หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.แม่สาย
>ต.โป่งผา
> วนอุทยานถ้ำหลวง (ขุนน้ำนางนอน)
TL;DR: วนอุทยานถ้ำหลวง (ขุนน้ำนางนอน) อยู่ที่ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00–16:00 น. จุดเด่นคือ ภูเขาขนาดใหญ่หลายลูกเชื่อมต่อกัน สูงเฉลี่ยประมาณ 779 เมตร มีป่าเบญจพรรณค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และระบบถ้ำขนาดใหญ่ภายในภูเขา.
วนอุทยานถ้ำหลวง (ขุนน้ำนางนอน)
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00–16:00 น.
วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นที่เที่ยวเชียงรายที่มีทั้งมิติของธรรมชาติ ธรณีวิทยา ตำนานท้องถิ่น และเรื่องราวร่วมสมัยที่ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของอำเภอแม่สายและจังหวัดเชียงรายในสายตานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่เพียงการเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ยังอยู่ที่ภาพรวมของพื้นที่ดอยนางนอนซึ่งทอดตัวยาวเป็นแนวภูเขาขนาดใหญ่ มีขุนน้ำ ป่าไม้ และภูมิทัศน์ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไปในภาคเหนืออย่างชัดเจน
วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน มีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ หรือราว 8 ตารางกิโลเมตร โดยกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2529 พื้นที่ครอบคลุมบริเวณหัวดอยนางนอนซึ่งเป็นภูเขาขนาดใหญ่ที่ทอดแนวยาวและมีรูปร่างเฉพาะตัวจนกลายเป็นภาพจำของพื้นที่ชายแดนเหนือสุดของประเทศไทย
ภายในพื้นที่มีจุดบริการนักท่องเที่ยวหลักอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านน้ำจำ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของอุทยาน ส่วนอีกแห่งคือบริเวณขุนน้ำนางนอน มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณบ้านจ้อง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จุดทั้ง 2 แห่งนี้ช่วยให้การท่องเที่ยวในพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมาปากถ้ำเพียงจุดเดียว แต่ยังเปิดประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนได้เห็นแหล่งน้ำธรรมชาติและบรรยากาศโดยรอบของดอยนางนอนในมุมที่ต่างออกไปด้วย
อาณาเขตของวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มีความเชื่อมโยงกับภูมิประเทศโดยรอบอย่างชัดเจน โดยทิศเหนือจดดอยจ้องและห้วยน้ำจอง ทิศใต้จดดอยผู้เฒ่าและลำห้วยน้ำค้าง ทิศตะวันออกจดบริเวณพื้นที่ราบที่อยู่ข้างแนวภูเขาทั้งหมด และทิศตะวันตกจดภูเขาลูกใหญ่ซึ่งทอดตัวมาจากชายแดนเมียนมา ภูมิประเทศลักษณะนี้ทำให้พื้นที่มีทั้งแนวสันเขา ถ้ำ ลำห้วย และที่ราบเชิงเขาเชื่อมต่อกันเป็นระบบธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์
ลักษณะภูมิประเทศของดอยนางนอนเป็นภูเขาขนาดใหญ่หลายลูกเชื่อมต่อกันอย่างสลับซับซ้อน สูงเฉลี่ยประมาณ 779 เมตร และลาดชันลงมาทางด้านตะวันออก ความโดดเด่นของภูเขาแห่งนี้ไม่ได้อยู่แค่ความสูง แต่ยังอยู่ที่รูปทรงของสันเขาซึ่งทำให้เกิดตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับ “นางนอน” และกลายเป็นที่มาของชื่อขุนน้ำนางนอนด้วย เมื่อมองจากระยะไกล แนวภูเขาจะให้ภาพคล้ายร่างสตรีนอนทอดตัว จนทำให้พื้นที่นี้มีเอกลักษณ์ทั้งในมิติของภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมพื้นบ้านพร้อมกัน
