หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก >อ.แม่สอด >ต.ท่าสายลวด > โบราณสถานคอกช้างเผือก
TL;DR: โบราณสถานคอกช้างเผือก อยู่ที่บ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เปิดทุกวัน เวลา พื้นที่โบราณสถานกลางแจ้ง ควรเข้าชมช่วงกลางวัน.

ตาก

โบราณสถานคอกช้างเผือก

โบราณสถานคอกช้างเผือก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: พื้นที่โบราณสถานกลางแจ้ง ควรเข้าชมช่วงกลางวัน
 
โบราณสถานคอกช้างเผือก หรือ พะเนียดช้าง จังหวัดตาก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย เป็นโบราณสถานสำคัญที่เชื่อมโยงเรื่องราวประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย ตำนานช้างเผือก พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มะกะโท หรือพระเจ้าฟ้ารั่ว และพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความหมายสูง เพราะเป็นหนึ่งในหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเมืองสุโขทัย เมืองตาก เมืองเมาะตะมะ และชุมชนริมแม่น้ำเมยในอดีต
 
โบราณสถานคอกช้างเผือกมีลักษณะเป็นพะเนียดหรือคอกสำหรับล้อมช้าง ก่อด้วยอิฐมอญเป็นแนวกำแพงเตี้ย สูงประมาณ 1 เมตรเศษ กว้างประมาณ 25 เมตร และยาวประมาณ 80 เมตร รูปทรงของคอกทำเป็นแนวสอบขนานกันไป คล้ายพื้นที่ควบคุมสัตว์ขนาดใหญ่ให้เคลื่อนเข้าสู่จุดที่กำหนด ลักษณะดังกล่าวสะท้อนภูมิปัญญาในการจัดการช้าง ซึ่งในอดีตถือเป็นสัตว์สำคัญทั้งทางการศึก การเมือง พระราชพิธี และสัญลักษณ์แห่งบุญญาบารมีของพระมหากษัตริย์
 
ความสำคัญของคอกช้างเผือกไม่ได้อยู่เพียงที่รูปแบบโบราณสถาน แต่ยังอยู่ที่เรื่องเล่าตามพงศาวดารซึ่งผูกโยงกับเหตุการณ์ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เรื่องเล่ากล่าวถึงมะกะโท หนุ่มชาวมอญผู้เป็นคนเลี้ยงช้างและเข้ารับราชการเป็นขุนวังในราชสำนักสุโขทัย มะกะโทมีโอกาสใกล้ชิดกับนางสร้อยดาว พระราชธิดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ต่อมาเมื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราชยกทัพไปตีเมืองนครศรีธรรมราช มะกะโทจึงพานางสร้อยดาวหนีไปยังเมืองเมาะตะมะ และภายหลังได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ สร้างเมืองเมาะตะมะขึ้นเป็นราชธานี โดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพระราชทานนามให้ว่า พระเจ้าฟ้ารั่ว
 
ตำนานคอกช้างเผือกยังเล่าต่อไปว่า เมืองตากในเวลานั้นเป็นพื้นที่ชานเมืองของกรุงสุโขทัย และมีช้างเผือกเชือกหนึ่งออกอาละวาด เมื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงทราบ จึงประกอบพิธีเสี่ยงสัตย์อธิษฐานว่า หากช้างเผือกเชือกนี้เป็นช้างคู่บุญบารมีของกษัตริย์นครใด ก็ขอให้ช้างเผือกบ่ายหน้าไปยังทิศทางนั้น เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ช้างเผือกได้ชูงวงเป็นทักษิณาวรรต เปล่งเสียงร้อง 3 ครั้ง แล้วเดินบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกจนถึงชายแดนเมืองตาก
 
เมื่อช้างเผือกเดินมาถึงบริเวณชายแดนที่มีแม่น้ำเมยขวางกั้น พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงแน่พระทัยว่าช้างเผือกเชือกนี้เป็นช้างคู่บารมีของพระเจ้าฟ้ารั่ว จึงแจ้งให้พระเจ้าฟ้ารั่วมารับช้างเผือก ทหารที่ติดตามช้างมาถึงบริเวณดังกล่าวได้สร้างพะเนียดล้อมช้างเผือกไว้ เพื่อรอการประกอบพิธีมอบช้าง ณ พื้นที่นี้เอง เรื่องเล่านี้ทำให้คอกช้างเผือกกลายเป็นสถานที่ที่มีมิติทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรมพงศาวดารควบคู่กัน เป็นจุดที่เชื่อมโยงบุคคลสำคัญ 2 ฝ่าย คือพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งสุโขทัย และพระเจ้าฟ้ารั่วแห่งเมาะตะมะ
 
พื้นที่ตั้งของโบราณสถานอยู่ในบ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญของอำเภอแม่สอด อยู่ไม่ไกลจากตลาดริมเมย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา และวัดไทยวัฒนาราม การตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเมยทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายในเชิงภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน เพราะแม่น้ำเมยเป็นเส้นแบ่งพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทยกับเมียนมา และเป็นเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การค้า การติดต่อของผู้คน และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ชายแดนมาอย่างยาวนาน
 
คอกช้างเผือกจึงเป็นโบราณสถานที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพของแม่สอดในมิติที่ลึกกว่าการเป็นเมืองการค้าชายแดน ในพื้นที่เดียวกันนี้มีทั้งเรื่องของพงศาวดารสุโขทัย ตำนานกษัตริย์มอญ ประวัติศาสตร์เมืองเมาะตะมะ ภูมิศาสตร์แม่น้ำเมย และเส้นทางวัฒนธรรมสองฝั่งชายแดน การมาเยือนคอกช้างเผือกจึงไม่ใช่เพียงการชมกำแพงอิฐเก่า แต่เป็นการเดินเข้าสู่พื้นที่ที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอำนาจ การเมือง พระราชไมตรี และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐโบราณ
 
ในด้านรูปแบบโบราณสถาน กำแพงอิฐมอญของคอกช้างเผือกสะท้อนลักษณะการก่อสร้างที่เรียบง่ายแต่มีหน้าที่ชัดเจน วัสดุอิฐมอญมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการก่อสร้างในภูมิภาคนี้ และการทำกำแพงเป็นแนวยาวสอบเข้าหากันเหมาะกับการควบคุมช้างให้เคลื่อนในทิศทางที่ต้องการ แม้โครงสร้างที่เหลืออยู่ในปัจจุบันจะเป็นแนวกำแพงเตี้ย แต่เมื่อพิจารณาร่วมกับเรื่องเล่าและตำแหน่งพื้นที่ริมแม่น้ำเมย จะเห็นได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่ประกอบพิธีและพื้นที่จัดการช้างเผือกตามคติทางราชสำนัก
 
ช้างเผือกในคติไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นสัตว์มงคลสูงสุดอย่างหนึ่ง สัมพันธ์กับบุญญาบารมีของพระมหากษัตริย์และความชอบธรรมในการปกครอง การมีช้างเผือกคู่บารมีจึงเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายทางการเมืองและศาสนา ตำนานการมอบช้างเผือกจากพ่อขุนรามคำแหงมหาราชให้พระเจ้าฟ้ารั่วจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสัตว์หายาก แต่เป็นภาพแทนของความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ 2 เมือง และการรับรองสถานะของพระเจ้าฟ้ารั่วในฐานะผู้ปกครองเมืองเมาะตะมะ
 
เมื่อนำเรื่องราวของมะกะโทมาพิจารณาร่วมกับโบราณสถานคอกช้างเผือก จะเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ทำหน้าที่เหมือนหมุดหมายทางความทรงจำของพงศาวดาร มะกะโทเป็นบุคคลที่เริ่มต้นจากสามัญชนชาวมอญ เข้าสู่ราชสำนักสุโขทัย แล้วก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งเมาะตะมะ เรื่องราวของเขาสะท้อนการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างเมือง การรับราชการ การแต่งงานทางการเมือง และการสร้างอำนาจใหม่ในภูมิภาคลุ่มน้ำเมยและฝั่งเมียนมา คอกช้างเผือกจึงช่วยให้เรื่องเล่าเหล่านี้มีพื้นที่ทางกายภาพที่จับต้องได้
 
กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานคอกช้างเผือกตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 88 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2531 หน้า 21 การขึ้นทะเบียนนี้สะท้อนคุณค่าของสถานที่ในฐานะโบราณสถานที่ควรได้รับการคุ้มครองและดูแลรักษา พื้นที่โบราณสถานมีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ 87 ตารางวา ทำให้คอกช้างเผือกมีสถานะเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของตำบลท่าสายลวดและจังหวัดตาก
 
บรรยากาศของคอกช้างเผือกในปัจจุบันเป็นพื้นที่โบราณสถานกลางแจ้ง ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนและเส้นทางท่องเที่ยวชายแดน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแนวกำแพงอิฐมอญ สังเกตรูปทรงของพะเนียด และอ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จากพื้นที่จริง การเที่ยวโบราณสถานแห่งนี้ควรใช้เวลาช้า ๆ เพราะความงดงามไม่ได้อยู่ที่สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่หรือความอลังการ แต่คือการทำความเข้าใจว่ากำแพงอิฐเตี้ย ๆ เหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าสำคัญในประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมาะตะมะ
 
การเดินทางมายังคอกช้างเผือกทำได้สะดวกจากอำเภอแม่สอด โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 105 มุ่งหน้าไปทางตลาดริมเมย ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ประมาณ 1 กิโลเมตร ให้แยกขวามือผ่านหน้าวัดไทยวัฒนาราม แล้วไปตามถนนลาดยางประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบป้ายโบราณสถานคอกช้างเผือกอยู่ด้านซ้ายมือ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของตำบลท่าสายลวด จึงเหมาะกับการจัดทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันร่วมกับวัดไทยวัฒนาราม ตลาดริมเมย และสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ชายแดน เส้นทางคอกช้างเผือกเป็นเส้นทางที่ควรเชื่อมกับวัดไทยวัฒนาราม เพราะวัดแห่งนี้สะท้อนศิลปะและวัฒนธรรมพม่า-มอญในพื้นที่แม่สอดได้อย่างชัดเจน เมื่อเดินทางจากวัดไทยวัฒนารามต่อไปยังคอกช้างเผือก จะเห็นความต่อเนื่องของพื้นที่วัฒนธรรมชายแดน ตั้งแต่ศาสนสถานแบบพม่า ไปจนถึงโบราณสถานที่ผูกกับเรื่องเล่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและพระเจ้าฟ้ารั่ว
 
ตลาดริมเมยและสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาเป็นอีก 2 จุดที่ควรเที่ยวร่วมกับคอกช้างเผือก เพราะช่วยให้เห็นภาพปัจจุบันของพื้นที่ชายแดน หลังจากชมโบราณสถานที่เล่าเรื่องอดีตแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถไปชมบรรยากาศการค้าชายแดนที่ตลาดริมเมย หรือชมแม่น้ำเมยและเส้นทางเชื่อมไทย-เมียนมาที่สะพานมิตรภาพได้ เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าแม่สอดมีทั้งชั้นของประวัติศาสตร์โบราณและวิถีชายแดนร่วมสมัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
 
การมาเที่ยวคอกช้างเผือกควรเตรียมตัวแบบการเที่ยวโบราณสถานกลางแจ้ง ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม หมวกหรือร่ม และเลือกเข้าชมช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงแดดแรง เนื่องจากโบราณสถานเป็นพื้นที่กลางแจ้งและมีแนวกำแพงอิฐเก่า นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการปีนป่าย เดินเหยียบ หรือเคลื่อนย้ายวัสดุโบราณสถาน รวมถึงควรรักษาความสะอาดและเคารพพื้นที่ประวัติศาสตร์
 
คอกช้างเผือกเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้สนใจประวัติศาสตร์สุโขทัย นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักเดินทางสายวัฒนธรรม ผู้สนใจตำนานพงศาวดาร และผู้ที่ต้องการเห็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่พลุกพล่านในอำเภอแม่สอด สถานที่แห่งนี้ช่วยเพิ่มมิติให้กับการเที่ยวแม่สอด เพราะนอกจากตลาด ชุมชนชายแดน และธรรมชาติแล้ว ยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์ที่เชื่อมไทยกับมอญและเมียนมาอย่างชัดเจน
 
สำหรับการถ่ายภาพ โบราณสถานคอกช้างเผือกเหมาะกับภาพเชิงสารคดีและประวัติศาสตร์มากกว่าภาพแลนด์มาร์คขนาดใหญ่ จุดที่ควรถ่ายคือแนวกำแพงอิฐมอญ มุมที่เห็นแนวพะเนียดสอบขนานกัน ป้ายโบราณสถาน และสภาพแวดล้อมริมพื้นที่ชายแดน หากถ่ายภาพเพื่อเล่าเรื่อง ควรเก็บภาพทั้งรายละเอียดอิฐ แนวกำแพง และบริบทของพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้เห็นว่าโบราณสถานนี้ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านท่าอาจและใกล้แม่น้ำเมยอย่างไร
 
เสน่ห์ของคอกช้างเผือกอยู่ที่ความเรียบง่ายและการเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้ใช้จินตนาการทางประวัติศาสตร์ เมื่อยืนอยู่หน้าพะเนียดช้างแห่งนี้ ผู้มาเยือนสามารถนึกภาพขบวนทหารในอดีต ช้างเผือกที่เดินมาถึงชายแดน แม่น้ำที่ขวางกั้นเส้นทาง และพิธีมอบช้างระหว่างกษัตริย์ 2 เมือง ภาพเหล่านี้ทำให้โบราณสถานขนาดเล็กกลายเป็นพื้นที่ที่มีพลังทางเรื่องเล่าอย่างมาก
 
ในมุมของการเรียนรู้ โบราณสถานคอกช้างเผือกช่วยอธิบายว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้มีอยู่เฉพาะในเมืองหลวงหรืออุทยานประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังอยู่ในพื้นที่ชายแดน ชุมชนเล็ก ๆ และร่องรอยโครงสร้างที่ดูธรรมดา การที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนพื้นที่นี้เป็นโบราณสถานทำให้คอกช้างเผือกมีคุณค่าในฐานะแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นที่ควรได้รับการดูแลและถ่ายทอดต่อไป
 
เมื่อเดินทางมาอำเภอแม่สอด การแวะคอกช้างเผือกจึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมความลึกให้กับทริปได้ดี นักท่องเที่ยวที่เคยรู้จักแม่สอดจากตลาดริมเมยหรือด่านชายแดน จะได้เห็นว่าเมืองชายแดนแห่งนี้มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสุโขทัย มอญ เมาะตะมะ และแม่น้ำเมยมายาวนาน การเที่ยวคอกช้างเผือกจึงไม่ใช่การแวะชมสถานที่เงียบ ๆ เพียงแห่งหนึ่ง แต่เป็นการเปิดประตูสู่เรื่องราวใหญ่ของภูมิภาคลุ่มน้ำเมย
 
โดยสรุป โบราณสถานคอกช้างเผือก หรือพะเนียดช้าง บ้านท่าอาจ เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของตำบลท่าสายลวดที่ควรได้รับการรู้จักมากขึ้น เพราะมีทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ คุณค่าทางวัฒนธรรม คุณค่าทางภูมิศาสตร์ชายแดน และคุณค่าทางการเรียนรู้ ตำนานช้างเผือก พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระเจ้าฟ้ารั่ว และแม่น้ำเมย ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าโบราณสถานอิฐมอญริมทาง แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมอดีตของสุโขทัยกับโลกชายแดนแม่สอดอย่างน่าจดจำ
 
ชื่อสถานที่โบราณสถานคอกช้างเผือก / พะเนียดช้าง จังหวัดตาก
ที่ตั้งบ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ที่อยู่เขตบ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110 ใกล้เส้นทางไปตลาดริมเมยและสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา
พิกัด16.701945, 98.509583
ไฮไลต์พะเนียดช้างโบราณก่อด้วยอิฐมอญ ผูกกับตำนานช้างเผือก พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มะกะโท และพระเจ้าฟ้ารั่ว
ประวัติ / สมัย / ยุคเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าตามพงศาวดารในสมัยสุโขทัยและพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยเชื่อมโยงกับการมอบช้างเผือกให้พระเจ้าฟ้ารั่วแห่งเมืองเมาะตะมะ
ที่มาของชื่อชื่อคอกช้างเผือกมาจากตำนานการสร้างพะเนียดล้อมช้างเผือกบริเวณชายแดนเมืองตาก ก่อนประกอบพิธีมอบช้างให้พระเจ้าฟ้ารั่ว
ลักษณะเด่นกำแพงอิฐมอญสูงประมาณ 1 เมตรเศษ กว้างประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 80 เมตร ทำเป็นรูปสอบขนานกันคล้ายพะเนียดสำหรับล้อมช้าง
หลักฐานสำคัญกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 88 วันที่ 16 พฤศจิกายน 2531 หน้า 21 มีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ 87 ตารางวา
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ประมาณ 1 กม. แยกขวามือผ่านหน้าวัดไทยวัฒนาราม แล้วไปตามถนนลาดยางประมาณ 2 กม. จะพบป้ายโบราณสถานคอกช้างเผือกด้านซ้ายมือ
สถานะปัจจุบันเป็นโบราณสถานขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของตำบลท่าสายลวด
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการพื้นที่โบราณสถานกลางแจ้ง ควรเข้าชมช่วงกลางวัน
สิ่งอำนวยความสะดวกป้ายโบราณสถาน พื้นที่เข้าชมกลางแจ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานในชุมชนใกล้เคียง
ผู้ดูแล / หน่วยงานพื้นที่กรมศิลปากร และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด
เบอร์ติดต่อหลักองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด โทร. 055-564-000
เว็บไซต์ / เพจทางการhttps://www.tasailuad.go.th
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดไทยวัฒนาราม ประมาณ 2 กม.
2. ตลาดริมเมย ประมาณ 5 กม.
3. สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ประมาณ 5 กม.
4. พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ ประมาณ 11 กม.
5. ศาลเจ้าพ่อพะวอ ประมาณ 13 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. อังอังลุยไฟ ท่าสายลวด ประมาณ 5 กม. โทร. 081-123-0501
2. ไก่ย่างหน้าช.ค. 34 ประมาณ 6 กม. โทร. 055-563-111, 084-577-7793
3. โรตีแปะโอ่ง แม่สอด ประมาณ 11 กม. โทร. 082-769-4529
4. โรตีโอ่งในตำนาน เจ้าแรกในประเทศไทย ประมาณ 11 กม. โทร. 085-610-0622
5. Mughal Restaurant แม่สอด ประมาณ 12 กม. โทร. 091-389-2180
ที่พักใกล้เคียง1. Irawadee Resort Mae Sot ประมาณ 9 กม. โทร. 055-535-430
2. The Teak Hotel ประมาณ 11 กม. โทร. 055-031-888
3. Maesot Siri Hotel ประมาณ 12 กม. โทร. 063-645-9094
4. White House Hotel Mae Sot ประมาณ 13 กม.
5. Centara Life Hotel Mae Sot ประมาณ 14 กม. โทร. 055-532-601-8
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โบราณสถานคอกช้างเผือกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: โบราณสถานคอกช้างเผือกตั้งอยู่ที่บ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ใกล้เส้นทางไปตลาดริมเมยและสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา
 
ถาม: คอกช้างเผือกมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: คอกช้างเผือกเป็นโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับตำนานช้างเผือกในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และการมอบช้างเผือกให้พระเจ้าฟ้ารั่วแห่งเมืองเมาะตะมะ
 
ถาม: โบราณสถานคอกช้างเผือกมีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: เป็นพะเนียดช้างก่อด้วยอิฐมอญ สูงประมาณ 1 เมตรเศษ กว้างประมาณ 25 เมตร และยาวประมาณ 80 เมตร ทำเป็นรูปสอบขนานกัน
 
ถาม: คอกช้างเผือกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรือไม่?
ตอบ: กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนคอกช้างเผือกเป็นโบราณสถานตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 88 วันที่ 16 พฤศจิกายน 2531
 
ถาม: เดินทางไปคอกช้างเผือกอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ประมาณ 1 กม. แยกขวาผ่านหน้าวัดไทยวัฒนาราม แล้วไปตามถนนลาดยางประมาณ 2 กม.
 
ถาม: ควรเที่ยวคอกช้างเผือกร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับวัดไทยวัฒนาราม ตลาดริมเมย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ และศาลเจ้าพ่อพะวอ
 
ถาม: โบราณสถานคอกช้างเผือกเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำนานพงศาวดาร ชุมชนชายแดนไทย-เมียนมา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอำเภอแม่สอด

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถานกลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่โบราณสถานคอกช้างเผือก

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(2)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(22)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(9)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(9)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(23)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(6)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(4)