หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชร >อ.คลองขลุง >ต.คลองขลุง > ริมฝั่งแม่น้ำสองสี
TL;DR: ริมฝั่งแม่น้ำสองสี อยู่ที่บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำปิงกับลำคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เปิดทุกวัน เวลา เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ ควรเที่ยวในช่วงกลางวันและช่วงเย็น.
ริมฝั่งแม่น้ำสองสี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ ควรเที่ยวในช่วงกลางวันและช่วงเย็น
ริมฝั่งแม่น้ำสองสี จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจุดชมวิวธรรมชาติและแหล่งพักผ่อนริมน้ำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอำเภอคลองขลุง ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำปิงกับลำคลองขลุง ใกล้เขตเทศบาลตำบลคลองขลุงและบริเวณเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติ จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือภาพของสายน้ำ 2 สีที่ไหลมาพบกันอย่างชัดเจน แม่น้ำปิงมีลักษณะน้ำที่ค่อนข้างใสกว่า ส่วนลำคลองขลุงมีสีขุ่นเข้มจากตะกอนธรรมชาติ เมื่อน้ำทั้งสองสายไหลมารวมกันจึงเกิดเป็นทัศนียภาพที่หาดูได้ยากและกลายเป็นจุดชมวิวที่มีเสน่ห์มากแห่งหนึ่งของกำแพงเพชร
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบเรียบง่าย ชมวิวสายน้ำ ถ่ายภาพธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชีวิตริมแม่น้ำ และสัมผัสบรรยากาศของอำเภอคลองขลุงในมุมที่สงบกว่าการเดินทางผ่านถนนสายหลัก ริมฝั่งแม่น้ำสองสีไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาคารบริการหรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติและชุมชนที่มีเสน่ห์ในความเรียบง่าย นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลานั่งชมการไหลของแม่น้ำ ฟังเสียงลมและเสียงน้ำ มองเห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันกับแม่น้ำ และพักสายตากับภูมิทัศน์กว้างของลำน้ำปิงที่ทอดยาวผ่านพื้นที่อำเภอคลองขลุง
เอกลักษณ์สำคัญที่สุดของริมฝั่งแม่น้ำสองสีคือการบรรจบกันของแม่น้ำปิงและลำคลองขลุง แม่น้ำปิงเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ไหลผ่านหลายจังหวัดก่อนเข้าสู่พื้นที่กำแพงเพชร ส่วนลำคลองขลุงเป็นลำน้ำสำคัญของพื้นที่อำเภอคลองขลุง มีบทบาทต่อการเกษตร การระบายน้ำ และวิถีชีวิตท้องถิ่นมายาวนาน เมื่อลำน้ำทั้งสองมาพบกัน สีของน้ำที่ต่างกันทำให้เกิดภาพคล้ายเส้นแบ่งธรรมชาติกลางลำน้ำ โดยเฉพาะในบางฤดูกาลที่สีของน้ำแตกต่างชัดเจนมากขึ้น นักท่องเที่ยวจึงมักมองหามุมถ่ายภาพเพื่อเก็บภาพปรากฏการณ์นี้
ภาพของแม่น้ำสองสีจะเห็นได้ชัดขึ้นในช่วงที่ปริมาณน้ำและตะกอนของแต่ละสายน้ำแตกต่างกัน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลาก ลำคลองขลุงอาจมีตะกอนดินมากขึ้นทำให้น้ำมีสีเข้มกว่า ขณะที่แม่น้ำปิงในบางช่วงมีสีอ่อนกว่า เมื่อกระแสน้ำไหลมาพบกันจึงเกิดเส้นสีที่แตกต่างอย่างน่าสนใจ บางวันเส้นแบ่งของน้ำจะชัดมาก บางวันสีจะค่อย ๆ กลืนกันตามความแรงของกระแสน้ำ ปริมาณฝน และระดับน้ำในแต่ละลำน้ำ ทำให้การมาเยือนแต่ละครั้งอาจได้ภาพที่ไม่เหมือนกัน