สภาพป่าในพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ไม้ที่พบได้มีทั้งสัก เต็ง รัง เหียง พลวง ประดู่ มะค่า ตะเคียน ยอป่า และไม้ไผ่ที่ขึ้นตามแนวลำห้วยและลำธารตลอดเส้นทาง ป่าแบบนี้ช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่นให้กับผู้มาเยือน และยังทำให้พื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงกับระบบถ้ำและแหล่งน้ำใต้ดินที่เป็นจุดสำคัญของถ้ำหลวง
สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่มีหลายชนิด เช่น ช้าง เสือดาว กวาง อีเก้ง หมูป่า อีเห็น กระรอก นกกระยาง นกกะปูด พังพอน กระต่ายป่า ค้างคาว และนกกระจิบจุดดำ แม้ผู้มาเที่ยวทั่วไปอาจไม่ได้พบสัตว์ป่าเหล่านี้โดยตรงทุกครั้ง แต่ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ดอยนางนอนยังคงมีคุณค่าในเชิงระบบนิเวศและเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาวซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศถ้ำภายในบริเวณถ้ำหลวง
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของวนอุทยานคือ ถ้ำนางนอน ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีโถงและทางเดินต่อเนื่องยาวลึกเข้าไปภายในภูเขา ภายในถ้ำมีน้ำซับตลอดทั้งปี และในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลมากขึ้นอย่างชัดเจน จึงเป็นพื้นที่ที่มีความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลสูง ภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม และเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวด้วย เสน่ห์ของถ้ำหลวงจึงไม่ได้อยู่เพียงชื่อเสียงจากเหตุการณ์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่มิติทางธรรมชาติและธรณีวิทยาที่ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ชอบเรื่องถ้ำและภูมิประเทศใต้ดิน
ในเชิงการท่องเที่ยว ถ้ำหลวงให้ประสบการณ์ต่างจากการเที่ยวภูเขาหรือน้ำตกอย่างชัดเจน เพราะผู้มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศเย็นชื้นของพื้นที่ใต้ดิน เห็นผนังถ้ำ หินงอกหินย้อย ร่องรอยน้ำซึม และความรู้สึกของการก้าวเข้าสู่โลกอีกแบบหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ภายในภูเขา ความน่าสนใจนี้ทำให้กิจกรรมหลักของพื้นที่คือการเที่ยวถ้ำและเรียนรู้เรื่องธรณีวิทยา โดยเฉพาะผู้ที่สนใจภูมิประเทศคาสต์ ระบบน้ำใต้ดิน และโครงสร้างธรรมชาติที่เกิดจากการสะสมตัวของหินเป็นเวลายาวนาน
ขุนน้ำนางนอนซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดบริการสำคัญของพื้นที่ ก็ช่วยเติมมิติของการท่องเที่ยวธรรมชาติให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะเป็นแหล่งน้ำที่เชื่อมโยงกับภูเขาและตำนานท้องถิ่นโดยตรง บรรยากาศของขุนน้ำจะต่างจากโซนปากถ้ำ โดยให้ความรู้สึกสงบ ร่มรื่น และเหมาะกับการพักผ่อนมากกว่า เมื่อมาเที่ยวทั้ง 2 จุดร่วมกัน นักท่องเที่ยวจึงจะได้เห็นภาพรวมของดอยนางนอนทั้งในแง่ถ้ำ ภูเขา และน้ำธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน
จุดแข็งของวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนอีกอย่างหนึ่งคือการเดินทางที่สะดวกมากเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหลายแห่งในเชียงราย พื้นที่อยู่ห่างจากถนนเชียงราย–แม่สาย หรือถนนพหลโยธินเพียงประมาณ 2.2 กิโลเมตร และถนนเป็นลาดยางตลอดสายจนถึงอุทยาน ทำให้เข้าถึงได้ง่ายด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถท่องเที่ยวทั่วไป จากตัวเมืองเชียงรายมีระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร จากอำเภอแม่จันประมาณ 14 กิโลเมตร และจากอำเภอแม่สายเพียงประมาณ 8 กิโลเมตรเท่านั้น
