โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

Rating: 4/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หนองงูเห่า) ในอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่ให้บรรยากาศ “พักผ่อนแบบมีสาระ” ได้ครบในทริปเดียว โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว คนที่ชอบเดินเล่น-วิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง และผู้ที่สนใจแนวคิดการพัฒนาชุมชนตามแนวพระราชดำริ ที่นี่มีภูมิทัศน์โล่งสบาย มีพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำที่ช่วยให้ลมหายใจช้าลงแบบเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการมาพักกายพักใจในวันหยุด ขณะเดียวกันยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะอาชีพหลากหลายแขนงในบริบทเกษตรผสมผสานและการจัดการทรัพยากรในพื้นที่จริง ทำให้การมาเยือน “ฟาร์มตัวอย่าง” ไม่ใช่แค่การเที่ยวเพื่อถ่ายรูป แต่เป็นการได้มองเห็นกระบวนการทำงานเบื้องหลังของการพึ่งพาตนเองอย่างเป็นระบบ
อยุธยาเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากคุ้นเคยในภาพของโบราณสถาน วัดวา และเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง อยุธยายังเป็นพื้นที่ที่มีวิถีเกษตรกรรมและชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ หนองงูเห่า จึงทำหน้าที่เป็น “หน้าต่าง” ให้ผู้มาเยือนได้เห็นอีกชั้นของอยุธยา คือชั้นที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำ การทำกิน การฝึกอาชีพ และการต่อยอดองค์ความรู้สู่รายได้ในชีวิตจริง เมื่อมองจากมุมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ สถานที่แบบนี้เป็นจิ๊กซอว์ที่ช่วยให้ภาพการเดินทางมาอยุธยาสมบูรณ์ขึ้น เพราะเราได้สัมผัสทั้งอดีตของเมืองเก่า และปัจจุบันของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับผืนดินและน้ำ
หัวใจสำคัญของ “ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ” คือการทำให้พื้นที่หนึ่งพื้นที่สามารถเป็นทั้งแหล่งจ้างงาน แหล่งฝึกทักษะ และแหล่งผลิตอาหารอย่างเป็นรูปธรรม แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนฐานของการช่วยเหลือประชาชนให้ “ตั้งหลัก” ได้หลังวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตน้ำท่วม วิกฤตเศรษฐกิจ หรือช่วงเวลาที่งานประจำไม่แน่นอน สำหรับฟาร์มตัวอย่างฯ หนองงูเห่า ความเป็นมามีจุดตั้งต้นที่ชัดเจนจากบริบทของภัยพิบัติและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในช่วงปลายปี 2553 ที่ทำให้เกิดแนวทางการจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพ มีงานทำ และมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเลือกใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ในตำบลบางระกำ อำเภอนครหลวง เป็นพื้นที่ดำเนินการ ซึ่งมองจากภาพรวมแล้วถือเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งการเข้าถึงของชุมชนและการบริหารจัดการพื้นที่ในระยะยาว
เมื่อพูดถึง “ประวัติของสถานที่” ในมุมของฟาร์มตัวอย่างฯ หนองงูเห่า สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนคือที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก แต่เป็นพื้นที่พัฒนาตามวัตถุประสงค์ด้านสังคมและอาชีพ โดยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางกิจกรรมการเกษตรและการฝึกทักษะหลายด้าน ตั้งแต่พืชผัก ปศุสัตว์ ประมง เห็ด งานแปรรูป และกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ให้รองรับการเรียนรู้และการทำงานจริง เมื่อก้าวเข้ามาในพื้นที่จึงจะสัมผัสได้ว่า “ความงามของภูมิทัศน์” ไม่ได้เกิดจากการตกแต่งแบบสวนสาธารณะเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดวางพื้นที่ตามหน้าที่ของมัน เช่น พื้นที่น้ำเพื่อรองรับระบบนิเวศและการจัดการน้ำ พื้นที่โล่งเพื่อการปลูกพืชหรือกิจกรรมกลุ่ม พื้นที่ที่เอื้อต่อการเดิน-วิ่ง-ปั่นจักรยาน และพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนได้เรียนรู้การทำงานกับธรรมชาติจริง ๆ
