พระที่นั่งเพนียด

พระที่นั่งเพนียด

พระที่นั่งเพนียด
Rating: 3.8/5 (4 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน (ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง)
เวลาเปิดทำการ: 09:00–17:00 น. โดยประมาณ (เวลาให้บริการกิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล)
 
พระที่นั่งเพนียด หรือเพนียดคล้องช้างแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งของประเทศไทยที่ยังคงเห็นโครงสร้างคอกช้างหลวงแบบโบราณตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางชุมชนควาญช้างจริง ๆ พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานนิ่งเงียบ แต่ยังเป็นหมู่บ้านช้างมีชีวิตที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสช้างอย่างใกล้ชิด เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และมองเห็นสายสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างที่สืบทอดจากสมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบันได้ในที่เดียวกัน
 
เพนียดตั้งอยู่ในตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร เดินทางออกจากเกาะเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 347 ช่วงกิโลเมตรที่ 42–43 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่มุ่งหน้าไปวัดภูเขาทอง จากนั้นเลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางเข้าสู่พระที่นั่งเพนียด ถนนจะค่อย ๆ ลัดเลาะเข้าสู่ชุมชนควาญช้าง ก่อนจะมองเห็นแนวคอกช้างขนาดใหญ่และเสาไม้ซุงเรียงรายเป็นกำแพงไม้ที่โดดเด่นท่ามกลางทุ่งโล่ง
 
เมื่อก้าวเข้ามาในเขตเพนียด นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศกึ่งโบราณสถานกึ่งชุมชน มีทั้งคอกช้างเก่า กำแพงดินก่ออิฐ ศาลปะกำ หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง และพื้นที่ของวังช้างอยุธยา แล เพนียด รวมตัวอยู่ในบริเวณเดียวกัน เสียงช้างร้อง เสียงควาญช้างพูดคุย และนักท่องเที่ยวที่มาให้อาหารหรือถ่ายรูปกับช้าง ทำให้เพนียดแห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่ที่ “มีชีวิต” มากกว่าจะเป็นเพียงซากประวัติศาสตร์
 
คำว่า “เพนียด” ในภาษาไทย หมายถึงคอกหรือค่ายที่ใช้ล้อมและต้อนช้างป่าเข้าไปเพื่อทำพิธีคล้องช้างหลวง ในอดีตกรุงศรีอยุธยานับเป็นศูนย์กลางสำคัญของการใช้ช้างทั้งในราชการ การศึก และพระราชพิธี การมีเพนียดหลวงที่มั่นคงจึงเป็นเรื่องจำเป็น พระที่นั่งเพนียดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์เสด็จมาประทับทอดพระเนตรการคล้องช้างเถื่อน โดยเฉพาะช้างสำคัญที่จะนำไปฝึกเป็นช้างศึกหรือช้างพระที่นั่ง
 
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพนียดคล้องช้างของอยุธยาได้รับการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ว่าที่นี่คือสถานที่ประกอบราชประเพณีคล้องช้างหลวงอย่างเป็นทางการ ในวันพิธีจะมีการต้อนช้างป่าจากป่าลึกเข้ามายังเพนียด โดยใช้ทั้งช้างบ้านฝีมือดีและควาญช้างผู้ชำนาญร่วมกันทำงาน ช้างที่ถูกคัดเลือกจะกลายเป็นกำลังสำคัญของกองทัพและราชสำนัก และหลายเชือกถูกยกย่องให้มีตำแหน่งยศเทียบเท่าขุนนาง
 
ราชประเพณีนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนจะเลิกการคล้องช้างป่าด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้พระที่นั่งเพนียดค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจาก “เวทีพิธีกรรมใหญ่ของชาติ” มาเป็น “หลักฐานทางประวัติศาสตร์” ที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับช้างในยุคโบราณแทน
 
เมื่อมองจากระยะไกล เพนียดคล้องช้างมีลักษณะเป็นคอกขนาดใหญ่รูปทรงใกล้เคียงสี่เหลี่ยม ล้อมรอบด้วยเสาไม้ซุงทั้งต้นเรียงชิดกันเป็นแนวคล้ายกำแพงไม้สูง ทอดยาวโอบล้อมพื้นที่ภายในเอาไว้ เสาไม้บางส่วนยังเห็นร่องรอยการผุกร่อนตามกาลเวลา แต่การบูรณะอย่างต่อเนื่องช่วยให้โครงสร้างหลักยังคงรูปเดิมให้เราได้จินตนาการถึงภาพพิธีคล้องช้างในวันวาน
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ “ปีกกา” ที่แยกตัวออกจากคอกหลักเป็นรั้วไม้สองแขนกางออกไปด้านหน้า ช่องปีกกาเหล่านี้เคยใช้เป็นทางสำหรับต้อนช้างเข้า–ออกและแบ่งแยกช้างฝูงต่าง ๆ ช่วยควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของช้างในระหว่างพิธี นอกจากนั้น รอบเพนียดยังมีกำแพงดินก่ออิฐเสมอยอดเสา เป็นทั้งแนวป้องกันและที่ยืนชมพิธีของข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องในอดีต
 
ด้านหลังคอกตรงข้ามแนวปีกกา เป็นตำแหน่งของพระที่นั่งหรือพลับพลาประทับ ซึ่งสร้างให้ยกพื้นสูงขึ้นเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทอดพระเนตรพิธีได้ถนัด เมื่อเวลาผ่านไป พระที่นั่งส่วนนี้เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ราวปี พ.ศ. 2500 และต่อมาในปี พ.ศ. 2531 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนงบประมาณให้กรมศิลปากรบูรณะเพนียดอีกครั้ง เพื่อให้โครงสร้างกลับมาใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุดเท่าที่หลักฐานจะรองรับได้
 
นอกจากคอกช้างและพระที่นั่งแล้ว บริเวณใกล้กันยังมี “ศาลปะกำ” ที่ใช้ประกอบพิธีเกี่ยวกับช้าง เช่น พิธีบวงสรวงในวันช้างไทย พิธีสะเดาะเคราะห์ให้ช้าง หรือพิธีเสริมสิริมงคลก่อนที่ช้างจะเข้าร่วมขบวนสำคัญระดับชาติ ศาลปะกำจึงเป็นจุดที่สะท้อนมิติด้านความเชื่อของชุมชนควาญช้างได้อย่างชัดเจน
 
ถ้าลองหลับตานึกภาพราชประเพณีคล้องช้างหลวงในอดีต บรรยากาศที่พระที่นั่งเพนียดคงครึกครื้นไปด้วยผู้คนและเสียงช้าง ในช่วงก่อนวันพิธี หมอช้างและควาญช้างจะออกตระเวนป่าหาช้างป่าที่มีลักษณะดี มีเค้าแขนงช้างสง่างาม แล้วค่อย ๆ ไล่ต้อนมาเป็นระยะทางไกล จนกระทั่งถูกต้อนเข้าสู่คอกเพนียดแห่งนี้
 
เมื่อช้างป่าเข้าสู่เพนียดแล้ว พิธีกรรมจะเริ่มอย่างเป็นทางการ มีทั้งการสวดพระปริตร การทำพิธีบูชาเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองช้างและผู้เข้าร่วมพิธี จากนั้นควาญช้างจะใช้ช้างบ้านที่ผ่านการฝึกอย่างดีเข้าไปค่อย ๆ เข้าใกล้และผูกช้างป่าที่ถูกคัดเลือก เสียงโห่ร้อง สัญญาณจากหัวหน้าควาญ และจังหวะการขยับตัวของช้างจำนวนมากในคอกเดียวกันทำให้เพนียดแห่งนี้เคยเป็น “เวทีใหญ่” ที่ทั้งตื่นเต้นและศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกัน
 
พระมหากษัตริย์จะเสด็จมาประทับบนพระที่นั่งด้านหลังคอก เพื่อทอดพระเนตรขั้นตอนสำคัญและทรงคัดเลือกช้างบางเชือกให้เป็นช้างสำคัญ หากเชือกใดมีลักษณะดีเป็นพิเศษก็อาจได้รับการแต่งตั้งเป็นช้างศึกหรือช้างทรงในเวลาต่อมา นอกจากความสำคัญเชิงการทหารแล้ว พิธีคล้องช้างยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับช้างในฐานะสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยอย่างลึกซึ้ง
 
เมื่อพิธีคล้องช้างป่าตามราชประเพณีสิ้นสุดลงในสมัยรัชกาลที่ 5 บทบาทของพระที่นั่งเพนียดก็เปลี่ยนไป แต่พื้นที่นี้ไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้รกร้าง กลับกลายเป็นศูนย์กลางการตั้งถิ่นฐานของชุมชนควาญช้างและช้างบ้านจำนวนมากในเวลาต่อมา จนเกิดเป็น “หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง” และ “วังช้างอยุธยา แล เพนียด” ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
 
ปัจจุบันเพนียดคล้องช้างยังถูกใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับช้างอยู่เสมอ เช่น พิธีบวงสรวงศาลปะกำในวันช้างไทย พิธี “ปะสะ–ปัดรังควาน–ปัดเสนียด” เพื่อเสริมสิริมงคลให้ช้างและควาญ ก่อนออกเดินทางเข้าร่วมพิธีสำคัญ หรือพิธีแต่งงานช้างและพิธีรับขวัญลูกช้างแฝดที่กลายเป็นข่าวดังอยู่บ่อยครั้ง พิธีเหล่านี้ช่วยให้เพนียดยังคงบทบาทในฐานะ “ศูนย์กลางพิธีกรรมและความเชื่อของชุมชนควาญช้าง” อยู่เสมอ
 
ด้านหนึ่ง เพนียดคล้องช้างจึงเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เล่าเรื่องความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา อีกด้านหนึ่งก็เป็นหมู่บ้านช้างที่มีชีวิตจริง ช้างหลายเชือกยังทำงานร่วมกับคนในกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การท่องเที่ยว พิธีการ ไปจนถึงการแสดงทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงได้เห็นทั้ง “อดีต” และ “ปัจจุบัน” ทับซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างชัดเจน
 
สำหรับนักท่องเที่ยว การมาเยือนพระที่นั่งเพนียดสามารถแบ่งประสบการณ์ออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกคือการเดินชมคอกช้างโบราณ กำแพงดิน และพระที่นั่งที่ได้รับการบูรณะ ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมราชประเพณีคล้องช้างในอดีตมากขึ้น การเดินช้า ๆ มองดูแนวเสาไม้ซุง ปีกกา และพื้นที่ว่างกลางคอก จะทำให้จินตนาการถึงวันที่ช้างป่าถูกต้อนเข้ามาอย่างเป็นขบวนได้ไม่ยาก
 
ส่วนที่สองคือการสัมผัสวิถีชีวิตช้างในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกให้อาหารช้าง ถ่ายรูปกับช้าง หรือนั่งช้างชมโบราณสถานรอบเกาะเมืองตามโปรแกรมที่ผู้ประกอบการจัดไว้ กิจกรรมเหล่านี้มักเริ่มจากจุดบริการของวังช้างอยุธยา แล เพนียด แล้วพาช้างเดินชมเส้นทางสำคัญ เช่น ศาลหลักเมือง บึงพระราม และพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้รูปแบบและราคากิจกรรมจะเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและนโยบายของผู้ประกอบการ
 
ในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์ หรือวันช้างไทย พื้นที่หมู่บ้านช้างและเพนียดมักคึกคักเป็นพิเศษ มีทั้งกิจกรรมเล่นน้ำกับช้าง ขบวนช้างแต่งชุดไทย และพิธีกรรมต่าง ๆ ตามที่ชุมชนจัดขึ้น นักท่องเที่ยวที่สนใจบรรยากาศแบบนี้อาจลองวางแผนมาในช่วงวันหยุดยาว แต่ควรเตรียมตัวรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นและอากาศร้อนของเมืองอยุธยาด้วย
 
แม้ว่าการท่องเที่ยวกับช้างจะเป็นเรื่องที่หลายคนตั้งคำถามเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ แต่การมาที่พระที่นั่งเพนียดสามารถเป็นโอกาสในการเรียนรู้และใช้วิจารณญาณของตัวเองได้ดี นักท่องเที่ยวอาจเลือกกิจกรรมที่รู้สึกสบายใจ เช่น การให้อาหารช้าง การสังเกตวิถีชีวิตช้างจากระยะที่เหมาะสม หรือพูดคุยสอบถามควาญช้างเกี่ยวกับวิธีการดูแลช้างในแต่ละวัน การสังเกตสภาพร่างกายและพฤติกรรมของช้างแต่ละเชือกด้วยตาของตัวเอง จะช่วยให้เรามีข้อมูลครบถ้วนขึ้นในการตัดสินใจ
 
ในอีกมุมหนึ่ง การที่เพนียดและหมู่บ้านช้างเพนียดหลวงยังคงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างต่อเนื่อง ก็ช่วยให้ชุมชนควาญช้างมีรายได้และสามารถดูแลช้างในระยะยาวได้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน การเติบโตของการท่องเที่ยวก็นำมาซึ่งคำถามเรื่องสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งชุมชน หน่วยงานรัฐ และนักท่องเที่ยวต้องช่วยกันคิดอย่างรอบด้าน
 
การเดินทาง จากตัวเมืองอยุธยาให้มุ่งหน้าออกจากเกาะเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 347 โดยสังเกตหลักกิโลเมตรที่ 42–43 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่ใช้ไปวัดภูเขาทอง เมื่อเห็นป้ายบอกทางไปพระที่นั่งเพนียดให้เลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนสายย่อย ถนนสายนี้จะค่อย ๆ ตัดเข้าสู่พื้นที่โล่งและชุมชนควาญช้าง เมื่อเข้าใกล้พื้นที่เพนียด นักท่องเที่ยวจะเริ่มเห็นแนวคอกช้างและหมู่บ้านช้างเพนียดหลวงอยู่สองข้างทาง
 
หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวมาตามถนนพหลโยธินหรือถนนสายเอเชีย ใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมง จากนั้นเข้าเมืองอยุธยาแล้วต่อไปตามเส้นทางหมายเลข 347 ตามที่กล่าวข้างต้น นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถตู้หรือรถโดยสารมาลงที่ตัวเมืองอยุธยา แล้วต่อรถสองแถวหรือแท็กซี่ในพื้นที่มาที่เพนียดได้เช่นกัน นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเส้นทาง แนะนำให้ใช้แผนที่ออนไลน์และปักหมุด “เพนียดคล้องช้าง” หรือ “Ayutthaya Elephant Palace & Royal Kraal” เพื่อความสะดวก
 
การแต่งกายสำหรับมาเที่ยวเพนียดควรเน้นความสบายตัว เช่น เสื้อผ้าระบายอากาศดี กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวเพื่อป้องกันแดดและฝุ่น รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าผ้าใบที่เดินง่าย และควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และน้ำดื่มติดตัว โดยเฉพาะหากตั้งใจมาช่วงสายถึงบ่ายที่แดดแรง นอกจากนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของควาญช้างและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่วิ่งเล่นหรือส่งเสียงดังใกล้ช้าง และหลีกเลี่ยงการยื่นของแปลก ๆ ให้ช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
บริเวณรอบพระที่นั่งเพนียดมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ให้แวะต่อได้อย่างสะดวก เช่น วัดแม่นางปลื้ม วัดเก่าเงียบสงบริมแม่น้ำป่าสักซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร ตลาดหัวรอที่เต็มไปด้วยร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารท้องถิ่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษมที่รวบรวมโบราณวัตถุสำคัญของกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งวัดภูเขาทองที่มีเจดีย์ใหญ่ตั้งเด่นอยู่บนเนินดิน การวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวันที่เพนียดคล้องช้าง จากนั้นต่อไปวัดหรือพิพิธภัณฑ์ใกล้ ๆ จึงเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมไม่น้อย
 
ด้านที่พัก บริเวณรอบพระที่นั่งเพนียดสามารถเลือกพักได้ทั้งในโซนชุมชนเก่า และโซนริมแม่น้ำใกล้เกาะเมือง เช่น Baan Tye Wang ที่เป็นโฮมสเตย์ริมคลองบรรยากาศบ้านไม้เงียบสงบ Busaba Ayutthaya ที่นำเรือนไทยมาปรับเป็นโฮสเทลและโฮเต็ลสไตล์ไทยโมเดิร์น Sala Ayutthaya ที่โดดเด่นด้วยวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา Ayothaya Riverside Hotel ที่สะดวกสำหรับกรุ๊ปขนาดใหญ่ หรือ Ayutthaya Retreat ที่มีกลิ่นอายเรือนไทยกลางสวนสวย ที่พักเหล่านี้อยู่ในรัศมีราว 3–6 กิโลเมตรจากเพนียด สามารถขับรถหรือนั่งแท็กซี่เข้าพื้นที่ได้ไม่ยาก
 
ส่วนสายกินไม่ควรพลาดร้านอาหารท้องถิ่นแถวตลาดหัวรอและถนนอู่ทอง เช่น ป้าพรก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกคุณประนอมที่ตลาดหัวรอ และร้าน Busaba Ayutthaya Cuisine ที่เป็นทั้งคาเฟ่และร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นริมแม่น้ำ รวมถึงร้านอาหารไทยริมน้ำอื่น ๆ อย่างร้านเรือนรจนา นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือกแวะไปให้อาหารช้างที่เพนียดในช่วงสาย จากนั้นไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดหัวรอ และปิดท้ายด้วยการนั่งจิบกาแฟหรือทานอาหารเย็นริมแม่น้ำใกล้เกาะเมือง
 
เมื่อมองในภาพรวม พระที่นั่งเพนียดจึงไม่ใช่เพียง “ที่เที่ยวดูช้าง” แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวของช้างไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไว้ในที่เดียวกัน โครงสร้างคอกช้างโบราณเล่าเรื่องราชประเพณีคล้องช้าง ความสัมพันธ์ของคนกับช้างในฐานะกำลังสำคัญของแผ่นดิน ส่วนหมู่บ้านช้างและวังช้างอยุธยา แล เพนียด ก็เล่าวิถีชีวิตของชุมชนที่ยังดูแลช้างเป็นสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง
 
การเดินทางมาเยือนเพนียดคล้องช้างสักครั้ง จึงเป็นทั้งการมาตามรอยประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา และการมองอนาคตของช้างไทยไปพร้อมกัน ว่าเราจะช่วยกันรักษามรดกทางวัฒนธรรมนี้อย่างไรให้สมดุลระหว่างการอนุรักษ์ การท่องเที่ยว และความอยู่ดีของช้างในระยะยาว ใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวอยุธยา หากอยากเห็นอีกมุมหนึ่งของเมืองเก่าที่ไม่ได้มีแค่โบราณวัดวา พระที่นั่งเพนียดคือจุดหมายที่ควรเพิ่มเข้าไปในแผนอย่างยิ่ง
 
ชื่อสถานที่ พระที่นั่งเพนียด และหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง
สรุปสถานที่ คอกช้างหลวงโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นสถานที่ประกอบราชประเพณีคล้องช้าง ปัจจุบันเป็นทั้งโบราณสถานและหมู่บ้านช้างมีชีวิตที่ยังมีพิธีกรรมเกี่ยวกับช้างและกิจกรรมท่องเที่ยวให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
จุดเด่นของสถานที่ เห็นโครงสร้างเพนียดคล้องช้างจริงในสถานที่เดิม เรียนรู้ราชประเพณีคล้องช้างหลวง พิธีกรรมเกี่ยวกับช้าง และวิถีชีวิตชุมชนควาญช้าง อยุธยาในพื้นที่เดียวกัน มีทั้งโบราณสถานและกิจกรรมกับช้างสำหรับนักท่องเที่ยว
ที่ตั้ง หมู่ 3 ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย
ที่อยู่โดยประมาณ บริเวณหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง ใกล้แนวทางหลวงหมายเลข 347 ช่วงกิโลเมตรที่ 42–43 ห่างจากเกาะเมืองอยุธยาประมาณ 4 กิโลเมตร
ยุคสมัย / ความเป็นมา สืบเนื่องจากสมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นเพนียดคล้องช้างหลวงสำหรับต้อนช้างป่าเข้าพิธีและคัดเลือกเป็นช้างสำคัญของแผ่นดิน เลิกราชประเพณีคล้องช้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาพื้นที่ได้รับการบูรณะและกลายเป็นทั้งโบราณสถานและชุมชนควาญช้างในปัจจุบัน
หลักฐาน / องค์ประกอบสำคัญ คอกช้างล้อมด้วยเสาไม้ซุงทั้งต้น แนวรั้วปีกกาแยกออกไปสองด้าน กำแพงดินก่ออิฐเสมอยอดเสา พระที่นั่ง/พลับพลาประทับด้านหลังคอก และศาลปะกำที่ใช้ประกอบพิธีเกี่ยวกับช้าง
ที่มาของชื่อ “เพนียด” คำว่า “เพนียด” หมายถึงคอกหรือบริเวณที่ใช้กั้นหรือล้อมสัตว์ โดยเฉพาะการล้อมและต้อนช้างป่าเข้าสู่พื้นที่พิธีกรรม ในบริบทอยุธยาจึงหมายถึงเพนียดคล้องช้างหลวงที่ใช้ประกอบราชประเพณีเกี่ยวกับช้างของพระมหากษัตริย์
การเดินทางโดยสังเขป จากเกาะเมืองอยุธยา ใช้ทางหลวงหมายเลข 347 ออกนอกเมืองไปทางวัดภูเขาทอง สังเกตหลักกิโลเมตรที่ 42–43 จะมีป้ายบอกทางไปพระที่นั่งเพนียดให้เลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนชุมชนราว 1 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณเพนียดคล้องช้าง สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ หรือรถรับจ้างในพื้นที่
สถานะปัจจุบัน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโครงสร้างคอกช้างและพื้นที่รอบเพนียด เป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านช้างเพนียดหลวงและวังช้างอยุธยา แล เพนียด ซึ่งยังมีช้างอาศัยอยู่จริงและใช้พื้นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมและกิจกรรมท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้าง
ค่าธรรมเนียม / ค่าบริการ โดยทั่วไปการเข้าชมพื้นที่เพนียดคล้องช้างไม่มีค่าเข้าชม อย่างไรก็ตามกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ขี่ช้างชมโบราณสถาน ให้อาหารช้าง หรือเข้าร่วมโปรแกรมกับช้าง จะมีค่าบริการเพิ่มเติม ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนใช้งาน
สิ่งอำนวยความสะดวก ที่จอดรถบริเวณหมู่บ้านช้าง ห้องน้ำ ร้านขายของฝากและอาหารสำหรับช้าง จุดจำหน่ายของที่ระลึกและเครื่องดื่ม บริการนำเที่ยว/ขี่ช้าง และจุดบริการข้อมูลจากวังช้างอยุธยา แล เพนียด (สิ่งอำนวยความสะดวกอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) วัดแม่นางปลื้ม ประมาณ 2 กม.
ตลาดหัวรอ ประมาณ 2 กม.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม ประมาณ 2–3 กม.
วัดภูเขาทอง ประมาณ 4–5 กม.
วัดไชยวัฒนาราม และวัดพนัญเชิงวรวิหาร ประมาณ 5–7 กม. (ระยะทางจริงขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้เดินทาง)
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) ป้าพรก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ ประมาณ 2–3 กม., โทร 087-919-5973
ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกคุณประนอม ตลาดหัวรอ ประมาณ 2 กม., โทร 086-399-4560
Busaba Ayutthaya Cuisine (คาเฟ่และร้านอาหารไทยริมน้ำ) ประมาณ 3–4 กม., โทร 084-026-2657
ร้านอาหารเรือนรจนา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 3–4 กม., โทรตามข้อมูลอัปเดตของร้าน
ร้านอาหารและคาเฟ่ในย่านตลาดหัวรอ–ถนนอู่ทองอีกหลายแห่งในรัศมีไม่เกิน 5 กม. จากเพนียด
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) Baan Tye Wang ประมาณ 3–4 กม., โทร 035-323-001
Busaba Ayutthaya (โฮสเทล/โรงแรมบนถนนอู่ทอง) ประมาณ 3–4 กม., โทร 061-449-4282
Sala Ayutthaya ประมาณ 4–5 กม., โทร 035-242-588
Ayutthaya Retreat ประมาณ 5–6 กม., โทร 062-760-6262
Ayothaya Riverside Hotel ประมาณ 4–5 กม., โทร 035-243-139 หรือ 090-969-9231
เบอร์โทรติดต่อหลัก (เพนียดคล้องช้าง) ติดต่อวังช้างอยุธยา แล เพนียด และเพนียดคล้องช้าง โทร 065-009-9361 หรือสอบถามข้อมูลแพ็กเกจกิจกรรมกับช้างเพิ่มเติมได้ผ่านผู้ประกอบการในพื้นที่ และโครงการ Elephantstay โทร 080-668-7727 (เวลาโดยประมาณ 09:00–17:00 น.)
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระที่นั่งเพนียดเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปพื้นที่เพนียดคล้องช้างและหมู่บ้านช้างเพนียดหลวงเปิดให้เข้าชมทุกวันในช่วงกลางวันราว 09:00–17:00 น. แต่เวลาเปิด–ปิดที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลหรือกิจกรรมพิเศษ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับวังช้างอยุธยา แล เพนียด หรือเพจทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง
 
ถาม: การเข้าชมพระที่นั่งเพนียดมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเดินชมพื้นที่เพนียดคล้องช้างและบรรยากาศรอบ ๆ โดยทั่วไปไม่มีค่าเข้าชม แต่กิจกรรมต่าง ๆ เช่น ขี่ช้าง ให้อาหารช้าง หรือเข้าร่วมโปรแกรมเรียนรู้เกี่ยวกับช้างจะมีค่าบริการเพิ่มเติม ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ควรสอบถามราคาล่าสุดจากผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจใช้บริการ
 
ถาม: ที่พระที่นั่งเพนียดมีประเพณีหรือพิธีกรรมเกี่ยวกับช้างจัดอยู่บ้างหรือไม่?
ตอบ: มี เช่น พิธีบวงสรวงศาลปะกำในวันช้างไทย พิธี “ปะสะ–ปัดรังควาน–ปัดเสนียด” เพื่อเสริมสิริมงคลให้ช้างและควาญช้างก่อนเข้าร่วมขบวนสำคัญ รวมทั้งพิธีรับขวัญลูกช้างหรือพิธีแต่งงานช้างในโอกาสต่าง ๆ อย่างไรก็ตามกำหนดการพิธีกรรมเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงตามปีและสถานการณ์ ควรติดตามข่าวจากหน่วยงานท้องถิ่นและวังช้างอยุธยา แล เพนียด
 
ถาม: หากกังวลเรื่องสวัสดิภาพช้าง ควรเลือกทำกิจกรรมแบบไหนที่พระที่นั่งเพนียด?
ตอบ: นักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพช้างสามารถเลือกกิจกรรมที่รู้สึกสบายใจได้ เช่น การให้อาหารช้างจากระยะที่ปลอดภัย การเดินชมวิถีชีวิตช้างและควาญช้างโดยไม่จำเป็นต้องขี่ช้าง และการพูดคุยสอบถามควาญเกี่ยวกับวิธีการดูแลช้างในแต่ละวัน การสังเกตสภาพร่างกายและพฤติกรรมของช้างด้วยตนเองจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่ากิจกรรมใดสอดคล้องกับค่านิยมของเรา
 
ถาม: ใช้เวลาเที่ยวพระที่นั่งเพนียดประมาณกี่ชั่วโมงจึงจะเหมาะสม?
ตอบ: หากตั้งใจเพียงเดินชมคอกช้างโบราณ ดูบรรยากาศหมู่บ้านช้าง และให้อาหารช้างแบบสั้น ๆ ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการทำกิจกรรมขี่ช้าง ชมโบราณสถานเพิ่มเติม หรือแวะสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น วัดแม่นางปลื้ม ตลาดหัวรอ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม ควรเผื่อเวลาราวครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็ม
 
ถาม: ช่วงเวลาไหนเหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวพระที่นั่งเพนียด?
ตอบ: ช่วงเช้าและบ่ายแก่ ๆ มักเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงกำลังสวยสำหรับถ่ายรูป ช่วงกลางวันแดดแรงอาจทำให้เดินชมสถานที่ได้ไม่สบายเท่าไร ในฤดูร้อนควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ร่ม และน้ำดื่มให้พร้อม ส่วนฤดูฝนอาจเจอพื้นดินชื้นหรือแฉะเล็กน้อย ควรเลือกใส่รองเท้าที่เดินในพื้นดินได้สะดวก
แผนที่ พระที่นั่งเพนียด แผนที่พระที่นั่งเพนียด
พระราชวัง กลุ่ม: พระราชวัง
คำค้นคำค้น: พระที่นั่งเพนียดพระที่นั่งเพนียด เพนียดคล้องช้างอยุธยา วังช้างอยุธยาแลเพนียด หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง ที่เที่ยวอยุธยาเชิงวัฒนธรรม ประเพณีคล้องช้าง ที่เที่ยวอยุธยาใกล้กรุงเทพ เที่ยวอยุธยาหนึ่งวัน ประวัติศาสตร์ช้างไทย ท่องเที่ยวอยุธยากับครอบครัว
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(7)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(6)

พระราชวัง พระราชวัง(4)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(9)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(133)

โบสถ์ โบสถ์(2)

มัสยิด มัสยิด(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(15)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(4)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(10)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(3)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)