หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.อ่างทอง >อ.ป่าโมก >ต.บางเสด็จ > วัดสระแก้ว
TL;DR: วัดสระแก้ว อยู่ที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง 14130 เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น.

อ่างทอง

วัดสระแก้ว

วัดสระแก้ว

Rating: 4/5 (4 votes)

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
 
วัดสระแก้ว อ่างทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2242 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดสระแก” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดสระแก้ว” ในเวลาต่อมา วัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับทำบุญไหว้พระหรือประกอบศาสนกิจตามวันสำคัญเท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของ “วัดไทยในฐานะศูนย์กลางชุมชน” อย่างชัดเจน เพราะมีบทบาทซ้อนทับทั้งด้านศาสนา การศึกษา สังคมสงเคราะห์ และการสืบสานงานฝีมือท้องถิ่นที่เชื่อมโยงผู้คนกับพื้นที่มาอย่างยาวนาน ผู้มาเยือนจึงมักได้สัมผัสมากกว่าความสงบในร่มเงาไม้และบรรยากาศวัดเก่าแก่ หากยังได้เห็นความตั้งใจของชุมชนที่ใช้วัดเป็นพื้นที่รวมพลัง ดูแลกัน และต่อยอดวัฒนธรรมการทำมาหากินที่ยังมีชีวิตอยู่จริง
 
ทำเลที่ตั้งของวัดสระแก้วถือว่าสะดวกต่อการเดินทางและเหมาะสำหรับวางแผนทริปไหว้พระเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดอ่างทอง วัดตั้งอยู่ใกล้ถนนสายหลักอยุธยา–อ่างทอง (ทางหลวงหมายเลข 309) โดยจุดสังเกตที่ชัดเจนคือบริเวณกิโลเมตรที่ 39–40 ทางเข้าวัดอยู่ด้านซ้ายมือ จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนเลียบคลองชลประทานไปประมาณ 200 เมตรก็จะถึงวัด และยังอยู่ห่างจากวัดท่าสุทธาวาสประมาณ 0.2 กิโลเมตรตามเส้นทางจริง ทำให้ผู้ที่มีเวลาจำกัดสามารถจัดเป็นเส้นทางแวะสักการะได้อย่างสบาย ไม่ต้องเผื่อเวลาเดินทางนาน ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบ “แวะสั้นแต่ได้สาระ” เพราะภายในพื้นที่วัดมีทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น งานฝีมือ และพื้นที่เรียนรู้ให้เดินชม
 
หากมองในเชิงชื่อสถานที่ “สระแก” สะท้อนภูมิทัศน์ดั้งเดิมของชุมชนที่เคยมีสระน้ำสำคัญอยู่ใกล้บริเวณวัด และมีต้นแกขึ้นอยู่โดยรอบ ต่อมาเมื่อเติมคำว่า “แก้ว” จึงยิ่งเพิ่มนัยยะทางสัญลักษณ์ถึงความบริสุทธิ์ ความงดงาม และคุณค่าทางจิตวิญญาณ ชื่อวัดจึงไม่ใช่เพียงป้ายบอกตำแหน่ง แต่เป็นความทรงจำของพื้นที่ที่ถูกสืบทอดผ่านถ้อยคำ และช่วยอธิบายว่าทำไมวัดจึงอยู่คู่ชุมชนมาได้ยาวนาน เพราะวัดถูกสร้างขึ้นบนฐานของภูมิประเทศ ความเชื่อ และการดำรงชีวิตของผู้คนจริง ๆ ไม่ได้แยกขาดจากชุมชน
 
ตลอดเวลาหลายศตวรรษ วัดสระแก้วยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ แม้โครงสร้างอาคารหลายส่วนจะได้รับการบูรณะซ่อมแซมตามกาลเวลา แต่ภาพรวมยังคงให้ความรู้สึกของวัดเก่าแก่ที่มีชั้นของประวัติศาสตร์ซ้อนทับอยู่ ผู้ที่ชอบเที่ยววัดแบบ “อ่านพื้นที่” มักสังเกตได้จากความเรียบง่ายของสัดส่วนอาคาร เส้นสายของงานช่าง และบรรยากาศโดยรวมที่ยังคงความเป็นวัดชุมชน ไม่ถูกทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์จนเสียแก่นสาร
 
