วัดป่าโมกวรวิหาร

วัดป่าโมกวรวิหาร

วัดป่าโมกวรวิหาร
Rating: 4/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวอ่างทอง

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
 
วัดป่าโมกวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันตก เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศจากการประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์” องค์งดงามที่ผู้คนยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระนอนที่งามที่สุดของไทย ความโดดเด่นของวัดไม่ได้มีเพียงความยิ่งใหญ่ขององค์พระ หากยังรวมถึงเรื่องเล่าลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ผูกพันกับการลอยน้ำ การชักลาก การย้ายองค์พระเพื่อหนีน้ำเซาะตลิ่ง รวมถึงร่องรอยเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ถูกเล่าต่อมาว่าเกี่ยวพันกับการเสด็จมาสักการะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนยกทัพ เหล่านี้ทำให้การมาเยือนวัดป่าโมกไม่ใช่แค่การไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่เป็นการเดินทางผ่านชั้นเวลา ที่ทำให้เราเห็นว่า “ศรัทธา” “ชุมชน” และ “สายน้ำ” เคยประกอบกันเป็นโครงสร้างชีวิตของภาคกลางอย่างไร
 
หากมองด้วยเลนส์ประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา วัดป่าโมกคือภาพแทนของวัดริมน้ำที่เกิดขึ้นและเติบโตไปพร้อมกับความเป็น “ถนนสายหลัก” ของอดีต ก่อนยุคถนนคอนกรีตและรถยนต์ แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นทั้งเส้นทางขนส่งสินค้า เส้นทางข่าวสาร เส้นทางการเดินทางของผู้คน และยังเป็นแนวเคลื่อนกำลังในยามสงครามด้วย เมืองและชุมชนจำนวนมากในอ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา สุพรรณบุรี เติบโตจากความอุดมสมบูรณ์ของดินตะกอนริมฝั่ง วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์กลางการศึกษา การประชุม การถ่ายทอดภูมิปัญญา และเป็นพื้นที่ที่ทำให้ชุมชน “มีปฏิทินร่วมกัน” ผ่านวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ช่วงเข้าพรรษา–ออกพรรษา และเทศกาลบุญต่าง ๆ ที่คนทั้งหมู่บ้านร่วมมือกันจัด
 
ด้วยภูมิทัศน์แบบนี้ เรื่องเล่าประเภท “พระลอยน้ำมา” จึงพบได้เสมอในชุมชนเจ้าพระยา เพราะสายน้ำเป็นพื้นที่ที่ทั้งหล่อเลี้ยงชีวิตและพัดพาเหตุการณ์พิเศษเข้ามาได้ในจินตนาการของผู้คน วัดป่าโมกมีเรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่า พระพุทธไสยาสน์ลอยน้ำมาจากที่อื่น แล้วมาจมอยู่บริเวณหน้าวัด ก่อนที่ราษฎรจะทำพิธีบวงสรวงและชักลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ริมฝั่ง นัยสำคัญของเรื่องเล่านี้ไม่ใช่การพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ว่า “ลอยมาได้อย่างไร” แต่คือการบอกเราว่าชุมชนให้ความหมายกับองค์พระในฐานะ “ของมงคลที่สายน้ำมอบให้” และเมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาอยู่กับชุมชน ชุมชนก็จะปกป้องและเลี้ยงดูศรัทธานั้นด้วยพิธีกรรมและการบูรณะสืบต่อไป
 
พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกมีความยาว 22.58 เมตร องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทอง มีสัดส่วนสง่างาม ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความสงบแบบ “นิ่งลึก” ในทันทีที่เห็นใบหน้าและแนวพระวรกาย ปางไสยาสน์เป็นสัญลักษณ์แห่งปรินิพพาน เตือนใจให้ระลึกถึงความไม่เที่ยงของชีวิต และชวนให้เรากลับมาจัดวางใจให้สงบ เป็นระเบียบ และอยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น หลายคนที่มาวัดป่าโมกจึงมักเริ่มต้นด้วยการถวายสักการะองค์พระนอนอย่างตั้งใจ เพราะเชื่อว่าเป็นการเริ่มทริปด้วย “ความเย็นของใจ” ก่อนจะไปต่อยังจุดสำคัญอื่น ๆ ภายในวัด
 
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกมีมิติทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น คือการถูกเล่าต่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญของชาติไทยตามการอ้างถึงในพระราชพงศาวดารว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเคยเสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการะพระพุทธไสยาสน์ก่อนยกทัพ เหตุการณ์ประเภทนี้สะท้อนวิธีคิดของสังคมไทยในอดีตที่ “ศาสนา” และ “การเมืองการทหาร” เดินร่วมกันอยู่เสมอ ในภาวะที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ผู้ปกครองและไพร่พลย่อมหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ วัดใหญ่ริมทางน้ำจึงเป็นทั้งจุดพัก จุดรวบรวมกำลัง และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนออกศึก วัดป่าโมกในฐานะวัดสำคัญริมเจ้าพระยา จึงถูกจดจำในความทรงจำร่วมของชุมชนว่าเป็นหนึ่งใน “จุดศรัทธา” ที่เชื่อมโยงกับหน้าประวัติศาสตร์
 
อีกตอนหนึ่งที่ทำให้วัดป่าโมกโดดเด่นมากในเชิง “ประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่” คือการย้ายองค์พระพุทธไสยาสน์เพื่อหนีน้ำเซาะตลิ่ง ในยุคที่ตลิ่งเจ้าพระยากัดเซาะรุนแรงจนเข้าใกล้พระวิหารที่ประดิษฐานองค์พระ มีพระมหากษัตริย์ทรงมองเห็นความเสี่ยงและโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการย้ายองค์พระไปประดิษฐานในวิหารใหม่ที่ปลอดภัยกว่า เรื่องนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า การดูแลศาสนสถานในอดีตไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ชุมชน แต่เป็นเรื่องระดับรัฐ เพราะวัดใหญ่และพระพุทธรูปสำคัญเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง การย้ายองค์พระในระยะไกลระดับ 168 เมตรจากฝั่งแม่น้ำจึงไม่ใช่งานเล็ก แต่เป็น “โครงการใหญ่ของยุคสมัย” ที่ต้องใช้แรงงาน ความรู้ช่าง และการจัดการอย่างเป็นระบบ
 
การย้ายองค์พระพุทธไสยาสน์ยังทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำกับการตัดสินใจของมนุษย์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างชัดเจน แม่น้ำให้ชีวิต แต่ก็มีฤทธิ์ทำลายได้เมื่อกัดเซาะและเปลี่ยนทางไหล ชุมชนภาคกลางจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำอย่างชาญฉลาด วัดป่าโมกในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงวัดที่เก็บพระนอนอันงดงาม แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าประสบการณ์ร่วมของคนเจ้าพระยาว่า “ความศักดิ์สิทธิ์ต้องอยู่รอดในโลกจริง” และความอยู่รอดนั้นต้องอาศัยการบูรณะ การย้าย การจัดการพื้นที่ และความร่วมมือของคนจำนวนมาก
 
เมื่อพระพุทธไสยาสน์ถูกย้ายไปอยู่ในวิหารใหม่ ภูมิทัศน์ของวัดก็เปลี่ยนจากวัดริมน้ำแบบชิดตลิ่งไปสู่การมีโครงสร้างภายในที่มั่นคงกว่า แต่เสน่ห์ของวัดป่าโมกยังคงเป็น “วัดริมน้ำ” เพราะพื้นที่วัดหันหน้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และการมองออกไปเห็นสายน้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การมาเยือน สายน้ำในภาพปัจจุบันอาจไม่ได้ทำหน้าที่เป็นถนนสายหลักเหมือนอดีต แต่ยังทำหน้าที่เป็น “ฉากหลัง” ที่ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจรากเหง้าของวัดและชุมชนได้ทันที โดยไม่ต้องอธิบายยาว
 
นอกจากพระพุทธไสยาสน์แล้ว วัดป่าโมกวรวิหารยังมีอาคารและจุดน่าสนใจที่ทำให้การเดินชมมีความหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ “วิหารเขียน” ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าเป็นอาคารที่หันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และภายใน/ผนังมีความสำคัญด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ ในมุมมองของนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม วิหารเขียนคือพื้นที่ที่ทำให้เราเห็นว่า วัดไทยไม่ได้มีแค่องค์พระ แต่มี “ภาษาภาพ” ที่ใช้เล่าเรื่องธรรมะและเรื่องโลกผ่านจิตรกรรมด้วย การได้เดินชมวิหารที่หันหน้าออกสายน้ำ ยังทำให้รับรู้ได้ถึงวิธีคิดของผู้สร้างที่เชื่อมศาสนสถานเข้ากับภูมิทัศน์อย่างตั้งใจ
 
อีกจุดหนึ่งที่ผู้ศรัทธานิยมไปสักการะคือ “มณฑปพระพุทธบาท 4 รอย” ซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวมรอยพระพุทธบาทจำลองไว้ถึง 4 รอย การสักการะรอยพระพุทธบาทในคติไทยมักสื่อถึงการระลึกถึงพระพุทธเจ้าในฐานะผู้ทรงวางรอยทางแห่งธรรมไว้ให้มนุษย์เดินตาม การมี “4 รอย” ยังเพิ่มความหมายเชิงมงคลและความอิ่มใจให้ผู้มาเยือน โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งใจมาทำบุญแบบครบองค์ประกอบ ไม่ใช่แค่ไหว้พระนอนแล้วกลับ
 
ด้านการศึกษาและการสืบทอดพระธรรม วัดป่าโมกยังมี “หอไตร” ซึ่งเป็นอาคารสำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา หอไตรในวัดเก่าแก่จำนวนมากเป็นหลักฐานว่า วัดเคยทำหน้าที่เป็นศูนย์ความรู้ของชุมชนอย่างจริงจัง ก่อนที่ระบบโรงเรียนสมัยใหม่จะเข้ามา วัดคือพื้นที่เรียนอ่านเขียน พื้นที่สอนศีลธรรม และพื้นที่เก็บองค์ความรู้ที่สำคัญของสังคมไทย การเดินผ่านหอไตรในวัดป่าโมกจึงเหมือนการเดินผ่านชั้นความทรงจำของระบบการศึกษาภาคกลางในอดีต
 
หากต้องการไหว้พระและเดินชมวัดป่าโมกให้ครบถ้วน แนะนำให้เริ่มต้นที่พระพุทธไสยาสน์ในวิหารเป็นจุดแรก เพราะเป็นหัวใจของวัดและช่วยให้เรา “ตั้งใจ” กับการมาเยือน จากนั้นค่อยเดินไปสักการะจุดศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ตามเส้นทางภายในวัด เช่น มณฑปพระพุทธบาท 4 รอย และแวะชมวิหารเขียน/อาคารที่หันหน้าออกแม่น้ำ เพื่อเก็บรายละเอียดเชิงศิลปกรรมและบรรยากาศริมน้ำ แล้วปิดท้ายด้วยการเดินชมพื้นที่โดยรอบอย่างช้า ๆ จะเห็นว่าความงามของวัดป่าโมกไม่ได้อยู่ที่องค์พระอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความนิ่งของสถานที่” ที่ทำให้ผู้มาเยือนยอมชะลอจังหวะชีวิตลงได้โดยธรรมชาติ
 
ในมิติของพิธีกรรม วัดป่าโมกในฐานะพระอารามหลวงเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางพุทธศาสนาที่สอดรับกับปฏิทินวัดไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันสำคัญอย่างมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา และช่วงเข้าพรรษา–ออกพรรษาที่มีกิจกรรมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม เวียนเทียน รวมถึงกฐินหลังออกพรรษาซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ของชุมชนภาคกลาง วัดสำคัญริมเจ้าพระยามักมี “ผู้คนหลายรุ่น” มาอยู่ร่วมกันในวันบุญ ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ผูกพันกับวัดมาตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านในวันหยุดแล้วแวะมาทำบุญ การมาเยือนวัดป่าโมกในช่วงวันบุญใหญ่จึงให้ประสบการณ์ที่ต่างจากวันปกติ เพราะเราจะเห็น “พลังของชุมชน” ทำงานจริง
 
สำหรับผู้ที่เดินทางสายบุญแบบ 1 วัน วัดป่าโมกสามารถเป็น “ศูนย์กลางของเส้นทางอ่างทอง” ได้ดี เพราะอยู่บนเส้นทางหลัก (ทางหลวงหมายเลข 309) และอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งวัดไชโยวรวิหาร วัดขุนอินทประมูล วัดม่วง รวมถึงแหล่งเรียนรู้และงานหัตถกรรมในโซนบางเสด็จ การจัดทริปให้มีทั้งพระนอนระดับประเทศ วัดสำคัญระดับจังหวัด และงานชุมชน จะทำให้ทริปมีความครบทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยไม่ต้องขับรถไกลจนเหนื่อยเกินไป
 
การเดินทาง วัดป่าโมกวรวิหารอยู่ห่างจากตัวเมืองอ่างทองประมาณ 18 กม. การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวนิยมใช้ทางหลวงหมายเลข 309 (อ่างทอง–อยุธยา) แล้วเข้าสู่เขตเทศบาลตำบลป่าโมก โดยวัดอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) มุ่งหน้าเข้าโซนอยุธยา–อ่างทอง แล้วเชื่อมเข้าทางหลวง 309 เพื่อเข้าสู่ป่าโมก การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะสามารถนั่งรถโดยสารหรือรถตู้จากสถานีขนส่งหมอชิตไปอ่างทอง/ป่าโมก แล้วต่อรถในพื้นที่ (รถสองแถว/มอเตอร์ไซค์รับจ้าง) เพื่อเข้าวัดได้อย่างสะดวก
 
เมื่อมาถึงวัดป่าโมก แนะนำให้แต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง เคารพพื้นที่ประกอบศาสนกิจ และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในจุดที่อาจรบกวนผู้อื่น หากตั้งใจสักการะพระพุทธไสยาสน์อย่างจริงจัง ควรใช้เวลาสั้น ๆ กับการตั้งจิตและกราบไหว้ด้วยความสงบ เพราะประสบการณ์ของวัดนี้จะสวยที่สุดเมื่อเรา “ไม่เร่ง” และยอมให้ความนิ่งของสถานที่ค่อย ๆ ทำงานกับใจเราเอง
 
ชื่อสถานที่ วัดป่าโมกวรวิหาร
ที่อยู่ เขตเทศบาลตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก)
สรุปสถานที่ พระอารามหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดดเด่นด้วยพระพุทธไสยาสน์ยาว 22.58 เมตร พร้อมเรื่องเล่าการย้ายองค์พระหนีน้ำเซาะตลิ่ง เหมาะกับสายบุญและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำภาคกลาง
จุดเด่นของสถานที่ พระพุทธไสยาสน์ (ยาว 22.58 ม.), เรื่องเล่าพระลอยน้ำและการชักลากขึ้นจากแม่น้ำ, ประวัติการย้ายองค์พระเพื่อหนีน้ำกัดเซาะ (ระยะย้าย 168 ม.), วิหารเขียน, มณฑปพระพุทธบาท 4 รอย, หอไตร
ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) พระศรีวิสุทธิโสภณ
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 08:00 – 17:00
การเดินทาง รถยนต์: ใช้ทางหลวง 309 (อ่างทอง–อยุธยา) เข้าพื้นที่เทศบาลตำบลป่าโมก  |  รถสาธารณะ: รถโดยสาร/รถตู้จากหมอชิตไปอ่างทอง/ป่าโมก แล้วต่อรถในพื้นที่เข้าวัด
สถานะปัจจุบัน เปิดให้เข้ากราบไหว้และเยี่ยมชม
เบอร์ติดต่อ 035-661-115
สิ่งอำนวยความสะดวก ลานจอดรถ, จุดสักการะหลักภายในวิหาร, พื้นที่ทางเดินภายในวัด, มุมพักร่มเงา
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) 1) ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ – ประมาณ 6 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-661-157
2) วัดปราสาท (ป่าโมก) – ประมาณ 10 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-662-335
3) วัดไชโยวรวิหาร (ไชโย) – ประมาณ 17 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-862-669
4) วัดขุนอินทประมูล (โพธิ์ทอง) – ประมาณ 23 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-691-406
5) วัดม่วง (วิเศษชัยชาญ) – ประมาณ 30 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-631-556
ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) 1) สวนอาหาร แพริมน้ำ (ป่าโมก) – ประมาณ 3 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 062-936-2249
2) ครัวคุณกุ้ง แพริมน้ำ (ป่าโมก) – ประมาณ 4 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 083-039-1999
3) ร้านอาหารปิ่นโต (ป่าโมก) – ประมาณ 4 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-662-589
4) ครัวไก่ชน ป่าโมก – ประมาณ 5 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-662-576
5) Lamoonnee : ละมุนนี (บางเสด็จ) – ประมาณ 7 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 081-241-6699
ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) 1) โรงแรมบัวหลวง อ่างทอง – ประมาณ 18 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-611-116
2) บัวหลวงบูทีค รีสอร์ท อ่างทอง – ประมาณ 18 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 081-495-8884
3) ธนรา รีสอร์ท (อ่างทอง) – ประมาณ 19 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 092-940-9104
4) ที่นี่มีดี รีสอร์ท (อ่างทอง) – ประมาณ 20 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 094-131-8081
5) คลองสวนพลูรีสอร์ท (อยุธยา) – ประมาณ 32 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์) – โทร 035-242-525
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าโมกวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าโมกวรวิหารอยู่ในเขตเทศบาลตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก เดินทางได้สะดวกจากทางหลวงหมายเลข 309
 
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดป่าโมกคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นที่สุดคือพระพุทธไสยาสน์ยาว 22.58 เมตร ซึ่งเป็นองค์พระนอนที่งดงามและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนทั่วประเทศ
 
ถาม: พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกมีเรื่องเล่าอะไรที่สำคัญ?
ตอบ: มีเรื่องเล่าว่าพระพุทธไสยาสน์ลอยน้ำมาแล้วมาจมหน้าวัด ก่อนชาวบ้านทำพิธีบวงสรวงและชักลากขึ้นมาประดิษฐาน อีกทั้งยังมีประวัติการย้ายองค์พระเพื่อหนีน้ำกัดเซาะตลิ่งในอดีต
 
ถาม: ภายในวัดป่าโมกมีอะไรให้ไหว้หรือชมเพิ่มเติมนอกจากพระนอน?
ตอบ: นอกจากพระพุทธไสยาสน์ ยังมีวิหารเขียน มณฑปพระพุทธบาท 4 รอย และหอไตร ซึ่งสะท้อนทั้งศรัทธา ศิลปกรรม และบทบาทด้านการศึกษาของวัดเก่าแก่ริมเจ้าพระยา
 
ถาม: ควรเที่ยววัดป่าโมกช่วงไหนถึงจะได้บรรยากาศดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะเดินชมสบายและได้บรรยากาศสงบริมน้ำ หากมาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาหรือช่วงกฐินหลังออกพรรษา จะได้เห็นความคึกคักของกิจกรรมชุมชน
 
ถาม: ถ้ามีเวลา 1 วัน ควรไปเที่ยวต่อที่ไหนใกล้วัดป่าโมก?
ตอบ: สามารถต่อเส้นทางไปศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ วัดปราสาท วัดไชโยวรวิหาร วัดขุนอินทประมูล หรือวัดม่วง เพื่อทำทริปไหว้พระ–วัฒนธรรมในอ่างทองได้ครบในวันเดียว
แผนที่ วัดป่าโมกวรวิหาร แผนที่วัดป่าโมกวรวิหาร
คำค้นคำค้น: วัดป่าโมกวรวิหารวัดป่าโมกวรวิหาร พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก พระนอนอ่างทอง ไหว้พระอ่างทอง วัดดังอ่างทอง วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวป่าโมก วัดป่าโมกพระนอน 22.58 เมตร เส้นทางไหว้พระอ่างทอง เที่ยววัดอ่างทอง 1 วัน
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 สัปดาห์ที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(64/216)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(2)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(16)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)

เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง(1)