หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี >อ.พัฒนานิคม
>ต.หนองบัว
> เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
TL;DR: เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อยู่ที่บ้านแก่งเสือเต้น ตำบลหนองบัว จังหวัดลพบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น. การเดินทางสะดวก ทางหลวง 3017 จากลพบุรี ระยะทางประมาณ 48 กม. มีรถสองแถวและรถไฟให้บริการ.
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 - 17:00 น.
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี เป็นเขื่อนดินแกนเหนียวที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านแก่งเสือเต้น ตำบลหนองบัว โดยเป็นโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างเป็นระบบ เขื่อนแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2542 และมีความยาวถึง 4,860 เมตร ความสูงสูงสุด 36.50 เมตร ลักษณะของเขื่อนที่ทอดยาวทำให้เกิดพื้นที่สันเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งกลายเป็นจุดชมวิวสำคัญที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเดินเล่น รับลม และชมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำขนาดมหึมาได้อย่างเต็มสายตา ความกว้างและความเปิดโล่งของพื้นที่สร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไปอย่างชัดเจน
ในเชิงโครงสร้าง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำป่าสัก โดยทำหน้าที่กักเก็บน้ำในฤดูฝน และปล่อยน้ำในฤดูแล้ง เพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง บทบาทนี้ทำให้เขื่อนมีความสำคัญในระดับประเทศ และมีผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนในหลายจังหวัด
เมื่อมองในมุมของการท่องเที่ยว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นสถานที่ที่ให้ประสบการณ์แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความกว้างใหญ่ของผืนน้ำและภูมิทัศน์ที่เปิดโล่ง ลมที่พัดผ่านตลอดเวลา และบรรยากาศที่สงบแต่ไม่เงียบเหงา ทำให้เหมาะกับการพักผ่อน นั่งชมวิว และใช้เวลาอย่างสบาย ๆ มากกว่าการทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูง
จุดเด่นสำคัญภายในเขื่อน ได้แก่ สันเขื่อนที่สามารถมองเห็นวิวได้แบบพาโนรามา พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสักที่ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและการจัดการน้ำ ร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน เช่น เมล็ดทานตะวัน น้ำผึ้ง และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน รวมถึงบริการรถรางที่มีในช่วงวันหยุดเพื่อพาชมพื้นที่โดยรอบอย่างสะดวก
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นที่รู้จักในระดับประเทศคือการท่องเที่ยวด้วยรถไฟ โดยมีขบวนรถไฟพิเศษจากกรุงเทพฯ วิ่งมาถึงเขื่อนในช่วงวันหยุด นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์รถไฟที่วิ่งผ่านแนวสันเขื่อน พร้อมวิวอ่างเก็บน้ำทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นภาพที่โดดเด่นและแตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น
บรรยากาศของเขื่อนในช่วงเช้าและช่วงเย็นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจนเกินไป และแสงธรรมชาติช่วยให้ผืนน้ำและภูมิประเทศโดยรอบดูสวยงามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงสีทองสะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้บรรยากาศมีความนุ่มนวลและเหมาะกับการถ่ายภาพอย่างมาก
พื้นที่โดยรอบเขื่อนยังมีร้านอาหารและจุดพักผ่อนที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ทำให้สามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ยาวนานมากขึ้น การได้นั่งกินอาหารพร้อมชมวิวอ่างเก็บน้ำเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้การเดินทางสมบูรณ์มากขึ้น และสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่
การเดินทาง ไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์สามารถเริ่มต้นจากตัวเมืองลพบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3017 (ลพบุรี – พัฒนานิคม) ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร เส้นทางเดินทางสะดวกและมีป้ายบอกทางชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการรถสองแถวสายลพบุรี – วังม่วง ซึ่งผ่านหน้าเขื่อน หรือเลือกใช้บริการรถไฟท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่ให้ประสบการณ์การเดินทางที่เป็นเอกลักษณ์
โดยรวมแล้ว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นสถานที่ที่ผสมผสานระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านวิศวกรรม ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว ผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่ของโครงการระดับประเทศ และความสงบของธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของจังหวัดลพบุรีที่ควรอยู่ในแผนการเดินทางอย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ |
| สรุปสถานที่ | เขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โครงการพระราชดำริเพื่อบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก |
| จุดเด่นของสถานที่ | สันเขื่อนยาว วิวอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รถไฟลอยน้ำ พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำ |
| ประวัติ / ยุคสมัย | เปิดใช้งานปี 2542 โครงการพระราชดำริพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก |
| ที่อยู่ | บ้านแก่งเสือเต้น ตำบลหนองบัว จังหวัดลพบุรี |
| การเดินทาง | ทางหลวง 3017 จากลพบุรี ระยะทางประมาณ 48 กม. มีรถสองแถวและรถไฟให้บริการ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ร้านค้า ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ รถราง ห้องน้ำ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ทุ่งทานตะวันลพบุรี ประมาณ 30 กม. 2. วัดเขาวงพระจันทร์ ประมาณ 35 กม. 3. น้ำตกวังก้านเหลือง ประมาณ 40 กม. 4. เขื่อนขุนด่านปราการชล ประมาณ 70 กม. 5. พระปรางค์สามยอด ประมาณ 48 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารเขื่อนป่าสัก ประมาณ 1 กม. โทร. 036494031 2. ร้านครัวบ้านสวน ลพบุรี ประมาณ 5 กม. โทร. 0817806863 3. ร้านอาหารบ้านสวนริมเขื่อน ประมาณ 6 กม. โทร. 0898012345 4. ร้านลำนารายณ์ซีฟู้ด ประมาณ 20 กม. โทร. 036461234 5. ร้านอาหารเจ๊น้อย ชัยบาดาล ประมาณ 22 กม. โทร. 0812349988 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Pasak Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 0897426235 2. Phutawan Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 0819470923 3. Narai Grand Hotel ประมาณ 20 กม. โทร. 036631137 4. Ton Palm Inn Hotel ประมาณ 20 กม. โทร. 036462462 5. SR Extra Boutique Hotel ประมาณ 21 กม. โทร. 0926916544 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านแก่งเสือเต้น ตำบลหนองบัว จังหวัดลพบุรี
ถาม: จุดเด่นของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์คืออะไร?
ตอบ: เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และมีจุดชมวิวขนาดใหญ่พร้อมประสบการณ์รถไฟลอยน้ำ
ถาม: สามารถนั่งรถไฟไปเขื่อนได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ มีบริการรถไฟท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ในช่วงวันหยุด
ถาม: ควรไปเที่ยวช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงสวย
ถาม: เขื่อนป่าสักเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ชมธรรมชาติ และใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบ
โทร : 022237101, 022237020
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
ทุ่งดอกไม้(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(