ถ้ำสาริกา

Rating: 4.5/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวราชบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
ถ้ำสาริกา หรือ วัดถ้ำสาริกา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนาที่น่าสนใจของจังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม ท่ามกลางบรรยากาศเชิงเขาที่เงียบสงบ ร่มรื่น และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาไหว้พระ เที่ยวถ้ำ และสัมผัสร่องรอยประวัติศาสตร์ไทยในสถานที่เดียวกัน แม้ชื่อของถ้ำสาริกาจะไม่ถูกพูดถึงกว้างขวางเท่าถ้ำยอดนิยมบางแห่งของราชบุรี แต่เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ ความสำคัญทางศาสนา และความงามตามธรรมชาติแล้ว สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นจุดหมายที่มีคุณค่าอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบสถานที่ซึ่งมีเรื่องเล่า มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และยังคงใช้งานเป็นวัดอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ความน่าสนใจของถ้ำสาริกาไม่ได้อยู่แค่การเป็นถ้ำหินปูนที่มีบรรยากาศเย็นและสงบเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่ซึ่งเรื่องราวของธรรมชาติ ศรัทธา และประวัติศาสตร์มาซ้อนทับกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำธรรมชาติที่มีหินงอกหินย้อยและโถงถ้ำให้เดินชม อีกด้านหนึ่ง พื้นที่รอบถ้ำได้รับการพัฒนาเป็นวัด มีบันไดขึ้นสู่ถ้ำ มีพระพุทธรูปและปูชนียวัตถุให้สักการะ และในอีกด้านหนึ่ง ถ้ำสาริกายังเป็นสถานที่ที่มีเรื่องเล่าผูกพันกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และมีร่องรอยเกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ในอดีต จึงทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่เพียงการมาชมถ้ำ แต่เป็นการเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่มีมิติของความทรงจำทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างชัดเจน
ในเชิงภูมิทัศน์ ถ้ำสาริกาตั้งอยู่ในเขตที่มีภูเขาหินเป็นฉากหลัง พื้นที่ภายในวัดมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นพอสมควร ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสะอาด สงบ และเย็นสบาย ผู้ที่เดินทางมามักสัมผัสได้ทันทีว่าที่นี่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ เพราะแม้จะมีจุดให้ถ่ายภาพและมีองค์พระที่โดดเด่น แต่แก่นของสถานที่ยังคงเป็นพื้นที่ศาสนาและการปฏิบัติธรรม ความรู้สึกที่ได้จากการมาเยือนจึงมักออกไปทางสงบ นอบน้อม และเหมาะกับการเดินชมอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งเวลา
ประวัติของถ้ำสาริกาในช่วงสมัยใหม่เริ่มชัดเจนราวช่วง พ.ศ. 2490 เมื่อมีพระธุดงค์ไม่ทราบนามเข้ามาอาศัยอยู่ภายในถ้ำเพื่อจำศีล ชาวบ้านในพื้นที่เล่าต่อกันว่าท่านจำพรรษาอยู่บริเวณนี้ราว 10 ปี ก่อนจะย้ายออกไป ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2511 พื้นที่จึงเริ่มได้รับการจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ และยังคงอาศัยถ้ำเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติธรรมต่อเนื่องอีกเป็นเวลาประมาณ 10 ปี ระยะนี้ถือเป็นช่วงสำคัญที่ทำให้ถ้ำสาริกาเปลี่ยนจากถ้ำธรรมชาติซึ่งคนท้องถิ่นรู้จักกันอยู่แล้ว ไปสู่การเป็นพื้นที่ศาสนาที่มีการพัฒนาอย่างจริงจังมากขึ้น
บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในความเจริญของสถานที่แห่งนี้ตามข้อมูลท้องถิ่นคือ แม่ชีสาลิกา และผู้มีจิตศรัทธาซึ่งร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างกุฏิจำนวน 2 หลังบนเขาเพื่อให้พระสงฆ์ใช้จำพรรษา พร้อมทั้งจัดสร้างปูชนียวัตถุสำคัญ 2 องค์ ได้แก่ พระสังกระจาย และ พระสีวรี อีกทั้งยังร่วมกันถวายปัจจัยเพื่อสร้างบันไดขึ้นถ้ำจนแล้วเสร็จ บันไดชุดนี้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ถ้ำสาริกาเข้าถึงได้สะดวกขึ้น และยังคงเป็นโครงสร้างหลักที่ผู้มาเยือนใช้เดินขึ้นถ้ำมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อมองในแง่นี้ ถ้ำสาริกาไม่ใช่แค่สถานที่ธรรมชาติที่รัฐเข้ามาพัฒนา แต่เป็นพื้นที่ที่เติบโตจากแรงศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2525 พื้นที่แห่งนี้ได้รับสถาปนาเป็นวัดอย่างเป็นทางการ โดยมีนายทองเอิบ และนางสมเชื้อ ใยพิมล จากกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตจัดสร้างวัดขึ้น การยกฐานะดังกล่าวทำให้พื้นที่ถ้ำสาริกามีบทบาทชัดเจนขึ้นในฐานะวัดประจำชุมชนและสถานที่ฝึกอบรมทางพระพุทธศาสนา หลังจากนั้นจึงมีการพัฒนาเสนาสนะต่าง ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งอุโบสถ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง พระเจดีย์ และพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งล้วนช่วยเสริมให้วัดถ้ำสาริกาเป็นสถานที่ที่มีทั้งหน้าที่ทางศาสนาและคุณค่าทางการท่องเที่ยว
สิ่งที่ทำให้ถ้ำสาริกาโดดเด่นเหนือกว่าวัดถ้ำทั่วไปคือความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยมีเรื่องเล่าสำคัญว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกจากกรุงศรีอยุธยาพร้อมไพร่พลประมาณ 500 คน พระองค์ได้เข้ามาพักแรมค้างคืนที่ถ้ำแห่งนี้หนึ่งคืน ก่อนจะรวบรวมอาสาสมัครและเสบียงเพิ่มเติม แล้วเดินทางลัดเลาะต่อไปยังชายฝั่งทะเลเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองจันทบุรี เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่เพิ่มน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ให้กับถ้ำสาริกาอย่างมาก เพราะทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงจุดปฏิบัติธรรมในท้องถิ่น แต่ยังเป็นหมุดหมายที่คนจำนวนมากเชื่อมโยงกับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทย
เรื่องเล่าดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับ นายทองด้วง ผู้ซึ่งต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โดยมีการเล่ากันว่าท่านเคยดำรงตำแหน่งหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรีมาก่อน จึงมีความรู้เส้นทางในพื้นที่ และเป็นหนึ่งในผู้ที่นำทางในเหตุการณ์ครั้งนั้น แม้รายละเอียดเชิงลึกจะเป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ยังคงหยิบมาศึกษาและตีความกันต่อ แต่สำหรับความทรงจำของคนในพื้นที่ เรื่องนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ถ้ำสาริกาได้รับการยกย่องว่าเป็น “ถ้ำประวัติศาสตร์” มากกว่าจะเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวถ้ำธรรมชาติธรรมดา
นอกจากความเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้ว ถ้ำสาริกายังมีความเชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยรัตนโกสินทร์อีกด้วย ข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เคยเสด็จมาศึกษาบริเวณถ้ำแห่งนี้เมื่อ พ.ศ. 2399 และต่อมาใน พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสถ้ำสาริกาตามลายแทงและข้อมูลเดิม การเสด็จในครั้งหลังมีรายละเอียดว่าทรงขึ้นบกที่ท่าน้ำเกาะพลับพลา ณ ทุ่งธรรมเสน แล้วทรงช้างมาพร้อมข้าราชบริพารก่อนจะเสด็จมาถึงหน้าถ้ำ ซึ่งต่อมาได้มีลายพระหัตถ์อักษรย่อประทับไว้หน้าถ้ำ เป็นร่องรอยที่ช่วยยืนยันถึงสถานะของถ้ำสาริกาในฐานะจุดประพาสสำคัญในราชบุรี
สำหรับผู้มาเยือนในปัจจุบัน เรื่องการเสด็จของรัชกาลที่ 5 มีผลอย่างมากต่อความรู้สึกในการเที่ยว เพราะทำให้การเดินขึ้นถ้ำไม่ใช่เพียงการขึ้นไปชมธรรมชาติ แต่เป็นการเดินตามรอยเส้นทางที่มีนัยทางประวัติศาสตร์ และเมื่อตระหนักว่าถ้ำแห่งนี้เคยถูกบันทึกและรับรู้ในสายตาของพระมหากษัตริย์ไทยมาก่อน ก็ยิ่งทำให้สถานที่ดูมีน้ำหนักทางวัฒนธรรมมากขึ้นอย่างชัดเจน
ส่วนชื่อ “ถ้ำสาริกา” เองก็มีเรื่องเล่าประกอบหลายแนวทาง บางแหล่งอธิบายว่าพื้นที่เดิมเคยถูกเรียกว่า “ถ้ำตีเหล็ก” เพราะเป็นที่ตีเหล็กของชาวบ้านในอดีต ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น “ถ้ำสาริกา” เพราะมีผู้คนพบนกสาริกาอยู่หลายคู่ในถ้ำและบริเวณใกล้เคียง ขณะที่ความทรงจำอีกชุดหนึ่งให้ความสำคัญกับการที่รัชกาลที่ 5 ทรงมีส่วนต่อการเรียกชื่อหน้าถ้ำจนชื่อถ้ำสาริกาติดปากผู้คนมาจนทุกวันนี้ ไม่ว่าแนวอธิบายใดจะถูกหยิบมาใช้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือชื่อของถ้ำแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่อทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นชื่อที่สะท้อนการรับรู้ของผู้คนต่อธรรมชาติ ความทรงจำ และพระราชประวัติที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่
เมื่อเดินขึ้นไปยังถ้ำสาริกา สิ่งแรกที่ผู้มาเยือนมักสังเกตเห็นคือบรรยากาศของการขึ้นเขาที่ไม่เร่งเร้า บันไดที่สร้างไว้ช่วยให้การขึ้นไปถึงบริเวณถ้ำสะดวกกว่าเดิมมาก แม้จะต้องใช้แรงพอสมควร แต่ระหว่างทางมีมุมให้หยุดพักและมองเห็นความเขียวของต้นไม้โดยรอบ การเดินขึ้นบันไดในลักษณะนี้ยังทำให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ ปรับอารมณ์จากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่ของวัดและถ้ำ เป็นการเปลี่ยนจังหวะการรับรู้ที่เหมาะกับสถานที่ประเภทนี้อย่างยิ่ง
ภายในถ้ำมีลักษณะเป็นโถงใหญ่และมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นตอนต่าง ๆ ตามลักษณะอากาศและสภาพภายใน จึงมีการเรียกบางส่วนว่า ถ้ำร้อน และ ถ้ำเย็น ความต่างนี้เป็นเสน่ห์เฉพาะของถ้ำ เพราะทำให้การเดินชมไม่จำเจและเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสลักษณะทางธรรมชาติที่หลากหลาย ภายในยังมีหินงอกหินย้อยให้ชมอย่างต่อเนื่อง โดยบางจุดมีลักษณะเด่นคล้ายม่านหิน บางจุดเป็นแท่งหินที่ย้อยตัวลงมาจากเพดาน หรือก่อตัวขึ้นจากพื้นถ้ำอย่างน่าสนใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ถ้ำสาริกายังคงความเป็นถ้ำธรรมชาติไว้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีการใช้เป็นวัดมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ถ้ำสาริกาแตกต่างจากถ้ำเชิงธรรมชาติล้วน ๆ คือการมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ ความสัมพันธ์ระหว่างหิน ธรรมชาติ ความมืดสลัว และแสงจากภายนอกที่ตกกระทบองค์พระ ทำให้บรรยากาศภายในดูสงบและขลังในแบบที่หาได้ยากจากวัดพื้นราบทั่วไป ผู้ที่เดินเข้ามาภายในถ้ำจึงไม่ได้เพียงมองหาจุดถ่ายภาพ แต่หลายคนเลือกหยุดนิ่งเพื่อไหว้พระ นั่งสงบใจ หรือรับรู้ความเงียบของพื้นที่อยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ถ้ำสาริกามีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าเพียงความสวยงามทางกายภาพ
บริเวณเชิงเขาและรอบวัดยังมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ พระสังกระจาย และพระสีวรี ซึ่งเป็นองค์พระที่เกี่ยวข้องกับช่วงพัฒนาสถานที่จากสำนักสงฆ์สู่การเป็นวัด ผู้มาเยือนส่วนใหญ่นิยมสักการะองค์พระเหล่านี้ก่อนหรือหลังขึ้นถ้ำ ทำให้เส้นทางการเที่ยวภายในวัดมีลักษณะเป็นวงจรครบถ้วน เริ่มจากการเข้ามาสัมผัสบรรยากาศวัดบนพื้นราบ แล้วจึงค่อยขึ้นสู่พื้นที่ถ้ำที่เงียบสงบกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีอุโบสถ พระเจดีย์ หอระฆัง และกุฏิสงฆ์ ซึ่งช่วยทำให้ภาพรวมของวัดสมบูรณ์ในฐานะวัดใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีถ้ำเป็นฉากหลังเท่านั้น
วัดถ้ำสาริกามีเนื้อที่ประมาณ 22 ไร่เศษ และมีอาณาเขตติดทั้งที่เอกชน ภูเขา และทางสาธารณประโยชน์ ตัวอุโบสถสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2543 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับวัดถ้ำในชนบททั่วไป ส่วนกุฏิสงฆ์มีหลายหลังทั้งแบบอาคารไม้และครึ่งตึกครึ่งไม้ การมีองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดถ้ำสาริกาทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและฝึกอบรมทางพระพุทธศาสนาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมสถานที่นี้จึงยังคงสะอาด เป็นระเบียบ และดูมีชีวิต ไม่ได้กลายเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงอดีตที่เงียบเหงาไปแล้ว
ในมุมของนักท่องเที่ยว ถ้ำสาริกาเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบใช้เวลาไม่เร่งรีบ อาจใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงในการเดินชมพื้นที่หลักของวัด ขึ้นถ้ำ ไหว้พระ ถ่ายภาพ และพักชมบรรยากาศ หากต้องการเที่ยวแบบเต็มวันก็สามารถจับคู่กับสถานที่ใกล้เคียงในโซนโพธารามได้ เช่น วัดเขาช่องพราน ตลาดเก่าโพธาราม วัดขนอนหนังใหญ่ หรือคาเฟ่และที่พักในอำเภอโพธาราม ทำให้ถ้ำสาริกาเหมาะทั้งกับคนที่ต้องการมาเฉพาะจุดและคนที่ต้องการวางเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเที่ยวราชบุรีฝั่งตะวันออก
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศจะไม่ร้อนจนเกินไปและเหมาะกับการเดินขึ้นบันได ควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ดื่มน้ำให้เพียงพอ และแต่งกายสุภาพเพราะพื้นที่ภายในเป็นวัด สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องเข่า การขึ้นถ้ำอาจต้องใช้เวลาและควรเดินอย่างระมัดระวัง แต่โดยรวมแล้วถ้ำสาริกายังถือว่าเป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับถ้ำบนเขาหลายแห่งในภูมิภาคเดียวกัน
การเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดนครปฐมมุ่งหน้าราชบุรี เมื่อถึงช่วงบางแพให้ชิดซ้ายและเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางไปอำเภอโพธารามตามทางหลวงหมายเลข 3080 จากนั้นขับต่อประมาณ 5.4 กิโลเมตร จะข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง แล้วพบสามแยกที่มีทางแยกไปวัดเขาช่องพรานและวัดขนอน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3089 ขับต่อประมาณ 11.6 กิโลเมตร ผ่านวัดเขาช่องพรานไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จะพบทางแยกซ้ายไปวัดถ้ำสาริกา แล้วขับต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงวัด
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสาร เดิมมีรถโดยสารของบริษัทโพธารามทัวร์ให้บริการจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่มายังโพธารามทุกวัน ก่อนต่อรถในพื้นที่เข้าสู่โซนธรรมเสน อย่างไรก็ตาม เวลารถโดยสารและค่าโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามรอบการเดินรถในปัจจุบัน จึงควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนออกเดินทางทุกครั้งเพื่อความแน่นอน
โดยสรุป ถ้ำสาริกาเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าครบทั้ง 3 มิติอย่างชัดเจน คือเป็น ถ้ำธรรมชาติ ที่ยังมีเสน่ห์ทางภูมิประเทศ เป็น วัด ที่ยังมีชีวิตและความสงบร่มรื่น และเป็น สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่ผู้คนยังจดจำผ่านเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวราชบุรีที่ไม่ได้มีเพียงความสวยงามฉาบผิว แต่มีเรื่องราวให้เรียนรู้และมีบรรยากาศที่สงบจริง ถ้ำสาริกาคือหนึ่งในจุดหมายที่ควรใส่ไว้ในแผนการเดินทางอย่างไม่ควรมองข้าม
| ชื่อสถานที่ | วัดถ้ำสาริกา / ถ้ำสาริกา |
| ประเภท | วัดถ้ำ, แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์, สถานที่ปฏิบัติธรรม |
| ที่ตั้ง | หมู่ 8 ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี 70120 |
| เวลาเปิดทำการ | เปิดทุกวัน 08:00 – 17:00 |
| ค่าเข้าชม | ฟรี |
| จุดเด่นของสถานที่ | ถ้ำประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, มีร่องรอยการเสด็จของรัชกาลที่ 5, มีหินงอกหินย้อย, โถงถ้ำ, ถ้ำร้อน–ถ้ำเย็น, พระสังกระจาย, พระสีวรี, บรรยากาศสงบร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาส | พระมหาเจด็จ โฆสิตธมฺโม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองโพธาราม ใช้ทางหลวง 3089 ผ่านวัดเขาช่องพราน แล้วเลี้ยวเข้าทางวัดถ้ำสาริกาอีกประมาณ 2 กม. หากมาจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษมเข้าราชบุรี แล้วแยกเข้าทางโพธารามตามเส้นทางท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดเป็นวัดและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา สามารถเข้าชมและสักการะได้ตามเวลาทำการ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดเขาช่องพราน – ประมาณ 10 กม. – โซนธรรมเสน/โพธาราม 2. วัดขนอนหนังใหญ่ – ประมาณ 14 กม. – โซนสร้อยฟ้า/โพธาราม 3. ตลาดเก่าโพธาราม – ประมาณ 20 กม. – โซนตัวอำเภอโพธาราม 4. เถ้าฮงไถ่ ราชบุรี – ประมาณ 36 กม. – โซนเมืองราชบุรี 5. ณ สัทธา อุทยานไทย – ประมาณ 34 กม. – โซนบางแพ |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Lim Cafe’ Photaram – ประมาณ 19 กม. – โซนตัวอำเภอโพธาราม – โทร. 062-614-9365 2. Doนม โพธาราม – ประมาณ 20 กม. – โซนตลาดเก่าโพธาราม – โทร. 062-494-6424 3. Junction Cafe & Coffee Roaster – ประมาณ 20 กม. – โซนตัวอำเภอโพธาราม – โทร. 095-232-2359 4. LooksaoKamnan Cafe – ประมาณ 18 กม. – โซนโพธาราม – โทร. 095-490-4606 5. Cafe De La Mon – ประมาณ 17 กม. – โซนท่าชุมพล/โพธาราม – โทร. 097-945-4619 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โพธาราม 126 รีสอร์ท – ประมาณ 17 กม. – โซนโพธารามริมน้ำ – โทร. 064-539-0574, 062-184-9666 2. The Resort Hotel at Photharam – ประมาณ 18 กม. – โซนโพธาราม – โทร. 097-373-8811 3. ปลายนาฮัทรีสอร์ท – ประมาณ 17 กม. – โซนท่าชุมพล/โพธาราม – โทร. 097-945-4619 4. พิง-เพ-ลา โพธาราม – ประมาณ 17 กม. – โซนท่าชุมพล/โพธาราม – โทร. 099-236-9495, 062-614-9365 5. ประกายรีสอร์ท – ประมาณ 24 กม. – โซนบ้านเลือก/โพธาราม – โทร. 089-153-8554, 084-122-7448 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำสาริกาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำสาริกาตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นวัดถ้ำที่อยู่ในโซนเชิงเขาและเข้าถึงได้ด้วยรถยนต์
ถาม: ถ้ำสาริกาเปิดกี่โมง?
ตอบ: ข้อมูลท่องเที่ยวทางการระบุว่าเปิดเข้าชมทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00
ถาม: ถ้ำสาริกามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: โดยข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะระบุว่าเข้าชมฟรี นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาไหว้พระและเดินชมถ้ำได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม
ถาม: จุดเด่นของถ้ำสาริกาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นของถ้ำสาริกาคือเป็นทั้งวัดและถ้ำประวัติศาสตร์ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีร่องรอยการเสด็จของรัชกาลที่ 5 และภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย โถงถ้ำ และพระพุทธรูปให้สักการะ
ถาม: ถ้ำสาริกาเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจเที่ยววัด เที่ยวถ้ำ ศึกษาประวัติศาสตร์ไทย และผู้ที่ต้องการสถานที่สงบร่มรื่นสำหรับไหว้พระหรือพักใจระหว่างการเดินทางในราชบุรี
ถาม: เดินทางไปถ้ำสาริกาอย่างไร?
ตอบ: หากเดินทางด้วยรถยนต์ สามารถใช้เส้นทางจากโพธารามไปทางวัดเขาช่องพราน แล้วเลี้ยวเข้าสู่วัดถ้ำสาริกาตามทางแยกอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ส่วนผู้โดยสารสาธารณะควรต่อรถจากอำเภอโพธารามเข้าสู่ตำบลธรรมเสน
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ตลาดน้ำ(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ทุ่งดอกไม้(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนน้ำ(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
สปาเพื่อสุขภาพ
สปาเพื่อสุขภาพ(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(