อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

Rating: 4.5/5 (4 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (ทั้งปี) โดยทั่วไปปิดการท่องเที่ยวและพักแรม “เฉพาะโซนบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่ง” ช่วง 01 สิงหาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี
เวลาเปิดทำการ: โดยทั่วไปด่านตรวจ/ทางเข้าเปิด 05:00 – 17:00 น. (บางกรณีอนุญาตให้ออกได้ถึง 19:00 น. โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดของอุทยานก่อนเดินทาง)
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คือผืนป่าภาคตะวันตกที่ “ใหญ่ที่สุดของไทย” และเป็นจุดหมายสายธรรมชาติที่ครบทั้งทะเลสาบเหนือเขื่อน เส้นทางดูนก–ผีเสื้อที่บ้านกร่าง ทะเลหมอกพะเนินทุ่ง และน้ำตกในป่าลึก หากจัดทริปให้ถูกฤดูและวางแผนเวลาเข้า–ออกตามกติกาอุทยาน จะได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า ปลอดภัย และได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นบนแนวตะนาวศรีแบบเต็มอารมณ์
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (Kaeng Krachan National Park) จังหวัดเพชรบุรี เป็นปลายทางที่หลายคนยกให้เป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” ขนาดมหึมา เพราะนี่คืออุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ครอบคลุมภูเขาสลับซับซ้อนของเทือกเขาตะนาวศรี ลำธารต้นน้ำ และผืนป่าดิบชื้นที่ต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกับพื้นที่ป่าฝั่งตะวันตกของไทย ความยิ่งใหญ่ของแก่งกระจานไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขพื้นที่ แต่อยู่ที่จังหวะของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปทุกฤดูและทุกระดับความสูง ตั้งแต่ผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนที่นิ่งสงบ ไปจนถึงป่าดิบเขาบนพะเนินทุ่งที่อากาศเย็นและมีโอกาสเห็นทะเลหมอกในช่วงที่เหมาะสม
เสน่ห์ของการมาแก่งกระจานคือความรู้สึกว่า “เข้าไปอยู่ในป่า” จริง ๆ แต่ยังสามารถเลือกได้ว่าจะเอาความท้าทายระดับไหน ถ้าต้องการทริปเบา ๆ คุณสามารถขับรถเข้าไปถึงที่ทำการอุทยาน เดินเล่นรอบโซนบริการนักท่องเที่ยว ชมวิวอ่างเก็บน้ำ เช่าเรือล่องชมทิวทัศน์ หรือนั่งพักในบรรยากาศที่ป่าห่อหุ้มอยู่รอบตัว แต่ถ้าต้องการทริปที่เข้มขึ้น คุณสามารถวางแผนเข้าพักค้างคืนในพื้นที่กางเต็นท์ เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ หรือไปตามจุดดูนก–ผีเสื้อชื่อดังอย่างบ้านกร่าง และถ้าคุณคือสายทะเลหมอก พะเนินทุ่งคือจุดหมายที่ทำให้การตื่นเช้ากลายเป็นรางวัล เพราะภาพหมอกไหลตามสันเขาในวันที่สภาพอากาศเอื้อ มักเป็นภาพที่ทำให้คนอยากกลับมาอีกครั้ง
ในเชิงประวัติสถานที่และสถานะทางการ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 1981 (พ.ศ. 2524) และต่อมาพื้นที่ผืนป่าที่ต่อเนื่องกันในบริเวณนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในนาม “Kaeng Krachan Forest Complex” ซึ่งช่วยสะท้อนความสำคัญของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของป่าฝั่งตะวันตกของไทยในระดับสากล
ภูมิประเทศของแก่งกระจานมีความโดดเด่นเรื่อง “ระดับความสูง” ที่ไล่ตั้งแต่โซนทะเลสาบเหนือเขื่อนและพื้นที่ราบริมลำน้ำ ไปจนถึงยอดเขาสูงที่เชื่อมต่อแนวชายแดนไทย–เมียนมา ทำให้ชนิดป่าและสภาพอากาศเปลี่ยนตามความสูงอย่างชัดเจน โซนล่างบางช่วงจะให้บรรยากาศป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้งสลับกัน ส่วนโซนสูงอย่างพะเนินทุ่งจะเป็นป่าดิบเขา อุณหภูมิต่ำกว่า และมักมีลมแรง การวางแผนเที่ยวจึงควรยึด “ฤดู–เวลา–ระดับความสูง” เป็นแกนหลัก เพราะมันเป็นตัวกำหนดทั้งความสบายในการเดินทางและโอกาสเห็นไฮไลต์ธรรมชาติแบบที่ตั้งใจ
ถ้าถามว่า “แก่งกระจานเหมาะกับใคร” คำตอบคือเหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลของเพชรบุรีไปสู่ภูเขาและป่าในวันเดียว เหมาะกับคนรักการถ่ายภาพธรรมชาติที่ชอบแสงเช้าและหมอก เหมาะกับครอบครัวที่อยากให้เด็กได้สัมผัสป่าแบบปลอดภัยภายใต้กติกาอุทยาน และเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายดูนก–ผีเสื้อที่ต้องการพื้นที่ที่มี “ความเป็นธรรมชาติจริง” มากกว่าการจัดฉาก เพราะแก่งกระจานมีชื่อเสียงเรื่องผีเสื้อหลากชนิด โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่มักเห็นฝูงผีเสื้อลงโป่ง และยังเป็นพื้นที่ที่พบสัตว์ป่าหลายชนิดซึ่งต้องอาศัยความเคารพกติกา ความนิ่ง และความรับผิดชอบต่อพื้นที่
หัวใจของการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานให้คุ้มคือการเลือก “โซนกิจกรรม” ให้เหมาะกับเวลาที่มี ถ้ามีเวลาแบบไปเช้า–เย็นกลับ โซนที่ทำการอุทยานและอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนคือคำตอบที่ง่ายที่สุด คุณสามารถชมวิวทะเลสาบที่มีพื้นที่กว้าง มองเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยกระจายตัวบนผืนน้ำ และถ้าอยากเพิ่มกิจกรรมก็สามารถสอบถามบริการเรือท่องเที่ยวหรือเรือตกปลาในพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นวิธีชมทิวทัศน์ที่ได้มุมกว้างและเห็นเส้นขอบป่าที่โอบรอบทะเลสาบได้ชัดเจน
ถ้าคุณมีเวลา 2 วัน 1 คืน หรือมากกว่า บ้านกร่างคือจุดที่ควร “ล็อกไว้ในแผน” เพราะนี่คือโซนที่ขึ้นชื่อเรื่องเส้นทางดูนก–ผีเสื้อ และเป็นพื้นที่กางเต็นท์ที่หลายคนชอบเพราะอากาศเย็นกว่าโซนล่าง บรรยากาศป่ามีความชุ่มชื้น มีพรรณไม้หลากชนิด และมีโอกาสพบผีเสื้อเป็นจำนวนมากตามจุดที่เหมาะสม การอยู่ค้างคืนทำให้คุณได้สัมผัสป่าจริง ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ที่แสงเริ่มส่องผ่านยอดไม้ ไปจนถึงช่วงเย็นที่เสียงธรรมชาติดังชัดขึ้นเมื่อผู้คนเริ่มเงียบลง
สำหรับสายทะเลหมอก “พะเนินทุ่ง” คือไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาโดยเฉพาะ เพราะเป็นสันเขาที่เปิดมุมมองกว้างและมีโอกาสเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาวในวันที่อากาศเอื้อ สิ่งสำคัญคือการขึ้นพะเนินทุ่งต้องวางแผนเรื่องรถและเวลาอย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปอุทยานจะกำหนดช่วงเวลาในการขึ้น–ลงเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากถนนแคบและทางชัน รวมถึงอาจมีข้อกำหนดให้ใช้รถที่มีกำลังและความพร้อม หรือใช้บริการรถรับจ้าง/รถที่อุทยานจัดระบบไว้ตามประกาศในช่วงนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่การจอง การตรวจสภาพรถ และการเช็กประกาศล่าสุด จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ทริปพะเนินทุ่ง “สวยและปลอดภัย” ไปพร้อมกัน
อีกจุดหมายที่ทำให้แก่งกระจานมีมิติของการผจญภัยแบบพอดีคือ “น้ำตกในพื้นที่ป่า” ซึ่งบางแห่งเข้าถึงได้ด้วยรถและเดินเท้าต่อ บางแห่งต้องใช้เวลาหลายวันและควรมีเจ้าหน้าที่หรือคนนำทางที่เหมาะสม สิ่งที่ควรย้ำคือ แก่งกระจานเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีความเป็นธรรมชาติสูง การเข้าไปในพื้นที่ลึกจึงควรตั้งต้นจากความปลอดภัยเสมอ ทั้งการแจ้งแผนกับเจ้าหน้าที่ การเตรียมอุปกรณ์ การเผื่อเวลา และการไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด
ฤดูกาลมีผลกับแก่งกระจานอย่างชัดเจน ถ้าคุณอยากได้ภาพ “ป่าเขียว–น้ำเยอะ–อากาศดี” ช่วงฤดูฝนคือช่วงที่ธรรมชาติสดที่สุด แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงเรื่องฝน ถนนลื่น และกติกาปิดบางพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ซึ่งโดยทั่วไปอุทยานจะปิดการท่องเที่ยวและพักแรมเฉพาะบริเวณบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่งช่วง 01 สิงหาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปีเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวและลดความเสี่ยงกับนักท่องเที่ยว ดังนั้นถ้าคุณตั้งใจไปบ้านกร่างหรือพะเนินทุ่ง ต้องยึด “ช่วงเปิดพื้นที่” เป็นเงื่อนไขแรกของการวางแผน
ถ้าคุณอยากได้การเดินทางที่นิ่งและสบายขึ้น ฤดูหนาวต่อเนื่องต้นปีมักเป็นช่วงที่หลายคนชอบ เพราะอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการกางเต็นท์และตื่นเช้าชมหมอก ส่วนฤดูร้อนข้อดีคือถนนแห้ง เดินทางง่าย แต่ควรเตรียมอุปกรณ์กันแดดและน้ำดื่มให้เพียงพอ โดยเฉพาะในกิจกรรมที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ เช่น การล่องเรือชมทะเลสาบ หรือการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติช่วงเที่ยง
ในมุม “ประสบการณ์ที่ทำให้แก่งกระจานต่าง” คือความหลากหลายของจังหวะท่องเที่ยวในพื้นที่เดียวกัน เช้าคุณอาจอยู่ริมทะเลสาบดูแสงสะท้อนผิวน้ำ บ่ายอาจขับรถเข้าไปตามเส้นทางป่าเพื่อดูผีเสื้อและนก เย็นกลับมาแคมป์เพื่อกินมื้อเย็นแบบเรียบง่าย และเช้ามืดวันถัดไปอาจตื่นไปดูหมอกบนสันเขา หากคุณชอบทริปที่มีทั้งความชิลและความตื่นเต้นแบบพอดี แก่งกระจานคือพื้นที่ที่จัดสมดุลนี้ได้ดีมาก
การเดินทาง ถ้าขับรถจากกรุงเทพฯ เส้นทางที่ใช้กันบ่อยคือวิ่งลงทางหลวงหมายเลข 35 (พระราม 2) แล้วเชื่อมเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จากนั้นเข้าสู่โซนอำเภอท่ายางและมุ่งหน้าไปอำเภอแก่งกระจาน ก่อนเข้าทางแยกไปที่ทำการอุทยานตามป้าย จุดสำคัญคือควรตั้งเป้าถึงด่าน/ทางเข้า “เช้า” เพื่อไม่ให้เวลาขับรถในช่วงท้ายทริปไปชนช่วงปิดด่าน โดยเฉพาะถ้าคุณตั้งใจจะเข้าไปถึงบ้านกร่างหรือพะเนินทุ่งซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางในอุทยานมากขึ้น และต้องยึดกติกาเวลาเข้า–ออกที่ประกาศไว้ในช่วงนั้น
ถ้าเดินทางด้วยรถโดยสาร คุณสามารถนั่งรถไปลงโซนท่ายางหรือแก่งกระจาน (ขึ้นกับรอบรถในช่วงนั้น) แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างเพื่อเข้าสู่ที่ทำการอุทยาน อย่างไรก็ตาม หากเป้าหมายของคุณคือบ้านกร่างหรือพะเนินทุ่ง การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถมักทำให้บริหารเวลาได้ดีกว่า เพราะพื้นที่กว้าง ระยะทางภายในอุทยานยาว และกิจกรรมหลายอย่างต้องเริ่มเช้าเพื่อให้ได้แสงและอากาศที่ดีที่สุด
สำหรับการเตรียมตัว สิ่งที่ควรทำให้เป็นมาตรฐานก่อนออกเดินทางทุกครั้งคือการเช็กประกาศล่าสุดของอุทยานเกี่ยวกับ “การเปิดพื้นที่–การปิดพื้นที่–เวลาเข้าออก–ข้อกำหนดรถ–การจอง” เพราะกติกาด้านความปลอดภัยสามารถเปลี่ยนตามฤดู สภาพถนน และการจัดการนักท่องเที่ยวในแต่ละช่วง หากคุณทำขั้นตอนนี้ครบ ทริปแก่งกระจานจะลื่นไหลขึ้นมาก และคุณจะใช้เวลาทั้งวันกับธรรมชาติได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับเงื่อนไขหน้างาน
ภาพรวมทั้งหมด อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานคือ “ที่เที่ยวเพชรบุรี” ที่ตอบโจทย์คนอยากหนีเมืองด้วยธรรมชาติจริงจัง ได้ทั้งความสงบของผืนน้ำ ได้ทั้งความลึกของผืนป่า ได้ทั้งเส้นทางดูนก–ผีเสื้อ และได้ทั้งทะเลหมอกในฤดูที่เหมาะ หากคุณอยากให้วันหยุดเป็นวันพักจริง ๆ แบบที่ธรรมชาติดูแลจังหวะหายใจให้ช้าลง แก่งกระจานเป็นปลายทางที่ควรอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (Kaeng Krachan National Park) |
| ที่ตั้ง | อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย |
| ที่อยู่ | โซนอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (การเข้าถึงขึ้นกับด่าน/ที่ทำการอุทยานตามเส้นทางหลัก) |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน (ทั้งปี) โดยทั่วไปปิดการท่องเที่ยวและพักแรมเฉพาะ “บ้านกร่าง–พะเนินทุ่ง” ช่วง 01 ส.ค. – 31 ต.ค. ของทุกปี |
| เวลาเปิดทำการ | โดยทั่วไปด่านตรวจ/ทางเข้า 05:00 – 17:00 น. (บางกรณีอนุญาตให้ออกได้ถึง 19:00 น. โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง) |
| จุดเด่นของสถานที่ | ผืนป่าขนาดใหญ่ที่สุดของไทย, ทะเลสาบเหนือเขื่อน/ล่องเรือชมวิว, บ้านกร่างสายดูนก–ผีเสื้อ, พะเนินทุ่งชมทะเลหมอกตามฤดู, เส้นทางธรรมชาติและน้ำตกในผืนป่าตะนาวศรี |
| ค่าธรรมเนียม/ค่าเข้า | คนไทย: ผู้ใหญ่ 60 บาท / เด็ก 30 บาท | ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 300 บาท / เด็ก 150 บาท |
| ค่าธรรมเนียมยานพาหนะ | รถจักรยานยนต์ 20 บาท/คัน, รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท/คัน, รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท/คัน (ยึดตามประกาศ/บัญชีอัตราทางการของกรมอุทยานฯ) |
| การเดินทาง | ขับรถจากกรุงเทพฯ ลงสายหลักเพชรบุรี → เข้าพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน → ตามป้ายไปที่ทำการอุทยาน (ควรออกเช้าและเช็กกติกาเวลาเข้า–ออก/การเปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง) |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ท่องเที่ยวตามปกติ (โดยทั่วไปปิดบ้านกร่าง–พะเนินทุ่ง 01 ส.ค. – 31 ต.ค. ของทุกปี) |
| เบอร์โทรติดต่อ | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว/อุทยานฯ: 032-459-293 | จองที่พักอุทยาน (ส่วนกลาง): 02-562-0760 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ) | 1) เขื่อนแก่งกระจาน (สันเขื่อน/จุดชมวิว) ประมาณ 10 กม. 2) อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน (โซนล่องเรือ/ชมวิว) ประมาณ 12 กม. 3) แคมป์บ้านกร่าง (Km.15) ประมาณ 25 กม. 4) พะเนินทุ่งแคมป์ (Km.30) ประมาณ 40 กม. 5) น้ำตกป่าละอู (เส้นทางใกล้เคียงในกลุ่มป่าตะวันตก) ประมาณ 70 กม. |
| ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) Savio Cafe’ (The Tree Riverside Resort) ประมาณ 20 กม. โทร 032-706-151 2) ร้านอาหารแก่งเพชรรีสอร์ท (ริมเขื่อนแก่งกระจาน) ประมาณ 12 กม. โทร 032-459-242 3) ครัวกล้วยหอม แก่งกระจาน ประมาณ 18 กม. โทร 092-642-8889 4) 289 Hill Farm Cafe & Resort (หนองหญ้าปล้อง) ประมาณ 35 กม. โทร 099-289-9628 5) ครัวแม่ประจันต์ (หนองหญ้าปล้อง) ประมาณ 35 กม. โทร 083-825-2493 |
| ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทางจริงโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) The Tree Riverside Resort @Kaeng Krachan ประมาณ 20 กม. โทร 032-706-151 2) Kaeng Krachan River Resort ประมาณ 18 กม. โทร 081-705-2260 3) Le La Lake Resort & Spa ประมาณ 25 กม. โทร 080-200-4000 4) River Tales Kaeng Krachan ประมาณ 20 กม. โทร 062-318-6886 5) Montoro Resort Nongyaplong ประมาณ 35 กม. โทร 032-473-533 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดทุกวันไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปเปิดทุกวัน แต่ในทุกปีมักปิดการท่องเที่ยวและพักแรมเฉพาะโซน “บ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่ง” ช่วง 01 สิงหาคม – 31 ตุลาคม โปรดเช็กประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เท่าไหร่?
ตอบ: อัตราค่าเข้าตามประกาศกลุ่มอุทยานของกรมอุทยานฯ โดยทั่วไปคนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท (อาจมีค่าพาหนะเพิ่มเติม)
ถาม: ถ้าจะไปพะเนินทุ่ง ต้องเตรียมตัวยังไง?
ตอบ: วางแผนล่วงหน้าเรื่องฤดูเปิดพื้นที่ การจอง/ใบอนุญาตตามระบบที่อุทยานกำหนด ตรวจสภาพรถ และยึดกติกาเวลาเข้า–ออกบนเส้นทางขึ้นลงอย่างเคร่งครัด เพราะถนนแคบและมีทางชัน
ถาม: จุดดูผีเสื้อและดูนกยอดนิยมในแก่งกระจานอยู่ตรงไหน?
ตอบ: โซนบ้านกร่างเป็นจุดเด่นด้านดูผีเสื้อและดูนก โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่มักเห็นฝูงผีเสื้อลงโป่ง และช่วงเช้าตรู่ที่นกออกหากินมาก
ถาม: ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือจองที่พักอุทยานได้ที่ไหน?
ตอบ: ติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยว/อุทยานฯ ที่ 032-459-293 และหากต้องการจองบ้านพัก/ลานกางเต็นท์ของอุทยานผ่านระบบส่วนกลาง ติดต่อ 02-562-0760
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage



หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดน้ำ(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
อ่าว และชายหาด(
หมู่เกาะ(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(