วัดพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน)

Rating: 3.2/5 (28 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00
วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) เพชรบุรี ถ้าพูดถึงทริปไหว้พระและเดินชมเมืองเก่าเพชรบุรีแบบ “ได้ทั้งความศรัทธาและได้ทั้งความยิ่งใหญ่ของศิลปกรรม” วัดพระพุทธไสยาสน์หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกติดปากว่า “วัดพระนอน” คือหนึ่งในหมุดหมายที่ควรอยู่ลำดับต้น ๆ ของแผนการเดินทาง เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่การเป็นวัดเก่าแก่เชิงเขาวังเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นด้วยพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่มีความยาวประมาณ 43 เมตร ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง และมีพุทธลักษณะงดงามจนถูกยกให้เป็นพระนอนขนาดใหญ่องค์สำคัญของประเทศไทย การมาเยือนจึงเป็นมากกว่าการแวะทำบุญสั้น ๆ แต่เป็นการได้สัมผัสพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ถูกใช้งานจริงในปัจจุบัน อยู่คู่กับวิถีคนเมืองเพชรบุรี และตั้งอยู่ในทำเลที่ต่อยอดไปเที่ยวพระนครคีรี (เขาวัง) วัดมหาธาตุวรวิหาร หรือย่านเมืองเก่าได้สะดวกในวันเดียว
เสน่ห์ของวัดพระพุทธไสยาสน์เริ่มตั้งแต่ “ที่ตั้ง” เพราะวัดอยู่บนถนนคีรีรัฐยา ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ในโซนเชิงเขามไหศวรรย์หรือที่คนทั่วไปคุ้นชื่อว่าเขาวัง ทำให้บรรยากาศของวัดมีความพิเศษกว่าวัดที่ตั้งบนพื้นราบทั่วไป กล่าวคือคุณจะสัมผัสได้ถึงความเป็นวัดเชิงเขาที่มีมิติของระดับความสูง การมองเห็นแนวไหล่เขา และความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปใกล้ “หัวใจ” ของเมืองเพชรบุรีมากขึ้น ยิ่งหากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเพชรบุรีในเมืองที่ไปง่าย ไม่ต้องขับรถไกลออกนอกเส้นทางหลัก และอยากได้สถานที่ที่เหมาะกับทั้งการไหว้พระ การถ่ายรูป และการอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ควบคู่กัน วัดพระนอนคือจุดที่ตอบโจทย์ได้ครบในครั้งเดียว
ในด้านประวัติ วัดพระพุทธไสยาสน์เป็นวัดเก่าแก่ของเพชรบุรีที่ “ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด” แต่มีการสันนิษฐานกันว่าอาจมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกเล่าที่มักอธิบายว่าพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่เป็นงานฝีมือสกุลช่างอยุธยา และเมื่อมองในมุมของการอนุรักษ์ วัดยังถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้สถานะของพื้นที่ไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ในกรอบของการดูแลรักษาเชิงโบราณสถานด้วย นี่เป็นเหตุผลที่ผู้มาเยือนควรเดินชมอย่างระมัดระวัง เคารพพื้นที่ และให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบ เพราะทุกองค์ประกอบในวัดคือหลักฐานของเวลาที่ผ่านมาหลายยุคสมัย
หัวใจของวัดพระนอนคือ “พระพุทธไสยาสน์” พระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่มีความยาวประมาณ 43 เมตร สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง เป็นองค์พระที่โดดเด่นมากเมื่อเห็นด้วยตา เพราะความยาวขององค์พระทำให้พื้นที่ทั้งวิหารดูมีน้ำหนักและมีความสง่างามแบบที่ภาพถ่ายอาจถ่ายทอดได้ไม่หมด นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เคยไปวัดพระนอนจะพูดคล้ายกันว่า ต่อให้เคยเห็นพระนอนในวัดอื่นมาแล้ว แต่เมื่อยืนอยู่ใกล้องค์พระพุทธไสยาสน์ของเพชรบุรี คุณจะรับรู้ความ “ยิ่งใหญ่” ที่เป็นคนละอารมณ์กับการเห็นผ่านสื่อ ความยิ่งใหญ่นั้นไม่ได้หมายถึงขนาดอย่างเดียว แต่หมายถึงความประณีตของพุทธลักษณะ ความนิ่มนวลของรูปทรง และความรู้สึกสงบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเมื่อคุณยืนอยู่ในพื้นที่ศรัทธาที่มีคนมากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดที่ผู้คนมักสังเกตและจดจำคือ “หมอนหนุน” ของพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นหมอนหนุนทรงกลมที่เดิมเคยมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมมาก่อน รายละเอียดเช่นนี้ทำให้การชมพระนอนสนุกขึ้น เพราะคุณไม่ได้มองเห็นเพียงองค์พระที่นอนตะแคงตามคติ แต่ได้มองเห็นชิ้นส่วนเชิงช่างที่สะท้อนรสนิยมและพัฒนาการของงานศิลป์ในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ การลงรักปิดทองยังช่วยขับให้พระพุทธลักษณะมีความอ่อนโยนและมีความสว่างนวลเมื่อแสงตกกระทบ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงไม่แข็งเกินไป คุณจะเห็นมิติของผิวทองและความโค้งขององค์พระชัดขึ้น และทำให้ภาพถ่ายออกมาดูมีชีวิตมาก
อีกประเด็นสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจวัดพระนอนมากขึ้นคือ “การเปลี่ยนสภาพจากกลางแจ้งสู่การมีโครงสร้างครอบองค์พระ” เพราะมีข้อมูลว่าพระพุทธไสยาสน์เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างหลังคาคลุมไว้ เพื่อปกป้ององค์พระจากสภาพอากาศและรักษาความสมบูรณ์ของงานศิลป์ เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการซ่อมหลังคาใหม่ และสร้างผนังล้อมรอบกลายเป็น “วิหารพระพุทธไสยาสน์” อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ข้อมูลนี้ทำให้ผู้มาเยือนมองวัดในมุมที่ลึกขึ้น เพราะคุณไม่ได้เห็นวิหารเป็นเพียงอาคารประกอบ แต่เห็นวิหารเป็น “คำตอบของการอนุรักษ์” ในแต่ละยุค ที่ผสานศรัทธาเข้ากับการดูแลรักษามรดกทางศิลปกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
วิหารพระพุทธไสยาสน์เองก็มีรายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ เพราะวิหารตั้งอยู่บนไหล่เขาสูงประมาณ 15 เมตร และวางตัวไปตามแนวไหล่เขา ลักษณะนี้ทำให้ประสบการณ์การเดินเข้าสู่วิหารต่างจากการเข้าวิหารบนพื้นราบทั่วไป คุณจะรู้สึกว่ากำลัง “ไต่ระดับ” เข้าไปพบองค์พระทีละขั้น และเมื่อเข้าไปภายในจะพบโครงสร้างที่มีเสาขนาดใหญ่จำนวน 10 ต้น เป็นเสาแปดเหลี่ยม พร้อมบัวหัวเสารูปบัวกลุ่ม ซึ่งสะท้อนรูปแบบงานช่างที่ตั้งใจทำให้พื้นที่ภายในรองรับความยาวขององค์พระและน้ำหนักของหลังคาได้อย่างมั่นคง ในเชิงการเดินชม หากคุณค่อย ๆ สังเกตเสาแต่ละต้น คุณจะเห็นว่าการวางเสาไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบวิศวกรรม แต่เป็นจังหวะของสายตาที่ทำให้ผู้คนมองเห็นองค์พระจากหลายมุม หลายระยะ และเกิดความรู้สึกสงบเมื่อเดินผ่านจังหวะซ้ำ ๆ ของเสาและช่องแสง
ผนังของวิหารก็มีรายละเอียดที่ทำให้เห็นการปรับพื้นที่ให้เข้ากับภูมิประเทศ โดยข้อมูลระบุว่าผนังด้านทิศเหนือใช้ส่วนหนึ่งของภูเขาเป็นผนัง ส่วนผนังด้านทิศตะวันออกเจาะช่องประตู 1 ช่อง และผนังด้านทิศใต้เจาะหน้าต่าง 2 ช่อง รายละเอียดแบบนี้สะท้อนความเป็นวิหารเชิงเขาอย่างชัดเจน กล่าวคืออาคารไม่ได้ “ตัดขาด” จากธรรมชาติ แต่ใช้ภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง ทำให้บรรยากาศภายในมีความนิ่งและมีความเย็นในบางช่วงเวลา ขณะเดียวกันช่องเปิดก็ทำหน้าที่ควบคุมแสงและลม ทำให้พื้นที่ภายในไม่อับ และยังคงความสงบเหมาะแก่การกราบไหว้และใช้เวลาตั้งจิตอย่างไม่เร่งรีบ
นอกจากวิหารพระนอน วัดยังมีอาคารและองค์ประกอบอื่นที่ช่วยให้การเดินชมครบมิติขึ้น โดยมีข้อมูลถึงมณฑปที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวิหารพระนอน เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนฉาบปูนตลอดทั้งอาคาร รวมถึงหลังคา ผนังด้านทิศตะวันออกเจาะประตู 1 ช่อง ผนังอีก 3 ด้านทึบ และด้านนอกเจาะเป็นซุ้มยอดแหลม ส่วนด้านในฉาบปูนเรียบและมีภาพเขียนบนผนัง โดยผนังด้านทิศเหนือตรงกลางเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับยืน พระหัตถ์ทรงแสดงปางประทานอภัย องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้คนที่ชอบดูศิลปะวัดไทยแบบ “อ่านรายละเอียด” สามารถใช้เวลาได้นานขึ้น เพราะนอกจากกราบพระนอนแล้ว ยังมีงานช่างและภาพเขียนที่ชวนให้พิจารณาความหมายของคติและความเชื่อในพื้นที่เดียวกัน
มีการกล่าวถึงด้วยว่ามณฑปหลังนี้สร้างโดยพระครูสุชาติเมธาจารีย์ (กุน) และน่าจะสร้างขึ้นก่อนปี 2456 โดยมีเหตุผลประกอบจากการมีสถูปจำลองบรรจุอัฐิของท่านเก็บไว้ภายในมณฑป รวมทั้งมีจารึกข้อความบริเวณฐานที่กล่าวถึง “พระปลัดเทพ” รายละเอียดเชิงชื่อบุคคลและร่องรอยจารึกเช่นนี้เป็นส่วนที่บทความจำนวนมากมักพูดผ่าน ๆ แต่สำหรับคนที่ต้องการเข้าใจวัดพระนอนแบบครบภาพ ข้อมูลนี้ช่วยทำให้วัดไม่ใช่เพียงจุดถ่ายรูปหรือจุดไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ที่มีเครือข่ายของบุคคล การอุปถัมภ์ และการก่อสร้างที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเป็นลักษณะปกติของวัดสำคัญในเมืองเก่าไทยหลายแห่ง
อีกจุดที่ทำให้วัดพระนอนมีความ “หลากหลาย” มากกว่าที่คนคิด คือการมีพระพุทธรูปทรงเครื่องประดิษฐานในวิหารขนาดเล็กใกล้วิหารพระนอนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีข้อมูลว่าพระพุทธรูปทรงเครื่องนี้มีชฎาสูงทรงเทริดและมีตุ้มหู องค์ประกอบของพระพุทธรูปทรงเครื่องทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาษาศิลป์อีกแบบหนึ่งในวัดเดียวกัน เพราะพระพุทธรูปทรงเครื่องมักสะท้อนคติและรูปแบบงานช่างในบริบทที่ต่างจากพระพุทธรูปปางมาตรฐานทั่วไป เมื่อคุณเดินชมครบทั้งพระนอน มณฑป และวิหารเล็ก คุณจะได้ภาพรวมที่สมบูรณ์ขึ้นว่า วัดพระพุทธไสยาสน์เป็นวัดที่มีชั้นของศิลปกรรมหลายแบบ และไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “วัดที่มีพระนอนองค์ใหญ่” เท่านั้น
บรรยากาศการเยี่ยมชมวัดพระนอนมักให้ความรู้สึกสงบ แต่ไม่เงียบเหงา เพราะเป็นวัดที่ผู้คนในพื้นที่ยังมากราบไหว้ทำบุญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันสำคัญทางศาสนาหรือช่วงเทศกาล คุณอาจเห็นกิจกรรมของวัดที่ทำให้สัมผัสได้ถึงความเป็นศรัทธาแบบมีชีวิตจริง ขณะเดียวกัน หากคุณเลือกไปในช่วงเช้าตรู่หรือบ่ายแก่ ๆ คุณจะได้จังหวะการเดินชมที่สบายกว่า คนไม่หนาแน่น และมีเวลาอ่านรายละเอียดของวิหารอย่างเต็มที่ การถ่ายภาพในวิหารควรทำด้วยความสำรวม ไม่ใช้แฟลชรบกวนผู้อื่น และหากมีคนกำลังสวดมนต์หรือปฏิบัติธรรม ควรหลีกเลี่ยงการเดินตัดหน้าหรือส่งเสียงดังเพื่อให้พื้นที่ศรัทธายังคงความสงบตามเจตนารมณ์ของสถานที่
สำหรับคนที่ชอบ “เที่ยวเพชรบุรีแบบต่อเนื่อง” วัดพระนอนถือว่าออกแบบทริปได้ง่ายมาก เพราะอยู่ในโซนเดียวกับเขาวัง (พระนครคีรี) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด และยังอยู่ไม่ไกลจากวัดมหาธาตุวรวิหารหรือย่านเมืองเก่าที่มีของกินและสถาปัตยกรรมเก่าให้เดินชม หากวางแผนดี ๆ คุณสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป เริ่มจากไหว้พระนอนเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นขึ้นเขาวังเพื่อชมทัศนียภาพและสถาปัตยกรรม แล้วค่อยแวะเมืองเก่าหาอาหารพื้นถิ่นและของหวานเมืองเพชร เท่านี้ก็ได้ทริปในเมืองที่ครบทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ ศรัทธา และรสชาติของเพชรบุรีในวันเดียว
การเดินทาง วัดพระพุทธไสยาสน์ตั้งอยู่ถนนคีรีรัฐยา ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี หากขับรถจากกรุงเทพฯ โดยมากใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี แล้วมุ่งหน้าไปโซนพระนครคีรี (เขาวัง) จากนั้นเลี้ยวเข้าเส้นถนนคีรีรัฐยาไปยังวัดได้ไม่ยาก หากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถลงสถานีเพชรบุรีแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถในเมืองมายังโซนเขาวังและถนนคีรีรัฐยา ซึ่งอยู่ในอำเภอเมืองและเดินทางสะดวก ส่วนคนที่ตั้งใจเที่ยวแบบวันเดียว แนะนำจัดเส้นทางวัดพระนอนร่วมกับเขาวัง วัดมหาธาตุวรวิหาร และย่านเมืองเก่า เพราะทั้งหมดอยู่ในระยะเดินทางใกล้กันและทำให้ทริปไหลลื่นโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางข้ามอำเภอ
เมื่อมาถึงวัด แนะนำให้เริ่มจากการตั้งสติและดูภาพรวมของพื้นที่ก่อน จากนั้นเข้าสู่วิหารพระพุทธไสยาสน์เพื่อกราบไหว้และชมองค์พระอย่างสงบ ลองถอยระยะให้พอมองเห็นความยาวขององค์พระเพื่อรับรู้สัดส่วนที่แท้จริง แล้วค่อยเดินชมรายละเอียดเชิงช่าง เช่น ผิวงานปิดทอง จังหวะเสาภายในวิหาร และตำแหน่งช่องเปิดที่สัมพันธ์กับภูเขา หลังจากนั้นค่อยไปชมมณฑปและวิหารเล็กที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อให้ภาพการเยี่ยมชมครบมากขึ้น หากคุณเป็นสายถ่ายภาพ ลองเลือกมุมที่เห็นความยาวองค์พระและจังหวะเสาภายในวิหาร เพราะเป็นมุมที่เล่าเรื่อง “ความยิ่งใหญ่และความสงบ” ได้พร้อมกันโดยแทบไม่ต้องจัดฉาก
ท้ายที่สุด วัดพระพุทธไสยาสน์เป็นตัวอย่างที่ดีของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเมืองเพชรบุรีที่ไปง่ายและคุ้มค่า เพราะเป็นทั้งวัดที่ยังใช้งานจริง เป็นโบราณสถานที่มีการขึ้นทะเบียน และมีองค์พระสำคัญที่โดดเด่นระดับประเทศ การมาเยือนจึงตอบได้ทั้งคำถาม “ไปเพชรบุรีเที่ยวไหนในเมืองดี” และตอบได้ทั้งความตั้งใจของคนที่อยากไหว้พระขอพรแบบเรียบง่าย แต่ยังได้สัมผัสประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่มีชั้นเชิง หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวเพชรบุรีแบบจริงจัง วัดพระนอนคือจุดที่เริ่มทริปแล้วต่อยอดไปยังสถานที่สำคัญอื่นได้ทันที โดยยังคงความรู้สึกว่าได้เที่ยวเมืองเก่าไทยในแบบที่จับต้องได้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) |
| ที่อยู่ | 61 ถนนคีรีรัฐยา ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 76000 |
| สรุปสถานที่ | วัดเก่าแก่เชิงเขาวัง (พระนครคีรี) ที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ยาวประมาณ 43 เมตร ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง เป็นโบราณสถานขึ้นทะเบียน เดินทางง่ายในตัวเมืองเพชรบุรี เหมาะกับสายไหว้พระ สายประวัติศาสตร์ และทริปวันเดียว |
| จุดเด่นของสถานที่ | พระพุทธไสยาสน์ยาว ~43 เมตร พุทธลักษณะงดงาม, วิหารพระนอนตั้งตามแนวไหล่เขาสูงราว 15 เมตร, เสาภายในวิหาร 10 ต้นเป็นเสาแปดเหลี่ยมพร้อมบัวหัวเสา, รายละเอียดหมอนหนุนและงานช่างที่สะท้อนร่องรอยการเปลี่ยนผ่านของอาคาร, ทำเลใกล้เขาวังต่อทริปในเมืองได้สะดวก |
| ผู้ดูแล/เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | ดร.พระมหาสมศักดิ์ ปุณฺณโชโต |
| เบอร์โทรติดต่อ (ถ้ามีข้อมูลยืนยันได้) | 032-410-573 |
| การเดินทาง (สรุป) | รถยนต์: เข้าเมืองเพชรบุรีแล้วไปโซนเขาวัง–ถนนคีรีรัฐยา / รถไฟ: ลงสถานีเพชรบุรีแล้วต่อรถในเมืองมายังวัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) พระนครคีรี (เขาวัง) – ประมาณ 1 กม. 2) วัดมหาธาตุวรวิหาร เพชรบุรี – ประมาณ 3 กม. 3) วัดกำแพงแลง (วัดเทพปราสาทศิลาแลง) – ประมาณ 4 กม. 4) วัดใหญ่สุวรรณาราม – ประมาณ 3 กม. 5) ถ้ำเขาหลวง – ประมาณ 6 กม. 6) ย่านเมืองเก่าเพชรบุรี/ถนนพาณิชเจริญ – ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) เจ๊กเม้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ถนนหน้าเขาวัง – ประมาณ 2 กม. – โทร 089-910-0099, 032-426-305 2) ระเบียงริมน้ำ เพชรบุรี – ประมาณ 4 กม. – โทร 032-425-707 3) ครัวเมืองเพชร (krua mueang phet) – ประมาณ 5 กม. – โทร 098-904-9030 4) ร้านข้าวแช่แม่ลาภ – ประมาณ 6 กม. – โทร 087-170-8384 5) ก๋วยเตี๋ยววัดธ่อ – ประมาณ 6 กม. – โทร 086-057-2702 6) ก๋วยเตี๋ยวเนื้อลุงน้อย – ประมาณ 8 กม. – โทร 099-392-6541 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) royal diamond hotel phetchaburi – ประมาณ 4 กม. – โทร 032-411-061 2) sun hotel phetchaburi – ประมาณ 4 กม. – โทร 032-400-000 3) wiin phetchaburi hotel – ประมาณ 6 กม. – โทร 082-926-9919 4) khao wang hotel – ประมาณ 3 กม. – โทร 032-425-167 5) sweet dreams guest house – ประมาณ 7 กม. – โทร 085-121-9666 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) เพชรบุรี อยู่ตรงไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่เลขที่ 61 ถนนคีรีรัฐยา ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี อยู่โซนเชิงเขาวัง (พระนครคีรี) เดินทางสะดวกในตัวเมือง
ถาม: วัดพระนอน เพชรบุรี มีอะไรเด่นที่สุด?
ตอบ: ไฮไลต์คือพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ยาวประมาณ 43 เมตร ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง และประดิษฐานในวิหารที่ตั้งตามแนวไหล่เขา ทำให้บรรยากาศการกราบไหว้สงบและมีเอกลักษณ์
ถาม: พระพุทธไสยาสน์ของวัดพระนอนสร้างเมื่อไร?
ตอบ: ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างแน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา และต่อมามีการทำโครงสร้างครอบองค์พระในสมัยรัชกาลที่ 4 รวมถึงปรับปรุงเป็นวิหารในสมัยรัชกาลที่ 5
ถาม: วัดพระนอน เพชรบุรี ใช้เวลาเที่ยวประมาณกี่ชั่วโมง?
ตอบ: โดยทั่วไปใช้เวลา 1–2 ชั่วโมง หากต้องการเดินชมรายละเอียดวิหาร มณฑป และวิหารเล็กใกล้เคียงแบบไม่เร่งรีบ แนะนำเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง
ถาม: ไปวัดพระนอนแล้วควรเที่ยวต่อที่ไหนใกล้ ๆ?
ตอบ: สถานที่ยอดนิยมใกล้ ๆ คือพระนครคีรี (เขาวัง) วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดใหญ่สุวรรณาราม ย่านเมืองเก่าเพชรบุรี และถ้ำเขาหลวง ซึ่งอยู่ในโซนเดียวกันและจัดเป็นทริปวันเดียวได้
ถาม: วัดพระนอนมีข้อควรปฏิบัติอะไรเป็นพิเศษไหม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพื้นที่ศรัทธา และหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ที่มากราบไหว้หรือทำกิจกรรมของวัด การถ่ายภาพควรทำอย่างสำรวมและไม่ใช้แฟลชรบกวนผู้อื่น
ถาม: วัดพระนอน เพชรบุรี ติดต่อสอบถามได้ที่ไหน?
ตอบ: หากต้องการสอบถามข้อมูลทั่วไป สามารถติดต่อหมายเลข 032-410-573 ตามข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในสารบบสถานที่/สมุดหน้าเหลือง
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage

หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(