หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก >อ.ท่าสองยาง >ต.ท่าสองยาง > วัดมงคลคีรีเขตร์ (ครูบาสร้อย)
TL;DR: วัดมงคลคีรีเขตร์ (ครูบาสร้อย) อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เปิดทุกวัน เวลา เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและกราบนมัสการในช่วงกลางวัน. จุดเด่นคือ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บนเส้นทางสำคัญระหว่างแม่สอด ท่าสองยาง และแม่สะเรียง.
วัดมงคลคีรีเขตร์ (ครูบาสร้อย)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและกราบนมัสการในช่วงกลางวัน
วัดมงคลคีรีเขตร์ (ครูบาสร้อย) เป็นวัดสำคัญของอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายแม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 136 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสองยาง อยู่ติดกับลำห้วยแม่จวง วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวท่าสองยางและผู้เดินทางผ่านเส้นทางชายแดนตากตอนเหนือ โดยมีจุดหมายสำคัญคือการกราบนมัสการสรีระของพระครูบาสร้อย ขันติสาโร พระเถระผู้สร้างวัดและเป็นที่เคารพของลูกศิษย์จำนวนมาก แม้ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่สรีระของท่านยังได้รับการเก็บรักษาไว้ให้ผู้มีศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลได้ทุกวัน
วัดมงคลคีรีเขตร์เป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งในฐานะวัดชุมชน วัดริมเส้นทางคมนาคมสำคัญ และสถานที่เกี่ยวข้องกับประวัติของครูบาสร้อย ขันติสาโร ผู้มีวัตรปฏิบัติแนวกรรมฐานและเป็นที่เลื่อมใสในพื้นที่ท่าสองยาง วัดตั้งอยู่บนเส้นทางที่เชื่อมแม่สอดกับท่าสองยางและแม่สะเรียง ทำให้ผู้ที่เดินทางขึ้นเหนือจากแม่สอด หรือเดินทางต่อไปยังพื้นที่ชายแดนและชุมชนริมแม่น้ำเมย สามารถแวะสักการะได้สะดวก บรรยากาศโดยรอบวัดมีลักษณะสงบ เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ และสะท้อนวิถีวัดในพื้นที่ภูเขาชายแดนของจังหวัดตากอย่างชัดเจน
ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่เพียงตำแหน่งที่ตั้ง แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวชีวิตของครูบาสร้อย ขันติสาโร พระภิกษุผู้สร้างวัดและสร้างคุณประโยชน์แก่ชาวบ้าน ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2472 ตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเส็ง ที่ตำบลละหานทราย อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ชีวิตในวัยเด็กของท่านเต็มไปด้วยความลำบาก เมื่ออายุ 7 ขวบ โยมบิดาและโยมมารดาถึงแก่กรรม ท่านจึงอยู่ในความดูแลของคุณยาย เหตุการณ์สำคัญในวัยเด็กคือการได้ถวายน้ำตาลแด่พระธุดงค์รูปหนึ่ง ซึ่งพระธุดงค์ได้กล่าวกับท่านว่าเมื่อเติบโตขึ้นให้บวช คำกล่าวนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นทางจิตใจที่นำท่านเข้าสู่เส้นทางธรรมในเวลาต่อมา
หลังจากเรียนจบชั้นประถม 4 คุณยายได้พาท่านไปบวชเป็นสามเณรที่วัดชุมพรใกล้บ้าน โดยมีหลวงพ่อมั่นเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาเมื่ออายุ 22 ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีหลวงพ่อมั่นเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อสุขเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อสุตเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ขันติสาโร” ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับชีวิตของท่านอย่างมาก เพราะเส้นทางธรรมของครูบาสร้อยเต็มไปด้วยความอดทน ความเพียร และการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
หลังอุปสมบท ครูบาสร้อยได้กราบลาหลวงพ่อมั่นเพื่อไปฝึกปฏิบัติกรรมฐานกับหลวงพ่อสุข รวมทั้งเรียนรู้วิชาสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรม ต่อมาใน พ.ศ. 2497 ท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ และจำพรรษาที่วัดมหาธาตุ เพื่อศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นเวลา 7 เดือน ก่อนจะลาพระอาจารย์กลับไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดกลางนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อออกพรรษาแล้ว ท่านได้ล่ำลาญาติโยมเพื่อออกธุดงค์รุกขมูลไปตามสถานที่ต่าง ๆ วิถีชีวิตของท่านจึงเป็นชีวิตของพระผู้แสวงหาธรรม ไม่ยึดติดกับความสะดวกสบาย และให้ความสำคัญกับการฝึกใจเป็นหลัก
เรื่องราวของครูบาสร้อยยังมีเหตุการณ์ที่ชาวบ้านและลูกศิษย์เล่าขานกันอย่างมาก โดยใน พ.ศ. 2503 หลังฉันอาหารเช้า ท่านเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวและไปพักผ่อน ปรากฏว่าท่านมีอาการเหมือนวิญญาณออกจากร่างเป็นครั้งที่ 2 แต่เพียง 1 วันก็ฟื้นขึ้นมา เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าทางศรัทธาที่ทำให้ผู้คนเคารพท่านมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเพราะความอัศจรรย์ของเหตุการณ์ แต่เพราะชีวิตของท่านแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในธรรม ความอดทน และพลังใจที่ยิ่งใหญ่ของพระผู้ปฏิบัติ
ต่อมาใน พ.ศ. 2505 ครูบาสร้อยได้เริ่มสร้างวัดเพื่อให้เป็นศาสนสถานที่ถูกต้องและมั่นคง มีเรื่องเล่าว่าในช่วงที่ท่านตั้งใจจะบูรณะและสร้างวัด ในสมาธิของท่านมีเทวดาเจ้าที่มาปรากฏและถามถึงความต้องการ ท่านจึงกล่าวว่าจะทำการบูรณะปรับปรุงวัดให้ดีขึ้น จากนั้นจึงเริ่มงานก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่วัด โดยระหว่างการก่อสร้างมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย จนถึง พ.ศ. 2506 การก่อสร้างจึงสำเร็จ วัดมงคลคีรีเขตร์จึงเป็นผลงานศรัทธาที่เกิดจากความเพียรของครูบาสร้อยและแรงสนับสนุนของชาวบ้าน
วัดมงคลคีรีเขตร์จึงเป็นวัดที่มีเรื่องราวของ “พระผู้สร้าง” อยู่ในแก่นของสถานที่อย่างเด่นชัด ครูบาสร้อยไม่ได้เป็นเพียงพระภิกษุผู้พำนักอยู่ในวัด แต่เป็นผู้บุกเบิก สร้าง และทำให้วัดกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในท่าสองยาง ท่านสร้างคุณประโยชน์แก่ชาวบ้านและลูกศิษย์จำนวนมาก ทั้งในด้านศาสนา การปฏิบัติธรรม การสั่งสอน และการเป็นที่พึ่งทางใจในพื้นที่ห่างไกล ความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อท่านจึงไม่ได้เกิดจากวัตถุมงคลหรือเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคุณงามความดีและความเสียสละที่ท่านฝากไว้ในพื้นที่นี้
วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2541 เวลา 07.19 น. ครูบาสร้อยได้หยุดดับธาตุขันธ์ สิริอายุ 69 ปี เหลือไว้แต่คุณงามความดีและความทรงจำที่ยังคงอยู่ในหัวใจของลูกศิษย์ ภายหลังการละสังขาร สรีระของท่านไม่เน่าเปื่อยและได้รับการเก็บรักษาไว้ที่วัดมงคลคีรีเขตร์ เพื่อให้ผู้ศรัทธาเดินทางมากราบนมัสการ ความเชื่อและความเคารพต่อสรีระของครูบาสร้อยทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นสถานที่สำคัญของผู้ที่ศรัทธาในพระกรรมฐานและพระเกจิอาจารย์ในพื้นที่ภาคเหนือ-ชายแดนตาก
ผู้ที่เดินทางมาวัดมงคลคีรีเขตร์มักตั้งใจมากราบสรีระครูบาสร้อย ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และรำลึกถึงคำสอนของท่าน บรรยากาศภายในวัดเหมาะกับการทำใจให้สงบ การนั่งพัก การไหว้พระ และการเดินชมพื้นที่วัดอย่างสำรวม ความเรียบง่ายของสถานที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าถึงแก่นของวัดได้ดีขึ้น เพราะจุดสำคัญของวัดไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นประวัติชีวิตของครูบาสร้อยและความศรัทธาที่ผู้คนยังคงมีต่อท่าน
วัดแห่งนี้ยังสะท้อนลักษณะเฉพาะของอำเภอท่าสองยาง ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนภูเขา มีชุมชนหลากหลายชาติพันธุ์ มีเส้นทางเชื่อมต่อแม่สอด ท่าสองยาง แม่สะเรียง และชุมชนริมแม่น้ำเมย วัดมงคลคีรีเขตร์ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายสำคัญ จึงเป็นทั้งวัดประจำพื้นที่และจุดแวะพักทางจิตใจของผู้เดินทาง เส้นทางนี้มีทั้งภูเขา ลำห้วย ป่าไม้ และชุมชนท้องถิ่น การแวะวัดระหว่างทางจึงช่วยให้การเดินทางมีมิติทางศรัทธาและวัฒนธรรมมากขึ้น
พื้นที่โดยรอบวัดอยู่ใกล้ลำห้วยแม่จวง ทำให้บรรยากาศมีความร่มรื่นและสัมพันธ์กับธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสความสงบของวัดชายเขาและความเป็นท้องถิ่นของท่าสองยางได้อย่างชัดเจน เสียงรถบนทางหลวงอาจมีบ้างตามสภาพเส้นทาง แต่เมื่อเข้าสู่พื้นที่วัด ความรู้สึกโดยรวมจะเปลี่ยนเป็นความสงบและความนอบน้อม เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางมากราบครูบาสร้อยโดยเฉพาะ
ในเชิงท่องเที่ยว วัดมงคลคีรีเขตร์เหมาะกับผู้ที่สนใจเส้นทางศรัทธาในจังหวัดตาก โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากแม่สอดไปท่าสองยางหรือเดินทางต่อไปยังแม่สะเรียง วัดสามารถจัดเป็นจุดแวะสำคัญร่วมกับตลาดเช้าท่าสองยาง วัดพระธาตุรัตนเจดีย์ ถ้ำแม่อุสุ พื้นที่ชุมชนแม่ต้าน และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของท่าสองยางได้ ผู้ที่ต้องการทริปสงบ ไม่เร่งรีบ และใกล้ชิดชุมชนชายแดนจะพบว่าวัดแห่งนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว
การเดินทางไปวัดมงคลคีรีเขตร์สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า หากเริ่มจากอำเภอแม่สอด ให้ใช้เส้นทางแม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง มุ่งหน้าไปอำเภอท่าสองยาง วัดตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 136 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสองยาง อยู่ริมถนนและติดลำห้วยแม่จวง เมื่อเดินทางถึงพื้นที่ท่าสองยางสามารถสังเกตป้ายวัดและทางเข้าได้ตามแนวถนนหลัก เส้นทางนี้ควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือช่วงที่ถนนลื่น เนื่องจากเป็นเส้นทางภูเขาและมีรถท้องถิ่นสัญจร
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและใช้กิริยาสำรวม เนื่องจากวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่ประดิษฐานสรีระของพระเถระที่ผู้คนเคารพ ควรงดส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และถ่ายภาพด้วยความเคารพ หากมีผู้กำลังกราบนมัสการหรือปฏิบัติธรรม ควรรอจังหวะให้เหมาะสม การเดินทางมาวัดลักษณะนี้จะได้คุณค่ามากขึ้นเมื่อผู้มาเยือนไม่ได้มองเพียงจุดถ่ายภาพ แต่รับรู้เรื่องราวชีวิตของครูบาสร้อยและความศรัทธาของชาวท่าสองยาง
วัดมงคลคีรีเขตร์ยังเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติพระเถระผู้ปฏิบัติธรรม เพราะชีวิตของครูบาสร้อยสะท้อนภาพของพระผู้ผ่านความลำบากมาตั้งแต่วัยเด็ก บวชเรียนตั้งแต่ยังเป็นสามเณร ฝึกกรรมฐาน เดินธุดงค์ และใช้ชีวิตเพื่อประโยชน์ของพระพุทธศาสนา เส้นทางชีวิตของท่านเชื่อมโยงหลายพื้นที่ ตั้งแต่บุรีรัมย์ กรุงเทพฯ นางรอง แม่สอด จนถึงท่าสองยาง เรื่องราวเหล่านี้ทำให้วัดแห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าวัดท้องถิ่นทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ปลายทางของชีวิตพระผู้สร้างศรัทธาข้ามภูมิภาค
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างในท่าสองยาง ควรวางแผนล่วงหน้า เพราะที่พักในพื้นที่มีจำนวนจำกัดเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ท โฮมสเตย์ เกสต์เฮาส์ และที่พักชุมชนตามเส้นทางแม่ต้าน ท่าสองยาง หรือพื้นที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ร้านอาหารในพื้นที่เป็นร้านท้องถิ่นและคาเฟ่ขนาดเล็กหลายแห่ง ผู้เดินทางควรตรวจสอบเวลาเปิดบริการและโทรสอบถามก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากเดินทางในวันธรรมดาหรือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
วัดมงคลคีรีเขตร์เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการแวะช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพราะแสงไม่แรงมากและเหมาะแก่การกราบนมัสการอย่างสงบ หากเดินทางต่อไปยังพื้นที่ธรรมชาติของท่าสองยาง เช่น ถ้ำแม่อุสุ หรือชุมชนแม่สลิด ควรจัดเวลาให้เพียงพอ เพราะบางเส้นทางใช้เวลาขับรถมากกว่าที่คาดจากระยะทางบนแผนที่ การเดินทางในอำเภอท่าสองยางควรให้ความสำคัญกับเวลา แสงสว่าง และสภาพถนนเป็นพิเศษ
เมื่อพิจารณาในมิติทางวัฒนธรรม วัดมงคลคีรีเขตร์เป็นตัวแทนของศรัทธาชายแดนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ พื้นที่ท่าสองยางมีทั้งชาวไทย ชาวกะเหรี่ยง และชุมชนริมแม่น้ำเมยที่มีวิถีชีวิตเชื่อมโยงกับภูเขา ป่าไม้ และเส้นทางชายแดน วัดจึงเป็นสถานที่ที่ทำหน้าที่เชื่อมผู้คนหลากหลายเข้าหากันผ่านพระพุทธศาสนาและความเคารพต่อครูบาสร้อย ผู้มาเยือนจึงสามารถเรียนรู้ความหมายของวัดในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของพื้นที่ชายแดนได้อย่างชัดเจน
จุดเด่นอีกประการของวัดคือการเป็นสถานที่ที่รักษาความทรงจำของครูบาสร้อยไว้ในพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงในคำเล่าหรือประวัติส่วนตัว การได้มากราบสรีระของท่าน ทำให้ผู้ศรัทธารู้สึกใกล้ชิดกับคุณงามความดีของพระผู้สร้างวัด ผู้ที่ไม่เคยรู้จักท่านมาก่อนก็สามารถเรียนรู้ประวัติชีวิตของท่านจากเรื่องราวภายในวัด และเข้าใจว่าทำไมชาวท่าสองยางจึงยังเคารพท่านอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
วัดมงคลคีรีเขตร์จึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเดินทางมาสักการะสำหรับผู้ที่สนใจวัดสำคัญของจังหวัดตาก วัดสายครูบา พระเกจิอาจารย์ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในอำเภอท่าสองยาง ที่นี่ไม่ใช่วัดใหญ่กลางเมือง แต่เป็นวัดที่มีพลังของเรื่องราว พลังของการปฏิบัติ และพลังของความศรัทธาที่ฝังอยู่ในพื้นที่ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสทั้งประวัติครูบาสร้อย ความสงบของวัดชายแดน และวิถีท้องถิ่นของท่าสองยางในเวลาเดียวกัน
เมื่อสรุปความสำคัญของวัดมงคลคีรีเขตร์ วัดแห่งนี้คือศาสนสถานสำคัญของตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายแม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง ใกล้ลำห้วยแม่จวง เป็นวัดที่ครูบาสร้อย ขันติสาโร สร้างขึ้นและฝากคุณงามความดีไว้แก่ชาวบ้าน แม้ท่านจะละสังขารเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2541 แต่สรีระของท่านยังเป็นที่กราบนมัสการของผู้ศรัทธา วัดมงคลคีรีเขตร์จึงเป็นทั้งสถานที่ไหว้พระ ขอพร เรียนรู้ประวัติพระเถระผู้ปฏิบัติ และจุดหมายทางวัฒนธรรมที่สำคัญของท่าสองยาง
| ชื่อสถานที่ | วัดมงคลคีรีเขตร์ (ครูบาสร้อย) |
| ชื่อเรียกอื่น | วัดมงคลคีรีเขต, วัดท่าสองยาง |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก |
| ที่อยู่ / จุดสังเกต | ริมทางหลวงสายแม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 136 อยู่ติดกับลำห้วยแม่จวง |
| ไฮไลต์ | สักการะสรีระของพระครูบาสร้อย ขันติสาโร พระผู้สร้างวัดและเป็นที่เคารพของชาวท่าสองยาง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดตั้งขึ้นประมาณ พ.ศ. 2462 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2523 |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บนเส้นทางสำคัญระหว่างแม่สอด ท่าสองยาง และแม่สะเรียง |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | สรีระพระครูบาสร้อย ขันติสาโร, พื้นที่กราบนมัสการ, ศาสนสถานภายในวัด และลานวัดริมลำห้วยแม่จวง |
| พระสำคัญที่เกี่ยวข้อง | พระครูบาสร้อย ขันติสาโร เกิดวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2472 ละสังขารวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2541 เวลา 07.19 น. สิริอายุ 69 ปี |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจากแม่สอด ใช้เส้นทางแม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง วัดอยู่ริมถนนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 136 |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดสำคัญของอำเภอท่าสองยาง เปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวกราบนมัสการสรีระครูบาสร้อยได้ทุกวัน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและกราบนมัสการในช่วงกลางวัน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่กราบนมัสการ พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่วัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่สักการะสรีระครูบาสร้อย, ศาสนสถานภายในวัด, ลานวัด และพื้นที่ริมลำห้วยแม่จวง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตลาดเช้าท่าสองยาง ประมาณ 1 กม. 2. วัดพระธาตุรัตนเจดีย์ ประมาณ 2 กม. 3. แม่น้ำเมยและชุมชนริมเมยท่าสองยาง ประมาณ 3 กม. 4. ชุมชนแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง ประมาณ 5 กม. 5. ถ้ำแม่อุสุ ประมาณ 35 กม. 6. บ้านเก่เลฮิ ประมาณ 40 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารท้องถิ่นตลาดเช้าท่าสองยาง ประมาณ 1 กม. 2. ร้านอาหารและกาแฟในชุมชนแม่ต้าน ประมาณ 5 กม. 3. ร้านอาหารท้องถิ่นริมเส้นทางแม่สอด-ท่าสองยาง ประมาณ 5 กม. 4. กะเญอพอ คาเฟ่ บ้านแม่สลิด ประมาณ 30 กม. 5. บ้านเก่เลฮิ ประมาณ 40 กม. โทร. 063-817-0833 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Wongtawan Resort - วงศ์ตะวัน รีสอร์ท ท่าสองยาง ประมาณ 2 กม. โทร. 064-547-4695 2. บ้านสวนศรเพชร รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 089-267-1298 3. บี.พี. รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 055-589-098, 089-272-6399 4. สบายดีรีสอร์ท ท่าสองยาง ประมาณ 5 กม. โทร. 062-579-5752 5. บ้านไร่ชัยชนะ ประมาณ 6 กม. โทร. 092-628-8660 6. วสันต์ เกสท์เฮ้าส์ ประมาณ 5 กม. โทร. 082-882-8292 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมงคลคีรีเขตร์ (ครูบาสร้อย) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดมงคลคีรีเขตร์ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายแม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 136 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ติดกับลำห้วยแม่จวง
ถาม: วัดมงคลคีรีเขตร์มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดแห่งนี้เป็นสถานที่สักการะสรีระของพระครูบาสร้อย ขันติสาโร พระผู้สร้างวัดและเป็นที่เคารพของชาวท่าสองยางและผู้ศรัทธาจำนวนมาก
ถาม: ครูบาสร้อย ขันติสาโร คือใคร?
ตอบ: ครูบาสร้อย ขันติสาโร เป็นพระเถระผู้สร้างวัดมงคลคีรีเขตร์ เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2472 อุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี และเป็นพระผู้ปฏิบัติกรรมฐานที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา
ถาม: สามารถไปกราบสรีระครูบาสร้อยได้ทุกวันหรือไม่?
ตอบ: สามารถเดินทางไปกราบนมัสการได้ทุกวันในช่วงกลางวัน โดยควรแต่งกายสุภาพและใช้กิริยาสำรวมภายในวัด
ถาม: เดินทางไปวัดมงคลคีรีเขตร์อย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์จากแม่สอดตามเส้นทางแม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง วัดอยู่ริมถนนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 136 ใกล้ลำห้วยแม่จวง
ถาม: วัดมงคลคีรีเขตร์เหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจไหว้พระ ขอพร ศึกษาประวัติครูบาสร้อย เที่ยววัดสายครูบา และเดินทางตามเส้นทางวัฒนธรรมชายแดนอำเภอท่าสองยาง
ถาม: เที่ยววัดมงคลคีรีเขตร์แล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ตลาดเช้าท่าสองยาง วัดพระธาตุรัตนเจดีย์ ชุมชนริมแม่น้ำเมย ถ้ำแม่อุสุ ชุมชนแม่ต้าน และบ้านเก่เลฮิได้ตามแผนการเดินทาง
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปวัดมงคลคีรีเขตร์?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เตรียมเวลาเดินทางให้เหมาะสม ตรวจสอบสภาพเส้นทาง และขับรถด้วยความระมัดระวัง เพราะเส้นทางแม่สอด-ท่าสองยางเป็นเส้นทางภูเขาบางช่วง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




