หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.แม่สาย
>ต.โป่งงาม
> ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา
TL;DR: ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา อยู่ที่บ้านโป่งงาม ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เปิดเปิดทุกวัน เวลา ประมาณ 08:00 – 18:00 น. จุดเด่นคือ มีทั้งถ้ำปลา ถ้ำทะลุฟ้า ถ้ำเสาหิน ถ้ำลึกที่ต้องคลานและปีนป่าย รวมถึงบ่อน้ำทิพย์ จุดชมวิว และลำธารธรรมชาติ.
ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 08:00 – 18:00 น.
ถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลา ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและศาสนสถานที่มีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เพราะไม่ได้มีเพียงถ้ำปลาในความหมายของจุดให้อาหารปลาเท่านั้น แต่ยังเป็นกลุ่มถ้ำขนาดใหญ่ที่มีภูมิประเทศต่อเนื่องกันหลายจุด ทั้งถ้ำปลา ถ้ำเปลวปล่องฟ้า ถ้ำก้องหรือถ้ำฆ้อง ถ้ำน้อย ถ้ำเงิบ ถ้ำวอก ถ้ำเสาหินพญานาค ถ้ำกู่แก้ว ถ้ำตุ๊ปู่ และถ้ำปุ่ม ซึ่งแต่ละจุดมีลักษณะภูมิประเทศ เรื่องเล่า และระดับความน่าสนใจต่างกันไป ทำให้พื้นที่นี้ไม่ใช่เพียงสถานที่แวะเที่ยวสั้น ๆ แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และตำนานที่มีความลึกมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
พื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งงาม ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยตัวกลุ่มถ้ำกระจายตัวอยู่ในบริเวณเดียวกับวัดถ้ำปลาและพื้นที่รอบลำธาร อ่างเก็บน้ำ และแนวภูเขาหินปูนของตำบลโป่งงาม จึงมีภาพรวมที่โดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติและบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงจะสัมผัสได้ทันทีว่าที่นี่ไม่ใช่จุดเที่ยวแบบปิดตายอยู่ภายในอาคารหรือพื้นที่จำกัด แต่เป็นภูมิทัศน์ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีน้ำ ป่า เขา ถ้ำ สัตว์น้ำ วัด และทางเดินศึกษาธรรมชาติอยู่เชื่อมต่อกันอย่างมีเอกลักษณ์
จุดที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดคือ ถ้ำปลา ซึ่งเป็นลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลออกมาจากใต้ภูเขาหินปูน ผ่านโพรงถ้ำแล้วออกทางปากถ้ำด้านทิศตะวันออก โดยมีต้นกำเนิดของสายน้ำจากน้ำตกห้วยเนี้ย ลักษณะของถ้ำปลามีความกว้างประมาณ 2.50 เมตร ความสูงจากระดับน้ำขึ้นไปประมาณ 1.50 เมตร และน้ำลึกราว 0.50 เมตร ความน่าสนใจของจุดนี้อยู่ที่การเป็นแหล่งอาศัยของปลาพื้นถิ่นอย่างปลาพวงเงินและปลาไม้หีบ รวมถึงปลาอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวนำมาปล่อยในเวลาต่อมา จึงทำให้บริเวณปากถ้ำเป็นจุดที่มีชีวิตชีวาและดึงดูดคนจำนวนมากมาชมปลา ให้อาหารปลา และพักผ่อนกับบรรยากาศริมน้ำ
ถ้ำปลาไม่ได้มีเสน่ห์เพียงเรื่องปลาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเล่าและตำนานที่สืบทอดกันมาในพื้นที่ หนึ่งในตำนานที่โดดเด่นคือเรื่อง “ปลาหีบหนีบปิ้ง” ซึ่งโยงเข้ากับตำนานโยนกที่กล่าวถึงเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์และออกบิณฑบาตที่เมืองโยนกนาคะนครไชยบุรีศรีช้างแสน มีชาวบ้านนำปลาที่หนีบไม้ปิ้งมาใส่บาตร พระองค์ทรงอธิษฐานให้ปลากลับมีชีวิต แล้วปล่อยลงในรูเหวของถ้ำเปลวปล่องฟ้า จากนั้นพระอานนท์เทน้ำในบาตรออกจนเกิดเป็นธารน้ำไหลออกทางหน้าผาด้านตะวันออก จนกลายเป็นต้นกำเนิดของถ้ำปลา เรื่องเล่านี้ช่วยให้ถ้ำปลาไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดให้อาหารปลา แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีมิติทางความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่นซ้อนทับอยู่ด้วย
ในอดีตนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปในถ้ำปลาได้ลึกประมาณ 10 เมตร และมักพบเศษกระเบื้องดินเผาหรือดินขอไหลมาตามน้ำอีกด้วย บริเวณปากน้ำยังพบก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน และลำธารที่มีความลึกราว 3 เมตร ทำให้ปลาพวงเงินและปลาไม้หีบแหวกว่ายให้เห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ที่พระ สามเณร และเด็กวัดจะนำข้าวปู่จามาเป็นอาหารปลา ภาพเช่นนี้สะท้อนบรรยากาศวิถีชุมชนที่ผูกพันกับลำธารและสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงการท่องเที่ยวเท่านั้น
ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2526 พระสงฆ์ที่จำพรรษาในพื้นที่ซึ่งรู้จักกันในนามพระสาม ได้ช่วยปรับปรุงและบูรณะบริเวณปากถ้ำปลา โดยมีการขุดลอก ขยายพื้นที่ และจัดก้อนหินให้เป็นบันไดทางเข้าถ้ำต่อเนื่องกับบริเวณถ้ำเปลวปล่องฟ้าด้านทิศใต้ การบูรณะนี้มีส่วนสำคัญในการทำให้พื้นที่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายขึ้น และทำให้คนทั่วไปสามารถเข้ามาสัมผัสกับความงดงามของกลุ่มถ้ำได้สะดวกมากกว่าเดิม
ถัดจากถ้ำปลาไปทางทิศใต้คือ ถ้ำเปลวปล่องฟ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของพื้นที่ ลักษณะของถ้ำนี้คือเป็นถ้ำที่ทะลุสู่ท้องฟ้า แสงอาทิตย์สามารถส่องผ่านพื้นถ้ำลงมาได้โดยตรง นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปชมต้องเดินบันไดจากทางขึ้นชั้นแรกไปถึงปากถ้ำประมาณ 180 เมตร ที่ความสูงราว 90 เมตร ระหว่างทางยังมีทางแยกซ้ายมือขึ้นไปยังจุดชมวิวสูงประมาณ 17 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบ ๆ ได้สวยงาม ทั้งบริเวณแผงขายของ โรงเรียนวัดถ้ำปลาวิทยาคม บ้านห้วยปูแกง และบ้านถ้ำสันติสุข จึงทำให้การขึ้นไปถ้ำเปลวปล่องฟ้าไม่ได้มีเพียงการดูถ้ำ แต่ยังได้มุมชมวิวของตำบลโป่งงามด้วย
ภายในถ้ำเปลวปล่องฟ้ามีพื้นที่กว้างประมาณ 21 เมตร ลึกประมาณ 32.20 เมตร ด้านบนสุดเป็นปล่องทะลุท้องฟ้า 2 ช่อง ช่องแรกทางทิศตะวันออกกว้างประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 15 เมตร ส่วนช่องที่สองทางทิศตะวันตกกว้างประมาณ 3 เมตร สูงประมาณ 20 เมตร ด้วยเหตุนี้แสงธรรมชาติจึงลอดเข้ามาภายในได้อย่างสวยงาม ทำให้ถ้ำแห่งนี้มีบรรยากาศต่างจากถ้ำทั่วไปอย่างชัดเจน พื้นที่ภายในได้รับการบูรณะด้วยการปูพื้นหินอ่อน และมีพระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 2.50 เมตร ประดิษฐานไว้ให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนได้สักการะ จึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและจุดปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่เดียวกัน