การเดินทาง จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวแบบครึ่งวันหรือ 1 วันเต็มในโซนแม่สาย โดยสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้หลายแห่ง เช่น วัดถ้ำปลา ดอยผาหมี ตลาดแม่สาย หรือจุดท่องเที่ยวตามแนวชายแดน การที่ถนนเข้าถึงง่ายและไม่มีเส้นทางเดินป่าหนัก ๆ ก่อนถึงจุดหลัก ทำให้ที่นี่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องใช้แรงมาก
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่มีห้องน้ำสำหรับบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญสำหรับสถานที่ที่มีผู้คนมาเยือนต่อเนื่องตลอดปี แม้ตัวอุทยานจะไม่ได้มีลักษณะเป็นแหล่งพักแรมขนาดใหญ่เหมือนอุทยานแห่งชาติบางแห่ง แต่ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้อำเภอแม่สายและมีชุมชนโดยรอบ จึงสามารถหาทั้งร้านอาหารและที่พักใกล้เคียงได้ค่อนข้างสะดวก นักท่องเที่ยวจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวซับซ้อนมากนักหากวางแผนมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ
อีกเหตุผลที่ทำให้ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง คือการที่สถานที่แห่งนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นแค่แหล่งธรรมชาติ เพราะผู้อ่านและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเชื่อมโยงพื้นที่นี้กับเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก จึงทำให้ชื่อของถ้ำหลวงเป็นที่รู้จักในระดับสากล อย่างไรก็ดี เมื่อมาถึงสถานที่จริง นักท่องเที่ยวจะพบว่าพื้นที่นี้ยังคงคุณค่าดั้งเดิมในฐานะวนอุทยานธรรมชาติที่มีทั้งป่า ถ้ำ แหล่งน้ำ และภูมิประเทศที่โดดเด่นเฉพาะตัว
สำหรับผู้ที่อยากมาเที่ยวให้ได้บรรยากาศดีที่สุด ควรเลือกช่วงที่อุทยานเปิดให้เข้าชมและตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ เพราะพื้นที่ถ้ำมีความสัมพันธ์กับฤดูฝนโดยตรง ช่วงเปิดปกตินักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโซนที่จัดไว้ได้สะดวกมากขึ้น ขณะที่ฤดูฝนอาจมีข้อจำกัดเพื่อความปลอดภัย การวางแผนเช็กข้อมูลจากเพจทางการก่อนออกเดินทางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้เที่ยวได้อย่างราบรื่น
โดยสรุป วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นที่เที่ยวเชียงรายที่ให้ประสบการณ์ครบทั้งธรรมชาติ ธรณีวิทยา เรื่องเล่าท้องถิ่น และความหมายร่วมสมัยของสถานที่ ถ้าอยากเที่ยวเชียงรายในมุมที่ต่างจากวัด คาเฟ่ หรือดอยชมวิวทั่วไป ที่นี่ถือเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในแผนอย่างมาก เพราะเดินทางง่าย มีเอกลักษณ์สูง และเป็นสถานที่ที่เมื่อได้ไปเห็นด้วยตัวเองแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมชื่อของถ้ำหลวงและดอยนางนอนจึงยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนจำนวนมาก
| ชื่อสถานที่ | วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน |
| ที่ตั้ง | ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย |
| ที่อยู่ | โซนถ้ำหลวง บ้านน้ำจำ และโซนขุนน้ำนางนอน บ้านจ้อง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย |
| พิกัด | ประมาณ 20.352, 99.876 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำนางนอน, ขุนน้ำนางนอน, ภูเขาดอยนางนอน, หินงอกหินย้อย, แหล่งท่องเที่ยวธรณีวิทยาและธรรมชาติ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | กรมป่าไม้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2529 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อตามภูเขาดอยนางนอนซึ่งมีรูปทรงคล้ายสตรีนอนทอดตัว และแหล่งน้ำธรรมชาติขุนน้ำนางนอน |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาขนาดใหญ่หลายลูกเชื่อมต่อกัน สูงเฉลี่ยประมาณ 779 เมตร มีป่าเบญจพรรณค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และระบบถ้ำขนาดใหญ่ภายในภูเขา |