ในมิติของ “ลักษณะของสถานที่” ข้อแรกที่เห็นได้ชัดคือภูมิทัศน์ที่กว้างและโปร่ง สายตาแลเห็นแนวพื้นที่ได้ไกล ทำให้บรรยากาศโดยรวมสงบ ไม่อึดอัด เหมาะกับการมาเป็นสถานที่พักผ่อนในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น โดยเฉพาะคนที่อยากออกกำลังกายแบบไม่ต้องเจอความวุ่นวายของเมืองใหญ่ พื้นที่ลักษณะนี้ทำให้การเดินเล่นเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นได้เองโดยไม่ต้อง “ตั้งใจ” มากนัก เด็ก ๆ สามารถวิ่งเล่นได้ ผู้ใหญ่สามารถเดินคุยกันได้ และผู้สูงอายุสามารถเดินช้า ๆ เพื่อยืดเหยียดได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่กดดัน ข้อที่สองคือการเป็น “แหล่งเรียนรู้ทักษะและอาชีพหลายประเภท หลายแขนง” ซึ่งเป็นคุณค่าหลักที่ทำให้ฟาร์มตัวอย่างฯ แตกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไป เพราะในพื้นที่ไม่ได้มีแค่ทางเดินและวิวสวย แต่มีบริบทของการทำงาน การฝึกทักษะ และการต่อยอดความรู้สู่การทำมาหากินจริง
การเรียนรู้ในฟาร์มตัวอย่างฯ หากมองเป็นภาพรวม จะประกอบด้วย 3 ชั้นที่ซ้อนกันอยู่ ชั้นแรกคือการเรียนรู้จาก “พื้นที่จริง” ผู้มาเยือนจะมองเห็นองค์ประกอบของพื้นที่เกษตรและทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ แนวพื้นที่ปลูกพืช จุดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมปศุสัตว์หรือประมง และโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้กิจกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ ชั้นที่สองคือการเรียนรู้จาก “กระบวนการ” เช่น วิธีคิดในการจัดการทรัพยากรให้เพียงพอ วิธีแบ่งงานและบทบาทของคนในชุมชน การวางระบบให้ทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากเกินจำเป็น และชั้นที่สามคือการเรียนรู้จาก “ทักษะ” ซึ่งเป็นส่วนที่คนส่วนใหญ่ชอบที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่นำกลับไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น การปลูกผักแบบง่าย ๆ การดูแลดิน การจัดการน้ำแบบประหยัด การแปรรูปผลผลิต การดูแลสัตว์พื้นฐาน หรือแนวทางการเริ่มต้นอาชีพเสริมอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังของครัวเรือน
หากมาเที่ยวแบบครอบครัว คุณค่าที่เด่นมากคือเด็กจะได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง “อาหารในจาน” กับ “การผลิตอาหาร” ซึ่งเป็นบทเรียนที่หาได้ยากในชีวิตเมือง เด็กจำนวนมากคุ้นกับอาหารที่มาจากร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหาร แต่ไม่คุ้นกับการทำให้เกิดอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ การพามาเดินในพื้นที่ที่มีองค์ประกอบด้านเกษตรและทรัพยากร จะช่วยให้เด็กเข้าใจว่าอาหารต้องใช้เวลา ใช้ความอดทน และต้องอาศัยการดูแลของคนกับธรรมชาติร่วมกัน ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ก็จะได้ทบทวนเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และมองเห็นว่า “ความพอเพียง” ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ชีวิตแบบขาดแคลน แต่คือการจัดสมดุลให้เหมาะกับบริบทของตัวเอง รู้จักวางแผนและลดความเสี่ยง เพื่อให้ชีวิตเดินไปได้อย่างมั่นคง
