พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

Rating: 4.5/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์)
เวลาเปิดทำการ: 09:00 – 16:00
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เป็นที่เที่ยวอยุธยาที่เหมาะกับคนที่อยาก “เห็นของจริง” แล้วเชื่อมเรื่องราวกรุงศรีอยุธยาให้ต่อกันแบบมีหลักฐานอยู่ตรงหน้า เพราะที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัตถุที่เกี่ยวข้องกับกรุวัดใหญ่ในอยุธยาอย่างวัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุ ซึ่งทำให้การเที่ยวอยุธยาไม่ได้มีแค่การเดินชมซากโบราณสถาน แต่ยังได้เข้าใจรายละเอียดของศิลปะ ความเชื่อ เทคโนโลยีงานช่าง และภาพชีวิตผู้คนผ่านวัตถุจริงที่รอดมาได้จากกาลเวลา
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในตำบลประตูชัย ถนนโรจนะ ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ทำเลนี้ถือว่าเดินทางง่ายและวางแผนต่อทริปได้สะดวก เพราะอยู่ใกล้โซนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในเกาะเมืองและรอบเกาะเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัดใจกลางอยุธยา ตลาด ร้านอาหาร คาเฟ่ และจุดบริการนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ถ้ามาอยุธยาแบบวันเดียว การแวะพิพิธภัณฑ์ช่วงสายถึงเที่ยงมักเป็นจังหวะที่ดี เพราะช่วยหลบแดดและเติมความรู้ ก่อนจะออกไปเดินโบราณสถานกลางแจ้งต่อช่วงบ่าย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นด้วยเงินที่ประชาชนเช่าพระพิมพ์ที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะซึ่งเป็นวัดที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ทรงสร้าง จึงให้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เมื่อปีพ.ศ. 2504 สิ่งสำคัญที่น่าชมภายในพิพิธภัณฑ์ได้แก่ บริเวณพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นอาคารจัดแสดง 3 อาคาร คือ
อาคาร 1 ชั้นล่าง โดยจะจัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่ค้นพบจากการขุดแต่ง และบูรณะโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ. 2499–2500 ซึ่งได้แก่ พระพุทธรูปสำคัญที่จัดแสดงได้แก่ พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลาขาวสมัยทวาราวดี ในท่าประทับนั่งห้อยพระบาทซึ่งเคยประดิษฐานในซุ้มพระสถูปโบราณวัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม และพระพุทธรูปศิลปะสมัยทวาราวดี ลพบุรี อยุธยา
กรมศิลปากรได้พยายามติดตามชิ้นส่วนต่างๆ ขององค์พระที่กระจัดกระจายไปอยู่ในที่ต่างๆ มาประกอบขึ้นเป็นองค์พระได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นพระพุทธรูปที่มีค่ามากองค์หนึ่งซึ่งในโลกพบเพียง 6 องค์เท่านั้น คือในประเทศไทย 5 องค์และในประเทศอินโดนีเซีย 1 องค์ ในประเทศไทยประดิษฐานอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม 2 องค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร 1 องค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา 1 องค์และวัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1 องค์ เศียรพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง
ทำด้วยสัมฤทธิ์มีขนาดใหญ่มากได้มาจากวัดธรรมมิกราช แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ของวัดและฝีมือการหล่อวัตถุขนาดใหญ่ในสมัยโบราณ นอกจากนี้ยังมีเครื่องไม้จำหลักฝีมือช่างสมัยอยุธยา
ชั้นบน นั้นจัดแสดงเครื่องทอง 2 ห้อง โดยห้องแรก จะจัดแสดงเครี่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ เมื่อพ.ศ 2500 โบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ พระแสงขรรค์ชัยศรีทองคำ องค์พระแสงขรรค์ทำด้วยเหล็กจะมีคมทั้ง 2 ด้าน ซึ่งจะฝักทำด้วยทองคำจำหลักลายประจำยาม ลายกนกประดับอัญมณี โดยด้ามทำด้วยหินเขี้ยวหนุมาน
