สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

Rating: 3.5/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 17:00 น.
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ชะอำ เพชรบุรี คือจุดหมายที่ให้ประสบการณ์ “เที่ยวแล้วได้ความรู้จริง” ในบรรยากาศธรรมชาติแบบพักผ่อนได้เต็มปอด เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสวนร่มรื่นสำหรับเดินเล่น แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พันธุ์ไม้และการศึกษาระบบนิเวศขนาดใหญ่ถึง 340 ไร่ ที่ถูกวางบทบาทให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อมที่เข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไป ตั้งแต่นักท่องเที่ยวที่อยากหาพื้นที่สีเขียวเงียบ ๆ ไปจนถึงกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเกษตรยั่งยืนตามแนวพระราชดำริที่อยากเห็นตัวอย่างแบบ “ทำจริงให้ดู” มากกว่าการอ่านจากตำรา
เสน่ห์ของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์อยู่ที่ความเป็นสถานที่ที่ “เล่าเรื่องการฟื้นฟู” ได้ด้วยตัวเอง พื้นที่ในโซนสามพระยา ชะอำ เคยเผชิญสภาพเสื่อมโทรมและแห้งแล้งจากการใช้ทรัพยากรเกินสมดุลและการถางป่าในอดีต แต่แนวคิดการพัฒนาของโครงการทำให้ภาพนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่กลับมามีความร่มรื่น มีระบบนิเวศที่ทำงานได้ และมีรูปแบบการทำเกษตรที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง สิ่งที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ระหว่างเดินชมคือความเป็นธรรมชาติที่ถูกดูแลอย่างมีหลักคิด ไม่ใช่การจัดสวนให้สวยเพียงเพื่อถ่ายรูป แต่เป็นการจัดพื้นที่เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และเกิดการเรียนรู้ต่อเนื่อง
ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเพชรบุรีที่พาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปได้พร้อมกัน ที่นี่ตอบโจทย์แบบ “ทุกวัยมีเหตุผลของตัวเอง” เด็กจะสนุกกับการเห็นพื้นที่สีเขียวและพืชพรรณหลากชนิด ผู้ใหญ่จะได้เห็นแนวคิดเกษตรผสมผสานและการจัดการพื้นที่ที่เป็นระบบ คนทำงานจะได้พักสมองจากความเร่งรีบด้วยความเงียบและความร่มรื่น และสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ยังเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้เข้าใจภาพใหญ่ของ “Royal Development Projects” ได้ง่าย เพราะเป็นพื้นที่ที่แปลแนวคิดให้กลายเป็นของจริงให้เดินดูได้ทีละจุด ทีละแปลง ทีละพื้นที่
แก่นสำคัญของสถานที่นี้คือการศึกษารูปแบบการทำฟาร์มที่ผสมผสานให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่น แล้วนำผลที่ประสบความสำเร็จไปขยายผลสู่เกษตรกรเพื่อเป็นแนวทางสู่เกษตรยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ การมาเที่ยวสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์จึงไม่ใช่แค่การเดินชมต้นไม้ แต่เป็นการเห็นภาพของการจัดการทรัพยากร การวางระบบการผลิต และการคืนความสมบูรณ์ให้พื้นที่ที่เคยอ่อนล้า จุดที่น่าสนใจคือแนวคิดไม่ได้ถูกยกขึ้นหิ้ง แต่ถูกทำให้เห็นเป็นกิจวัตร ผ่านกิจกรรมและจุดสาธิตที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ การทำฟาร์มผสมผสาน การทำเกษตรไร้สารพิษ ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกและสมุนไพร
เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ คุณจะพบว่าที่นี่มีจังหวะการเที่ยวที่ “ชวนเดินช้า” เพราะรายละเอียดของพื้นที่ไม่ได้อยู่ที่จุดเดียว แต่กระจายอยู่ตามโครงสร้างของสวน ความรู้สึกที่ได้คล้ายการอ่านหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง คือเริ่มจากความสงบ แล้วค่อย ๆ เห็นว่าความสงบนั้นมีชั้นของความตั้งใจซ่อนอยู่ เช่น การจัดแปลงและพืชพรรณให้สอดคล้องกับการฟื้นฟูดินและน้ำ หรือการทำให้พื้นที่ที่คนมาเยือนเดินได้ กลับมีบทบาทเป็นห้องเรียนกลางแจ้งโดยไม่ทำให้บรรยากาศกลายเป็นทริปการบ้าน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์เป็นที่พูดถึงในสายท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ คือการรวบรวมและปลูกพรรณไม้หอมและพืชสมุนไพรกว่า 300 ชนิด ซึ่งทำให้การเดินชมไม่จำเจ เพราะพืชแต่ละชนิดมีเรื่องเล่าในตัวเอง ทั้งการใช้ประโยชน์ในวิถีไทย การเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาสมุนไพร และการนำไปต่อยอดในระบบเกษตรที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม สำหรับคนที่ชอบรายละเอียด คุณจะสนุกกับการสังเกตความต่างของกลิ่น สี ใบ และลักษณะการเติบโต ขณะที่คนที่ไม่ได้ตั้งใจมาเรียนก็ยังได้ความเพลินจากความเขียวและความหลากหลายของธรรมชาติที่ถูกจัดวางอย่างพอดี
สิ่งที่ทำให้บทความนี้ใช้งานได้จริงสำหรับนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยคือการบอกให้ชัดว่า ที่นี่เหมาะกับทริปแบบ “ครึ่งวันถึงเต็มวัน” ถ้าคุณอยากมาเดินเล่น พักผ่อน และซึมซับบรรยากาศให้เต็มที่ การเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงจะทำให้เที่ยวได้แบบไม่เร่ง แต่ถ้าคุณมาด้วยความตั้งใจด้านการเรียนรู้มากขึ้น หรือมาเป็นหมู่คณะที่ต้องการวิทยากรนำชม การวางแผนเป็นทริปครึ่งวันหรือเต็มวันจะคุ้มกว่า เพราะการเรียนรู้แนวคิดเกษตรยั่งยืนและการฟื้นฟูระบบนิเวศต้องอาศัยการต่อเรื่องแบบเป็นลำดับ ถึงจะเห็นภาพรวมชัดและนำไปต่อยอดได้
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ยังได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีคุณภาพ โดยได้รับรางวัลดีเด่นประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ประจำปี 2541 และรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ประจำปี 2545 จากโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งสะท้อนว่าที่นี่ไม่ได้เด่นเฉพาะในเชิงความร่มรื่น แต่เด่นในเชิงระบบการเรียนรู้และการจัดการพื้นที่ที่ทำให้คนมาเยือนได้ประโยชน์จริง ความหมายของรางวัลในมุมคนเที่ยวคือคุณจะได้สถานที่ที่มีมาตรฐานด้านประสบการณ์ ไม่ใช่แค่สถานที่สวยชั่วคราวตามกระแส
ถ้ามองในมุม “พักผ่อนเชิงธรรมชาติ” จุดแข็งของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์คือความกว้างและความร่มรื่นที่ทำให้ความรู้สึกไม่อึดอัด แม้จะมีผู้มาเยือนหลายกลุ่มในวันเดียวกัน คุณยังสามารถหามุมของตัวเองได้เสมอ ความกว้างของพื้นที่ช่วยให้กิจกรรมอย่างการเดินเล่น ถ่ายภาพ หรือพาครอบครัวมานั่งพักเป็นเรื่องที่ทำได้แบบไม่ต้องแย่งพื้นที่กัน และเพราะที่นี่เน้นแนวคิดการอนุรักษ์และการศึกษา บรรยากาศจึงมักอยู่ในโทนสงบ เหมาะกับคนที่อยากพักจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เสียงดังหรือแออัด
ในมุม “การเรียนรู้ที่จับต้องได้” สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ให้คุณเห็นการพัฒนาแบบไม่ตัดขาดจากบริบทท้องถิ่น หลายคนเข้าใจเกษตรทฤษฎีใหม่ผ่านคำอธิบายสั้น ๆ แต่เมื่อได้เห็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้มีความสัมพันธ์ระหว่างดิน น้ำ พืช และการใช้ประโยชน์ จะทำให้แนวคิดมีภาพชัดขึ้น เช่น ความหมายของการกระจายความเสี่ยง การทำให้พื้นที่ผลิตอาหารได้หลากหลาย การลดการพึ่งพาสารเคมี และการวางระบบที่ทำให้พื้นที่อยู่ได้ในระยะยาวโดยไม่ทำให้คนทำงานเหนื่อยเกินไป
ถ้าคุณเป็นคนชอบเที่ยวแบบมีสาระ แต่ไม่อยากให้ทริปกลายเป็นการเรียนแบบเคร่ง ๆ ที่นี่บาลานซ์ได้ดี เพราะหลายองค์ประกอบถูกทำให้เดินดูได้ง่าย และสามารถเลือกจังหวะการเรียนรู้ของตัวเองได้ คุณสามารถเริ่มจากการเดินชมให้รู้สึกก่อน แล้วค่อยย้อนกลับไปอ่านป้ายหรือถามเจ้าหน้าที่ในส่วนที่สนใจเป็นพิเศษ หรือถ้ามาเป็นหมู่คณะและต้องการวิทยากรนำชม การได้ฟังเรื่องราวต่อเนื่องจะช่วยให้เห็นเหตุผลของการจัดพื้นที่ชัดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่แห้งแล้งให้กลับมามีความสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหัวใจที่ทำให้สวนแห่งนี้มีความหมายมากกว่า “สวนสวย”
อีกจุดที่ทำให้สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์เหมาะกับการเป็นคอนเทนต์ที่ติดอันดับการค้นหาคือความสามารถในการตอบคำถามของผู้ค้นหาหลายกลุ่มในหน้าเดียว กลุ่มแรกคือคนที่หาที่เที่ยวชะอำแบบไม่ทะเล กลุ่มที่สองคือคนที่อยากหาที่เที่ยวเพชรบุรีสายธรรมชาติและการเรียนรู้ กลุ่มที่สามคือคนที่กำลังมองหาแหล่งเรียนรู้แนวพระราชดำริและเกษตรยั่งยืน และกลุ่มที่สี่คือครอบครัวที่อยากหาสถานที่พาเด็กไปแบบได้ความรู้มากกว่าการซื้อของหรือเล่นเครื่องเล่น เมื่อบทความเล่าให้ครบทั้งภาพรวม ประวัติ ที่ทำอะไรได้จริง การเดินทาง และวิธีวางแผนเวลา ผู้อ่านจะตัดสินใจได้ง่ายและมีแนวโน้มกลับมาอ่านซ้ำหรือแชร์ต่อ ซึ่งเป็นสัญญาณพฤติกรรมที่ช่วยให้บทความแข็งแรงในระยะยาว
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย คำที่ควรรู้เมื่อมาเที่ยวที่นี่คือ “Chaipattana Foundation” เพราะสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็นโครงการภายใต้มูลนิธิชัยพัฒนา และคำว่า “Royal Development Projects” จะเป็นกรอบความเข้าใจที่ทำให้การเที่ยวมีความหมายขึ้น คุณไม่ได้แค่มาเดินสวน แต่กำลังเห็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ซึ่งเป็นมิติที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนสนใจมากเมื่ออยากเข้าใจประเทศไทยในแบบที่ลึกกว่าการเที่ยวหาดหรือการกินอาหารอร่อย ๆ
การเดินทาง หากออกจากกรุงเทพมหานคร ให้ใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) มุ่งหน้าสู่ชะอำ จากนั้นเข้าสู่พื้นที่ตำบลสามพระยาและตามป้ายไปยังสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิชัยพัฒนา) ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 77 หมู่ 6 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี การมาแบบรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุดเพราะสามารถบริหารเวลาเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวันได้ตามต้องการ และยังต่อทริปไปแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งหรือแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียงได้ง่าย
เมื่อวางแผนทริปให้ลื่นไหล แนวทางที่ทำได้จริงคือเริ่มเที่ยวสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ช่วงเช้าเพื่อเดินชมบรรยากาศให้เต็มที่ จากนั้นต่อด้วยแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียงในโซนสามพระยาหรือชายฝั่งชะอำ แล้วค่อยปิดท้ายด้วยทะเลหรือคาเฟ่ในเมืองชะอำในช่วงบ่าย วิธีนี้ทำให้ทริปมีทั้งธรรมชาติ ความรู้ และการพักผ่อนแบบครบวงจรโดยไม่ต้องขับรถไกลเกินจำเป็น และเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวเพชรบุรีแบบไม่เร่ง
ถ้าจะสรุปสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ให้คมในประโยคเดียว ที่นี่คือสถานที่ที่ทำให้คุณเห็นว่าความร่มรื่นไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการฟื้นฟูอย่างมีความรู้ และเมื่อธรรมชาติกลับมา ความสุขของการเที่ยวก็กลับมาพร้อมกันแบบไม่ต้องแต่งเติม
| ชื่อสถานที่ | สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี), อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี |
| ที่อยู่ | เลขที่ 77 หมู่ 6 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี |
| สรุปสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พันธุ์ไม้และการศึกษาระบบนิเวศขนาด 340 ไร่ ภายใต้มูลนิธิชัยพัฒนา เหมาะกับการพักผ่อนเชิงธรรมชาติและเรียนรู้เกษตรยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ พร้อมองค์ความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ ฟาร์มผสมผสาน เกษตรไร้สารพิษ และพรรณไม้หอม–สมุนไพรมากกว่า 300 ชนิด |
| จุดเด่นของสถานที่ | 1) พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 340 ไร่ เดินเที่ยวได้แบบสงบและไม่แออัดง่าย 2) แหล่งเรียนรู้การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมสู่ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เห็นแนวคิดการพัฒนาแบบทำจริง 3) เนื้อหาการเรียนรู้ครบทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ ฟาร์มผสมผสาน เกษตรไร้สารพิษ และการใช้ประโยชน์หญ้าแฝก–สมุนไพร 4) มีการรวบรวมพรรณไม้หอมและสมุนไพรกว่า 300 ชนิด เหมาะกับสายธรรมชาติและการศึกษาพืช 5) ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปี 2541 และ 2545 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เรียนรู้และจุดสาธิตด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม / โซนพักผ่อนเชิงธรรมชาติ / บริการสำหรับผู้มาเป็นหมู่คณะ (ติดต่อก่อนหากต้องการวิทยากรนำชม) / บริการอาหารและบริการที่พัก (ตามเงื่อนไขของหน่วยงาน) |
| วิธีการเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวง 4 (เพชรเกษม) มุ่งหน้าชะอำ เข้าพื้นที่ตำบลสามพระยา แล้วตามป้ายไปสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิชัยพัฒนา) ที่ตั้งเลขที่ 77 หมู่ 6 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามวันและเวลาเปิดทำการ |
| เบอร์ติดต่อ (ยืนยันแล้ว) | 032-593-100 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) | 1) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ – 6 กม. 2) อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร – 16 กม. 3) พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน – 22 กม. 4) หาดชะอำ – 24 กม. 5) โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย – 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) สามพระยา คาเฟ่ – 7 กม. – 081-555-5611 2) POM Cha lum dee (สามพระยา) – 8 กม. – 095-941-6229 3) ร้านอาหาร/ศูนย์อาหาร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ – 6 กม. – 032-593-252 4) Springfield Village (Dining) – 15 กม. – 032-709-222 5) Lake View Resort & Golf Club (Restaurant) – 18 กม. – 032-709-100 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) Springfield Village Golf & Spa – 15 กม. – 032-709-222 2) Lake View Resort & Golf Club – 18 กม. – 032-709-100 3) The Regent Cha Am Beach Resort – 26 กม. – 032-451-240 4) Dusit Thani Hua Hin – 32 กม. – 032-520-009 5) Novotel Hua Hin Cha Am Beach Resort & Spa – 33 กม. – 032-709-580 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์เหมาะกับเที่ยวแบบใช้เวลากี่ชั่วโมง?
ตอบ: ถ้าตั้งใจเดินชมแบบพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศให้เต็มที่ แนะนำอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง แต่ถ้ามาเพื่อเรียนรู้เชิงลึกหรือมาเป็นหมู่คณะ สามารถวางเป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวันได้
ถาม: ที่นี่ต่างจากสวนทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: ที่นี่เป็นโครงการภายใต้มูลนิธิชัยพัฒนา จึงมีบทบาทเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรยั่งยืนและระบบนิเวศแบบทำจริงให้เห็น ทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ ฟาร์มผสมผสาน เกษตรไร้สารพิษ และการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ไม่ได้เป็นเพียงสวนสำหรับเดินเล่นอย่างเดียว
ถาม: มีอะไรที่คนมาเที่ยวครั้งแรกไม่ควรพลาด?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินชมภาพรวมของพื้นที่ให้ครบ แล้วค่อยเลือกจุดที่สนใจเป็นพิเศษ เช่น แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงเรียนรู้ฟาร์มผสมผสาน และโซนพรรณไม้หอม–สมุนไพรกว่า 300 ชนิด เพื่อให้เห็นภาพว่าแนวคิดการฟื้นฟูพื้นที่ทำงานอย่างไร
ถาม: ถ้ามาเป็นหมู่คณะและอยากมีวิทยากรนำชมต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ควรติดต่อหน่วยงานล่วงหน้าเพื่อจัดรูปแบบการเข้าชมให้เหมาะกับจำนวนคนและหัวข้อที่ต้องการเรียนรู้ โดยใช้เบอร์ติดต่อของสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ถาม: นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยควรรู้อะไรเพื่อเที่ยวให้เข้าใจมากขึ้น?
ตอบ: การมาที่นี่จะสนุกขึ้นมากเมื่อมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “Royal Development Projects” เพราะคุณกำลังเห็นตัวอย่างการพัฒนาที่ผสานเกษตร สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันในพื้นที่จริง เดินดูได้ เข้าใจได้ และต่อยอดความรู้ได้
ถาม: ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการมาเดินชม?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ จะเดินสบายกว่าเพราะแดดไม่แรง และถ้ามาในช่วงปลายฝนถึงหน้าหนาว บรรยากาศจะเขียวสดและร่มรื่นเป็นพิเศษ
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(