| การเดินทาง | อยู่ห่างถนนเชียงราย–แม่สายประมาณ 2.2 กม. ถนนลาดยางตลอดสาย ห่างตัวเมืองเชียงรายประมาณ 60 กม. ห่างแม่จัน 14 กม. และห่างแม่สาย 8 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามรอบปกติของอุทยาน และมีการเปิดเข้าชมโถงภายในถ้ำในช่วงเวลาที่กำหนด |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08:00–16:00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าเข้าชมทั่วไป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องน้ำ, ลานจอดรถ, จุดบริการนักท่องเที่ยว, พื้นที่เดินชมถ้ำและขุนน้ำ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง บ้านน้ำจำ, บริเวณขุนน้ำนางนอน บ้านจ้อง, โซนปากถ้ำ, โถงภายในถ้ำที่เปิดให้เข้าชม |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081 595 1095, 081 022 0679, 080 792 5095 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | Facebook: อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ขุนน้ำนางนอน 1 กม. 2. ถ้ำปลา 6 กม. 3. ดอยผาหมี 7 กม. 4. ตลาดแม่สาย 8 กม. 5. พระธาตุดอยเวา 9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กุ้งเต้น ขุนน้ำนางนอน 1 กม. โทร 085 106 8202, 084 687 4858 2. ร้านครัวสุโขทัย แม่สาย 2 กม. 3. สวนคุณปู่ 3 กม. 4. ภูรดา เรสเตอรองก์ @ แม่สาย 5 กม. 5. ครัวนายหนุ่ม แม่สาย 4 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ไร่บ่าวน้อยสตรอเบอร์รี่ 1 กม. 2. ขุนน้ำริมธาร รีสอร์ต 2 กม. 3. ปิ่นมณีรีสอร์ท 2 กม. 4. ภูฟ้าซาเจ๊ะ โฮมสเตย์ 3 กม. 5. คุ้มเจ้ารีสอร์ท 3 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ที่ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ใกล้ถนนสายเชียงราย–แม่สาย และห่างจากตัวอำเภอแม่สายประมาณ 8 กิโลเมตร
ถาม: ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: ปัจจุบันเปิดทุกวันในช่วงเวลา 08:00–16:00 น. แต่ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือช่วงปิดประจำปี
ถาม: ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมทั่วไปไม่เก็บค่าเข้าชม แต่บางกิจกรรมเฉพาะหรือแพ็กเกจพิเศษอาจมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหากตามที่อุทยานกำหนด
ถาม: จุดเด่นของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือถ้ำนางนอนซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อย น้ำซับตลอดปี และภูเขาดอยนางนอนซึ่งมีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงขุนน้ำธรรมชาติที่ร่มรื่น
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปถ้ำหลวงไกลแค่ไหน?
ตอบ: ระยะทางจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 60 กิโลเมตร จากแม่จันประมาณ 14 กิโลเมตร และจากตัวอำเภอแม่สายประมาณ 8 กิโลเมตร
ถาม: ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเหมาะกับใครบ้าง?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ชอบเที่ยวธรรมชาติ เที่ยวถ้ำ สนใจธรณีวิทยา และผู้ที่อยากมาเห็นสถานที่จริงที่มีทั้งความสวยงามทางธรรมชาติและความสำคัญในความทรงจำร่วมของคนไทย
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ห้องสมุด(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
ทะเล และหาด(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(