ห้องที่สอง จัดแสดงเครื่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบรรจุอยู่ในผอบทองคำ ส่วนที่รอบเฉลียง จัดแสดงพระพิมพ์ที่ทำด้วยชิน(โลหะเจือชนิดหนึ่งประกอบด้วยตะกั่วและดีบุก บุทองแดง)และดินเผา สมัยสุโขทัย ลพบุรี และสมัยอยุธยาที่ค้นพบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุและวัดพระราม
อาคาร 2 จัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่พบในประเทศไทยตามลำดับอายุสมัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11–24 คือ ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง อยุธยาและรัตนโกสินทร์ เพื่อเป็นการศึกษาเปรียบเทียบโบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดง เช่น พระพุทธรูปปางต่าง ๆ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระคเณศ
อาคาร 3 นั้นเป็นเรือนไทยที่สร้างเป็นหมู่เรือนไทยภาคกลางปลูกอยู่กลางคูน้ำ โดยภายในเรือนไทยจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน มีเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยสมัยก่อน เช่น กระต่ายขูดมะพร้าว หม้อดินเผา และเครื่องจักสานต่าง ๆ
โบราณวัตถุเหล่านี้แสดงให้เห็นความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีตไว้อย่างน่าชมน่าศึกษาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์-วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ชาวไทย 30 บาท ส่วนชาวต่างชาติ 150 บาท
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยา จากนั้นข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วตรงไปประมาณ 2 ไฟแดง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ทางขวามือ
เพื่อให้บทความนี้ทันสมัยและใช้งานได้จริงกับนักท่องเที่ยวปัจจุบัน สิ่งที่ควรย้ำเพิ่มคือวันเปิดทำการและอัตราค่าเข้าชมมีการอัปเดตจากแหล่งท่องเที่ยวทางการ โดยโดยทั่วไปพิพิธภัณฑ์จะเปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 09:00–16:00 และปิดวันจันทร์ พร้อมค่าเข้าชมคนไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท ซึ่งช่วยให้คนวางแผนได้แม่นยำขึ้นก่อนเดินทาง
ถ้าต้องการเดินชมให้คุ้มแบบ “ต่อเรื่องราวได้เป็นเส้นเดียว” แนะนำให้เริ่มจากอาคาร 1 ก่อน เพราะเป็นจุดที่ทำให้คนเข้าใจภาพรวมว่าทำไมอยุธยาถึงเป็นศูนย์กลางทั้งด้านการเมือง ศาสนา และงานช่าง แล้วค่อยไล่ไปอาคาร 2 เพื่อเทียบพัฒนาการศิลปะไทยในแต่ละยุค และปิดท้ายที่อาคาร 3 เพื่อให้ภาพอยุธยาไม่ใช่แค่ราชสำนักหรือศาสนสถาน แต่มี “ชีวิตชาวบ้าน” อยู่จริงผ่านเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านที่จับต้องได้
อีกจุดที่หลายคนประทับใจคือการได้เห็นงานทองและผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแบบใกล้ ๆ ซึ่งโดยธรรมชาติของการเที่ยววัด เรามักได้เห็น “สถาปัตยกรรมและพื้นที่” แต่ไม่ได้เห็นวัตถุชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เป็นหัวใจของความเชื่อและพิธีกรรม พอมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ภาพนั้นจะชัดขึ้นว่า ความศรัทธาในอดีตถูกถ่ายทอดผ่านวัสดุล้ำค่า ฝีมือช่างระดับสูง และระบบการจัดวางที่สอดคล้องกับโลกทัศน์ของผู้คนในยุคสมัยนั้นอย่างไร
ถ้ามากับครอบครัว ที่นี่เหมาะมากกับการพาเด็กหรือผู้สูงอายุมาเดิน เพราะเป็นการเรียนรู้แบบไม่ต้องยืนกลางแดดทั้งวัน เดินเป็นช่วง ๆ ได้ และเลือกดูเฉพาะส่วนที่สนใจได้ง่าย เคล็ดลับคือเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงแบบไม่เร่ง เพื่อให้มีเวลายืนดูรายละเอียดและอ่านคำอธิบาย เพราะวัตถุหลายชิ้นมีบริบทที่ทำให้เรา “อ่านอยุธยา” ได้ลึกขึ้นกว่าการถ่ายรูปเช็กอิน
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถขับรถเข้าสู่ตัวเมืองอยุธยาแล้วมุ่งหน้าถนนโรจนะ (โซนประตูชัย) โดยพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จุดสังเกตที่ช่วยให้ไม่พลาดคือแนวถนนโรจนะบริเวณใกล้ศาลจังหวัดและแยกไฟแดงหลัก ๆ ในเมือง หากเดินทางด้วยรถตู้หรือรถไฟเข้ามาในอยุธยา สามารถต่อรถรับจ้าง ตุ๊กตุ๊ก หรือรถสองแถวเข้าสู่โซนประตูชัยและถนนโรจนะได้สะดวก เพราะเป็นย่านที่รถวิ่งผ่านค่อนข้างตลอดวัน
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา |
| สรุปสถานที่ | พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุสำคัญของอยุธยา เน้นงานศิลป์จากการขุดแต่งและกรุวัดใหญ่ (เช่น วัดราชบูรณะ และวัดมหาธาตุ) จัดแสดง 3 อาคาร ครบทั้งศิลปะระดับราชสำนัก งานทอง วัตถุพุทธบูชา และวิถีชีวิตไทยผ่านเรือนไทย |
| ที่อยู่ | ตำบลประตูชัย ถนนโรจนะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
| จุดเด่นของสถานที่ | อาคารจัดแสดง 3 อาคาร, ห้องเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะและกรุวัดมหาธาตุ, พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท (ทวาราวดี), โบราณวัตถุไล่ลำดับยุคสมัยเพื่อเทียบศิลปะ, หมู่เรือนไทยและเครื่องใช้พื้นบ้านช่วยให้เห็นภาพชีวิตคนไทยในอดีต |
| วันและเวลาเปิดทำการ | วันอังคาร – วันอาทิตย์ 09:00 – 16:00 (ปิดวันจันทร์) |
| ค่าธรรมเนียมเข้าชม | คนไทย 30 บาท, ชาวต่างชาติ 200 บาท |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามวันและเวลาทำการข้างต้น (แนะนำตรวจสอบวันหยุดนักขัตฤกษ์ก่อนเดินทาง) |
| เบอร์ติดต่อ | 0 3524 1587 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) | วัดราชบูรณะ ~2.0 กม. วัดมหาธาตุ ~2.2 กม. วัดพระศรีสรรเพชญ์ ~2.8 กม. วิหารพระมงคลบพิตร ~2.9 กม. ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา ~3.5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) | บ้านข้าวหนม (Baan Kao Nhom) ~2.8 กม. โทร 097-921-9465 PRANG VIEW Cafe ~2.4 กม. โทร 089-801-0138 ก๋วยเตี๋ยวเรือ (ป้าเล็ก) เจ้าเก่า ~2.5 กม. โทร 089-804-7418 The Summer House Ayutthaya ~6.5 กม. โทร 094-224-2223 sala ayutthaya eatery and bar ~3.2 กม. โทร 035-242-588 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) | sala ayutthaya ~3.2 กม. โทร 035-242-588 iuDia on the river ~3.5 กม. โทร 035-323-208 Krungsri River Hotel ~2.2 กม. โทร 035-244-333 Classic Kameo Hotel, Ayutthaya ~5.5 กม. โทร 035-212-535 Kantary Hotel, Ayutthaya ~6.0 กม. โทร 035-337-177 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อยู่ตรงไหนของอยุธยา?
ตอบ: อยู่ตำบลประตูชัย ถนนโรจนะ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เดินทางสะดวกและต่อทริปไปวัดสำคัญในเกาะเมืองได้ง่าย
ถาม: ที่นี่มีอะไรเด่นที่สุดที่ควรดูให้ครบ?
ตอบ: หลายคนตั้งใจมาดูห้องเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะและกรุวัดมหาธาตุ รวมถึงพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท (ทวาราวดี) และการจัดแสดง 3 อาคารที่ทำให้เห็นภาพอยุธยาแบบครบมิติ
ถาม: ควรเผื่อเวลาเที่ยวกี่ชั่วโมง?
ตอบ: แนะนำอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง ถ้าตั้งใจอ่านคำอธิบายและดูรายละเอียดงานช่าง ควรเผื่อมากกว่านั้น
ถาม: วันเปิดทำการและเวลาเปิดทำการคือเมื่อไหร่?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 09:00–16:00 และปิดวันจันทร์ (แนะนำตรวจสอบวันหยุดนักขัตฤกษ์ก่อนเดินทาง)
ถาม: ค่าเข้าชมเท่าไหร่?
ตอบ: คนไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท (อาจมีเงื่อนไขยกเว้นบางกรณีตามประกาศของพิพิธภัณฑ์)
ถาม: ไปช่วงไหนเที่ยวสบายที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าถึงสายอากาศมักสบายและคนไม่แน่น เหมาะกับการเดินดูงานจัดแสดงแบบไม่รีบ แล้วค่อยออกไปเดินโบราณสถานกลางแจ้งต่อช่วงบ่าย
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|


หมวดหมู่:
กลุ่ม: