บ้านเขียว

Rating: 3.8/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (แนะนำตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่ก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: ตลอดปี (พบข้อมูลว่าเปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง) – หากต้องการเข้าชมภายใน/ทำกิจกรรมเฉพาะ แนะนำติดต่อผู้ประสานงานก่อน
บ้านเขียว (บ้านขุนพิทักษ์บริหาร) คือหนึ่งในหมุดหมายของอยุธยาที่ทำให้คนเดินทาง “ช้าลงอย่างมีความหมาย” เพราะที่นี่ไม่ได้เริ่มต้นจากภาพวัดวังหรือฉากประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่แบบเกาะเมืองเป็นหลัก แต่เริ่มจากบ้านไม้เก่าแก่ริมน้ำที่ยังยืนอยู่ท่ามกลางจังหวะชีวิตของชุมชนและฤดูกาลของทุ่งนา เมื่อคุณมาถึง คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าบ้านเขียวไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนรีบเช็กอินแล้วจากไป แต่ชวนให้ค่อย ๆ มองรายละเอียด ค่อย ๆ ฟังความเงียบ ค่อย ๆ เห็นลมที่พัดผ่านต้นไม้ เห็นเงาแดดที่ไล้ผิวไม้ และค่อย ๆ เข้าใจว่าอยุธยาไม่ได้มีเพียงอดีต หากยังมีปัจจุบันของผู้คนที่ยึดโยงกับน้ำ การเกษตร และความเรียบง่ายอย่างจริงจังอยู่ทุกวัน ความพิเศษของการมาเยือนบ้านเขียวจึงไม่ใช่แค่ภาพถ่ายที่สวย แต่เป็นความรู้สึกว่าเราได้มาอยู่ในพื้นที่อย่างเคารพ ได้เรียนรู้โดยไม่รบกวน และได้กลับบ้านพร้อมมุมมองใหม่ต่อคำว่า “เที่ยว” ในแบบที่เบาลง แต่ลึกขึ้น
บ้านเขียวเป็นชื่อที่คนท้องถิ่นเรียกติดปาก และถูกกล่าวถึงคู่กับชื่อทางการในอีกชื่อหนึ่งคือ “บ้านขุนพิทักษ์บริหาร” ตัวบ้านตั้งอยู่ในตำบลอมฤต อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีบริบทของพื้นที่ริมน้ำที่ชัดเจน เพราะพื้นที่นี้สัมพันธ์กับแม่น้ำน้อยและระบบน้ำในท้องถิ่นมานาน ความรู้สึกของการมาที่นี่จึงต่างจากการไปเดินชมโบราณสถานกลางเมืองอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะเป็นกำแพงอิฐเก่าและลานกว้างของอุทยานประวัติศาสตร์ สิ่งที่อยู่รอบตัวคุณคือความกว้างของทุ่ง ความเป็นชุมชนที่ยังมีคนอยู่จริง และจังหวะธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล บ้านเขียวจึงเป็นหมุดหมายที่เหมาะกับคนที่อยากเห็นอยุธยา “ให้ครบ” ในความหมายที่รวมทั้งมิติอดีตและมิติปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน
ในแง่ประวัติ บ้านขุนพิทักษ์บริหารถูกกล่าวถึงว่าเป็นบ้านโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุเกินกว่า 100 ปี และเป็นบ้านไม้ทรงปั้นหยา 2 ชั้นยกพื้นสูง โดยมีองค์ประกอบที่สะท้อนอิทธิพลตะวันตกผสมอยู่ในรูปแบบบ้านไทยอย่างน่าสนใจ โครงสร้างหลักถูกบันทึกว่าเป็นไม้สัก และมีบางส่วนเป็นงานตึกตามการเล่าในสื่อ ซึ่งภาพรวมทำให้บ้านหลังนี้ดูสง่างามแบบบ้านคหบดีในยุคหนึ่ง แต่ยังคงกลิ่นอายบ้านไทยที่เข้ากับภูมิอากาศร้อนชื้นได้ดี สิ่งที่ทำให้คนรู้สึกผูกพันกับบ้านเขียวไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ แต่เป็นความรู้สึกว่า “บ้านยังมีชีวิต” ในแบบของมันเอง เพราะแม้เวลาจะผ่านไป บ้านยังคงยืนอยู่ท่ามกลางชุมชนและธรรมชาติ และยังเป็นจุดหมายที่ทำให้คนรุ่นใหม่ย้อนมองความงามของงานช่างเก่าและภูมิปัญญาการอยู่อาศัยของคนไทยในอดีต
