ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
Rating: 2.9/5 (8 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: วันพุธ–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น.
 
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร คือหนึ่งในหมุดหมาย “ที่เที่ยวอยุธยา” ที่พาคนมาเห็นอยุธยาในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือจากโบราณสถานและวัดวาอาราม เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหลอมรวมทั้งประวัติศาสตร์การพัฒนาอาชีพ งานศิลป์งานช่างที่จับต้องได้ และบรรยากาศการเรียนรู้แบบมีชีวิตไว้ในที่เดียว เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่ของศูนย์ฯ สิ่งที่สัมผัสได้ก่อนคือความกว้างขวางและความเป็นระเบียบของภูมิทัศน์ พื้นที่ซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดที่มองคนเป็นศูนย์กลาง มองทักษะพื้นบ้านเป็นทุน และมองการทำมาหากินอย่างมีศักดิ์ศรีเป็นเป้าหมายสำคัญ จึงทำให้ “การมาเที่ยว” ที่นี่ไม่ใช่แค่การมาเดินดูอาคารหรือซื้อของฝาก แต่เป็นการมาทำความเข้าใจว่า งานฝีมือไทยจำนวนมากไม่ได้เกิดจากความงามเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากระบบการถ่ายทอด การฝึกฝน และการสร้างโอกาสที่ต่อเนื่องยาวนาน
 
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้โยงกลับไปยังพระราชกรณียกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุกแห่งหนทั่วทุกภาคของประเทศไทย พระราชกรณียกิจนี้ทรงปฏิบัติสืบเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายสิบปี จนทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร ทั้งความทุกข์ ความสุข และความเปราะบางของรายได้ในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทรงเป็นห่วงมากคือ “ความยากจน” ที่ทำให้หลายครอบครัวต้องดิ้นรนอยู่กับความไม่แน่นอน จึงทรงมีพระราชประสงค์จะจัดหาอาชีพให้ราษฎรทำเพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เพียงพอแก่การยังชีพในภาวะปัจจุบัน แนวคิดนี้สำคัญตรงที่ไม่ได้มองการช่วยเหลือเป็นเพียงการสงเคราะห์ชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐาน “อาชีพ” ให้คนสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง
 
ด้วยพระราชดำริที่มองเห็นคุณค่าของทักษะพื้นถิ่น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้ทรงสนพระทัยในงานฝีมือพื้นบ้านหรือศิลปกรรมพื้นบ้านที่จัดทำขึ้นโดยใช้วัสดุในท้องถิ่นเป็นส่วนมาก เพราะงานเหล่านี้สะท้อนภูมิปัญญา ความละเอียดอ่อน และอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน ทรงส่งเสริมโดยจัดให้มีครูออกไปฝึกสอนราษฎรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพของงานให้ดียิ่งขึ้น เมื่อราษฎรมีความชำนาญ ผลงานที่ผลิตออกมาจะทรงรับซื้อไว้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ นี่คือแรงผลักสำคัญที่ทำให้งานฝีมือซึ่งเคยเป็นเพียงงานยามว่างหรือทำใช้ในครัวเรือน ถูกยกระดับให้กลายเป็นอาชีพที่มีตลาดรองรับและมีมาตรฐานการผลิต ต่อมางานนี้ได้ขยายเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” จัดตั้งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2519 และได้ทรงจัดตั้งโรงฝึกอบรมศิลปาชีพขึ้นแห่งแรกที่พระตำหนักสวนจิตรลดาในวันฉัตรมงคลปี 2523 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของระบบฝึกอาชีพที่พัฒนาอย่างจริงจัง
 
เมื่อแนวทางการฝึกอบรมเริ่มเห็นผล การขยายพื้นที่ฝึกอาชีพที่รองรับผู้คนได้มากขึ้นจึงกลายเป็นก้าวต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายธานินทร์ กรัยวิเชียร รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สรรหาที่ดินที่ใกล้เคียงกับพระราชวังบางปะอินเพื่อจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพอีกแห่งหนึ่ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียรจัดหาที่ดินได้ 2 แปลงซึ่งเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้รัฐบาลจัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้ราษฎรผู้ยากไร้ได้มีที่อยู่และทำมาหากินตามอัตภาพ โดยแปลงหนึ่งอยู่ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก และอีกแปลงหนึ่งอยู่ที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
 
ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรที่ดินแปลงอำเภอบางไทรด้วยพระองค์เอง ที่ดินแปลงนี้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 750 ไร่เศษ และทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าสมควรจะสร้างศูนย์ศิลปาชีพ ณ ที่นี้ วันที่ 3 มิถุนายน 2523 รัฐบาลได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินแปลงนี้แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ พร้อมมีมติให้หน่วยราชการต่าง ๆ สนับสนุนโครงการของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพื่อให้เกิดระบบการฝึกอาชีพที่มั่นคงและต่อเนื่อง ในเชิงการบริหารจัดการ ทรงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นผู้รับผิดชอบด้านการดูแลสถานที่และการฝึกอบรม และมีหน่วยทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยและประสานงานด้านการฝึกอบรมต่อเนื่องเรื่อยมา ต่อมามีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีกราว 200 ไร่เศษ รวมเป็นพื้นที่ของศูนย์ฯ เกือบ 1,000 ไร่ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2527
 
การเข้าใจประวัติความเป็นมาเช่นนี้ทำให้การเดินเที่ยวในศูนย์ฯ มีความหมายมากขึ้น เพราะทุกอาคารและทุกกิจกรรมสะท้อนแนวคิด “ให้ความรู้ สร้างทักษะ สร้างมาตรฐาน และสร้างรายได้” ที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้คน เมื่อมาถึงพื้นที่ สิ่งแรกที่มักดึงสายตาคืออาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางศูนย์ฯ อย่างศาลาพระมิ่งขวัญ ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์แบบจตุรมุขสูง 4 ชั้น ชั้นล่างเป็นศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และศูนย์ศิลปาชีพอื่น ๆ ทั่วประเทศ ส่วนชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่นิทรรศการผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพชิ้นยอดเยี่ยมที่ทำให้เห็น “คุณภาพงาน” ได้อย่างชัดเจน ทั้งรายละเอียดของลวดลาย ฝีเข็ม ความประณีตของงานจักสาน หรือความเรียบร้อยของงานช่างที่ต้องอาศัยทั้งเวลาและความชำนาญ ชั้นที่ 4 มักใช้เป็นห้องประชุมสัมมนา สื่อให้เห็นว่าอาคารนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ขายของเท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็นเวทีจัดการความรู้ ถ่ายทอดมาตรฐาน และสร้างเครือข่ายของงานศิลปาชีพในภาพใหญ่ด้วย
 
ถัดจากอาคารหลัก อีกหนึ่งโซนที่มักทำให้คนเดินเพลินคือหมู่บ้านศิลปาชีพ ซึ่งเคยได้รับการสนับสนุนเพื่อให้เป็นพื้นที่แสดงสถาปัตยกรรมบ้านเรือนของคนไทยภาคต่าง ๆ และจำลองชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมไทยจากทั่วประเทศ บรรยากาศของหมู่บ้านทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้เดินข้ามภูมิภาคในเวลาเดียวกัน เพราะแต่ละเรือนสะท้อนรูปแบบบ้านที่ผูกกับภูมิอากาศ วัสดุในท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่ต่างกัน นอกจากการชมเรือน ยังมีการสาธิตวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทย ๆ ในแต่ละภาค และการสาธิตงานศิลปาชีพที่ทำให้ “ความรู้” ไม่ได้อยู่แค่บนป้ายอธิบาย แต่เกิดขึ้นตรงหน้าผู้ชม ในบางช่วงยังมีการแสดงนาฏศิลป์และการละเล่นพื้นบ้าน ซึ่งช่วยเติมบรรยากาศให้การเที่ยวในศูนย์ฯ มีจังหวะ มีเสียง มีชีวิต และมีอารมณ์ร่วม
 
เสน่ห์ที่สำคัญของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรคือการมี “อาคารฝึกอบรมศิลปาชีพ” อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งสะท้อนความหมายของคำว่า “ศูนย์” อย่างแท้จริง เพราะไม่ได้เป็นเพียงจุดท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ฝึกอาชีพที่ดำเนินอยู่จริง ปัจจุบันศูนย์ได้เปิดอบรมศิลปาชีพด้านหัตถกรรมพื้นบ้านและอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรจากทุกภูมิภาคของประเทศรวมทั้งสิ้น 29 แผนก นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมวิธีการฝึกอบรมได้ในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมวัสดุ การฝึกทักษะพื้นฐาน การทำชิ้นงาน การตรวจคุณภาพ ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดให้ได้มาตรฐาน งานศิลปาชีพจำนวนมากมีความประณีตวิจิตรและต้องใช้เวลาอันยาวนาน การได้เห็นกระบวนการจริงทำให้เข้าใจว่าทำไมงานบางชิ้นจึงมีคุณค่า และทำไมการฝึกอาชีพจึงต้องอาศัยระบบการสอนที่เป็นขั้นเป็นตอน ไม่ใช่เพียงการทำตามความเคยชินแบบเดิม ๆ
 
ในอีกมุมหนึ่งของศูนย์ฯ ยังมีพื้นที่ที่เชื่อมโยงความศรัทธาและวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างพระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์ ซึ่งเป็นพระรูปแกะสลักจากไม้จันทน์เหลืองสูง 6 เมตร จำนวน 1 องค์ ที่น้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐานไว้ ณ ศาลาโรงช้าง ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพื่อให้ประชาชนผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาได้มานมัสการและสักการะบูชา การมีจุดสักการะเช่นนี้ทำให้ศูนย์ฯ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่การเรียนรู้เชิงงานช่าง แต่ยังสะท้อนความหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับสังคมไทยในปัจจุบัน
 
อีกอาคารที่มักทำให้ผู้มาเยือนหยุดมองคือพระตำหนัก ซึ่งเป็นเรือนไทยภาคกลางใต้ถุนสูง สร้างด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น มีความงามตามแบบฉบับเรือนไทยดั้งเดิม พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับพักผ่อนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ บริเวณโดยรอบจัดเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับและน้ำตกจำลองที่ช่วยให้บรรยากาศร่มรื่น เมื่อเดินผ่านเรือนไทยในพื้นที่จริง ความรู้สึกจะต่างจากการดูรูปในหนังสือ เพราะผู้ชมจะเห็นสัดส่วนของใต้ถุน การรับลม ช่องแสง และความสัมพันธ์ของเรือนกับสวน ซึ่งทั้งหมดคือภูมิปัญญาที่ตอบโจทย์ภูมิอากาศของภาคกลาง
 
หากมากับครอบครัวหรืออยากเพิ่มสีสันให้ทริป โซนวังปลาเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ วังปลาจัดสร้างและดำเนินงานโดยกรมประมง เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด ตัวอาคารหลักมีตู้กระจกขนาดใหญ่ 2 ตู้ ตู้ใหญ่รูปเมล็ดถั่วมีความจุ 1,400 ตัน และอีกตู้หนึ่งทรงกลมความจุ 600 ตัน ภายในตู้แสดงให้เห็นการอยู่อาศัยร่วมกันของปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ที่เป็นปลาพื้นเมืองของไทย การเดินชมวังปลาให้ความรู้สึกเหมือนได้อ่าน “ระบบนิเวศ” ผ่านภาพจริง โดยเฉพาะเมื่อสังเกตพฤติกรรมของปลาและสภาพแวดล้อมจำลองที่จัดไว้ให้ใกล้เคียงธรรมชาติ
 
ใกล้กันนั้นยังมีสวนนก ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระราชินูปถัมภ์ สวนนกเป็นกรงนกขนาดใหญ่ 2 กรง ภายในมีนกพันธุ์ที่หาชมได้ยากมากกว่า 30 ชนิด มีการจัดสภาพแวดล้อมภายในให้เหมือนธรรมชาติ ทั้งน้ำตก ธารน้ำจำลอง และป่าจำลองที่ร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมและถ่ายภาพนกจากด้านบนได้ชัดเจน ทำให้ประสบการณ์การชมไม่ใช่แค่เดินวนรอบกรง แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองและระยะสายตาไปตามทางเดิน เมื่อเดินครบโซนเหล่านี้จะเห็นว่า ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรไม่ได้เป็นพื้นที่ “อย่างใดอย่างหนึ่ง” แต่เป็นพื้นที่ที่ผสานงานช่าง วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการเรียนรู้เข้าด้วยกันในจังหวะที่พอดี
 
การเดินทาง ไปศูนย์ศิลปาชีพบางไทรสามารถวางแผนได้หลายแบบ หากขับรถจากกรุงเทพฯ เมื่อถึงอำเภอบางปะอินจะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่เส้นทางสายบางไทร–สามโคก ระยะทางตามข้อมูลเดิมราว 24 กิโลเมตรก็จะถึงศูนย์ฯ อีกทางเลือกคือใช้เส้นทางนนทบุรี–ปทุมธานี (ทางหลวงหมายเลข 306) ผ่านแยกรังสิตแล้วมองหาทางแยกขวามือไปอำเภอบางไทร ซึ่งเป็นเส้นที่เหมาะกับคนที่ต้องการเลี่ยงบางช่วงของถนนสายหลัก
 
การเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบางไทรให้คุ้มมักเริ่มจากการ “ตั้งใจดูให้เห็นความตั้งใจของคนทำงาน” เพราะหลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงที่เที่ยวเชิงนิทรรศการ แต่เมื่อเดินไปตามอาคารฝึกอบรมและจุดสาธิต จะเห็นว่านี่คือพื้นที่ที่ทักษะถูกถ่ายทอดแบบเป็นระบบ งานช่างที่คนไทยคุ้นตา เช่น งานจักสาน งานปัก งานทอ งานช่างศิลป์ หรือการประยุกต์วัสดุพื้นถิ่น ถูกทำให้มีมาตรฐานการผลิตที่ตลาดยอมรับได้ เมื่อมองในภาพกว้าง นี่คือการทำให้ทุนทางวัฒนธรรมกลายเป็นทุนทางเศรษฐกิจอย่างมีศักดิ์ศรี และยังเป็นการรักษาทักษะที่อาจสูญหายหากไม่มีพื้นที่ฝึกจริงจัง การเดินชมจึงเหมือนการอ่านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของไทยผ่านมือของช่าง ผ่านความละเอียดของงาน และผ่านกระบวนการฝึกที่ต้องใช้วินัย
 
สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ ศาลาพระมิ่งขวัญให้ภาพสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ที่มีมิติ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายให้เห็นสัดส่วนอาคารกับพื้นที่เปิดโล่ง ส่วนหมู่บ้านศิลปาชีพให้มุมภาพที่เล่าเรื่อง “ภูมิภาค” ได้ในเฟรมเดียว เพราะตัวบ้านและองค์ประกอบประกอบฉากช่วยสื่อวัฒนธรรมแบบไม่ต้องอธิบายยาว วังปลาและสวนนกช่วยเพิ่มความหลากหลายของภาพจากงานช่างไปสู่ธรรมชาติ ทำให้ทริปเดียวมีทั้งความนิ่งของงานศิลป์และความเคลื่อนไหวของชีวิต การจัดทริปแบบครึ่งวันมักเหมาะกับคนที่เน้นเดินชมและถ่ายภาพ ส่วนการจัดทริปแบบเต็มวันจะเหมาะกับคนที่อยากดูละเอียด ตั้งใจอ่านป้ายข้อมูล เดินครบทุกโซน และเผื่อเวลาพักหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพกลับไปเป็นของฝากที่มีเรื่องราวรองรับ
 
ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรต่างจากที่เที่ยวทั่วไปคือ “ความหมาย” ของการมาเยือน เพราะการรับรู้ที่มาของศูนย์ฯ ทำให้เห็นความตั้งใจในการสร้างโอกาสให้ผู้คนผ่านอาชีพ การช่วยยกระดับคุณภาพงานด้วยครูฝึก การสร้างระบบรองรับผลงาน และการผลักดันให้เกิดสถาบันที่ดูแลอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดินออกจากศูนย์ฯ หลายคนจึงไม่ได้จดจำเพียงว่าได้ซื้อของหรือได้ถ่ายรูป แต่จดจำว่าได้เห็นกระบวนการที่ทำให้งานฝีมือไทยยังคงอยู่และเดินหน้าต่อไปได้ในโลกปัจจุบัน และนี่คือเหตุผลที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรยังคงเป็น “ที่เที่ยวอยุธยา” ที่ควรค่าแก่การกลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะกลับมาเพื่อพาคนในครอบครัวมาเรียนรู้ หรือกลับมาเพื่อมองงานช่างเดิม ๆ ด้วยสายตาที่เข้าใจลึกกว่าเดิม
 
ชื่อสถานที่ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
ที่อยู่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา)
สรุปสถานที่ ศูนย์ฝึกอาชีพและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขนาดใหญ่ เน้นงานศิลปาชีพ/งานหัตถกรรมไทย พร้อมโซนชมงานฝึกอบรม หมู่บ้านจำลอง 4 ภาค จุดสักการะ และโซนธรรมชาติ
จุดเด่นของสถานที่ ศาลาพระมิ่งขวัญ, หมู่บ้านศิลปาชีพ, อาคารฝึกอบรมศิลปาชีพ, วังปลา, สวนนก, พระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์, พระตำหนัก
ผู้ดูแลล่าสุด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
วันเปิดทำการ วันพุธ–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ 08.30–16.30 น.
ค่าธรรมเนียม เข้าชมฟรี (หมายเหตุ: บางโซนอาจมีค่าเข้าชมแยก เช่น สวนนก)
ติดต่อ 035-207-041
วิธีการเดินทาง รถส่วนตัว: ผ่านบางปะอินแล้วเข้าทางบางไทร–สามโคก / หรือเส้นนนทบุรี–ปทุมธานี (306) ต่อไปอำเภอบางไทร
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมตามวันและเวลาในตาราง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมระยะทาง 1) พระราชวังบางปะอิน (ประมาณ 6.7 กม.) โทร 035-261-044
2) หมู่บ้านญี่ปุ่น อยุธยา (ประมาณ 18 กม.) โทร 035-259-867
3) ตลาดน้ำอโยธยา (ประมาณ 22 กม.) โทร 035-881-733
4) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (ประมาณ 24 กม.) โทร 035-242-525
5) วัดไชยวัฒนาราม (ประมาณ 27 กม.) โทร 035-242-286
ร้านอาหารใกล้เคียง พร้อมระยะทาง 1) ริมน้ำ บางไทร (ประมาณ 2 กม.) โทร 035-367-733
2) รวยกุ้งเผา (ประมาณ 10 กม.) โทร 086-007-1451
3) ร้านอาหารครัวป่าลั่น (ประมาณ 10 กม.) โทร 035-366-142
4) กุ้งเผาราชคราม (ประมาณ 12 กม.) โทร 085-169-4770
5) เรือนไทยกุ้งเผา วัดเชิงเลน (ประมาณ 13 กม.) โทร 035-333-410
ที่พักใกล้เคียง พร้อมระยะทาง 1) SALA Bang Pa-in (ประมาณ 9 กม.) โทร 035-246-388
2) Ayutthaya Garden River Home (ประมาณ 15 กม.) โทร 035-704-582
3) ปันนา โฮมสเตย์ บางไทร (ประมาณ 8 กม.) โทร 081-494-1550
4) เคียงคีรี รีสอร์ท (ประมาณ 14 กม.) โทร 066-124-6236
5) แลนด์แสนรัก รีสอร์ท บางไทร (ประมาณ 12 กม.) โทร 091-939-5659
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรใช้เวลาเที่ยวประมาณกี่ชั่วโมง?
ตอบ: หากเดินชมเฉพาะอาคารหลักและหมู่บ้านศิลปาชีพโดยไม่เร่ง มักใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจดูโซนฝึกอบรม วังปลา และสวนนกให้ครบ สามารถเผื่อเวลาเป็นครึ่งวันถึงเต็มวันได้
 
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยภาพรวมเข้าชมฟรี แต่บางโซนอาจมีค่าเข้าชมแยก เช่น สวนนก แนะนำให้ตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง
 
ถาม: จุดไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดภายในศูนย์ฯ คืออะไร?
ตอบ: แนะนำเริ่มที่ศาลาพระมิ่งขวัญเพื่อดูนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ต่อด้วยหมู่บ้านศิลปาชีพและโซนฝึกอบรม แล้วค่อยเลือกแวะวังปลา/สวนนกตามความสนใจ
 
ถาม: ถ้าต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ควรไปจุดไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปศาลาพระมิ่งขวัญเป็นจุดหลักสำหรับการชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ
 
ถาม: ถ้ามาจากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกไหม?
ตอบ: สะดวกที่สุดคือขับรถส่วนตัว ผ่านบางปะอินแล้วเชื่อมเข้าสายบางไทร–สามโคก หรือเลือกเข้าทางเส้นนนทบุรี–ปทุมธานี (306) ต่อไปอำเภอบางไทร
 
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนเที่ยวต่อได้ใกล้ ๆ บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดทริปรวมกับพระราชวังบางปะอิน หมู่บ้านญี่ปุ่น ตลาดน้ำอโยธยา หรือโซนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ โดยดูเวลาเดินทางประกอบเพื่อวางแผนเป็นครึ่งวันหรือเต็มวัน
โทรโทร: 035366252-4, 035283246-9
แผนที่ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร แผนที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
โครงการหลวง กลุ่ม: โครงการหลวง
คำค้นคำค้น: ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ศูนย์ศิลปาชีพ ที่เที่ยวอยุธยา เที่ยวอยุธยา 1 วัน บางไทร อยุธยา งานศิลปาชีพ งานหัตถกรรมไทย หมู่บ้านศิลปาชีพ ศาลาพระมิ่งขวัญ วังปลา ศูนย์ศิลปาชีพ
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(7)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)

พระราชวัง พระราชวัง(4)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(9)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(133)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(3)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)