พระราชวังบางปะอิน

พระราชวังบางปะอิน

พระราชวังบางปะอิน
Rating: 3.1/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 17.00 น.
 
พระราชวังบางปะอิน ถ้ากำลังมองหาที่เที่ยวอยุธยาที่ให้บรรยากาศ “สง่างามแบบราชสำนัก” แต่เดินชมได้สบาย ๆ ไม่ต้องใช้จินตนาการเยอะเหมือนโบราณสถานที่เหลือแค่ซาก พระราชวังบางปะอิน คือหนึ่งในคำตอบที่คุ้มเวลา โดยตัวพระราชวังตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยามาทางทิศใต้ราว 18 กิโลเมตร ทำให้วางเป็นทริปเช้าไป–บ่ายกลับ หรือจะต่อเข้าตัวเมืองเพื่อไหว้วัดดังอีกหลายแห่งก็จัดได้ไม่ยาก
 
เสน่ห์ของบางปะอินไม่ได้มีแค่ “สวย” แบบถ่ายรูปขึ้นทุกมุม แต่เป็นความสวยที่ซ่อนเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์หลายชั้น ตั้งแต่ร่องรอยความทรงจำของกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ไปจนถึงการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัตนโกสินทร์ที่ทำให้พระราชวังแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมหลากรูปแบบอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ คุณจะเห็นทั้งอาคารแบบไทยแท้ อาคารแบบตะวันตก และอาคารแบบจีนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่กลับไม่รู้สึกว่าแปลกแยก เพราะทุกอย่างถูกจัดวางให้เดินชมแล้ว “ไหล” ไปตามสวน สระน้ำ และแนวทางเดินที่ร่มรื่น
 
ตามเรื่องเล่าที่ปรากฏในพระราชพงศาวดาร การเริ่มต้นของพระราชวังบางปะอินผูกอยู่กับพระเจ้าปราสาททอง ผู้ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเพราะบริเวณเกาะบางปะอินเป็นที่ประสูติ และยังเป็นเคหสถานเดิมของพระมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวบ้าน เรื่องเล่าดั้งเดิมโยงไปถึงเหตุการณ์สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเกิดเรือล่มบริเวณเกาะบางปะอิน ก่อนจะพบหญิงชาวบ้านผู้เป็นพระมารดาของพระเจ้าปราสาททองในเวลาต่อมา
 
พระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นบนเกาะบางปะอินบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดาในปี พ.ศ. 2175 พระราชทานชื่อว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” พร้อมให้ขุดสระน้ำและสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะไว้เป็นที่สำหรับเสด็จประพาส จากนั้นจึงสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งริมสระน้ำ พระราชทานนามว่า “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์” ซึ่งชื่อเดียวกันนี้ยังถูกใช้ต่อมาในพระที่นั่งสำคัญที่เห็นอยู่กลางสระน้ำในปัจจุบัน
 
เวลาผ่านไปบางปะอินมีช่วงที่เงียบลง ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายใน และมีพลับพลาริมน้ำเพื่อรองรับการเสด็จประพาส ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงเป็นยุคที่พระราชวังถูกขยายและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากจนกลายเป็นภาพที่เราเห็นกันในวันนี้ และยังคงใช้เป็นที่ประทับ ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ รวมถึงจัดพระราชพิธีหรือรับรองในโอกาสต่าง ๆ เป็นครั้งคราว
 
การเดินชมภายในพระราชวังจะแบ่งความรู้สึกออกเป็นสองส่วนชัดเจน เพราะพื้นที่ถูกจัดเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอกและเขตพระราชฐานชั้นใน เขตชั้นนอกมีความเป็น “พื้นที่พิธีการ” มากกว่า ใช้สำหรับการออกมหาสมาคมและพระราชพิธี ขณะที่เขตชั้นในเป็นพื้นที่ประทับส่วนพระองค์ จังหวะการเดินจะเปลี่ยนจากความอลังการของอาคารหลักไปสู่ความสงบของสวน ตำหนัก และศาลาที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมร่มไม้
 
ถ้าเริ่มต้นที่เขตพระราชวังชั้นนอก หนึ่งในสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ “หอเหมมณเฑียรเทวราช” ปรางค์ศิลาจำลองที่ถอดรูปแบบมาจากปรางค์ขอม สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่ออุทิศถวายแด่พระเจ้าปราสาททอง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระรูปฉลองพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทำให้จุดนี้ไม่ใช่แค่สวยแปลกตา แต่ยังเป็นเหมือนหมุดที่ย้ำว่าเรื่องเล่าการกำเนิดของบางปะอินเริ่มจากกษัตริย์อยุธยาพระองค์ใด
 
เดินต่อไปไม่นาน คุณจะเจอภาพจำของบางปะอินแบบที่เห็นในโปสการ์ดบ่อยที่สุด นั่นคือ “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์” พระที่นั่งปราสาทโถงทรงจตุรมุขตั้งอยู่กลางสระน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยที่จัดองค์ประกอบได้งดงามมาก โดยรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419 และจำลองแบบจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง จุดนี้มักทำให้คนหยุดนานเป็นพิเศษ เพราะแสงเงาบนผิวน้ำช่วยขับความสง่าขององค์พระที่นั่งให้เด่นขึ้นแบบไม่ต้องพยายามถ่ายรูปเยอะก็ยังได้ภาพที่ดูดี
 
เรื่องราวของพระที่นั่งนี้ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจ เพราะเดิมพระที่นั่งองค์แรกในสมัยพระเจ้าปราสาททองสร้างด้วยไม้ทั้งองค์ ต่อมารัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ปรับเปลี่ยนเสาและพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อความมั่นคง ปัจจุบันภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบก ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เป็นอีกชั้นของเรื่องเล่าที่เชื่อมยุคอยุธยา–รัตนโกสินทร์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน
 
อีกอาคารที่หลายคนชอบคือ “พระที่นั่งวโรภาษพิมาน” ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสะพานเสด็จ เดิมเป็นเรือนไม้สองชั้นที่ใช้เป็นที่ประทับและท้องพระโรงร่วมกัน ก่อนจะมีการรื้อและสร้างใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ก่ออิฐและมีรายละเอียดแบบวิหารกรีก ทำให้อารมณ์ตอนเดินเข้าไปจะเปลี่ยนจากความไทยแบบพระที่นั่งกลางน้ำ มาเป็นความหรูที่ดูเป็นสากลมากขึ้น ภายในยังมีสิ่งที่น่าชม เช่น อาวุธโบราณ ตุ๊กตาหินสลัก และภาพเขียนที่เล่าเรื่องราวพงศาวดาร รวมถึงวรรณคดีไทย เป็นจุดที่เหมาะกับคนที่อยากได้ “เนื้อหา” ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปแล้วจบ
 
บริเวณริมน้ำตรงข้ามพระที่นั่งวโรภาษพิมานจะพบ “สภาคารราชประยูร” อาคารสองชั้นที่สร้างในรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้าและข้าราชบริพาร ตรงนี้ช่วยเติมภาพรวมให้เห็นว่า พระราชวังไม่ได้มีแค่อาคารเดี่ยว ๆ แต่ถูกออกแบบเป็น “ระบบพื้นที่” ที่รองรับทั้งพิธีการ การประทับ และการดูแลผู้คนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
 
การเชื่อมต่อสู่เขตพระราชฐานชั้นในมีรายละเอียดที่เล่าแล้วคนชอบ เพราะสะพานที่เชื่อมจากพระที่นั่งวโรภาษพิมานไปยังประตูทางเข้าพระราชฐาน มีแนวฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลางตลอดแนว เพื่อแบ่งทางเดินฝ่ายหน้าและฝ่ายใน โดยฝ่ายในสามารถมองลอดออกมาได้แต่ไม่ถูกแลเห็น การออกแบบเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้เราเห็นมารยาทและระเบียบของราชสำนักถูกฝังไว้แม้กระทั่งใน “ทางเดิน”
 