เมื่อพูดถึงชื่อ “บ้านเขียว” หลายคนจะนึกถึงสีของบ้านที่เคยเป็นภาพจำของคนในพื้นที่ และเรื่องเล่าที่ถูกเล่าต่อกันไปตามยุคสมัย แต่สาระสำคัญของชื่อในมุมคนเดินทางคือมันทำหน้าที่เป็น “คำเรียกที่ทำให้คนหาเจอ” และทำให้สถานที่ถูกจดจำได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การมาเยือนบ้านเขียวให้ได้ประสบการณ์ที่ดีควรเริ่มจากการมองบ้านหลังนี้ในฐานะมรดกทางสถาปัตยกรรมและฉากชีวิตของชุมชน มากกว่าการมองผ่านเลนส์เรื่องเล่าเพียงด้านเดียว เพราะเสน่ห์ที่ยั่งยืนที่สุดของบ้านเขียวคือความงามของบ้านไม้เก่าในบริบทริมน้ำ และความรู้สึกสงบที่เกิดขึ้นเมื่อเรายอมช้าลงพอที่จะเห็นรายละเอียดเหล่านั้น
บริบทของอำเภอผักไห่ทำให้บ้านเขียวมีความหมายมากขึ้น เพราะโซนนี้มีภาพจำเรื่องทุ่งนา ระบบน้ำ และจังหวะฤดูกาลที่ชัดเจน ช่วงหนึ่งของปีคือช่วงที่ผืนนามีชีวิต สีเขียวของต้นข้าวทำให้ภูมิทัศน์ดูนุ่มและสบายตา ขณะที่อีกช่วงหนึ่งของปีอาจเป็นช่วงที่ต้องจัดการน้ำหรือเฝ้าระวังสภาพพื้นที่ตามธรรมชาติ หากคุณมาในวันที่อากาศดี คุณจะสัมผัสได้ถึงความกว้างของพื้นที่ชนบทอยุธยาแบบที่ไม่ค่อยเห็นในเส้นทางยอดนิยม และความกว้างนั้นเองทำให้การหายใจ “เต็มปอด” กลายเป็นเรื่องง่าย บ้านเขียวจึงเหมาะกับคนที่อยากหลีกออกจากความหนาแน่นของเส้นทางท่องเที่ยวหลัก และอยากสัมผัสความจริงใจของการใช้ชีวิตที่ยังเดินต่ออยู่ทุกวัน
การเที่ยวบ้านเขียวในแบบที่เข้ากับสถานที่ที่สุด คือการมา “อ่านระบบ” มากกว่ามา “เก็บจุด” เพราะเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ไฮไลต์ใหญ่เพียงจุดเดียว แต่อยู่ที่ภาพรวมซึ่งค่อย ๆ เปิดเผยเมื่อคุณยอมช้าลงและตั้งใจมองให้ลึกขึ้น คุณอาจเริ่มจากการมองตัวบ้านในมุมสถาปัตยกรรม ไล่สายตาตามแนวหลังคาทรงปั้นหยา มองจังหวะเสา ช่องลม ระเบียง และรายละเอียดที่ถูกออกแบบให้รองรับอากาศร้อน จากนั้นค่อยขยับไปมองบริบทของบ้านกับริมน้ำ มองทิศทางลม มองแนวต้นไม้ และมองความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่กับเส้นทางสัญจรในชุมชน เมื่อคุณอยู่กับรายละเอียดเหล่านี้สักพัก บ้านเขียวจะไม่ใช่แค่ “สถานที่” แต่กลายเป็น “ประสบการณ์” ที่ทำให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้เบากว่าเดิม
คำว่า “ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” หากตีความแบบใช้งานจริง จะหมายถึงการเดินทางที่ตั้งใจลดผลกระทบต่อพื้นที่ เคารพวิถีชีวิตของชุมชน และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้มากพอ ๆ กับการพักผ่อน บ้านเขียวจึงชวนให้ผู้มาเยือนปฏิบัติตัวอย่างระมัดระวังในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สำคัญมาก เช่น ไม่ทิ้งขยะ ไม่สร้างเสียงดังเกินจำเป็น ไม่เข้าไปล้ำพื้นที่บ้านเรือนหรือพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน และไม่แตะต้องส่วนที่เปราะบางของบ้านไม้เก่าโดยไม่จำเป็น การท่องเที่ยวลักษณะนี้จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อชุมชน “อยู่ได้” และผู้มาเยือน “อยู่เป็น” ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ทำให้ความเป็นชุมชนแท้ ๆ ถูกกลืนหายไปด้วยความเร่งรีบของการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย
อีกเหตุผลที่บ้านเขียวควรถูกพูดถึงในฐานะ “ที่เที่ยวอยุธยา” คือมันช่วยเติมภาพของจังหวัดให้ครบขึ้น หลายคนรู้จักอยุธยาผ่านภาพโบราณสถานและอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่า แต่การรู้จักจังหวัดหนึ่งให้ลึกขึ้นจำเป็นต้องเห็นทั้งมิติของอดีตและมิติของปัจจุบัน บ้านเขียวทำหน้าที่พาเราไปพบปัจจุบันที่ยังมีชีวิตของการเกษตร ระบบน้ำ และการจัดการพื้นที่แบบชุมชนอยู่จริง ซึ่งเป็นฐานที่ทำให้เมืองและจังหวัดดำรงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อคุณมองอยุธยาจากมุมนี้ คุณจะเริ่มเข้าใจว่า “ความยิ่งใหญ่” ของเมืองหนึ่งไม่ได้มาจากอิฐปูนเท่านั้น แต่มาจากวิถีชีวิตของผู้คนที่คอยประคองพื้นที่ให้อยู่รอดในแต่ละฤดูกาลด้วย
สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ บ้านเขียวให้บรรยากาศที่เหมาะกับการถ่ายภาพแนวบ้านไม้เก่าและภูมิทัศน์ชนบทแบบสงบ ๆ ช่วงเช้าแสงจะนุ่ม โทนสีของไม้และต้นไม้จะดูละมุนและสบายตา ขณะที่ช่วงบ่ายแก่แสงจะอุ่นและให้เงาที่สวย แต่หัวใจของการถ่ายภาพที่นี่คือการถ่ายอย่างสุภาพ ไม่ยืนบังทาง ไม่รบกวนคนในพื้นที่ และไม่พยายามเข้าไปในจุดที่เสี่ยงทำให้บ้านไม้เสียหาย หากคุณตั้งใจถ่ายคอนเทนต์จริงจังหรืออยากเข้าชมมุมเฉพาะ แนะนำให้ติดต่อผู้ประสานงานก่อน เพื่อให้การมาเยือนเป็นมิตรกับพื้นที่และทำให้ทุกคนสบายใจ
ถ้าคุณอยากเที่ยวให้คุ้ม บ้านเขียวเหมาะกับการจัดทริปแบบครึ่งวันถึงหนึ่งวัน โดยเริ่มจากโซนผักไห่หรือบางไทรเพื่อให้จังหวะการเดินทางไม่เร่งเกินไป คุณสามารถทำให้ทริปนี้เป็นทริปพักใจได้จริงหากตั้งใจลดจำนวนจุดเช็กอินลง และเพิ่มเวลา “อยู่กับที่” ให้มากขึ้น การนั่งพักสักครู่ในพื้นที่ที่ลมพัดดี มองวิวกว้าง ๆ หรือค่อย ๆ เดินสำรวจอย่างสุภาพ มักให้ความสุขมากกว่าการรีบถ่ายรูปแล้วไปต่อ เพราะสถานที่แบบนี้จะเผยเสน่ห์ได้เต็มที่เมื่อคุณให้เวลา และเมื่อคุณให้เวลา คุณก็จะได้ความทรงจำที่มีน้ำหนักกว่าภาพถ่ายหลายเท่า
ในเรื่องของฤดูกาล บ้านเขียวเป็นสถานที่ที่ “สวยต่างกันไป” ตามช่วงเวลา ช่วงที่ท้องนาเขียวจะให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายตา ช่วงหลังเกี่ยวข้าวภูมิทัศน์จะโล่งและเห็นเส้นขอบฟ้าได้ชัดขึ้น ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบภาพแนวกว้างและความเงียบ ส่วนฤดูฝนควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ชนบทอาจมีช่วงที่น้ำหลากหรือพื้นลื่น รวมถึงบางช่วงอาจเข้าถึงบางจุดได้ไม่สะดวก ดังนั้นการเช็กสภาพอากาศและสภาพพื้นที่ก่อนเดินทางจะช่วยให้ทริปปลอดภัยและสบายขึ้นมาก