สิ่งที่ทำให้วัดสระแก้วเป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างเด่นชัด คือบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์ วัดเคยเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีเด็กอยู่ในความดูแลเป็นจำนวนมาก วัดจึงทำหน้าที่เสมือนบ้านและโรงเรียนไปพร้อมกัน ความหมายของคำว่า “วัด” ในมิติของชุมชนจึงถูกทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประกอบพิธีกรรม แต่ยื่นมือเข้ามาเป็นโครงสร้างรองรับชีวิตของผู้ด้อยโอกาสอย่างจริงจัง การดูแลเด็กกำพร้าในอดีตไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีทั้งค่าอาหาร ค่าเล่าเรียน ค่าดูแลสุขภาพ และค่าใช้จ่ายประจำวันอื่น ๆ วัดจึงต้องหาวิธีสร้างรายได้ที่เหมาะสมกับบริบทสังคมในยุคนั้น
 
หนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้วัดสามารถประคับประคองภารกิจสังคมสงเคราะห์ได้ คือการจัดตั้ง “คณะลิเกเด็กกำพร้าวัดสระแก้ว” เพื่อหารายได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กกำพร้า ลิเกในฐานะศิลปะการแสดงพื้นบ้านไทยมีพลังมาก เพราะสามารถดึงผู้คนให้มารวมตัว สร้างความสนุกและความประทับใจ และในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการทำบุญแบบไม่รู้สึกห่างไกล คณะลิเกเด็กกำพร้าจึงไม่ใช่เพียงการแสดง แต่เป็นรูปแบบการระดมทุนของชุมชนที่มีความสร้างสรรค์และเข้าถึงผู้คนได้กว้าง
 
ที่สำคัญ ลิเกเด็กกำพร้าวัดสระแก้วยังทำหน้าที่เป็น “โรงเรียนชีวิต” ให้เด็ก ๆ ด้วย เด็กที่เติบโตในสถานสงเคราะห์ได้ฝึกฝนทั้งการพูด การร้อง การรำ การทำงานร่วมกัน ความรับผิดชอบ และวินัยในการซ้อมและการแสดง คุณค่าที่ได้จึงไม่ได้อยู่แค่รายได้ที่นำไปใช้ดูแลเด็ก แต่คือการสร้างความมั่นใจและทักษะที่ติดตัวเด็กไปในอนาคต หลายคนมองว่าบทบาทนี้สะท้อนหลักเมตตาและการเกื้อกูลกันของสังคมไทยแบบดั้งเดิม ที่วัด ชุมชน และผู้คนรอบข้างร่วมกันเป็น “เครือข่ายดูแลชีวิต” ให้ผู้ที่ขาดโอกาส
 
นอกจากมิติการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส วัดสระแก้วยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นการพัฒนาชุมชนผ่าน “งานฝีมือและอาชีพ” อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะภายใน “อาคารสามัคคีสมาคาร” ซึ่งเป็นศูนย์โครงการทอผ้าตามพระราชประสงค์ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2524 อยู่ในความรับผิดชอบของกองอุตสาหกรรมในครอบครัว กระทรวงอุตสาหกรรม ภายในอาคารมีสินค้าผ้าทอคุณภาพดี เช่น ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า และงานผ้าพื้นบ้านรูปแบบต่าง ๆ ให้เลือกชมและอุดหนุน การมีอาคารลักษณะนี้ในพื้นที่วัดทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าวัดไม่ได้ยืนเดี่ยว แต่เชื่อมโยงกับวิถีทำมาหากินของชุมชนอย่างแนบแน่น
 
งานทอผ้าไม่ใช่แค่งานหัตถกรรมเพื่อการค้า แต่เป็นการสะสมความรู้ การส่งต่อเทคนิค และการรักษาเอกลักษณ์ของพื้นที่ ลวดลายที่เกิดขึ้นบนผืนผ้ามักสะท้อนรสนิยม สีสัน และความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทอ รวมถึงสอดคล้องกับบริบทของภาคกลางที่เน้นความเรียบง่ายแต่ประณีต ผ้าขาวม้าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะเป็นของใช้ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมานาน ทั้งใช้คล้องบ่า ใช้ห่ม ใช้ห่อของ หรือเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยในสายตานักท่องเที่ยว เมื่อวัดสระแก้วมีพื้นที่ให้ผู้คนได้เห็นและเลือกซื้อผ้าทอ จึงเท่ากับเปิดประตูให้ผู้มาเยือน “อ่านวัฒนธรรมผ่านของใช้จริง” ไม่ใช่แค่ชมพิพิธภัณฑ์หรือป้ายข้อมูล
 