ในมุมของคนที่มาเพื่อออกกำลังกาย สถานที่แบบฟาร์มตัวอย่างฯ จะให้ความรู้สึกต่างจากการวิ่งในสวนที่คนแน่น เพราะสิ่งที่อยู่รอบตัวคือท้องฟ้า ลม และพื้นที่เปิด การวิ่งหรือเดินในพื้นที่โล่งช่วยให้จังหวะการหายใจเป็นธรรมชาติขึ้น บางคนมาเดินเพื่อรีเซ็ตความคิด บางคนมาวิ่งเพื่อออกกำลังจริงจัง และบางคนมาเพื่อพาเด็กหรือผู้สูงอายุออกมาขยับร่างกายแบบเบา ๆ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมาย จุดสำคัญคือควรเลือกเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงเช้าแดดอ่อนหรือช่วงเย็น และเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ เพราะพื้นที่โล่งมักมีแดดและลมตามฤดูกาล
เมื่อพูดถึง “ภาพความงาม” ของสถานที่นี้ ความสวยของฟาร์มตัวอย่างฯ หนองงูเห่า มักมาในรูปของความเรียบง่าย ไม่หวือหวา เป็นความสวยแบบกว้างและสงบ ในวันที่ฟ้าเปิดจะได้เห็นท้องฟ้าใหญ่ ๆ ตัดกับพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำ ทำให้ถ่ายรูปออกมาดูสบายตา เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพแนวธรรมชาติ ภาพครอบครัว ภาพวิถีชีวิต หรือภาพออกกำลังกายแบบไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ความโล่งของพื้นที่ยังทำให้รู้สึกว่า “มีที่ว่าง” ทั้งในเชิงกายภาพและในเชิงความคิด เป็นสถานที่ที่มักทำให้คนอยากเดินช้าลงโดยอัตโนมัติ
ในด้านการเดินทาง โครงการตั้งอยู่ในอำเภอนครหลวง ซึ่งอยู่ฝั่งหนึ่งของอยุธยาที่สามารถเชื่อมต่อจากถนนสายเอเชียได้สะดวก หากขับรถจากกรุงเทพฯ โดยใช้ถนนสายเอเชียแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอนครหลวง จะมีช่วงที่ต้องขึ้นสะพานนครหลวงและตรงไปตามทางหลัก เมื่อใกล้ถึงจะพบป้ายโครงการอยู่ด้านขวาของถนนทางไปนิคมอุตสาหกรรมสหรัตฯ เส้นทางลักษณะนี้เหมาะกับการมาแบบไปเช้าเย็นกลับ และยังสามารถต่อยอดแผนเที่ยวให้เชื่อมกับจุดท่องเที่ยวในอำเภอนครหลวงหรือในตัวเมืองอยุธยาได้ไม่ยาก ทำให้คนที่ชอบจัดทริปแบบ “วันเดียวหลายจุด” สามารถวางแผนได้ยืดหยุ่น
การเดินทาง จากถนนสายเอเชียมุ่งเข้าสู่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขึ้นสะพานนครหลวงตรงไปเรื่อย ๆ จะมีป้ายโครงการอยู่ด้านขวาของถนนทางไปนิคมอุตสาหกรรมสหรัตฯ
ถ้าต้องการให้ทริปสมบูรณ์ แนะนำให้มองการวัตถุประสงค์ของการมาเที่ยวก่อนว่าอยาก “พักผ่อน” “ออกกำลังกาย” หรือ “เรียนรู้” เพราะแต่ละแบบจะทำให้การใช้เวลาต่างกัน หากมาเพื่อพักผ่อนแบบสบาย ๆ การเดินชมบรรยากาศ ถ่ายรูป และนั่งพักตามจุดที่เหมาะจะช่วยให้ได้รีเฟรชเร็ว แต่ถ้าอยากมาเพื่อออกกำลังกาย ควรเผื่อเวลาให้พอสำหรับวอร์มอัพ คูลดาวน์ และหลีกเลี่ยงแดดแรง ส่วนคนที่สนใจด้านการเรียนรู้ ให้สังเกตองค์ประกอบในพื้นที่และตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น แหล่งน้ำในพื้นที่มีบทบาทอย่างไร พื้นที่ปลูกพืชสัมพันธ์กับการจัดการน้ำแบบไหน หรือระบบกิจกรรมอาชีพทำให้ชุมชนมีรายได้อย่างไร การตั้งคำถามจะทำให้การมาเยือนมีความหมายมากขึ้น และช่วยให้กลับบ้านพร้อมไอเดียที่จับต้องได้
นอกจากตัวสถานที่เองแล้ว การเลือกแวะร้านอาหารและที่พักในโซนนครหลวงยังเป็นอีกจุดที่ทำให้ทริปสบายขึ้น เพราะนครหลวงมีร้านอาหารท้องถิ่นและร้านคาเฟ่ที่เหมาะกับการพักระหว่างทาง รวมถึงที่พักหลายสไตล์สำหรับคนที่อยากค้างคืนเพื่อเที่ยวต่อในอยุธยาแบบไม่เร่งรีบ การค้างคืนจะทำให้มีเวลาแบ่งไปเที่ยวโบราณสถานหรือวัดสำคัญในวันถัดไปได้อย่างผ่อนคลาย โดยไม่ต้องขับรถกลับไกลในวันเดียว
โดยภาพรวม โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หนองงูเห่า) เป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนที่ต้องการ “ความสบายตา” ควบคู่กับ “ความหมาย” ของการเดินทาง เป็นที่เที่ยวอยุธยาที่ไม่ได้พยายามแข่งขันด้วยความหวือหวา แต่โดดเด่นด้วยคุณค่าของพื้นที่และบทบาทเชิงสังคมที่ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวอยุธยาที่พาเด็กได้ ผู้ใหญ่ก็ไม่เบื่อ แถมได้แรงบันดาลใจกลับไปใช้ในชีวิตจริง ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างตรงจุด
| ชื่อสถานที่ | โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (หนองงูเห่า) |
| ที่ตั้ง | ตำบลบางระกำ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พื้นที่หนองงูเห่า ใกล้ทางเข้านิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร) |
| สรุปสถานที่ | พื้นที่ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริที่พัฒนาเพื่อเป็นแหล่งฝึกอาชีพและเรียนรู้การเกษตร/การจัดการทรัพยากร พร้อมภูมิทัศน์โล่งสวย เหมาะกับการพักผ่อนและออกกำลังกาย |
| จุดเด่นของสถานที่ | 1) ภูมิทัศน์กว้าง โปร่ง สงบ เหมาะเดินเล่น-วิ่งออกกำลังกาย 2) แหล่งเรียนรู้ทักษะอาชีพหลายแขนงในพื้นที่จริง 3) เชื่อมโยงแนวคิดการพึ่งพาตนเองและการจัดการทรัพยากร |
| ผู้ดูแลล่าสุด | ที่ว่าการอำเภอนครหลวง และคณะกรรมการ/เครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพื้นที่กิจกรรม/เรียนรู้และใช้ประโยชน์ของชุมชน (แนะนำวางแผนตามกิจกรรมที่สนใจ) |
| เบอร์ติดต่อ (อ้างอิงแหล่งทางการ/ประชาสัมพันธ์) | ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา: 035246076, 035246077 ที่ว่าการอำเภอนครหลวง: 035359946, 035359947, 0818673019 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) ปราสาทนครหลวง — ประมาณ 9 กม. 2) วัดนครหลวง — ประมาณ 10 กม. 3) วัดใหญ่ชัยมงคล — ประมาณ 23 กม. 4) วัดพนัญเชิงวรวิหาร — ประมาณ 24 กม. 5) วังช้างอยุธยา แล เพนียด — ประมาณ 26 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ครัวอิ่มอร่อย (นครหลวง) — ประมาณ 8 กม. — โทร. 0870808765 2) ครัวคุณเต๋า (นครหลวง) — ประมาณ 9 กม. — โทร. 0925282900 3) บ้านสวน 89 (นครหลวง) — ประมาณ 10 กม. — โทร. 0839919452 4) SOPISA’s Cafe & Coffee (นครหลวง) — ประมาณ 11 กม. — โทร. 0818674242 5) ร้านอาหารน้องนุช (โซนนครหลวง) — ประมาณ 12 กม. — โทร. 0833708925 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) Waree Resort & Spa Ayutthaya — ประมาณ 15 กม. — โทร. 0819871804, 035750431, 0972219418 2) Nakhon Inn (นครหลวง) — ประมาณ 10 กม. — โทร. 035359160 3) โต่บักเส็ง ริเวอร์ไซด์ โฮเทล (Toh Buk Seng Riverside Hotel) — ประมาณ 18 กม. — โทร. 0917214244 4) SOPISA Boutique Hotel Ayutthaya — ประมาณ 22 กม. — โทร. 0818674242 5) บ้านสวนคุณยาย โฮมสเตย์ชายทุ่ง — ประมาณ 20 กม. — โทร. 0959817925 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ หนองงูเห่า เหมาะกับใครมากที่สุด?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัวที่อยากเที่ยวแบบได้ความรู้ คนที่ชอบเดินเล่นหรือออกกำลังกายในพื้นที่โล่ง และผู้ที่สนใจแนวทางการพึ่งพาตนเองและการจัดการทรัพยากรตามแนวพระราชดำริ
ถาม: ถ้ามีเวลาไม่มาก ควรเผื่อเวลาเที่ยวกี่ชั่วโมง?
ตอบ: โดยทั่วไปเผื่อประมาณ 1–2 ชั่วโมงสำหรับเดินชมบรรยากาศและพักผ่อน หากต้องการใช้เวลาสำหรับกิจกรรมหรือเดินออกกำลังกายจริงจังอาจเผื่อ 2–3 ชั่วโมง
ถาม: สามารถพาเด็กเล็กไปได้ไหม?
ตอบ: พาไปได้ โดยควรดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษในพื้นที่โล่งและบริเวณใกล้แหล่งน้ำ และเตรียมหมวก/น้ำดื่มให้พร้อมตามสภาพอากาศ
ถาม: จุดเด่นที่ต่างจากที่เที่ยวอยุธยาแบบโบราณสถานคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่ใช้ประโยชน์จริงของชุมชน เน้นการเห็นระบบการจัดการทรัพยากรและแนวทางการพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่การเที่ยวเพื่อชมสถาปัตยกรรมหรือโบราณวัตถุเป็นหลัก
ถาม: ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลก่อนเดินทาง ควรติดต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา หรือที่ว่าการอำเภอนครหลวงตามเบอร์ในตารางสรุป
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|



หมวดหมู่:
กลุ่ม: