาม
ถาม: สามารถทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?
ตอบ: เดินชมวิว ถ่ายภาพ ล่องเรือ และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
ถาม: ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพกี่ชั่วโมง?
ตอบ: ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าและเย็นจะเหมาะที่สุด เนื่องจากอากาศไม่ร้อนและแสงสวย
โทร : 037384208-9
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(