อีกจุดที่ผู้มาเยือนมักใช้เวลาเดินชมคือ “ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอป่าโมก” ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าวัด ภายในมีการสาธิตการทอผ้ากี่กระตุก การทำเครื่องประดับเงิน การปั้นตุ๊กตาชาววัง และผลิตผลทางการเกษตรของกลุ่มแม่บ้าน เช่น กล้วยเบรกแตก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ทำหน้าที่คล้ายหน้าต่างของชุมชนที่เปิดให้คนภายนอกได้มองเห็นความถนัดและความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่น งานฝีมือแต่ละประเภทไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เกิดจากการฝึกฝน การรวมกลุ่ม และการสั่งสมประสบการณ์ของคนในพื้นที่ การมีพื้นที่สาธิตจึงช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นกระบวนการทำงานจริง และเข้าใจคุณค่าของสินค้าในเชิงแรงงาน ความละเอียด และภูมิปัญญา
 
เมื่อรวมมิติศาสนา สังคมสงเคราะห์ และงานฝีมือไว้ด้วยกัน วัดสระแก้วจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทริปที่ “ได้ทั้งทำบุญและเรียนรู้” ภายในวันเดียว ความร่มรื่นของพื้นที่วัดและความสงบของชุมชนรอบ ๆ ยังช่วยให้การเดินทางมีความผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบเกินไป เหมาะกับการพาผู้ใหญ่ในครอบครัวไปทำบุญ หรือพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้เรื่องชุมชนและงานหัตถกรรมในบรรยากาศที่เป็นมิตร
 
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันเข้าพรรษา วัดสระแก้วมักมีการจัดกิจกรรมศาสนาที่ชาวบ้านเข้าร่วมต่อเนื่อง เช่น ทำบุญตักบาตร ฟังธรรม และเวียนเทียน ทำให้เห็นภาพของวัดที่ยังคงเป็น “ศูนย์รวมศรัทธา” ของคนในพื้นที่ ไม่ใช่สถานที่ที่มีแต่ผู้มาเที่ยวชั่วคราวเท่านั้น การได้เห็นจังหวะชีวิตเช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่า วัดไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่คือความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ความเชื่อ และการร่วมแรงร่วมใจของชุมชน
 
สำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อวัดเพื่อสอบถามข้อมูลการทำบุญ การเข้าร่วมกิจกรรม หรือการเยี่ยมชมในหมู่คณะ สามารถใช้เบอร์ติดต่อของวัดที่เผยแพร่ในแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวทางการได้ตามตารางสรุปด้านล่าง ส่วนผู้ดูแลและเจ้าอาวาสของวัดสระแก้วในปัจจุบัน คือ “พระวชิรสิกขการ” ซึ่งมีบทบาททั้งในการบริหารจัดการงานภายในวัดและการขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นชื่อที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลขององค์กรท้องถิ่นและสื่อชุมชนที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดอ่างทอง
 
การเดินทาง หากเดินทางจากอยุธยา ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 (อยุธยา–อ่างทอง) เมื่อถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 39–40 ให้สังเกตทางเข้าด้านซ้ายมือ จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนเลียบคลองชลประทานประมาณ 200 เมตร จะถึงบริเวณวัดสระแก้ว เส้นทางเหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัว และหากต้องการจัดทริปต่อเนื่อง สามารถขับไปยังวัดป่าโมกวรวิหาร ตลาดป่าโมก หรือวัดขุนอินทประมูลได้ในวันเดียว โดยแนะนำให้เดินทางช่วงเช้าเพื่อมีเวลาชมศูนย์วัฒนธรรมและเลือกซื้อสินค้าชุมชนอย่างเต็มที่
 