อีกถ้ำที่น่าสนใจคือ ถ้ำก้องหรือถ้ำฆ้อง ซึ่งใช้ทางเดินขึ้นร่วมกับถ้ำเปลวปล่องฟ้า เมื่อขึ้นไปถึงระยะประมาณ 65.40 เมตร จะมีทางแยกด้านซ้ายที่พาไปยังถ้ำก้อง ลักษณะของถ้ำเป็นโพรงลึก ต้องปีนป่ายไปตามโขดหินลงสู่พื้นถ้ำ บริเวณนี้ยังมี “น้ำบ่อทิพย์” ซึ่งชาวบ้านให้ความสำคัญ และเมื่อมีเสียงดังภายใน เสียงจะก้องทะลุออกไปทางโพรงด้านหน้าผา จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำก้องหรือถ้ำฆ้อง จุดนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบบรรยากาศแบบผจญภัยมากขึ้น และชอบเส้นทางที่ไม่ใช่ทางเดินเรียบธรรมดา
ถ้ำน้อย อยู่ห่างจากจุดทางขึ้นถ้ำเปลวปล่องฟ้าไปทางทิศใต้ประมาณ 100 เมตร มีลักษณะเป็นโพรงเล็ก ๆ ที่มีลำธารไหลทะลุผ่านอยู่ 2 จุด จุดแรกกว้างประมาณ 5 เมตร ส่วนจุดที่สองอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตรและมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ลักษณะเด่นของบริเวณนี้คือมีเถาวัลย์ของสะบ้าใหญ่ด้านหน้า ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของค่างหางยาว จึงทำให้ถ้ำน้อยมีเสน่ห์ในเชิงธรรมชาติและระบบนิเวศมากกว่าการเป็นถ้ำสำหรับเดินชมภายในอย่างเดียว
ถ้ำเงิบ อยู่ถัดจากถ้ำน้อยจุดที่ 2 ไปประมาณ 30 เมตร เป็นหน้าผายื่นออกมา ลักษณะไม่ลึกมาก แต่มีประโยชน์ในฐานะที่หลบฝนและจุดพักผ่อน ส่วน ถ้ำวอก อยู่ถัดลงไปทางทิศใต้ใกล้อ่างเก็บน้ำถ้ำเสาหิน ทางขึ้นค่อนข้างชันประมาณ 45 องศา เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปถึงจะมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำ ฝูงปลา นก หมู่บ้านใกล้เคียง และทุ่งนาในตำบลโป่งงามได้อย่างสวยงาม จุดนี้จึงตอบโจทย์ทั้งคนที่ชอบมุมถ่ายภาพและคนที่อยากเห็นภาพรวมของภูมิประเทศรอบวัดถ้ำปลา
สำหรับสายผจญภัยอย่างแท้จริง ไฮไลต์สำคัญคือ ถ้ำเสาหินพญานาค ซึ่งอยู่ปลายสุดของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปได้ทั้งทางน้ำและทางบก ถ้ำนี้มีลักษณะเป็นโพรงสูงขึ้นในแนวดิ่ง และมีหินงอกเป็นแท่งเรียงซ้อนคล้ายเสาบ้าน ชาวบ้านจึงเรียกว่าถ้ำเสาหิน ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้น แต่ละชั้นต้องอาศัยการปีนป่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะชั้นที่ 3 ซึ่งมีทางชันมากและมีเหวลึกประมาณ 40 เมตร จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์และเตรียมอุปกรณ์พร้อมเท่านั้น จุดเด่นของถ้ำนี้อยู่ที่ความอลังการของแท่งหินและบรรยากาศท้าทาย ซึ่งทำให้ถ้ำเสาหินพญานาคเป็นหนึ่งในจุดหมายที่โดดเด่นที่สุดของกลุ่มถ้ำทั้งหมด
ถ้ำกู่แก้ว เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่และลึกที่สุดของบริเวณนี้ ทางขึ้นเป็นบันได 29 ขั้น ปากถ้ำกว้างประมาณ 4.60 เมตร สูงประมาณ 2.16 เมตร และมีความลึกถึงประมาณ 509 เมตร ภายในเป็นทางเดินคดเคี้ยว บางช่วงเป็นโพรงขนาดใหญ่ บางช่วงแคบจนต้องคลานผ่าน ระหว่างทางมีหินงอกหินย้อยสวยงาม น้ำหยดตลอดทาง ทำให้พื้นภายในถ้ำชื้นและลื่น นักท่องเที่ยวต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณกลางถ้ำที่มีหลุมโพรงหินลึก 2 หลุม จุดเด่นอีกอย่างของถ้ำนี้คือห้องพระร้อยองค์ซึ่งพระครูบาชุ่มได้ปั้นไว้เมื่อครั้งมาปฏิบัติกรรมฐาน เรียงรายอยู่ภายในอย่างสวยงามและน่าประทับใจมาก