สิ่งสำคัญอีกอย่างในการเที่ยวบ้านเขียวคือการมองพื้นที่นี้ในฐานะ “ชุมชนและธรรมชาติ” ไม่ใช่ “สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์” ดังนั้นมารยาทของผู้มาเยือนจึงมีความหมายมาก เช่น การแต่งกายสุภาพ การหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้พื้นที่ส่วนตัวของชาวบ้านโดยไม่จำเป็น การระวังเสียง และการให้ความร่วมมือหากมีข้อกำหนดของพื้นที่ในบางช่วงเวลา นอกจากนี้ หากคุณตั้งใจพาเด็กหรือผู้สูงอายุไปด้วย ควรเลือกช่วงที่แดดไม่แรงและเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ เพราะการเที่ยวเชิงธรรมชาติมักต้องใช้พลังงานจากการเดินและการอยู่กลางแจ้งมากกว่าการเที่ยวในอาคาร และการเตรียมตัวเล็ก ๆ เหล่านี้จะทำให้ทริปสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การเดินทาง ไปบ้านเขียว (บ้านขุนพิทักษ์บริหาร) สามารถใช้การนำทางด้วยแผนที่จากชื่อสถานที่หรือใช้ Plus Code เพื่อความแม่นยำ พิกัดแบบ Plus Code ที่พบคือ F9F9+6WC ในตำบลอมฤต อำเภอผักไห่ ซึ่งอยู่บนถนนเทศบาล 6 และอยู่ในโซนชุมชนที่มีถนนย่อยหลายช่วง การเดินทางด้วยรถส่วนตัวยังคงเป็นตัวเลือกที่คล่องตัวที่สุดสำหรับโซนนี้ เพราะช่วยให้จัดเวลาได้ง่ายและสามารถแวะจุดเที่ยวอื่นในละแวกเดียวกันได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ หากเดินทางในฤดูฝนควรเผื่อเวลาเพิ่ม และควรตรวจสอบสภาพพื้นที่รวมถึงสถานการณ์น้ำในบริเวณใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย
สุดท้ายแล้ว บ้านเขียวคือแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เหมาะกับคนที่อยาก “เห็นอยุธยาให้ครบ” โดยไม่ได้มองอยุธยาแค่ผ่านอดีต แต่เห็นอยุธยาผ่านปัจจุบันของพื้นที่ชนบทที่ยังขับเคลื่อนด้วยน้ำ นา และชุมชน หากคุณอยากมีทริปที่ไม่เหนื่อยเกินไป ได้พักสายตา ได้พักใจ และได้กลับบ้านพร้อมความเข้าใจใหม่ต่อวิถีชีวิต บ้านเขียวคือหมุดหมายที่ควรเก็บไว้ในลิสต์ โดยเฉพาะวันที่คุณไม่อยากเร่งรีบและอยากให้การเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการรีเซ็ตตัวเองอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | บ้านเขียว (บ้านขุนพิทักษ์บริหาร) — บ้านไม้โบราณสมัยรัชกาลที่ 5 ริมแม่น้ำน้อย (ผักไห่, อยุธยา) |
| ที่อยู่ | ถนนเทศบาล 6 ตำบลอมฤต อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13120 |
| พิกัด | Plus Code: F9F9+6WC (พิกัดโดยประมาณ: 14.4730654, 100.3697682) |
| สรุปสถานที่ | บ้านไม้โบราณอายุเกิน 100 ปีในโซนชุมชนริมน้ำของผักไห่ เหมาะกับการเที่ยวแบบช้า ๆ เพื่อซึมซับสถาปัตยกรรมบ้านไทยผสมอิทธิพลตะวันตก และอ่านบริบท “น้ำ–นา–ชีวิต” ของอยุธยาในมุมปัจจุบันอย่างสุภาพและรับผิดชอบต่อพื้นที่ |
| จุดเด่นของสถานที่ | บ้านไม้ทรงปั้นหยาสมัยรัชกาลที่ 5, บรรยากาศริมน้ำและชนบทอยุธยา, เหมาะกับสายถ่ายภาพและทริปพักใจ, เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เน้นเคารพชุมชนและธรรมชาติ |
| ผู้ดูแลล่าสุด | พื้นที่ชุมชนในตำบลอมฤต / การดูแลเชิงพื้นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลทรัพย์สินของรัฐ (แนะนำติดต่อก่อนหากต้องการกิจกรรมเฉพาะ) |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ตลอดปี (พบข้อมูลว่าเปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง) – หากต้องการเข้าชมภายใน/ทำกิจกรรมเฉพาะ แนะนำติดต่อก่อน |
| วิธีการเดินทาง | ค้นหา “บ้านขุนพิทักษ์บริหาร” หรือใช้ Plus Code: F9F9+6WC (ถนนเทศบาล 6, ต.อมฤต, อ.ผักไห่) แนะนำเดินทางด้วยรถส่วนตัว และตรวจสอบสภาพพื้นที่ในฤดูฝน |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเข้าชมได้ (แนะนำตรวจสอบสภาพอากาศ/สภาพพื้นที่ และนัดหมายก่อนหากต้องการกิจกรรมเฉพาะ) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร – ประมาณ 1.4 กม. – โทร 0-3536-6090-1 2) อาศรมฤาษีเณร (เจ้าสัวเฮง) – ประมาณ 12 กม. – โทร 087-017-6158 3) สนามกอล์ฟราชคราม – ประมาณ 3 กม. 4) วังปลา ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร – ประมาณ 2 กม. 5) สวนนก ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร – ประมาณ 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) ร้านอาหารครัวป่าลั่น (บางไทร) – ประมาณ 7 กม. 2) แพอาหาร ส.นาทอง – ประมาณ 9 กม. 3) รวยกุ้งเผา – ประมาณ 10 กม. 4) ร้านอาหารริมน้ำในโซนบางไทร (ใกล้ศูนย์ศิลปาชีพ) – ประมาณ 2–5 กม. 5) ร้านอาหารท้องถิ่นในโซนผักไห่ – ประมาณ 3–8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง | 1) Sala Bang Pa-In – ประมาณ 18 กม. 2) โฮมสเตย์ในโซนบางไทร – ประมาณ 8–15 กม. 3) ที่พักโซนบางปะอิน – ประมาณ 18–25 กม. 4) ที่พักโซนตัวเมืองอยุธยา – ประมาณ 25–35 กม. 5) รีสอร์ต/ที่พักริมน้ำในอยุธยา – ประมาณ 25–40 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านเขียวเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวอยุธยาแบบช้า ๆ ชอบบรรยากาศริมน้ำและชนบท ชอบบ้านไม้เก่า สายถ่ายภาพ และคนที่อยากพักใจโดยไม่เร่งรีบ
ถาม: บ้านเขียวคือที่เที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เป็นบ้านไม้โบราณอายุเกิน 100 ปีในโซนชุมชนริมน้ำ เหมาะกับการมาเดินชมสถาปัตยกรรมและซึมซับบริบท “น้ำ–นา–ชีวิต” ของอยุธยาในมุมปัจจุบัน โดยเที่ยวแบบสุภาพและรับผิดชอบต่อพื้นที่
ถาม: ควรไปช่วงไหนถึงจะสวยและสบาย?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ มักอากาศสบายกว่าและแสงสวยกว่า โดยเฉพาะวันที่ฟ้าโปร่ง หากเป็นฤดูฝนควรเช็กพยากรณ์อากาศและสภาพพื้นที่ก่อนเดินทาง
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวประมาณกี่ชั่วโมง?
ตอบ: โดยทั่วไปเหมาะกับทริปครึ่งวัน หากอยากเดินช้า ๆ พักถ่ายภาพ และแวะจุดใกล้เคียง แนะนำเผื่อเวลาเป็น 1 วันแบบไม่เร่ง
ถาม: เดินทางไปบ้านเขียวอย่างไร?
ตอบ: แนะนำค้นหา “บ้านขุนพิทักษ์บริหาร” ในแผนที่ หรือใช้ Plus Code: F9F9+6WC (ถนนเทศบาล 6 ต.อมฤต อ.ผักไห่) เดินทางด้วยรถส่วนตัวจะคล่องตัวที่สุด
ถาม: ถ้าอยากถ่ายรูปหรือทำคอนเทนต์ควรทำอย่างไร?
ตอบ: ควรถ่ายอย่างสุภาพ ไม่รบกวนชุมชน ไม่แตะต้องส่วนที่เปราะบางของบ้านไม้ และถ้าต้องการถ่ายทำจริงจังหรือเข้าชมมุมเฉพาะ ควรติดต่อผู้ประสานงานก่อน
ถาม: ไปเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรเคารพชุมชนและธรรมชาติ เก็บขยะกลับ ลดเสียงรบกวน หลีกเลี่ยงการล้ำพื้นที่ส่วนตัว และระมัดระวังการใช้งานพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับบ้านไม้เก่า
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
ศูนย์ฝึกอบรม(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
แม่น้ำลำคลอง(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(