เมื่อเข้าสู่เขตชั้นใน บรรยากาศจะนุ่มลงและเป็นส่วนตัวมากขึ้น หนึ่งในพระที่นั่งที่โดดเด่นคือ “พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร” ที่เคยเป็นพระที่นั่งเรือนไม้สองชั้นตามแบบชาเลต์ของสวิส โทนสีเขียวอ่อนสลับเขียวแก่และการตกแต่งภายในด้วยเครื่องเรือนไม้มะฮอกกานี รวมถึงเครื่องราชบรรณาการจากหัวเมืองต่าง ๆ ทำให้เล่าถึงรสนิยมยุคหนึ่งได้ดี แม้จะเคยเกิดเพลิงไหม้ระหว่างซ่อมแซมในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2481 จนเสียหายหมดทั้งองค์ ก่อนจะมีการสร้างขึ้นใหม่ตามแบบเดิมในเวลาต่อมา โดยเปลี่ยนวัสดุเป็นคอนกรีตเพื่อความทนทาน
 
ถัดมาอีกฟีลหนึ่งคือ “พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ” ที่มีนามจีนว่า “เทียน เม่ง เต้ย” และเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบจีนที่งดงามด้วยลวดลายแกะสลัก โดยพระยาโชดึกราชเศรษฐี (ฟัก) เป็นนายงานสร้างถวายรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นพระที่นั่งประทับในฤดูหนาว และเคยใช้รับรองเจ้านายต่างประเทศในยุคนั้น รายละเอียดอย่างกระเบื้องกังไสเขียนมือที่โถงด้านหน้า ทำให้หลายคนยืนดูใกล้ ๆ นานกว่าที่คิด เพราะมันไม่ใช่ “สวยแบบไกล ๆ” แต่สวยแบบต้องเพ่งถึงจะรู้ว่าใส่ใจแค่ไหน
 
ในสวนเขตชั้นในยังมีเก๋งและหอที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการเดินชม เช่น “เก๋งบุปผาประพาส” ตำหนักเก๋งเล็กกลางสวนริมสระน้ำ “หอวิฑูรทัศนา” พระที่นั่งหอสูงยอดมนบนเกาะน้อย มีบันไดเวียน ใช้เป็นหอส่องชมภูมิประเทศโดยรอบ รวมถึงมุมสวนและแนวสระน้ำที่ทำให้การเดินที่นี่ไม่รู้สึกว่าเดินในพิพิธภัณฑ์ แต่เหมือนเดินในฉากที่ยังมีชีวิต
 
อีกโซนที่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนเป็นความนิ่งและระลึกถึง คือกลุ่มอนุสาวรีย์สำคัญ โดยเฉพาะ “อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์” หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่าอนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม ซึ่งเป็นแท่งหินอ่อนทรงหกเหลี่ยม บรรจุพระสรีรังคาร และมีจารึกคำไว้อาลัยทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รวมถึง “อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์” ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการสูญเสียพระอัครชายาเธอฯ และเจ้าฟ้าสามพระองค์ในปีเดียวกัน จุดเหล่านี้ทำให้การเที่ยวบางปะอินไม่ได้มีแค่ความเพลิดเพลิน แต่มีชั้นอารมณ์ที่ชวนให้เดินช้าลงโดยอัตโนมัติ
 
สำหรับคนที่อยากเที่ยวให้คุ้มแบบไม่เหนื่อยเกินไป แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และมุมถ่ายรูปสวยมีเยอะ การมาช่วงเช้าจะสบายกว่าเพราะแดดยังไม่แรง และถ้าใครไม่อยากเดินไกล มีข้อมูลว่ามีบริการรถกอล์ฟ (หลายแหล่งอ้างอิงราคาโดยประมาณราว 400 บาทต่อชั่วโมง) ซึ่งเหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือคนที่อยากเก็บครบทุกจุดแบบไม่เร่งรีบ
 
เรื่องการแต่งกายควรให้ความสำคัญ เพราะบรรยากาศโดยรวมของสถานที่มีความเป็นทางการและสง่างาม แนวทางทั่วไปสำหรับการเข้าพื้นที่พระราชวังในไทยคือแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และคลุมเข่า เลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูปหรือบางเกินไป และควรใส่รองเท้ารัดส้นเพื่อความเหมาะสมและความคล่องตัวในการเดินชม ถ้าเตรียมชุดมาดีตั้งแต่แรก ทริปจะลื่นไหลกว่าเยอะ และยังช่วยให้ภาพถ่ายดูเข้ากับสถานที่โดยไม่ต้องพยายามแต่งภาพทีหลัง
 
การเดินทาง ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สามารถขับรถตามถนนพหลโยธิน ผ่านบริเวณประตูน้ำพระอินทร์แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 308 มุ่งหน้าบางปะอิน จากนั้นตามป้ายไปพระราชวังบางปะอินได้เลย อีกทางเลือกคือเข้าทางตัวเมืองอยุธยาแล้วขับลงมาทางอำเภอบางปะอิน ส่วนรถโดยสารสามารถนั่งสายกรุงเทพฯ–บางปะอินจากหมอชิต 2 แล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าไปที่พระราชวังได้ และถ้าชอบเดินทางแบบชิล ๆ รถไฟก็เป็นตัวเลือกที่ดี โดยลงสถานีรถไฟบางปะอิน แล้วต่อรถสองแถว รถสามล้อเครื่อง หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปยังพระราชวัง
 
สุดท้าย ถ้าจะให้บางปะอิน “คุ้มสุด” แบบไม่ต้องรีบ แนะนำวางแพลนให้มีทั้งช่วงเดินชมอาคารหลัก ช่วงเดินเล่นสวนและริมน้ำ และช่วงหยุดพักกินของอร่อยใกล้ ๆ เพราะย่านบางปะอินมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่น่าแวะหลายร้าน แล้วค่อยต่อเข้าตัวเมืองอยุธยาเพื่อไหว้วัดหรือเที่ยวคาเฟ่ริมน้ำอีกสักที่ เท่านี้ก็ได้ทริปอยุธยาแบบครบทั้งความงาม ความรู้ และความสบายในวันเดียว
 
ชื่อสถานที่ พระราชวังบางปะอิน
ที่อยู่ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160
สรุปสถานที่ พระราชวังเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ฟื้นฟูและก่อสร้างต่อเนื่องในสมัยรัชกาลที่ 4–5 เด่นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานไทย–ตะวันตก–จีน ภายในร่มรื่น เดินชมได้เพลินและถ่ายรูปสวย
จุดเด่นของสถานที่ พระที่นั่งกลางสระน้ำ (ไอศวรรย์ทิพยอาสน์), อาคารตะวันตก (วโรภาษพิมาน), อาคารจีน (เวหาศน์จำรูญ), สวนและสระน้ำ, มุมถ่ายรูปสวยจำนวนมาก, เรื่องเล่าประวัติศาสตร์เชื่อมอยุธยา–รัตนโกสินทร์
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 08.30 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท, เด็ก 20 บาท (ต่างชาติ 100 บาท)
สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่สวนและทางเดินภายในกว้างขวาง, จุดพัก/นั่งชมวิวตามสวน, มีข้อมูลว่ามีบริการรถกอล์ฟสำหรับการเดินชม (ราคาโดยประมาณขึ้นกับช่วงเวลา/เงื่อนไขหน้างาน)
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้าชม (แนะนำแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และคลุมเข่า)
เบอร์ติดต่อ 0 3526 1044, 0 3526 1548
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) วัดนิเวศธรรมประวัติ (2 กม.)
ตลาดน้ำอโยธยา (20 กม.)
วัดใหญ่ชัยมงคล (18 กม.)
วัดพนัญเชิงวรวิหาร (19 กม.)
วัดไชยวัฒนาราม (26 กม.)
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) ต้นน้ำริเวอร์วิว (6 กม.) โทร 035-261-006
เรือนจรุง (5 กม.) โทร 094-956-6165
คนดีศรีอยุธยา (10 กม.) โทร 066-118-6656
รักษ์บางปะอิน คาเฟ่ (3 กม.) โทร 094-862-9987
หอยทอดแม่นวย (4 กม.) โทร 084-665-5961
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) SALA Bang Pa-In (9 กม.) โทร 035-246-388
Kantary Hotel Ayutthaya (23 กม.) โทร 035-337-177
Kantary Hotel Ayutthaya (23 กม.) โทร 035-229-955
Centara Ayutthaya (25 กม.) โทร 035-243-555
Krungsri River Hotel (24 กม.) โทร 035-244-333
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระราชวังบางปะอิน เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: เปิดทุกวัน โดยเวลาเปิดทำการที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้คือ 08.30 – 17.00 น.
 
ถาม: ค่าเข้าชมพระราชวังบางปะอิน ราคาเท่าไร?
ตอบ: อัตราที่พบในข้อมูลทางการของ ททท. คือ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท และต่างชาติ 100 บาท
 
ถาม: แต่งกายแบบไหนถึงจะเข้าชมได้?
ตอบ: แนะนำแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และคลุมเข่า เลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูปหรือบางเกินไป และควรใส่รองเท้ารัดส้นเพื่อความเหมาะสม
 
ถาม: ใช้เวลาเดินชมพระราชวังบางปะอินกี่ชั่วโมง?
ตอบ: ถ้าอยากเดินแบบไม่รีบและแวะถ่ายรูปหลายจุด ควรเผื่ออย่างน้อย 3–4 ชั่วโมง หรือครึ่งวันจะสบายที่สุด
 
ถาม: มีรถกอล์ฟให้เช่าหรือไม่ ถ้าไม่อยากเดินไกล?
ตอบ: มีข้อมูลจากหลายแหล่งว่ามีบริการรถกอล์ฟสำหรับการเดินชม โดยอัตราอาจเปลี่ยนตามเงื่อนไขหน้างาน แนะนำสอบถามจุดบริการเมื่อไปถึง
 
ถาม: ติดต่อสอบถามข้อมูลพระราชวังบางปะอินได้ที่ไหน?
ตอบ: สามารถโทร 0 3526 1044 หรือ 0 3526 1548
แผนที่ พระราชวังบางปะอิน แผนที่พระราชวังบางปะอิน
พระราชวัง กลุ่ม: พระราชวัง
คำค้นคำค้น: พระราชวังบางปะอินพระราชวังบางปะอิน พระราชวังบางปะอิน อยุธยา เที่ยวอยุธยา ที่เที่ยวอยุธยา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ บางปะอิน พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน วัดนิเวศธรรมประวัติ
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




https://www.lovethailand.org/

อัลบั้มรูป(6) https://www.lovethailand.org/

สถานที่ ขอบคุณภาพสวย ๆ 6 รูป จากคุณ: Chanwootb
● ช่างภาพ: หนุ่มสะเร็น
● ลิงค์: pixpros.net/forums/showthread.php
● ที่มา: pixpros.net
ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของช่างภาพ (800*500)
ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ

คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.พระนครศรีอยุธยา(88)

https://www.lovethailand.org/อ.ท่าเรือ(4)

https://www.lovethailand.org/อ.นครหลวง(13)

https://www.lovethailand.org/อ.บางไทร(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บางบาล(15)

https://www.lovethailand.org/อ.บางปะอิน(16)

https://www.lovethailand.org/อ.บางปะหัน(20)

https://www.lovethailand.org/อ.ผักไห่(11)

https://www.lovethailand.org/อ.ภาชี(3)

https://www.lovethailand.org/อ.ลาดบัวหลวง(2)

https://www.lovethailand.org/อ.วังน้อย(6)

https://www.lovethailand.org/อ.เสนา(11)

https://www.lovethailand.org/อ.บางซ้าย(1)

https://www.lovethailand.org/อ.อุทัย(14)

https://www.lovethailand.org/อ.มหาราช(5)

https://www.lovethailand.org/อ.บ้านแพรก(2)