ถ้ำตุ๊ปู่ อยู่ถัดจากถ้ำกู่แก้วไปทางทิศเหนือประมาณ 500 เมตร มีอยู่ 2 จุด จุดแรกเคยได้รับการบูรณะให้เป็นอาศรมของพระธุดงค์และพระที่จำพรรษา ส่วนจุดที่สองเป็นถ้ำที่ทะลุภูเขาจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ภายในเป็นทางเดินเล็ก แคบ และบางช่วงสูงชัน แต่มีหินงอกหินย้อยระยิบระยับตลอดทาง เมื่อออกทางฝั่งตะวันตกจะพบทางเดินสู่สวนสุขภาพที่คนในชุมชนใช้เดินออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวเข้ากับการใช้ประโยชน์ของชุมชนท้องถิ่น
อีกหนึ่งจุดที่มีความสำคัญทั้งทางธรรมชาติและประเพณีคือ ถ้ำปุ่ม ซึ่งอยู่ในเขตบ้านดง หมู่ 2 ตำบลโป่งงาม เป็นถ้ำที่มีประเพณีทำบุญประจำปีในวันแรม 9 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ชาวบ้านเรียกประเพณีนี้ว่า “ถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลา” ลักษณะของถ้ำปุ่มอยู่บนหน้าผาสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร ทางขึ้นเป็นบันได 73 ขั้น และถ้ำลึกประมาณ 132 เมตร จุดเด่นของถ้ำนี้คือเหนือทางเดินก่อนเข้าถ้ำจะมีรูปปั้นสิงห์อายุประมาณ 200 ปีตั้งเด่นอยู่หน้าถ้ำ รวมถึงหินงอกลักษณะเป็นปุ่มหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ที่เป็นที่มาของชื่อถ้ำปุ่ม ภายในยังมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ให้สักการะด้วย
ภายในถ้ำปุ่ม เมื่อเดินเข้าไปประมาณ 60 เมตร จะมีทางเดินด้านขวาไปยังหน้าผาที่มีหินย้อยติดผนังต่อเนื่องกันคล้ายน้ำตกอย่างสวยงาม และเมื่อเข้าไปอีกประมาณ 88 เมตรจะพบทางแยกขวามือที่ทะลุออกเป็นวงครึ่งกลม ระหว่างทางมีบ่อน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า “บ่อน้ำทิพย์” และเมื่อถึงช่วงลึกประมาณ 110 เมตรจะพบแนวหินย้อยสีขาวยาวต่อเนื่องติดผนังถ้ำคล้ายน้ำตกอีกเช่นกัน ปลายสุดของถ้ำมีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานไว้อย่างสง่างาม ทำให้ถ้ำปุ่มมีทั้งมิติของความศักดิ์สิทธิ์ ความงดงาม และประเพณีของชุมชนอย่างชัดเจน
ความพิเศษของกลุ่มถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลาอยู่ที่การที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกประสบการณ์ได้หลายแบบในพื้นที่เดียวกัน หากต้องการเที่ยวแบบครอบครัวหรือผ่อนคลาย สามารถเริ่มที่ถ้ำปลา ให้อาหารปลา ชมลำธาร และเดินต่อไปยังถ้ำเปลวปล่องฟ้า หากต้องการบรรยากาศผจญภัยมากขึ้น ก็สามารถเลือกถ้ำก้อง ถ้ำเสาหินพญานาค หรือถ้ำกู่แก้วได้ ส่วนผู้ที่สนใจประเพณีและศาสนสถาน ถ้ำปุ่มและพื้นที่วัดถ้ำปลาจะตอบโจทย์มากที่สุด พื้นที่ทั้งหมดจึงเป็นเหมือนแหล่งท่องเที่ยวแบบหลายชั้น ที่มีทั้งธรรมชาติ ศรัทธา และเรื่องเล่าทางท้องถิ่นอยู่ในวงเดียวกัน
ในมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มถ้ำนี้น่าสนใจมากเพราะให้ประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการชมถ้ำ แต่ยังได้เห็นวัด ลำธารที่มีปลาอาศัยอยู่ เรื่องเล่าพุทธศาสนา วิถีชุมชน และภูมิประเทศหินปูนที่สวยงาม การที่มีจุดชมวิว บันไดขึ้นถ้ำ ถ้ำทะลุฟ้า ถ้ำลึก และอ่างเก็บน้ำอยู่ในบริเวณเดียวกัน ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบเส้นทางธรรมชาติและต้องการสัมผัสมิติท้องถิ่นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวแบบสำเร็จรูป
การเดินทาง ไปยังกลุ่มถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลา หากใช้รถยนต์ส่วนตัวจากอำเภอแม่จัน ให้มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่สายตามทางหลวงหมายเลข 10 จะมีทางแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตร 877–878 ซึ่งปากทางเป็นตลาดบ้านถ้ำและมีป้ายบอกทางไปวัดถ้ำปลาอย่างชัดเจน จากปากทางเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ผ่านบ้านโป่งงาม วัดถ้ำปลาอยู่สุดถนน ถ้ำปลาอยู่ด้านซ้ายมือห่างจากลานจอดรถประมาณ 100 เมตร ส่วนถ้ำเปลวปล่องฟ้าอยู่ถัดจากถ้ำปลาไปประมาณ 50 เมตร และถ้ำอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็อยู่ในบริเวณเดียวกัน การเดินทางจึงค่อนข้างสะดวกสำหรับการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน
ถ้าจะสรุปให้ชัดที่สุด กลุ่มถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลาในอำเภอแม่สายไม่ใช่เพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ ที่แวะให้อาหารปลาแล้วกลับ แต่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่รวมเอาความงามของถ้ำหลายรูปแบบ เรื่องเล่าพุทธศาสนา ประเพณีท้องถิ่น ลำธาร ปลา วัด จุดชมวิว และเส้นทางธรรมชาติเอาไว้ในที่เดียว ใครที่อยากรู้จักเชียงรายในมุมที่ลึกกว่าเส้นทางยอดนิยมทั่วไป หรือกำลังมองหาที่เที่ยวแม่สายที่มีทั้งธรรมชาติและเรื่องราว ถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลาคือจุดหมายที่ควรค่าแก่การมาเยือนอย่างยิ่ง
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลา และกลุ่มถ้ำวัดถ้ำปลา |
| สรุปสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและศาสนสถานในตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย ประกอบด้วยถ้ำปลา ถ้ำเปลวปล่องฟ้า ถ้ำก้อง ถ้ำน้อย ถ้ำเงิบ ถ้ำวอก ถ้ำเสาหินพญานาค ถ้ำกู่แก้ว ถ้ำตุ๊ปู่ และถ้ำปุ่ม |
| ที่ตั้ง | บ้านโป่งงาม ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย |
| ที่อยู่ | วัดถ้ำปลาและบริเวณกลุ่มถ้ำ บ้านโป่งงาม ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 57130 |
| ไฮไลต์ | ลำธารถ้ำปลาพร้อมฝูงปลา ถ้ำทะลุฟ้า จุดชมวิว ถ้ำลึกหลายชั้น ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ และกลุ่มถ้ำผจญภัยในพื้นที่เดียวกัน |
| ประวัติ / ความสำคัญ | พื้นที่มีความสำคัญทั้งเชิงความเชื่อ ตำนานโยนก ประเพณีทำบุญถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลา และการบูรณะโดยพระสงฆ์ในพื้นที่ รวมถึงมีพระธาตุและพระพุทธรูปประดิษฐานในหลายจุด |
| ลักษณะเด่น | มีทั้งถ้ำปลา ถ้ำทะลุฟ้า ถ้ำเสาหิน ถ้ำลึกที่ต้องคลานและปีนป่าย รวมถึงบ่อน้ำทิพย์ จุดชมวิว และลำธารธรรมชาติ |
| การเดินทาง | จากอำเภอแม่จันมุ่งหน้าอำเภอแม่สายตามทางหลวงหมายเลข 10 แยกซ้ายที่หลักกม. 877–878 เข้าทางตลาดบ้านถ้ำ อีกประมาณ 1.5 กม. ถึงวัดถ้ำปลา |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบลโป่งงามและอำเภอแม่สาย |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ประมาณ 08:00 – 18:00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่พบการเก็บค่าเข้าชมทั่วไป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ ทางเดิน บันไดขึ้นถ้ำ ร้านค้า จุดให้อาหารปลา จุดชมวิว และพื้นที่วัดสำหรับสักการะ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ถ้ำปลา, ถ้ำเปลวปล่องฟ้า, ถ้ำก้อง, ถ้ำน้อย, ถ้ำเงิบ, ถ้ำวอก, ถ้ำเสาหินพญานาค, ถ้ำกู่แก้ว, ถ้ำตุ๊ปู่ และถ้ำปุ่ม |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม และพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับวัดถ้ำปลา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม 053-709582, 053-709208 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดถ้ำปลา ประมาณ 0 กม. 2. ถ้ำเปลวปล่องฟ้า ประมาณ 0 กม. 3. ถ้ำเสาหินพญานาค ประมาณ 1 กม. 4. ดอยนางนอน ประมาณ 18 กม. 5. ตลาดสายลมจอยแม่สาย ประมาณ 13 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านท่าน้ำคาเฟ่ ประมาณ 1 กม. โทร 093-293-8007 2. Good Hill ประมาณ 4 กม. โทร 061-803-9444 3. ร้านอาหารในโซนวัดถ้ำปลาและตลาดบ้านถ้ำ ประมาณ 1 กม. 4. ร้านอาหารในชุมชนโป่งงาม ประมาณ 2 กม. 5. ร้านอาหารในตัวอำเภอแม่สาย ประมาณ 13 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The One Resort Chiang Rai ประมาณ 6 กม. โทร 053-765-589 2. วัฒนกูลรีสอร์ท ประมาณ 11 กม. โทร 095-538-1469 3. แม่สาย โรงแรม ประมาณ 13 กม. โทร 053-731-462 4. Phet Ngam Hotel ประมาณ 13 กม. 5. โรงแรมและรีสอร์ทในตัวแม่สาย ประมาณ 12–14 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำปุ่ม-ถ้ำปลาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ที่บ้านโป่งงาม ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในบริเวณเดียวกับวัดถ้ำปลา
ถาม: จุดเด่นของถ้ำปลา คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นลำธารที่ไหลออกจากใต้ภูเขาหินปูน มีฝูงปลาจำนวนมาก และมีความเชื่อเกี่ยวกับตำนานปลาหีบหนีบปิ้ง
ถาม: ถ้ำเปลวปล่องฟ้าน่าสนใจอย่างไร?
ตอบ: เป็นถ้ำทะลุฟ้าที่แสงอาทิตย์ส่องลงมาภายในได้โดยตรง และมีจุดชมวิวที่มองเห็นภูมิทัศน์รอบ ๆ ได้สวยงาม
ถาม: ถ้ำไหนเหมาะกับสายผจญภัย?
ตอบ: ถ้ำเสาหินพญานาคและถ้ำกู่แก้วเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความท้าทาย เพราะต้องปีนป่ายและเดินในเส้นทางที่ซับซ้อนกว่า
ถาม: ถ้ำปุ่มมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ถ้ำปุ่มเป็นถ้ำที่มีประเพณีทำบุญประจำปีในวันแรม 9 ค่ำ เดือน 6 และมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายใน
ถาม: เดินทางไปอย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอแม่จันไปทางอำเภอแม่สายตามทางหลวงหมายเลข 10 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางตลาดบ้านถ้ำ จากนั้นตรงไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรถึงวัดถ้ำปลา
ถาม: ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงามได้ที่หมายเลข 053-709582 หรือ 053-709208
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