นอกจากสายน้ำสองสีแล้ว บริเวณนี้ยังมีเกาะหรือแหลมดินที่ยื่นออกไปกลางลำน้ำ ช่วยเพิ่มมิติให้กับภูมิทัศน์ของจุดชมวิว สายน้ำที่ไหลโอบผ่านพื้นที่ดังกล่าวสร้างภาพที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแนวต้นไม้ริมฝั่ง พื้นที่ชุมชน และท้องน้ำกว้างที่สะท้อนแสงในช่วงเช้าหรือเย็นได้อย่างสวยงาม ช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพคือช่วงเช้าที่แสงนุ่มและอากาศยังไม่ร้อนจัด หรือช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์อ่อนลงและผิวน้ำเริ่มสะท้อนสีทองของท้องฟ้า
ความน่าสนใจของริมฝั่งแม่น้ำสองสีไม่ได้อยู่เพียงปรากฏการณ์ของสีสายน้ำ แต่ยังอยู่ที่วิถีชีวิตของชาวคลองขลุงที่ผูกพันกับแม่น้ำปิงและลำคลองขลุงมานาน พื้นที่ริมน้ำเป็นทั้งแหล่งทำมาหากิน แหล่งประมงพื้นบ้าน พื้นที่เกษตรกรรม และเส้นทางน้ำที่มีความสำคัญต่อชุมชน ภาพชาวบ้านหาปลา การใช้เรือขนาดเล็ก การดูแลพื้นที่ริมฝั่ง หรือการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าลำน้ำไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของการท่องเที่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในพื้นที่จริง
อำเภอคลองขลุงเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับแม่น้ำปิงอย่างใกล้ชิด พื้นที่เทศบาลตำบลคลองขลุงตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตก และเป็นบริเวณที่มีจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำปิงกับคลองขลุง สภาพพื้นที่ดังกล่าวทำให้ชุมชนคลองขลุงเติบโตขึ้นพร้อมกับสายน้ำ ถนนสายสำคัญอย่างถนนพหลโยธินพาดผ่านอำเภอ ทำให้การเดินทางสะดวก แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ริมน้ำยังคงเก็บบรรยากาศของชุมชนเก่าและวิถีชีวิตเรียบง่ายไว้ได้อย่างน่าสนใจ
ลำคลองขลุงมีความสำคัญต่อพื้นที่ในฐานะลำน้ำสายหลักของชุมชน โดยไหลผ่านพื้นที่ตำบลคลองขลุงและไปสิ้นสุดที่แม่น้ำปิง บทบาทของคลองขลุงจึงเกี่ยวข้องทั้งด้านชลประทาน การเกษตร การระบายน้ำ และระบบนิเวศของพื้นที่ การที่ลำคลองสายนี้มาบรรจบกับแม่น้ำปิงทำให้เกิดภูมิทัศน์เฉพาะตัวที่กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “ริมฝั่งแม่น้ำสองสี” ซึ่งเป็นชื่อที่เข้าใจง่ายและสะท้อนลักษณะเด่นของสถานที่ได้โดยตรง
เมื่อมาถึงริมฝั่งแม่น้ำสองสี นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ ที่นี่เหมาะกับการนั่งพักผ่อน เดินชมวิว และปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างช้า ๆ ลมที่พัดจากแม่น้ำช่วยให้พื้นที่ริมน้ำรู้สึกเย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แดดอ่อนลง บริเวณนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบสถานที่สงบ ไม่พลุกพล่าน และต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินทางเข้าไปไกลจากตัวอำเภอ
กิจกรรมที่เหมาะกับริมฝั่งแม่น้ำสองสีมีหลายรูปแบบ เริ่มจากการนั่งชมวิวสายน้ำสองสี ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่ไม่ต้องเตรียมตัวมาก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกมุมริมน้ำเพื่อชมความแตกต่างของสีสายน้ำ ดูทิศทางการไหลของน้ำ และสังเกตการผสมกันของกระแสน้ำในแต่ละช่วงเวลา การมานั่งเงียบ ๆ ริมน้ำช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับทุกวัย ทั้งผู้สูงอายุ ครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางที่แวะพักระหว่างทาง
การถ่ายภาพเป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยม เพราะบริเวณนี้มีองค์ประกอบภาพที่น่าสนใจ ทั้งเส้นน้ำสองสี แหลมดินหรือเกาะกลางลำน้ำ สะพานเฉลิมพระเกียรติ แนวต้นไม้ริมฝั่ง เรือพื้นบ้าน และแสงธรรมชาติในช่วงเวลาต่าง ๆ ผู้ที่ชอบถ่ายภาพวิวควรมาช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อให้ได้แสงที่นุ่มกว่า ช่วงฤดูน้ำหลากเป็นช่วงที่สีของน้ำอาจแตกต่างเด่นชัด ส่วนช่วงหน้าแล้งอาจได้ภาพของลำน้ำที่สงบและเห็นสันดอนหรือแนวฝั่งชัดขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจวิถีชีวิตท้องถิ่น การมาเยือนริมฝั่งแม่น้ำสองสีช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับน้ำได้ชัดเจนขึ้น ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้แม่น้ำและลำคลองในหลายด้าน ทั้งการจับปลา การใช้น้ำเพื่อการเกษตร การเดินทางระยะสั้นในบางช่วง และการเป็นพื้นที่พักผ่อนของชุมชน การมองเห็นวิถีชีวิตเหล่านี้ทำให้การเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำสองสีมีคุณค่ามากกว่าการถ่ายภาพ เพราะเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านชีวิตจริง
กิจกรรมทางน้ำ เช่น การนั่งเรือชมวิว การพายเรือคายัค หรือการตกปลา ควรทำเฉพาะช่วงที่มีผู้ให้บริการหรือมีผู้ชำนาญในพื้นที่ดูแล เนื่องจากบริเวณจุดบรรจบของสายน้ำอาจมีกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและระดับน้ำ นักท่องเที่ยวไม่ควรลงน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำเองโดยไม่มีข้อมูลสภาพน้ำที่ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงน้ำหลากหรือหลังฝนตกหนัก ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ริมฝั่งแม่น้ำสองสีเหมาะกับการเที่ยวแบบแวะพักมากเป็นพิเศษ หากนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านอำเภอคลองขลุงบนถนนพหลโยธิน สามารถแวะเข้ามาชมวิวบริเวณที่ว่าการอำเภอคลองขลุงและเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติได้สะดวก จุดนี้ไม่ต้องใช้เวลาเที่ยวนาน หากต้องการเพียงถ่ายภาพและชมวิวอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่หากต้องการนั่งพักผ่อน ถ่ายภาพหลายช่วงแสง หรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ อาจใช้เวลาได้นานกว่านั้น
เสน่ห์ของพื้นที่ริมน้ำในอำเภอคลองขลุงคือความเป็นเมืองเล็กริมแม่น้ำที่ยังคงบรรยากาศเรียบง่าย แม้จะมีถนนสายหลักผ่านและมีหน่วยงานราชการอยู่ใกล้เคียง แต่เมื่อเดินมาถึงริมฝั่งแม่น้ำจะรู้สึกได้ถึงความสงบของสายน้ำ บรรยากาศนี้ทำให้ริมฝั่งแม่น้ำสองสีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหยุดพักระหว่างการเดินทางจากภาคกลางไปภาคเหนือ หรือผู้ที่เที่ยวกำแพงเพชรแล้วอยากเห็นมุมธรรมชาติของอำเภอนอกเหนือจากโบราณสถานและน้ำตก
การเดินทางมายังริมฝั่งแม่น้ำสองสีทำได้ไม่ยาก หากมาจากถนนพหลโยธิน ให้เข้าสู่อำเภอคลองขลุงแล้วเลี้ยวไปทางที่ว่าการอำเภอคลองขลุง จากนั้นเดินทางต่อมายังบริเวณเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติที่ทอดข้ามแม่น้ำปิง เมื่อมาถึงจะเห็นพื้นที่ริมแม่น้ำและมุมชมวิวของจุดที่แม่น้ำปิงกับลำคลองขลุงมาบรรจบกัน เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือการแวะพักระหว่างเดินทางผ่านอำเภอคลองขลุง
การเดินทาง ที่สะดวกที่สุดคือรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้ถนนพหลโยธินเข้าสู่ตัวอำเภอคลองขลุง แล้วเลี้ยวเข้าทางที่ว่าการอำเภอคลองขลุงหรือบริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ นักท่องเที่ยวควรใช้แผนที่นำทางร่วมกับป้ายท้องถิ่น เพราะบางจุดเป็นถนนชุมชนและเส้นทางริมน้ำ หากต้องการถ่ายภาพในช่วงเย็นควรเผื่อเวลาเดินทางก่อนพระอาทิตย์ตก และควรหลีกเลี่ยงการเดินลงพื้นที่ริมตลิ่งที่ลื่นหรือเปียกหลังฝนตก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำสองสีคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบ แสงอ่อน และอากาศเย็น ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงสะท้อนบนผิวน้ำและพักผ่อนหลังแดดร่ม หากต้องการเห็นความแตกต่างของสีสายน้ำชัดเจน ควรเลือกช่วงหลังฝนตกหรือช่วงน้ำหลากที่ลำคลองขลุงมีตะกอนมากขึ้น แต่ต้องรักษาระยะห่างจากริมน้ำและคำนึงถึงความปลอดภัย
ข้อควรระวังในการเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำสองสีคือไม่ควรลงเล่นน้ำโดยไม่มีผู้ดูแลหรือไม่มีข้อมูลสภาพน้ำ เพราะจุดบรรจบของแม่น้ำอาจมีกระแสน้ำซับซ้อนกว่าที่มองเห็นจากผิวน้ำ ไม่ควรยืนใกล้ตลิ่งที่ทรุดตัวง่าย ไม่ควรทิ้งขยะลงแม่น้ำหรือบริเวณริมฝั่ง และควรเคารพพื้นที่ชุมชนโดยรอบ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่สาธารณะที่คนท้องถิ่นใช้ประโยชน์ร่วมกัน
สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัว ริมฝั่งแม่น้ำสองสีเป็นจุดพักที่เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุ เพราะไม่ต้องเดินไกลมากและสามารถชมวิวได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ควรดูแลเด็กใกล้ชิด ไม่ให้เข้าใกล้ริมน้ำหรือปีนป่ายบริเวณที่ไม่ปลอดภัย ผู้สูงอายุควรเลือกนั่งพักในพื้นที่มั่นคงและไม่ลื่น หากมาช่วงแดดแรงควรเตรียมหมวก ร่ม น้ำดื่ม และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานเกินไป
ด้านอาหารและเครื่องดื่ม นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการร้านอาหารและคาเฟ่ในตัวอำเภอคลองขลุงหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวก เนื่องจากจุดชมวิวอยู่ไม่ไกลจากชุมชนและถนนสายหลัก ร้านอาหารในคลองขลุงมีทั้งร้านอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว คาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้านอาหารท้องถิ่น หากวางแผนมาช่วงเย็น ควรตรวจสอบเวลาเปิดปิดของร้านที่ต้องการไป เพราะร้านท้องถิ่นบางแห่งอาจปิดเร็วหรือเปิดเฉพาะบางช่วงเวลา
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักในอำเภอคลองขลุงหรือเดินทางต่อไปยังตัวเมืองกำแพงเพชร ขึ้นอยู่กับแผนการเดินทาง หากต้องการความสะดวกในการเดินทางต่อบนถนนพหลโยธิน การพักในคลองขลุงหรืออำเภอใกล้เคียงถือว่าเหมาะสม แต่หากต้องการที่พักหลากหลาย ร้านอาหารมากขึ้น และการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร การพักในตัวเมืองกำแพงเพชรจะสะดวกกว่า
ริมฝั่งแม่น้ำสองสียังสามารถจัดรวมในเส้นทางท่องเที่ยวกำแพงเพชรได้หลายแบบ หากต้องการทริปธรรมชาติและชุมชน สามารถเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำสองสีร่วมกับสวนสาธารณะริมปิงในตำบลท่าพุทรา หรือเขื่อนเลียงหินริมแม่น้ำปิงในตำบลท่ามะเขือ หากต้องการทริปประวัติศาสตร์ สามารถเดินทางต่อไปยังอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดพระบรมธาตุนครชุม และตลาดย้อนยุคนครชุมได้ภายในวันเดียวกันโดยวางแผนเวลาให้เหมาะสม
สถานที่แห่งนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบจุดชมวิวเล็ก ๆ แต่มีเรื่องราว เพราะแม่น้ำสองสีไม่ได้สวยเฉพาะในมุมภาพถ่าย แต่ยังเป็นจุดที่อธิบายความสัมพันธ์ของภูมิประเทศ น้ำ ชุมชน และวิถีชีวิตได้ดี การมองเห็นสายน้ำ 2 สายไหลมารวมกันช่วยให้เข้าใจว่าธรรมชาติไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งสีของน้ำ กระแสน้ำ ระดับน้ำ และวิถีชีวิตของคนริมฝั่งล้วนเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน
ความงดงามของริมฝั่งแม่น้ำสองสีจึงอยู่ที่ความเรียบง่ายและความจริงของพื้นที่ เป็นสถานที่ที่ไม่ต้องปรุงแต่งมาก แต่ยังสร้างความประทับใจได้จากภาพธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงตรงหน้า นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้เห็นทั้งแม่น้ำปิง ลำคลองขลุง จุดบรรจบของสายน้ำ วิถีชีวิตริมฝั่ง และบรรยากาศเมืองเล็กของคลองขลุงในเวลาเดียวกัน หากเดินทางมายังกำแพงเพชรและต้องการแวะชมสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ริมฝั่งแม่น้ำสองสีเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในแผนการเดินทาง
| ชื่อสถานที่ | ริมฝั่งแม่น้ำสองสี |
| ที่ตั้ง | บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำปิงกับลำคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร |
| ที่อยู่ | ใกล้ที่ว่าการอำเภอคลองขลุงและเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติ ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร 62120 |
| ไฮไลต์ | จุดชมวิวแม่น้ำปิงและลำคลองขลุงไหลมาบรรจบกัน เกิดเป็นภาพแม่น้ำสองสี พร้อมแหลมดินหรือเกาะกลางลำน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นพื้นที่ริมแม่น้ำของชุมชนคลองขลุงที่ผูกพันกับแม่น้ำปิงและลำคลองขลุง มีบทบาทต่อวิถีชีวิต ประมงพื้นบ้าน การเกษตร และการพักผ่อนของชุมชน |
| ที่มาของชื่อ | มาจากปรากฏการณ์สีของน้ำ 2 สายที่แตกต่างกันระหว่างแม่น้ำปิงและลำคลองขลุง เมื่อน้ำไหลมารวมกันจึงเห็นเป็นแม่น้ำสองสี |
| ลักษณะเด่น | มีจุดบรรจบของสายน้ำ บรรยากาศริมน้ำสงบ ลมเย็น เหมาะกับการชมวิว ถ่ายภาพ เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน และพักผ่อนแบบเรียบง่าย |
| การเดินทาง | จากถนนพหลโยธินเข้าสู่อำเภอคลองขลุง เลี้ยวเข้าทางที่ว่าการอำเภอคลองขลุง แล้วไปยังบริเวณเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติที่ทอดข้ามแม่น้ำปิง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะและจุดชมวิวธรรมชาติของอำเภอคลองขลุง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ ควรเที่ยวในช่วงกลางวันและช่วงเย็น |
| ค่าเข้า | เข้าชมฟรี |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ชมวิวริมแม่น้ำ ถนนชุมชนใกล้จุดชมวิว ร้านอาหารและร้านค้าในตัวอำเภอคลองขลุง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | จุดบรรจบแม่น้ำปิงกับลำคลองขลุง เชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติ ริมฝั่งแม่น้ำปิง มุมชมแหลมดินหรือเกาะกลางลำน้ำ และพื้นที่ชุมชนริมน้ำ |
| ผู้ดูแล | เทศบาลตำบลคลองขลุงและหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอคลองขลุง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลตำบลคลองขลุง โทร. 055-781-011 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์เทศบาลตำบลคลองขลุง www.klongklung.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดศรีภิรมย์ ประมาณ 1 กม. 2. สะพานเฉลิมพระเกียรติ คลองขลุง ประมาณ 1 กม. 3. สวนสาธารณะริมปิง ตำบลท่าพุทรา ประมาณ 10 กม. 4. เขื่อนเลียงหินริมแม่น้ำปิง ตำบลท่ามะเขือ ประมาณ 15 กม. 5. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ประมาณ 55 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. บ้านสบายคาเฟ่ คลองขลุง ประมาณ 2 กม. โทร. 095-624-8266, 084-042-0719 2. ครัวขรินทิพย์ กำแพงเพชร ประมาณ 8 กม. โทร. 087-732-1331 3. บ้านก๋วยเตี๋ยว คลองขลุง ประมาณ 2 กม. 4. ร้านอาหารท้องถิ่นย่านโรงพยาบาลคลองขลุง ประมาณ 2 กม. 5. ร้านอาหารท้องถิ่นย่านท่ามะเขือ ประมาณ 12 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เรือนดอกแก้ว คลองขลุง ประมาณ 2 กม. 2. Yuliang Resort ประมาณ 5 กม. 3. รีสอร์ท บ้านนพรัตน์ กำแพงเพชร ประมาณ 10 กม. 4. บ้านดินบารมี รีสอร์ท ประมาณ 30 กม. 5. ไม้ใหญ่รีสอร์ท ประมาณ 32 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ริมฝั่งแม่น้ำสองสีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ริมฝั่งแม่น้ำสองสีตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำปิงกับลำคลองขลุง ใกล้ที่ว่าการอำเภอคลองขลุงและเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าแม่น้ำสองสี?
ตอบ: เพราะเป็นบริเวณที่แม่น้ำปิงและลำคลองขลุงไหลมาบรรจบกัน โดยสีของน้ำทั้ง 2 สายแตกต่างกัน เมื่อน้ำไหลรวมกันจึงเกิดภาพสายน้ำสองสีที่มองเห็นได้ชัดในบางช่วงฤดูกาล
ถาม: ริมฝั่งแม่น้ำสองสีเหมาะไปเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการชมวิวและถ่ายภาพ ส่วนช่วงฤดูน้ำหลากหรือหลังฝนตก สีของน้ำอาจแตกต่างชัดเจนมากขึ้น แต่ควรระมัดระวังบริเวณริมน้ำ
ถาม: ริมฝั่งแม่น้ำสองสีเสียค่าเข้าหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับชมวิวและพักผ่อนริมแม่น้ำ
ถาม: เดินทางไปริมฝั่งแม่น้ำสองสีอย่างไร?
ตอบ: ใช้ถนนพหลโยธินเข้าสู่อำเภอคลองขลุง เลี้ยวเข้าทางที่ว่าการอำเภอคลองขลุง แล้วเดินทางต่อไปยังบริเวณเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติริมแม่น้ำปิง
ถาม: ริมฝั่งแม่น้ำสองสีมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: นักท่องเที่ยวสามารถชมวิว ถ่ายภาพ พักผ่อนริมแม่น้ำ ดูวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ และเรียนรู้ความสัมพันธ์ของแม่น้ำปิงกับลำคลองขลุงได้
ถาม: สามารถลงเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรลงเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำเองโดยไม่มีผู้ดูแล เพราะบริเวณจุดบรรจบของสายน้ำอาจมีกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง
ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว