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อสถานที่วัดสระแก้ว
ที่อยู่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง 14130
สรุปสถานที่วัดโบราณสมัยอยุธยา (สร้าง พ.ศ. 2242) เดิมชื่อวัดสระแก มีบทบาทเด่นด้านสังคมสงเคราะห์ผ่านสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและคณะลิเกเด็กกำพร้า รวมถึงเป็นศูนย์ส่งเสริมอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านโครงการทอผ้าและศูนย์วัฒนธรรมอำเภอป่าโมก
จุดเด่นของสถานที่ประวัติสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและคณะลิเกเด็กกำพร้า, อาคารสามัคคีสมาคาร (ศูนย์โครงการทอผ้าตามพระราชประสงค์), ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอป่าโมก (สาธิตงานฝีมือและผลิตภัณฑ์ชุมชน)
ยุค/สมัยสมัยกรุงศรีอยุธยา
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส (ล่าสุด)พระวชิรสิกขการ
เบอร์ติดต่อวัด035-661-950-1
สถานะปัจจุบันเปิดให้ทำบุญและเยี่ยมชมตามปกติ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางตามเส้นทางจริงโดยประมาณ)1) วัดท่าสุทธาวาส – 0.2 กม.
2) วัดป่าโมกวรวิหาร – 3 กม.
3) ตลาดป่าโมก – 3 กม.
4) วัดขุนอินทประมูล – 15 กม.
5) วัดม่วง (อ่างทอง) – 20 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางตามเส้นทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร)1) ร้านปิ่นโต (ป่าโมก) – 3 กม. – 085-182-5479
2) ของอร่อย by ลุงลุง – 3 กม. – 080-932-2331
3) baanmaeoon cafe (สาขา 1) – 4 กม. – 086-129-9994
4) บ้านรักน้ำ (banraknam cafe’) – 6 กม. – 095-263-9493
5) เล็กบ้านรอ (อ่างทอง) – 16 กม. – 035-612-070
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางตามเส้นทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร)1) บ้านสวนจิตร์สมบูรณ์ (ป่าโมก) – 9 กม. – 081-776-1718
2) แพริมน้ำ รีสอร์ท (อ่างทอง) – 17 กม. – 081-947-7491
3) Suphorn Grand Hotel (อ่างทอง) – 19 กม. – 081-551-2828
4) IKKYU2 Angthong (อ่างทอง) – 18 กม. – 086-506-9503
5) ล้วนเจริญคอนโด (อ่างทอง) – 18 กม. – 035-612-636
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสระแก้วสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดสระแก้วสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2242 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแก ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสระแก้ว
 
ถาม: วัดสระแก้วมีความสำคัญกับชุมชนบางเสด็จอย่างไร?
ตอบ: วัดเป็นศูนย์กลางศาสนาและชุมชน อีกทั้งมีบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์ในอดีตผ่านสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและคณะลิเกเด็กกำพร้า รวมถึงเป็นพื้นที่ส่งเสริมอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่น
 
ถาม: ไปวัดสระแก้วจากอยุธยาต้องใช้เส้นทางไหน?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 (อยุธยา–อ่างทอง) สังเกตช่วงกิโลเมตรที่ 39–40 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองชลประทานประมาณ 200 เมตร
 
ถาม: ภายในวัดมีอะไรให้ชม/เรียนรู้เพิ่มเติมนอกจากทำบุญไหว้พระ?
ตอบ: มีอาคารสามัคคีสมาคารซึ่งเป็นศูนย์โครงการทอผ้าตามพระราชประสงค์ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอป่าโมกที่มีการสาธิตงานฝีมือและผลิตภัณฑ์ชุมชน
 
ถาม: หากต้องการติดต่อวัดเพื่อสอบถามข้อมูลหรือทำบุญ ติดต่อได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถติดต่อวัดสระแก้วได้ที่ 035-661-950-1
 
ถาม: ถ้ามีเวลาวันเดียว ควรจัดทริปต่อเนื่องไปที่ไหนใกล้ ๆ?
ตอบ: สามารถแวะวัดท่าสุทธาวาส วัดป่าโมกวรวิหาร ตลาดป่าโมก และต่อไปยังวัดขุนอินทประมูลหรือวัดม่วงได้ตามความสะดวก

โทร : 035661169, 035661273

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


GPS คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดสระแก้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)

พระราชวัง พระราชวัง(1)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(64/216)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(2)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(16)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)

ช้อปปิ้ง ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)

เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง เมนูอาหารภาคกลาง, สูตรอาหารภาคกลาง(1)